พิชิตภพสยบสวรรค์ ภาค1 ดินแดนแห่งท้องฟ้า

    ตอนที่ 8 เรื่องแปลกประหลาด

    ควันดำสายหนึ่งพุ่งตรงมาจากภูเขาด้านหนึ่ง เมื่อใกล้ถึงเผ่าฟ้าคำรามควันนั้นก็ลดต่ำลง แล้วค่อยๆลอยผ่านสมาชิกเผ่าฟ้าคำรามจากพื้นดิน เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะนึกว่าเป็นเงาธรรมดา แต่หากเพ่งดูให้ดีจะสัมผัสได้ถึงความชั่วร้ายจนขนลุกควันนั้นราวกับมีชีวิตและค่อยๆเคลื่อนตรงไปที่หน้าขบวนเมื่อควันนั้นเลื่อนเข้าใกล้มู่เหวินก็ซ่อนอยู่ในเงา และค่อยๆซึมเข้าร่างกายของมู่เหวินอย่างช้าๆ“เอ๊ะ!!!” มู่เหวินอุทาน พร้อมหันไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว สัมผัสของระดับหัวหน้านักรบขั้นต้นนั้นถือว่ายอดเยี่ยมมาก  แม้มีสิ่งผิดปกติเล็กน้อยก็รู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว  มู่เหวินรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติบางอย่าง แต่เมื่อหันหลังมอง กลับไม่เห็นอะไรผิดสังเกต“ท่านพ่อมีอะไรหรือ!!!” มู่ปิงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ“ไม่มีอะไร...พ่อรู้สึกแปลกๆ น่าจะเป็นแค่ลางสังหรณ์บางอย่าง  แต่ดูแล้วไม่น่ามีอะไร ช่างเถอะเราเดินทางกันต่อดีกว่า” มู่เหวินหันตัวกลับพร้อมมุ่งหน้าเดินต่อไปเมื่อทั้งหมดเดินทางต่อ ควันดำที่แฝงอยู่ในเงาของมู่เหวิน ก็ค่อยๆซึมเข้าร่างกายของมู่เหวินอย่างช้าๆ และต่อเนื่องจนผ่านไปเกือบครึ่งของปริมาณที่แฝงอยู่ในเงาทันใดนั้น!! เจิ้นเทียนที่อยู่ด้านท้ายขบวน รู้สึกแปลกๆ รีบมองไปทางมู่เหวินทันทีพลันสายตาของเจิ้นเทียนมองมองไปที่มู่เหวิน ก็เห็นควันสีดำปกคลุมอยู่เต็มร่างของมู่เหวิน ควันนั้นราวมีชีวิต เจิ้นเทียนมีสีหน้าตกใจพร้อมจะเอ่ยเสียงตะโกน แต่ก่อนที่จะขยับปาก ดวงตาของเจิ้นเทียนก็กระพริบเป็นสีแดง“สังเวยโลหิต..!!!!!!” เสียงปริศนาดังขึ้นในหัวของเจิ้นเทียน ควันสีดำหยุดชะงักจากนั้นก็สลายไป อู๋ต้าที่กำลังพูดไม่หยุดสังเกตเห็นเจิ้นเทียนมีอาการแปลกๆ จึงตกใจแล้วถามไถ่ด้วยความสงสัย“เจิ้นเทียนเจ้าเป็น อะไรทำไมเจ้าถึงหยุดเดิน แล้วทำตัวแข็งทื่อ อ้าว!!! เฮ้ยยๆ ล้มไปแล้ว ทำไมอยู่ดีๆถึงเป็นลมได้ล่ะ”ขณะที่ดวงตาของเจิ้นเทียนกระพริบเป็นสีแดง พลันร่างของเจิ้นเทียนก็สลบทันที แล้วล้มฟุบลงไปที่พื้น อู๋ต้าเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปประคองเจิ้นเทียนอย่างรวดเร็ว ด้วยความเป็นห่วง“เจิ้นเทียนเจ้าเป็นอะไร!!!  ไม่อยากฟังความเก่งกาจของข้าก็ไม่ต้องใช้วิธีนี้ก็ได้ พี่อ้วนแค่พูดความจริงแค่เศษเสี้ยวความเก่งเท่านั้นเอง งั้นเดี๋ยวข้าจะเปลี่ยนเรื่องเป็นความมีเสน่ห์ของข้าแทนเป็นอย่างไร ......อ้าวไม่ได้แกล้งนี่!!   เจ้าเป็นลมจริงๆ....ช่วยด้วยๆ ใครมียาบ้างช่วยมาดูเจิ้นเทียนหน่อย!!!”  อู๋ต้าประคองเจิ้นเทียน พลางร้องตะโกนขอความช่วยเหลือชนเผ่าฟ้าคำรามที่อยู่ใกล้ๆ รีบเข้ามาดูเจิ้นเทียนทันที เมื่อตรวจดูก็ไม่พบรอยบาดแผล จึงนำผงกำยานชนิดหนึ่งวางใกล้จมูกของเจิ้นเฟิง เพียงไม่นานเจิ้นเฟิงก็เริ่มได้สติ“เกิดอะไรขึ้น!! ” มู่เหวินสังเกตเห็นความผิดปกติจึงรีบรุดมาตรวจดูที่ท้ายขบวน“อาจารย์..