มีดในมือของหลินหลางสั่นระริก เธอหลับตาแน่น กลั้นใจสุดฤทธิ์ ก่อนจะกระหน่ำแทงไปที่ลำคอของชายตรงหน้า! เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูด อาบย้อมหน้ากากและเสื้อคลุมสีดำของเธอจนชุ่มโชก
มีดร่วงกระทบพื้นเสียงดังแควก! หลินหลางทรุดฮวบลงกับพื้น ทรุดตัวคุกเข่าปล่อยโฮออกมาไม่หยุด พลางอาเจียนออกมา ราวกับจะระบายความหวาดผวาที่กัดกินภายในออกมาให้หมดสิ้น
หลงเทียนหยูรีบเข้าประคองเธอขึ้นมา ลูบหัวปลอบโยนเบา ๆ กระซิบถ้อยคำอ่อนโยนข้างหู เพื่อบรรเทาความเ็ปในใจของเธอ
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างได้สติกลับคืนมา พวกเขาต่างคิดในใจว่าคนสวมหน้ากากดำผู้นี้คงจะเป็ผู้หญิงของชายคนนี้ และดูท่าจะยังไม่เคยฆ่าคนมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ชายผู้นี้กลับบังคับให้เธอลงมือ... "ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้ว!" เสียงสะท้อนในใจของผู้คนดังขึ้นพร้อมกัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ให้ทุกคนมาเห็นเื่ไม่น่าดูเสียแล้ว ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะ!” หลงเทียนหยูส่ายหน้าพลางหัวเราะร่วนราวกับไม่รู้สึกรู้สาใด ๆ
ทุกคนในที่นั้นได้แต่กลืนน้ำลายลงคอเฮือก เผิงฉีซึ่งตอนนี้ถอดผ้าคลุมหน้าออกแล้วหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า! สหายหลงเทียนไม่ต้องคิดมากหรอกน่า สำหรับพวกเราแล้วเื่แค่นี้เป็เื่ปกติธรรมดาจะตายไป! จริงไหมทุกคน?” เขาหันไปถามลูกน้องของเขา
“ใช่ครับใช่! เป็เื่ปกติ!” ลูกน้องของเผิงฉีรีบส่งเสียงสนับสนุนกันให้แซ่ด ส่วนบอดี้การ์ดที่หลานหลิงจ้างมานั้นกลับเงียบกริบ ส่วนสื่อเล่ยเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเบา ๆ
“สหายหลงเทียน แล้วศพพวกนี้พวกเราจะเอายังไงดีล่ะ?”
ยังไม่ทันขาดคำ สื่อเล่ยที่มองหลงเทียนหยูอยู่แล้วก็รีบแทรกขึ้นมา “เ้านาย! เื่ศพพวกนี้ข้าขอจัดการเอง!”
หลงเทียนหยูยิ้มรับ “ได้สิ สหายเผิงฉีเดี๋ยวเื่ศพพวกทางฉันจะจัดการให้เอง”
เผิงฉีได้แต่ยิ้มแหย ๆ “ได้ ๆ ถ้าสหายหลงเทียนจัดการเื่นี้ได้ก็เชิญเลย ส่วนเื่ส่วนแบ่งนั้น...”
“ก็ให้เป็ไปตามที่เราตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ไง แบ่งกันคนละห้าส่วนเท่า ๆ กัน หรือว่าสหายเผิงฉีไม่โอเค?” หลงเทียนหยูหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงเริ่มเ็า
“ไม่ ๆ! ดีแล้ว! แบ่งกันคนละห้าส่วนนั่นแหละดีแล้ว! ฮ่า ๆ ๆ” เผิงฉีที่เห็นหลงเทียนหยูหรี่ตาลงก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนแรกที่ยังไม่ทำภารกิจเขาก็คิดว่าจะลงมือหลังจากเสร็จศึก แต่พอมาคิดดูตอนนี้แล้ว... เขาไม่ขอเสี่ยงกับชายผู้บ้าคลั่งและเสียสติคนนี้ดีกว่า เขารู้สึกว่าถ้าเขาลงมือ โอกาสที่จะเสียมากกว่าได้นั้นมีสูงมาก...
