“เ้าทำได้ดีกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ไม่น้อย”พญางูบอกด้วยเสียงต่ำ ดวงตาสีอำพันจ้องมองประกายแสงสุดท้ายบนโลกใบนั้นอย่างนิ่งเฉย
“แต่มันก็ยังล้มเหลว”วิฬาร์ส่ายหน้าแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเสียดายดูท่าร่างอวตารร่างนี้คงจะหลุดมือจากเขาไปแล้ว
“อาจจะไม่…ขึ้นอยู่กับว่าเ้าตีความเื่ความล้มเหลวไว้อย่างไร” พอได้ยินอย่างนี้วิฬาร์ถึงกับหันขวับกลับมาด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
หรือว่าเขายังคงมีหวัง?
“ท่านหมายความว่ายังไง?”
มันหันกลับมาสบตาเขา
“ถ้าหากข้าให้โอกาสเ้าดูแลพวกมันอีกครั้งคราวนี้เ้าจะเลี้ยงดูพวกมันยังไงให้ดีกว่านี้”
“ผมจะเลี้ยงดูพวกเขายังไง...?”
วิฬาร์ได้ยินคำถามแล้วก็ทวนซ้ำอย่างใจลอยในหัวเริ่มคิดหาหนทาง
การปูทางด้วยขวากหนามให้พวกเขาเดินทำให้แข็งแกร่งจนชาติอื่นเทียบไม่ติดก็จริงทว่าก็เป็การฝึกฝนให้คนพวกนั้นรู้จักแต่การใช้ความรุนแรงแสวงหาสิ่งอื่นมาเติมเต็มความขาดแคลนของตัวเอง แต่การละทิ้งมันก็อาจไม่ใช่คำตอบที่ดี
เพราะหากคนพวกนั้นไม่รู้จักฝึกฝนตัวเองให้เข้มแข็งดีไม่ดีอาจกลายเป็ว่าถูกคนเมืองอื่นหรือประเทศอื่นกลืนชาติไปั้แ่หลายพันปีก่อนแล้วก็ได้เขาคิดว่าอาจจะแค่ลดการใส่เื่ร้ายๆ ลงไป ให้เวลาพวกเขาได้พักผ่อนบ้าง แต่เื่ด้านเสริมความแข็งแกร่งของตัวเองก็ไม่ถึงกับละทิ้งจนสิ้นแค่หันไปเน้นพัฒนาเื่อื่นแทนบ้าง
อาจจะไปเน้นทางด้านเศรษฐกิจ?
วิฬาร์ลังเลเมื่อคิดถึงข้อนี้
เื่เงินๆทองๆ ก็นับเป็หนึ่งในต้นเหตุความรุนแรงหลายๆ อย่างเหมือนกันตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเื่ฆ่าล้างครัวเพื่อหวังมรดกลอบแทงข้างหลังคู่แข่งเพื่อชิงลูกค้า ยังไงความรุนแรงก็ยังจะคงเกิดขึ้นอยู่วันยังค่ำ
เขาคิดหาทางออกหลายแบบทั้งการประนีประนอม เทคโนโลยี การเกษตร แต่พอลองคิดถึงหนทางระยะไกลดูแล้วเหมือนว่าตอนจบของมันจะออกมาไม่ดีเลยสักทาง
“ผม...”พญางูเงี่ยหูฟังคำตอบ
“...ผมคงลดเื่ความรุนแรงลงบ้างเพื่อให้พวกเขารู้จักโลกในมุมอื่นไม่ใช่เพียงแค่การเอาชีวิตรอด แต่…”
เขายังคิดทางที่ดีกว่านี้ไม่ออก
ตัวแปรต่างๆเยอะเกินกว่าที่เขาจะคิดออกมาได้ ถ้าหากเมืองของเขาอ่อนแอก็อาจถูกคนที่แข็งแกร่งกว่ายึดครอง หรือไม่ก็อาจจะถูกทำลายด้วยวิธีอื่นอาจจะเป็การกดดันทางด้านเศรษฐกิจ อาหาร การแพทย์ หรือสิ่งแวดล้อมที่มีปัญหา แต่ไม่ว่าจะทางไหนมันก็ทำให้เขาไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเอง
“เ้าไม่มั่นใจรึ?”มันคาดคั้น
“…เหมือนกับว่าทุกๆ ทาง จะจบลงด้วยการล่มสลายเหมือนกันหมด...” เขาบอกสิ่งที่ประเมินเอาไว้ในหัว
“...ต่างกันแค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น”วิฬาร์พูดเสียงอ่อย
“แล้วนั่นไม่ถูกต้องหรือ?”มันย้อนถามจนเขาเริ่มงง การล่มสลายเป็เื่ถูกต้องั้แ่เมื่อไหร่กัน
“ไม่ถูก”
“ไม่ถูกอย่างไรเ้าคิดว่าพวกมันควรจะอยู่ไปชั่วกาลรึ?” มันย้อนถาม
เขาอ้าปากเตรียมแย้งแต่กลับไม่มีคำพูดไหนหลุดออกมา
อยู่ไปตลอดกาล?ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าไม่มีสิ่งไหนเป็ะ แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังต้องมีวันแตกดับเพียงแต่ช้าหรือเร็วเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ที่เหมือนว่าจะมีดีเอ็นเอชอบความรุนแรงติดตัวมาั้แ่เกิดความจริงเขาเองยังค่อนข้างแปลกใจด้วยซ้ำที่พวกเขาอยู่รอดมาได้ถึงสี่พันกว่าปี
“ถ้าอย่างนั้นทางที่ถูกต้องคืออะไร?”
“มันไม่มีทางที่ถูกต้องหรอกเด็กน้อยเื่นี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วมันเป็เพียงแค่เหตุการณ์หนึ่งที่จะมาถึงและผ่านไปเท่านั้นเหมือนดั่งเช่นที่มันเป็มาั้แ่ยุคก่อน แม้แต่เหล่าเทพก็มิอาจหยุดยั้งได้”มันลดหัวลงแล้วมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยนราวกำลังปลอบใจ
“งั้นนี่คือคำตอบของบททดสอบนี้หรอครับ?ผมสับสนไปหมดแล้ว การทดสอบนี่คืออะไรกันแน่?” เขารู้สึกเหมือนสมองเริ่มไม่ค่อยจะพอใช้ไอ้คำพูด‘หมายความว่ายังไง’ เริ่มถูกใช้อย่างสิ้นเปลือง
การทดสอบเริ่มต้นด้วยมุมมองการใช้พลังของเขาจากนั้นก็เปลี่ยนเป็การล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์ นี่มันเกี่ยวกันตรงไหนเขาหาความเชื่อมโยงไม่ถูก
“ฮ่าๆๆเห็นแก่ที่เ้าทำให้ข้าหายเบื่อได้ ข้าจะบอกให้ฟัง”เ้างูผงกหัวร่าราวกับคนกำลังหัวเราะจนตัวโยน
“สิ่งที่ข้ารอชมมิใช่เป้าหมายที่เ้าพิชิตทว่าเป็เส้นทางที่เ้าเลือกเดิน ว่ามันน่าสนใจเพียงใด”
“แม้ว่าสุดท้ายพวกเขาจะตายกันหมดโลกหรอครับ?”วิฬาร์ยังคงสับสน
มันชะโงกหัวเข้ามาจนเกือบชิดสบตาเขาด้วยแววตาระรื่นก่อนจะเอ่ยตอบ
“ใช่ จุดจบสุดท้ายของทุกสิ่งคือการดับสิ้นทั้งนั้นข้าไม่ได้หวังให้พวกมันอยู่ตลอดไปอยู่แล้ว ดังนั้นแม้ว่าจะตายกันหมดโลกก็ต้องปล่อยให้มันเป็ไป”
