นอกห้อง
ฟงอีนั่งทานสำรับที่องค์ชายสั่งมาอย่างไม่ทุกร้อนอันใด อีกสักสองเค่อค่อยไปสั่งให้องค์ชายใหม่..ถ้ายังไม่ออกมาก็สั่งอีกเรื่อยๆ…ข้าทานไหว ‘ถือเป็ค่าตบหน้าสตรีนางนั้นนะขอรับ’ เสียงครางในวันนี้เหมือนบทเพลงขับกล่อมชั้นดีรึไม่นะ…อืม..เสี่ยวว่านอยู่ที่ใด? เอ๊ะ!!แล้วข้าจะคิดถึงนางทำไมเล่า หันซ้ายหันขวาอย่างหวาดระแวงเพราะรู้ว่านางคือองครักษ์เงาสตรีย่อมแอบอยู่ในบริเวณนี้ไม่ใกล้ไม่ไกล ‘ข้าคงจะบ้าไปแล้วเป็แน่’ ส่ายหน้าให้กับตัวเอง
๑----------------------------๑
ก่อนยามไฮ่สองเค่อ(20.30)
“หยางหลง ข้าเจ็บ” คู่หมั้นตัวน้อยแต่มากวัยหลับตางอแงอยู่ในอ้อมกอดเมื่อเ้าหยางหลงอุ้มนางลงมาจากชั้นสองของโรงเตี๊ยมเสี่ยวซื่อ เขาััได้ว่านางมีไข้ สาเหตุใหญ่ที่เป็เช่นนี้เพราะเขาเคี่ยวกรำนางมากจนเกินไป จากที่จะปล่อยให้นางได้รับสำรับมื้อกลางวันก็มิได้รับ...ยาวมาจนถึงสองเค่อก่อนหน้านี้
“ข้ารู้ยอดรัก ข้าให้ฟงอีไปหายาต้มมาให้เ้าแล้ว” สองขาแกร่งเดินมุ่งหน้าออกจากโรงเตี๊ยมโดยไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนรอบข้าง
“เ้าต้องรับผิดชอบ...ฮึ่กๆ” ร้องไห้สะอึกสะอื้น ใครจะรู้ว่าบุรุษผู้เป็คู่หมั้นจะมีแรงร่วมรักกับนางได้โดยไม่หยุดพักเช่นนี้เล่า แต่ละครั้งเขาปล่อยนางพักไม่ถึงชั่วหนึ่งจิบชาเสียด้วยซ้ำ…
“ย่อมเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว ใจข้าอยากเร่งวันสมรสใจจะขาด ข้าจะได้มีเวลาเฝ้าเ้าทั้งวันทั้งคืน”
“ไม่เอา” เสียงของนางแหบแห้งจนเจ็บคอไปหมด อย่าได้ถามถึง 'ตรงนั้น' เลย มันปวดระบมจนนางก้าวขาแทบจะไม่ได้
“หึ” ปั่กๆๆ แรงทุบอันน้อยนิดจากสตรีที่ไร้เรี่ยวแรงทำให้เ้าหยางหลงหัวเราะไปตลอดทางที่อุ้มนางเดินกลับกระท่อมปลายนา (ในท่าเ้าสาว) “5555”
เพียงหนึ่งเค่อ ฟงอีผู้ได้รับคำสั่งให้ไปหายาต้มแก้ปวดและลดอาการไข้ก็กลับมา เ้าหยางหลงหาที่นั่งตรงข้างทางห่างไกลผู้คนประคองตัวนางนั่งบนตักก่อนจะนำถ้วยยาจ่อตรงริมฝีปากบวม…ไม่มาก?
“ดื่มเสีย กลับถึงกระท่อมเ้าจะได้สบายตัว”
“อืม” คนป่วยผงกหัวรับพร้อมกับลืมตา รับถ้วยยามมาทานอย่างว่าง่ายแม้นางจะรู้ว่ามันขมมากแต่นางก็ต้องทานเพื่อแก้อาการปวดเมื่อยอึ่กๆๆ “ขมมากจริงๆ”
“ขมรึ?” ทำหน้าตาไม่อยากจะเชื่อก่อนจะก้มลง ‘ชิม’ ด้วยตนเองจากปากนาง?
