ตอนที่ 19 เฉินซื่อถูกลงโทษ (1)
“ซุนหมอมอ คงต้องรบกวนเจ้าส่งคนไปเชิญท่านหมอโจวมาที่จวนสักหน่อย” กู้อวิ๋นหวงเอ่ยต่อ
ซุนหมอมอมองฮูหยินผู้เฒ่ากู้กับเฉินซื่อแวบหนึ่ง ก่อนออกไปนอกประตู เรียกสาวใช้คนหนึ่งมากระซิบสั่งการสองสามประโยค หลังเห็นสาวใช้ผู้นั้นเร่งฝีเท้าออกไปจากเรือนเล่อโซ่วแล้ว นางจึงเดินกลับมา
สั่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว กู้อวิ๋นหวงก็กลับมานั่งลงบนเก้าอี้ เอียงหน้าถามกู้หมิงฮั่นเรื่องในสำนักศึกษาสองสามคำ กู้หมิงฮั่นตอบทีละคำถามไป กู้อวิ๋นหวงก็เอ่ยชมเขาสองสามคำพอเป็นพิธี ครั้นหันศีรษะกลับมา เห็นฮูหยินผู้เฒ่ากู้กับซุนหมอมอสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี นางก็เคาะที่พักแขนเก้าอี้เบาๆ
“เป็นใครกันมุ่งคิดทำร้ายท่านแม่กับข้าถึงเพียงนี้ ในเมื่อท่านพ่อไม่ยอมตรวจสอบ ข้าก็ได้แต่ต้องสืบหาด้วยตัวเองแล้ว ถ้าข้าสืบหาตัวไม่เจอ ถึงเวลานั้นก็คงต้องไปขอให้ลูกศิษย์ลูกหาของท่านตาช่วยสืบหาให้แล้ว เรื่องน่าอายในบ้านแม้ไม่อาจป่าวประกาศให้ภายนอกรับรู้ แต่ถ้าชีวิตกำลังจะหาไม่ ก็คงไม่มีเวลามาสนใจหรอกว่าน่าอายหรือไม่น่าอาย”
“ไม่มีใครเขาทำร้ายมารดาของเจ้า แล้วก็ไม่มีคนทำร้ายเจ้าด้วย!” ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กล่าว
กู้อวิ๋นหวงยิ้มไม่ตอบคำ
สีหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากู้เปลี่ยนไปไม่น่าดู นางมองกู้เจิ่น “หมอซ่งอยู่ในเมืองหลวงถือเป็นหมอมีชื่อคนหนึ่ง เริ่มแรกนั้นเชิญเขาเข้าจวนมารักษาไข้ ก็เพราะสนใจในวิชาแพทย์ของเขา เวลาล่วงเลยมา แม้กระทั่งไข้หวัดก็ยังรักษาไม่หาย หนำซ้ำอยู่ดีๆ ก็มาตกตายไป เรื่องนี้ดูแล้วมีเงื่อนงำบางอย่างจริงดังว่า เจ้ากลับไปแล้วก็ให้ศาลจิงจ้าวลองตรวจสอบดูให้ละเอียดเถอะ”
กู้เจิ่นชำเลืองมองกู้อวิ๋นหวง “ทางศาลจิงจ้าวดำเนินการสืบสวนคดีนี้แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เปลี่ยนจากโกรธเป็นขำ หันมองกู้อวิ๋นหวงแล้วกล่าว “เจ้าดูสิ พ่อเจ้าไหนเลยจะไม่ยอมตรวจสอบ ก็แค่ไม่ยอมบอกเท่านั้นเอง ต่อไปก็อย่าเที่ยวโวยวายเป็นเด็กๆ ไปอีกละ”
กู้อวิ๋นหวงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ทว่านัยน์ตากลับเย็นเยือก
ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้นางชักสีหน้าขึ้นเสียงใส่ถึงปานนี้ มีหรือจะบีบให้ท่านพ่อเอ่ยประโยคนี้ออกมาได้ แต่แค่นี้ยังห่างจากคำว่าพออีกไกล ที่นางต้องการ หาใช่หวังพึ่งการข่มขู่บังคับให้ท่านย่ากับท่านพ่อยอมประนีประนอม ที่นางต้องการคือความหวาดกลัวของพวกเขา นั่นก็คือความจริงของชาติที่แล้ว!