ไม่มีอะไรมากขอรับ เจิ้นเทียนแค่เป็นลมเท่านั้นเอง ตอนนี้ฟื้นแล้ว” อู๋ต้าตอบกลับพร้อมพยุงเจิ้นเทียนลุกขึ้นนั่ง“อาจารย์ท่าน!!ข้าเห็น....เอ๊ะ!!! ”เจิ้นเทียนฟื้นขึ้นมาแล้วมองไปที่มู่เหวิน กำลังจะบอกมู่เหวินเรื่องควันสีดำที่ปกคลุม แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นว่าควันสีดำนั้นได้หายไปแล้ว“เจิ้นเทียน เจ้าเป็นอะไรมากมั้ย แล้วเมื่อครู่เจ้าจะพูดอะไร”  มู่เหวินถามขึ้นด้วยคามห่วงใยและสงสัย“ข้าเอ่อ... ไม่มีอะไรขอรับอาจารย์ ศิษย์น่าจะเหนื่อยมากไปเพราะปาก้อนหินที่เผ่าภูผา  พอเดินทางต่อ ร่างกายน่าจะอ่อนเพลียจึงหมดแรงแล้วเป็นลมไป” เจิ้นเทียนรีบแก้ตัว และคิดว่าตัวเองคงตาฝาด จนเกือบจะพูดอะไรไร้สาระออกไป“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เจ้าร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เล็กๆ เดี๋ยวดีขึ้นแล้วค่อยๆเดิน หากไม่ไหวก็พักก่อน”มู่เหวินพูดจบก็หันตัวกลับไปทางหัวขบวนแล้วให้ทุกคนเดินทางต่อเจิ้นเทียนรีบลุกขึ้นพลางขอบคุณทุกคนที่เข้ามาช่วย แล้วเดินทางต่อเช่นกัน ส่วนอู๋ต้าเมื่อเห็นเจิ้นเทียนไม่เป็นไรก็เริ่มคุยกับเจิ้นเทียนต่อ “เอาล่ะๆ พี่อ้วนไม่อยากพูดเรื่องความเก่งของตัวเองแล้ว ข้าจะเล่าเรื่องสาวๆในเผ่าที่มารุมชอบข้าแทนแล้วกันนะ เจ้าจะได้ไม่เบื่อ เอ....เริ่มจากใครก่อนดีนะ เอาคนนี้แล้วกัน คนแรกมีชื่อว่า................” อู๋ต้าเริ่มพูดอีกรอบ เจิ้นเทียนมองเพื่อนคนนี้อย่างอ่อนใจ พลางคิดว่าตนน่าจะเป็นลมต่ออีกสักพัก จะได้พักหูที่เริ่มชาขึ้นมาอีกรอบการเดินทางของเผ่าฟ้าคำรามหลังจากที่เกิดเหตุเจิ้นเทียนสลบนั้น ก็ราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง หวังอู่เริ่มฟื้นตัว สามารถนั่งและพูดคุยได้บนเกวียน อู๋ต้าและเจิ้นเทียนก็พูดคุยกันมาตลอดทาง แม้เจิ้นเทียนพยายามจะแอบมองทางมู่เหวินเป็นระยะ แต่ก็ไม่เห็นควันสีดำอีกเลยจึงวางใจและคุยกับอู๋ต้าต่อ แม้ว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายรับฟังมากกว่าพูดก็ตามเมื่อทั้งหมดเดินทางได้ประมาณยี่สิบวัน  ก็เห็นชนเผ่าแห่งหนึ่ง ชนเผ่านี้ตั้งอยู่บริเวณภูเขาเขียวขจีขนาดย่อมๆ มีลำธารอยู่ด้านหลัง มีผู้คนอาศัยอยู่ประมาณห้าร้อยคน และมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง“ในที่สุด ก็ถึงสักที..ท่านปู่ข้าเจิ้นเทียนกลับมาแล้ว”  เจิ้นเทียนพูดกับตัวเองด้วยสีหน้าดีใจ พลางมองไปเบื้องหน้า  ไม่เพียงแต่แต่เจิ้นเทียน ทุกคนที่เดินทางไม่เว้นแม้แต่มู่เหวิน ก็รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางมาถึงบ้านของตัวเอง.....บ้านของพวกเขา.."เผ่าฟ้าคำราม" ตัดมาเหตุการณ์ขณะที่เจิ้นเทียนสลบไป ณ ชนเผ่าแห่งหนึ่ง มีเสียงเก่าแก่โบราณร้องโหยหวนดังขึ้นอย่างสยดสยอง“ก๊าซซซ!!!...เป็นไปไม่ได้” ………………………………………………………………………………