“ทว่าเส้นทางที่เ้านำทางพวกมันต่างหากที่ทำให้ข้าประทับใจเพราะมันช่างตรงกับกฎเดียวที่ข้าเชื่อมั่นและยึดถือ...” มันเว้นจังหวะ
“...นั่นคือกฎแห่งธรรมชาติผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอ” เ้างูเน้นเสียงหนักทุกถ้อยคำจากนั้นก็เริ่มอธิบายด้วยความตื่นเต้น
“พลังที่เ้าใช้สะท้อนถึงสิ่งที่เ้าใฝ่หาหากเ้าใช้มันเพื่อแก้ปัญหาโดยตรง นั่นก็แปลว่าในใจลึกๆ แล้ว เ้าหวังให้มีใครสักคนช่วยเหลือเ้าอยู่ตลอดเวลาแต่นี่ เ้าแสดงให้ข้าเห็นว่าแม้ว่าฟ้าจะไม่เป็ใจเ้าก็จะพยายามฝ่าฟันมันไปให้ถึงที่สุด วิวัฒน์ กลืนกินดูดซับทุกสิ่งเพื่อแข็งแกร่งขึ้นเหนือผู้อื่น เกาะกลุ่ม หาความสามัคคีทำสิ่งที่ลำพังตัวเองไม่สามารถทำได้ ไม่รอคอยความหวังลมๆ แล้งๆจากสิ่งที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ ฝากความหวังไว้กับสิ่งที่เ้าเชื่อมั่นได้มากที่สุดและมันก็คือ...” เ้างูคล้ายยิ้มอย่างพอใจเมื่อพูดถึงประโยคนี้
“...ตัวผมเอง”เขาเอ่ยขึ้นขัดโดยไม่รู้ตัว
มันไม่มีท่าทีหงุดหงิดที่ถูกเขาขัดจังหวะแต่กลับยิ้มรับอย่างยินดี
“ถูกต้องนั่นคือตัวเ้าเอง”
วิฬาร์อ้าปากค้างอย่างตกตะลึงหัวสมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกในพริบตา ความจริงเขาไม่ได้คิดไกลไปถึงขนาดนั้นเื่เข้มแข็งเพื่อพิชิตคนอื่นไม่ได้อยู่ในแผนของเขามาั้แ่แรกวิฬาร์เพียงแค่ี้เีจะต้องมานั่งควบคุมไปตลอดเท่านั้นจึงอยากให้พวกมนุษย์ดูแลตัวเองกันได้โดยไม่ต้องพึ่งเขา จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไม่รู้จบ
“แม้ว่าเส้นทางที่เ้าเลือกจะค่อนข้างรุนแรงไปมากแต่ก็นับว่าเป็เส้นทางที่ใช้ได้แบบหนึ่งเพียงแต่ข้าอยากจะแนะนำว่าเ้าควรเพลามือลงหน่อย มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในการเอาตัวรอดอยู่แล้วเ้าไม่ต้องบีบคั้นพวกมันถึงขนาดนั้นก็ได้”
เขาฟังคำชี้แนะของมันแล้วค่อยๆซึมซับ แต่เหมือนมันจะไม่สนใจว่าเขาจะตามทันหรือไม่ พญางูยังคงพูดต่อ
“และมันทำให้ข้าคิดว่าเ้าคือคนที่เหมาะสมแล้วที่จะรับ่ต่อพลังนี้แทนข้าพลังที่จะพาเ้าและมนุษย์คนอื่นเดินทางไปสู่มหาศึกาครั้งสุดท้ายที่จะเป็ตัวตัดสินระหว่างความเป็และความตายของพวกเ้าทั้งหมด”
“พลังแห่งร่างอวตาร”