กู้อวิ๋นหวงก้มหน้าหลับตา จนกระทั่งชิงอวี้กับเจียงเย่ว์เหยาและอินซื่อทยอยกันกลับมา นางจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
“คุณหนู” ชิงอวี้มายืนด้านหลังกู้อวิ๋นหวง เจียงเย่ว์เหยาขบมุมปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่งยาอวี้จือหนิงลู่เกาในมือมาเบื้องหน้ากู้อวิ๋นหวง
กู้อวิ๋นหวงกลับโคลงศีรษะ “เจ้าถือไว้ รอท่านหมอโจวมาแล้วค่อยว่ากัน”
หลังเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ท่านหมอโจวก็รีบเร่งเดินทางมาถึง
ทำความเคารพกลุ่มคนในห้องเสร็จ หมอโจวก็เห็นกู้หมิงจวิน เจียงเย่ว์เหยาและเฉินซื่อที่มีแผลบนใบหน้า “นี่คือ...”
“ท่านหมอโจวรอประเดี๋ยว” กู้อวิ๋นหวงส่งสัญญาณให้เจียงเย่ว์เหยาส่งยาอวี้จือหนิงลู่เกาให้เขา “ที่เชิญท่านหมอมา ไม่ใช่เพื่อให้ท่านช่วยดูแผลของพวกนาง แต่อยากรบกวนท่านหมอโจวช่วยตรวจสอบยาอวี้จือหนิงลู่เกาสองตลับนี้ว่ามีปัญหาอันใดหรือไม่”
หมอโจวประหลาดใจ หันมองกู้เจิ่นกับฮูหยินผู้เฒ่ากู้อย่างรวดเร็ว ครั้นเห็นพวกเขาต่างไม่ได้คัดค้าน ก็รีบวางหีบยาในมือลง เช็ดมือกับลำตัวสองหน แล้วยื่นมือไปรับยาอวี้จือหนิงลู่เกาที่เจียงเย่ว์เหยากับอินซื่อส่งมา เพราะกลัวจะสับสน หลังรับมาแล้วเขาจึงวางตลับของอินซื่อลงในหีบยาก่อน
เขาเปิดฝาตลับยาอวี้จือหนิงลู่เกาของเจียงเย่ว์เหยาอย่างระมัดระวัง วางจ่อจมูกดมกลิ่นครู่หนึ่ง ก่อนแตะขึ้นมาทาบนหลังมือเล็กน้อย สังเกตอยู่สักพักแล้วกล่าวขึ้น “นี่เป็นยาอวี้จือหนิงลู่เกาที่ได้รับพระราชทาน ไม่มีปัญหาขอรับ”
ปิดฝาเรียบร้อยแล้วก็วางลงอย่างระมัดระวัง หยิบอีกตลับขึ้นมา
หลังสูดหายใจเข้าลึกแล้ว ท่านหมอโจวก็เปิดฝาออก วางตรงจมูกเพื่อดมกลิ่นสัมผัสก่อนเช่นเดียวกัน ทว่าที่ไม่เหมือนกับตลับของเจียงเย่ว์เหยาก่อนหน้านี้ก็คือ เขาดมไปได้ครู่เดียวก็ย่นคิ้ว หลังจากนั้นก็ยิ่งไม่เชื่อ ดมซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ ขมวดคิ้วแน่น แตะขึ้นมาปาดบนหลังมือเล็กน้อย อาศัยแสงแดดจากด้านนอกดูอยู่สักพัก แล้วก็ส่ายหน้ากล่าว “ยาอวี้จือหนิงลู่เกาตลับนี้ใช้ไม่ได้แล้ว อย่าว่าแต่หลังทาแล้วทำให้แผลสมานช้าเลย อาจยังทิ้งรอยแผลเป็นไว้อีกด้วย”
สีหน้าของทุกคนในห้องพลันเปลี่ยนไปพร้อมกัน ฮูหยินผู้เฒ่ากู้รีบถามอย่างร้อนใจ “ขอท่านหมอโจวช่วยพูดให้ชัดเจนด้วย ยาอวี้จือหนิงลู่เกาตลับนี้เหตุใดจึงใช้ไม่ได้”