“อะ...อืมม”
ฟงอีทำหน้าหน่ายใจ ฉวยชามยาออกจากมือของเจียวหนิงอันแล้วพริ้วกายจากไปทันที ‘อาการหลงชายากำลังเริ่ม’
กระท่อมปลายนา
เ้าหยางหลงอุ้มสตรีตัวน้อยเข้าไปในกระท่อมและบอกแก่ท่านพ่อตาว่านางแช่น้ำร้อนกับฮองเฮานานเกินไปจึงเกิดอาการไข้ขึ้น ซึ่งท่านพ่อตาและท่านยายก็มิได้ซักถามอันใดมากเพราะทั้งคู่ก็เป็คู่หมั้นกันอยู่แล้วจะกลับบ้านยามใดก็ไม่น่าผิดสังเกตุ
บุรุษอ่อนวัยเดินอุ้มนางไปส่งถึงในห้องนอนก่อนจะห่มผ้าให้แล้วขอตัวกลับในทันที
๑----------------------------๑
ยามโฉว่(01.40)
เจียวหนิงอันนอนพลิกตัวอย่างอึดอัด นางรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกรัด..จากอะไรบางอย่าง ด้วยความที่ยังอ่อนเพลีย นางจึงทำได้เพียงแค่ดิ้นเล็กน้อยและครางออกมา “อือ..อึดอัด” พลิกตัวกลับมานอนหงาย ดวงตาสีสวยกระพริบขึ้นลงๆ คลำหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าท้องลูบไล้ไปมา…. ‘มือ’
ขวับ!!!! รีบหันมองด้านข้างอย่างรวดเร็ว ภายใต้เงามืดสลัว นางสบตากับ “หยางหลง!!”
ฟุ่บ!! “ชู่ว!!! อย่าส่งเสียงดังไปชายารัก หากท่านยายตื่น วันรุ่งขึ้นเ้าได้ขึ้นเกี้ยวเ้าสาวเป็แน่” ปิดปากของนางไว้แล้วค่อยๆคลายออก เปลี่ยนมาเป็นอนตะแคงมองใบหน้างามเนียนกระจ่าง เขายกมือขึ้นเกลี่ยแก้มนางอย่างแ่เบา “ข้าห่วงเ้ามากจนทนไม่ไหว ลักลอบเข้ามาหาในยามนี้ เป็อย่างไรบ้าง”
“ข้าดีขึ้นมากแล้ว” นางจับมือเขามากุมไว้ “หายปวด..แล้ว”
“หืม...หายปวดหัวรึ?”
“อืม” จะให้บอกว่าปวดตรงนั้นงั้นรึ ‘บ้าไปแล้ว’
“ดีแล้ว วันพรุ่งนี้เ้าจะได้ลุกเดินเหินสะดวก” ล้มตัวลงนอนเคียงข้างคู่หมั้น
เจียวหนิงอันทำหน้างงๆ “เ้าก็ออกไปสิหยางหลง”
ผู้ถูกไล่ทำเพียงแค่นอนเฉยๆราวกับไม่ได้ยินคำที่นางพูด “_”
“ไปสิ เ้ามานอนในนี้มันไม่เหมาะ”
สวบ!! กอดนางแแ่ “ไม่เหมาะอย่างไร ข้ากับเ้าเป็สามีภรรยากันแล้วจะนอนร่วมเตียงยามใดก็ย่อมได้ มีสิ่งใดไม่เหมาะ”
“เรายังไม่ได้สมรส..อื้อ..ถอยไป” นางยกมือขึ้นกั้นเมื่อเขาเริ่มขยับกายขึ้นคร่อมนางอีกแล้ว
“หากคืนนี้เ้าไม่ให้ข้านอนที่นี่..” ก้มหน้าลงจุ๊บริมฝีปากบาง จุ๊บ!!! “จะไม่หยุดเพียงแค่จุมพิตเดียวแน่ๆ”
คนถูกขู่เม้มปากตนเองแน่น ส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน
“ให้นอนหรือไม่?”
“อืม” ผงกหัวรับเพราะถ้าจะให้นางสู้รบกับเขาอีกครั้งนางคงจะตายคาอกเขาเป็แน่...น่าอายจะตายไป “แค่นอน”
“ขอรับ..แค่นอน” เ้าหยางหลงขยับกายนอนลงเคียงข้าง เขาโอบกอดนางไว้อย่างแสนรักและหวงแหน “คืนนี้ขอให้เ้าหลับฝันดี..ยอดรัก”
สตรีตัวน้อยยิ้มกว้างออกมา พึมพำตอบเบาๆ “เช่นกันสามี”
????????????