คนทั้งสองฝ่ายนำทรัพย์สินของผู้ตายมากองรวมกัน และคัดแยกเพื่อแบ่งปันกันอย่างเท่าเทียม จนสุดท้ายก็เป็ที่พอใจของทั้งสองฝ่าย
“สหายหลงเทียน ในวันหน้าถ้ามีภารกิจแบบนี้อีกก็ติดต่อมาได้อีกนะ!” เผิงฉีพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แม้ครั้งนี้จะได้มาเพียงห้าส่วน แต่ก็เป็ทรัพย์สินจำนวนมหาศาลแล้ว ถือว่าภารกิจครั้งนี้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากทีเดียว
หลงเทียนหยูเพียงพยักหน้ารับ เมื่อพูดคุยกันเสร็จ ฝ่ายของเผิงฉีก็ขอตัวจากไป ที่จริงแล้วภารกิจนี้เขาไม่จำเป็ต้องใช้พวกของเผิงฉีเลยก็ได้ เพียงแต่เขา้าสร้างความสัมพันธ์กับอีกฝ่าย พร้อมทั้งให้เผิงฉีได้รู้จักตัวตนและนิสัยของเขาด้วย ในอนาคตเขาเชื่อว่าจะต้องได้ใช้งานคนกลุ่มนี้ในงานสำคัญแน่ ๆ ภารกิจเล็ก ๆ แบบนี้จึงเป็เพียงการเชื่อมความสัมพันธ์ง่าย ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างคาดไม่ถึง
“สื่อเล่ย! ไหนแสดงให้ฉันดูหน่อยสิว่าจะจัดการกับพวกศพเหล่านี้ยังไง!” เขาหันไปมองชายผู้นี้ที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า
“แล้วแต่เ้านายจะสั่ง!” สื่อเล่ยก้มหัวลง เขายกมือขึ้นเหนือศีรษะ ทันใดนั้นโลงศพที่หลงเทียนหยูเคยเห็นเมื่อครั้งแรกที่พบสื่อเล่ยก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศก่อนจะร่วงกระทบพื้นเสียงดังตุ้บ!
สื่อเล่ยมองไปที่ศพที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้น ปากของเขาขมุบขมิบ ไม่นานศพทั้งหมดก็ลอยละลิ่วเข้าสู่โลงศพอย่างน่าอัศจรรย์ แม้แต่คราบเืที่แห้งกรังติดอยู่ตามพื้นดินพื้นหญ้าก็ยังลอยตามเข้าไปในโลงด้วย! เพียงไม่นานศพทั้งหมดก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“อืม... นอกจากจะเก็บศพลงโลงได้แล้ว ยังมีความสามารถพิเศษอะไรอีกไหม?” หลงเทียนหยูเห็นความสามารถนี้ก็รู้สึกสนใจเป็อย่างมาก แบบนี้เวลาจัดการใครก็สามารถทำให้ศพหายไปได้อย่างไร้ร่องรอย ไม่ให้ใครตามสืบได้
“เ้านาย! หลังจากที่ข้าให้ศพทั้งหมดลงโลงไปแล้ว จะได้รับพลังเล็กน้อยจากศพแต่ละศพมาได้ อย่างครั้งนี้มีถึงยี่สิบหกศพ ก็ได้พลังมาไม่น้อยเลย!”