วิฬาร์ช็อกค้างไปแล้วขาสองข้างยันไว้ไม่มั่นจนทรุดลงไปกองกับพื้น ทันทีที่ได้ยินคำว่าร่างอวตาร ในหัวก็วิ่งพล่านไปด้วยเื่ราวต่างๆนานา แม้ในอดีตเขาจะเคยหวังว่าตัวเองอาจจะเป็หนึ่งในคนที่โชคดีได้รับพลังของร่างอวตารไหนมาสักร่างทว่าหลังจากการผจญภัยใน่ทดสอบระบบเกมอยู่หลายปี กลับไม่พบเจอร่องรอยภารกิจอะไร และแม้แต่ตอนที่มีโอกาสเข้าใกล้มันมากที่สุดเพื่อนสนิทของเขาสองคนก็เป็ผู้ที่เหมาะสมและได้รับไปแทน ต่อให้ตอนนั้นในใจจะรู้สึกยินดีไม่น้อยแต่จะบอกว่าไม่มีอารมณ์อิจฉาสักนิดเลยก็ไม่ใช่
ยิ่งหลังจากนั้นที่เขาต้องช่วยเพื่อนบริหารงานส่วนนอกเกมเพื่อหนุนเสริมระบบกิลด์อยู่ปีกว่าก็ทำให้เขาเริ่มปล่อยวางความหวังของการได้รับพลังนี้ไปนานแล้วเพราะเวลาในเกมหมุนไปเร็วกว่าห้าเท่า ผู้เล่นในเกมก็มีหลักสิบๆ ล้านคงเป็ไปได้ยากที่จะเหลือร่างอวตารร่างไหนมาถึงมือเขาอีก
แต่แล้วความฝันกลับเป็จริงขึ้นมาเพียงวันแรกที่เข้าเกมซะอย่างนั้น
ความยินดีที่เอ่อล้นในหัวใจทำเอาเขาพูดไม่ออกอยู่หลายนาทีวิฬาร์นั่งคุกเข่าในสภาพนิ่งค้างนานจนทำให้เ้างูหัวเราะดึงสติเขากลับมาสู่โลกความจริง
“ละ...แล้ว...ร่างอวตารที่ข้าได้รับคือใคร”
มันยิ้มอย่างลึกลับแล้วเอ่ยตอบเสียงก้อง
“เดี๋ยวเ้าก็รู้เอง”
พญางูตัวมหึมาชูคอขึ้นสูงกวาดหางเข้ามาหาตัวจนเมฆขาวฟุ้งตลบ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมา
“และยินดีจริงๆที่เ้ากลับมา ข้ารอคอยวันที่จะได้พบเ้าอีกครั้งมานานแล้ว”
เมฆขาวก่อตัวหนาหนักขึ้นก่อนจะกลบตัวมันจนเกือบมิด
รอคอยพบเขามานานแล้ว?
นั่นไม่เท่ากับว่ามันติดตามดูการกระทำของเขามาั้แ่สมัยเบต้าเทสต์?
หรือว่าร่างอวตารทุกร่างจะมีความสามารถนี้?
“เดี๋ยว!” เขาเอ่ยรั้งร่างมหึมาที่ถูกกลุ่มเมฆปกคลุมมากขึ้นเรื่อยๆ
“าครั้งสุดท้ายคืออะไรพลังร่างอวตารมีไว้เพื่ออะไรกันแน่?”
าครั้งสุดท้ายอีกแล้วนี่เป็ครั้งที่สองที่เขาได้ยินคำพูดของประโยคนี้ในเกมทั้งๆที่สมัยก่อนตอนที่เขาเป็ผู้เล่นระดับแนวหน้าผ่านภารกิจลับมาหลายอย่างก็ยังไม่เคยเจอข่าวคราวเกี่ยวกับเื่นี้มันฟังดูเหมือนจะเป็เื่ใหญ่มากๆ แต่วิฬาร์ก็ยังไม่เข้าใจว่าจะเป็เื่อะไรไปได้
“นั่น…เป็เื่ที่เ้าต้องหาให้เจอด้วยตนเอง”เมฆขาวปกคลุมตัวมันจนเขาได้ยินเพียงแต่เสียงพูด ก่อนจะแตกกระจายออกมาเป็ความว่างเปล่าทิ้งวิฬาร์ที่ทำหน้าเหลอหลาไว้เพียงลำพัง
วิฬาร์ตาลอยอย่างสับสนก่อนที่สองตาจะค่อยๆ หนักอึ้งแล้วหลุบลงต่ำ สิ้นสติไปในที่สุด
สนุกกันมั๊ย ติชมได้นะครับ