๑------------------------๑
วันรุ่งขึ้นในยาม(05.40)
ข้างกายของเจียวหนิงอันว่างเปล่า ััได้ถึงความอบอุ่นอันเจือจาง คาดว่าหยางหลงคงเพิ่งจะออกไปได้ไม่นาน สตรีตัวน้อยค่อยๆขยับกายลุกนั่ง
“อ่ะ..ซี้ดด” ความเจ็บกลางกายยังมีอยู่แต่ไม่มาก หากนางไม่ขยับเร็วๆก็คงจะไม่เป็อะไร ไหนใครเคยบอกว่าเสียสาวแล้วเจ็บไม่มากนางขอคัดค้านหัวชนฝา สองขาลุกขึ้นยืนเฉยๆ เมื่อมัน ‘ไม่สั่น’ จึงค่อยๆย่างก้าวตรงไปยังห้องชำระล้าง ปลดชุดคลุมออกจากกายและก้มมองสำรวจ..เอ่อ ‘ยังคงบวมนิดๆ’ ยิ่งคิดก็ยิ่งอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หากจะถามว่านางมีความสุขหรือไม่ นางตอบได้เต็มปากว่า ‘มาก’ สองขาก้าวลงอ่างอาบน้ำ ความเย็นสบายชะโลมผิวกายให้สดชื่น นางใช้ใยบวบขัดผิวกายทุกซอกทุกมุมจนสะอาด..ก่อนจะลุกขึ้นไปสวมชุดสีฟ้าสดใส ออกไปจัดสำรับด้านนอก อากาศในยามเช้าเย็นสบายปลอดโปร่งเหมือนเช่นทุกๆวันที่นางอยู่ที่นี่แต่หลังจากนี้ทุกอย่างมันจะเปลี่ยนเมื่อนางสมรส
มือบางก่อไฟด้วยท่าทีเลื่อนลอย หัวสมองน้อยๆครุ่นคิดถึงเื่ในภายภาคหน้าของตัวเองว่ามันจะดำเนินไปยังทิศทางใด จะอยู่แคว้นไหน จะมีลูกเมื่อใด..นางเดาไม่ถูกเลยจริงๆ
“เหตุใดคู่หมั้นจึงเหม่อลอยเช่นนี้เล่า” เ้าหยางหลงเดินมาหาเมื่อเห็นกระท่อมเริ่มก่อไฟในครัวด้านหลัง
“ข้ากำลังคิด”
“เื่ใด?”
“คิดว่าหลังจากแต่งออกไป ข้าจะอยู่ที่ไหนน่ะสิ”
เ้าหยางหลงอมยิ้มเพราะอย่างน้อยในความคิดนางก็ยังคงมีเขาอยู่ด้วย “แล้วหนิงอันอยากอยู่ที่ใด?”
“ข้าอยากอยู่ที่กระท่อมปลายนาแห่งนี้มากกว่าอยู่ในวังหลวง”
“ข้าก็ชอบกระท่อมปลายนาแห่งนี้ หากเราสมรสกันแล้วเ้าอยากจะอยู่ที่นี่นานๆข้าก็ไม่ว่าแต่เ้าอย่าลืมว่าเ้าต้องกลับไปไหว้ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าที่แคว้นเ้า”
“ข้ารู้..แต่ข้าหมายถึงหากเราเลี่ยงที่จะเดินทางมิได้ ข้าก็อยากให้กระท่อมปลายนาเป็บ้านที่เราจะต้องกลับมาทุกครั้งหลังจากเดินทาง”
“หมายถึงอยู่ตลอดไป?”
“ใช่” ส่งสายตาอ้อนวอน “ได้หรือไม่?”
“ข้าย่อมตามใจเ้าแต่เราจะต้องกลับไปเยี่ยมท่านพ่อและท่านแม่ของข้าทุกปี” เ้าหยางหลงไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะเ้าเฟิ่งเซียนก็อยู่ที่แคว้นเพ่ยด้วยกันอยู่แล้ว อีกทั้งในแคว้นเ้ายังมีน้องของเขาที่อยู่กับท่านแม่อีกสองคน ดังนั้นหากนางอยากอยู่ที่นี่มากกว่า เขาผู้เป็สามีย่อมไม่ขัด
“ตกลง” นางยิ้มหวานส่งไปให้คู่หมั้นของตนเอง เช้าวันนั้นทั้งคู่จึงช่วยกันทำสำรับเช้าที่เ้าหยางหลงขอว่าอยากกิน ‘ข้าวผัดหมู’ เจียวหนิงอันจึงทำมันขึ้นมาชามใหญ่ก่อนที่ฝ่ายคู่หมั้นวัยเยาว์จะเริ่มเตรียมงานมงคลที่จะมีในอีกห้าวันข้างหน้าตามคำขอของเจียวหนิงอันที่ขอเพียงญาติทางฝ่ายบุรุษซึ่งก็คือฮ่องเต้เพ่ยหานหรงและฮองเฮาเ้าเฟิ่งเซียน ส่วนทางฝ่ายของนางมีเพียงท่านพ่อและท่านยาย ความเรียบง่ายนี้จะถูกจัดขึ้นที่กระท่อมปลายนาแม้ว่าเ้าหยางหลงจะเป็ถึงองค์ชายแต่ด้วยความที่ไม่ใช่แคว้นเ้าของตนเองเ้าหยางหลงก็ไม่ได้ขัดอะไร
‘ทุกอย่างแล้วแต่หนิงอันเถอะ’