“ดี! นี่เป็ความสามารถที่ดีมาก!” เขาชื่นชมความสามารถพิเศษของลูกน้องผู้นี้ ส่วนเื่ศพที่ลงโลงไปจะเป็อย่างไรนั้น ไม่ใช่เื่ที่เขาต้องมาสนใจ
หลงเทียนหยูหยิบหน้ากากดำและผ้าคลุมดำที่ออกแบบเหมือนกับของที่เทพสาวมอบให้มาไม่ผิดเพี้ยน นี่คือของที่เขาสั่งทำพิเศษจากร้านขายเสื้อผ้า แน่นอนว่ามันไม่ได้มีความสามารถพิเศษแบบเดียวกับของเทพสาว
“เอาล่ะ สวมใส่ของพวกนี้ซะ! เดี๋ยวเราจะเดินลึกเข้าป่าไปอีก ไม่แน่ว่าอาจจะเจอพวกการ์เดี้ยนให้ล่าก็ได้” เขาให้ทั้งสองคนสวมใส่ของพวกนี้ ส่วนตัวเขาเองก็สวมของเทพสาวที่ได้รับมาเช่นกัน ตอนนี้พวกเขาทั้งสามกลายเป็กลุ่มคนที่สวมหน้ากากดำและผ้าคลุมดำแบบเดียวกันทั้งสามคน
เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่าได้สักพัก พวกเขาก็พบกับสัตว์ที่มีหน้าตาคล้ายหมาป่า รูปร่างของมันใหญ่โตราวกับวัวโตเต็มวัย มีขนสีแดงเพลิง และเขี้ยวยาวสองข้างงอกออกมานอกปาก พวกมันรวมกลุ่มกันถึงสิบสองตัวกำลังเผชิญหน้ากับพวกเขาอยู่ตรงหน้า
หลงเทียนหยูเห็นแล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที หมาป่าแบบนี้โลกเดิมของเขาไม่มีแน่ ๆ นี่น่าจะเป็การ์เดี้ยนจำพวกสัตว์ป่า... น่าสนใจจริงๆ! “สื่อเล่ย! เดี๋ยวจัดการพวกที่อยู่ฝั่งซ้าย พวกฝั่งขวาฉันจะจัดการเอง ส่วนหลินหลางถอยไปยืนอยู่ด้านหลัง!”
หลินหลางพยักหน้ารัว ๆ ส่วนสื่อเล่ยยกยิ้ม “แล้วแต่เ้านายจะสั่ง!”
พริบตาเดียวทั้งสองก็พุ่งเข้าใส่ฝูงหมาป่าทั้งสิบสองตัว เืสาดกระเซ็นไปทั่วอากาศ เสียงเห่าหอนโหยหวนของพวกหมาป่าดังระงม ไม่นานพวกมันทั้งสิบสองตัวก็ล้มลงนอนตายทั้งหมด
ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปดูซากหมาป่า ก็มีเสียงดังแทรกขึ้นมา “หยุดนะ!” เมื่อหันไปมองก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งถือแส้ พร้อมกับผู้ติดตามอีกราว ๆ ยี่สิบคน เดินตรงมายังพวกเขา
หญิงสาวที่ปรากฏตัวขึ้นคือ ซินหยี่ ลูกสาวของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ เธอหันไปมองคนสวมหน้ากากดำทั้งสามคน แล้วแสยะยิ้มออกมา “นี่มันของ ๆ ฉัน! พวกแกมีสิทธิ์อะไรจะมา? พวกแกไปจัดการพวกมันทั้งสามคนซะ!” เธอหันไปสั่งการผู้ติดตาม
ผู้ติดตามทั้งยี่สิบคนรับคำสั่งและก้าวเข้ามาเพื่อจัดการกับทั้งสามคน
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ยังไม่ต้องฆ่าพวกมัน! ลงมือแล้วจับพวกมันทั้งหมดมัดไว้!” หลงเทียนหยูหันไปออกคำสั่งกับสื่อเล่ย ซึ่งมันก็ตอบรับด้วยเสียงหัวเราะที่น่าขนลุก
เพียงไม่นานคนทั้งยี่สิบคนก็ล้มลงนอนกองอยู่กับพื้น ซินหยี่ที่เห็นเหตุการณ์ก็ตัวสั่น พวกเขาทั้งยี่สิบคนถูกมัดมือมัดเท้าทั้งหมด และต่างร้องขอชีวิตกันเสียงดังระงม
ซินหยี่ไม่ได้ถูกมัด แต่ตอนนี้เธอนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น หลงเทียนหยูเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับถอดหน้ากากดำออก เผยให้เห็นใบหน้าของเขา
“เอ๊ะ! นี่แกมันคนในตอนนั้นนี่! แกคิดจะทำอะไรกับพวกฉันกันแน่!” ซินหยี่อุทานด้วยความใ
“แล้วเธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ?” หลงเทียนหยูพูดเสียงเย็นเยียบจนน่าขนลุกตอบกลับไป