EP : 8 เจอกันอีกครั้ง
“ข้าจะไปแล้ว นี่ข้าให้เป็ของขวัญ” ่เช้าชายชราเอ่ยบอก ก่อนจะเอากำไลสีฟ้าที่ทำจากแก้วในตัวของแก้วนั้นเหมือนมีน้ำอยู่ในนั้นด้วย แถมมันยังเปลี่ยนสีไปมาได้ด้วย
“มันคือกำไลมิติใช่หรือไม่เ้าคะ” นางเอ่ยถามมันเป็ของหายากมากเพราะมันใส่ของได้เยอะกว่าพวกแหวนมิติมากนัก
“ใช่” ชายชราเอ่ยตอบโดยไม่ได้บอกว่าด้านในนั้นมีอะไรอยู่
“ท่านตาข้า…” เว่ยลู่เซียนกล่าวอะไรไม่ได้พลางส่งคืนให้กับชายชราเพราะมันมีค่ามากเกินไปอีกอย่างนางคิดว่าชายชราคงให้เป็การติดสินบนเื่หลานชายของเขาเป็แน่
“รับไว้ๆ ข้าไม่ได้อยู่กับเ้าอย่างน้อยก็ทิ้งตัวแทนต่างหน้าเอาไว้ให้เ้าดูเล่น” ชายชราเอ่ยบอกพลางสวมกำไลมิติใส่ข้อมือของอีกฝ่าย
“คงได้เวลาแล้วล่ะ นั้นไงๆ หลายชายข้ามาแล้ว” ชายชรากล่าวก่อนจะร้องบอกเว่ยลู่เซียนพลางชี้นิ้วไปด้านหลังเมื่อเห็นหลานชายตัวเองเดินเข้าโรงเตี๊ยมมาแล้ว
“เอ๊ะ ลู่เซียนนี่เอง ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งขอรับ ข้าไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะมาเจอเ้าอีกครั้งแถมยังมาดูแลท่านตาของข้าอีกด้วย” จ้าวเฟยเทียนเดินเข้ามาใกล้กับคนทั้งสองก็เอ่ยขึ้นเมื่อได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่กับท่านตาของเขา
“ไม่คิดว่าจะมาเจอกันอีกครั้ง ขอบใจเื่ครั้งก่อนมาก” เว่ยลู่เซียนอดไม่ได้ที่จะใเช่นเดียวกันเมื่อเห็นอีกฝ่าย
“พวกเ้ารู้จักกันหรือ” ชายชรากล่าวถามด้วยความสงสัย
“พอดีมีเื่นิดหน่อยนะเ้าค่ะท่านตา” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบก่อนจะคิดว่าอะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น
“ข้าต้องขอบใจเ้ามากลู่เซียนที่ดูแลแล้วก็รักษาท่านตาเล็กของข้า” จ้าวเฟยเทียนเอ่ยบอกพลางมองท่านตาเล็กของเขาที่มาอยู่กับหญิงงามสองต่อสองอย่างมีเลศนัย
“ไม่เป็ไรๆ ถือว่าข้าตอบแทนท่านเื่ครั้งก่อนก็แล้วกัน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอก เพราะนางจะได้ถือว่านางตอบแทนอีกฝ่ายไปแล้ว
“กลับกันได้แล้ว” ชายชราเมื่อเห็นสายตาของหลานชายตัวเองก็เอ่ยขึ้นมาทันที
“จริงสิขอรับท่านตาเล็กข้าลืมบอกท่านเื่หนึ่ง พอดีที่ทางตระกูลมีปัญหาท่านคงกลับไปที่ตระกูลตอนนี้ไม่ได้ ลู่เซียนยังไงข้าก็ฝากดูแลท่านตาเล็กของข้าด้วยนะ อ๊ะ นี่ค่าดูแล” จ้าวเฟยเทียนเอ่ยบอกก่อนจะหันไปหาเว่ยลู่เซียนที่ยืนอยู่ เขาก็ฉวยโอกาสนี้เอาทองคำแท่งใส่มือของนางอย่างรวดเร็วโดยไม่ถามความเห็นของอีกฝ่าย
“เดี๋ยวนะ ข้าว่าไม่พอหรอก เ้าเอาแหวนมิตินี้ไปเลยนะ” กล่าวจบก็ยัดแหวนมิติที่บรรจุด้วยหีบทองคำแท่งสิบหีบของมีค่าอีกมากมายที่อยู่ด้านใน
“ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยดูแลท่านตาเล็กของข้า” กล่าวจบก็หายตัวไปเลยเพราะถ้าอยู่ต่อเขาอาจถูกปฏิเสธได้ เมื่อครู่เขาเห็นกำไลที่อยู่ในข้อมือของหญิงสาวแล้วก็เลยคิดเปลี่ยนใจ เพราะนานๆ ทีท่านตาเล็กของเขาจะถูกใจหญิงสาวสักคน
“ไหนท่านตาบอกว่าเขาจะมารับท่านตากลับไป” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามตอนนี้นางจะคงมึนงงอยู่นิดหน่อยเพราะอยู่ๆ อีกฝ่ายก็เอาทองคำแท่งมายัดใส่มือของนางแถมยังเอาแหวนมิติมาให้กับนางอีก
นี่มันอะไรกัน เขาคิดจะทิ้งชายชราผู้นี้ให้นางเลี้ยงดูอย่างนั้นหรือ เห็นว่านางว่างมากพอที่จะเลี้ยงใครหรือไงกัน
บ้าจริง พอเห็นหน้าของชายชราที่ถูกหลานชายตัวเองทิ้ง นางก็โมโหไม่ลงจริงๆ ถ้าเจอกันครั้งหน้าคงต้องมีสั่งสอนกันบ้างล่ะ
“เอ่อ เื่นี้ข้าก็งงเช่นกัน” ชายชราตอบ พลางคิดว่าหลานชายของเขามันเล่นอะไรไม่ปรึกษาเขาเลย
“ยังดีที่บ้านพักข้าสั่งทำห้องไว้สามห้อง ยังไงวันนี้ข้าก็ต้องไปหาซื้อของเข้าบ้านอยู่แล้ว เราไปหาซื้อของกันเถอะเ้าค่ะ” นางเอ่ยบอกพลางจดจำเื่ในวันนี้เอาไว้ เจอกันครั้งหน้าไม่รอดแน่
ทั้งสองเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมไปเพื่อซื้อของ เมื่อซื้อของเสร็จก็เดินไปยังโรงหมอของตัวเองที่เกือบจะสร้างเสร็จแล้ว จากนั้นก็เดินเข้าร้านอาหารร้านหนึ่งที่ดูเหมือนจะน่าอร่อยเพราะมีคนเข้าไปทานเยอะมาก
“เชิญขอรับๆ ร้านอาหารของเรานั้นมีของอร่อยๆ ทั้งนั้น ตอนนี้กำลังมีอาหารที่ทางร้านอยากจะแนะนำสองสามอย่างขอรับเป็อาหารใหม่ของทางร้านขอรับ ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองสนใจหรือไม่” ชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามาก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“อืม เอามาเลย แล้วก็ขอน้ำชากาหนึ่งด้วย” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกก่อนจะหันไปมองชายชราว่าจะสั่งอะไรหรือไม่ แต่พอเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าก็เลยไม่ได้สั่งอะไรต่ออีก
“นี่! ข้าอยากจะนั่งตรงนี้” ไม่นานนักก็ไม่หญิงสาวนางหนึ่งเดินเข้ามาในร้านก่อนจะมาชี้โต๊ะที่เว่ยลู่เซียนนั่งอยู่
“เอ่อ คุณหนูขอรับ พอดีมีลูกค้านั่งแล้ว คุณหนูสนใจที่นั่งมุมตรงนั้นหรือไม่ขอรับ ตรงนั้นเป็มุมที่ดีมากเลยนะขอรับ” พนักงานหนุ่มเอ่ยบอกด้วยความเกรงใจเพราะอีกฝ่ายเป็คุณหนูตระกูลใหญ่ของเมืองนภา
“ไม่ ข้าอยากได้ที่ตรงนี้ ข้าจะเอา” หญิงสาวะโบอกอย่างไม่พอใจ
“ทำตัวเป็เด็กไปได้” เว่ยลู่เซียนกล่าวลอยๆ พลางถอดหมวกสานออก แล้วเอาวางลงบนโต๊ะ ด้วยท่าทีสบายๆ
“เอ่อ คือต้องขออภัยจริงๆ นะขอรับคุณหนู”
“ก็ข้าบอกว่าอยากได้ พวกเ้าอยากตกงานหรือ ข้าจะสั่งให้ท่านพ่อของข้าปิดร้านของเ้าก็ได้นะ” หญิงสาวะโขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมจัดการให้
“เป็เด็กจริงๆ ด้วยแฮะ เอะอะก็ฟ้องพ่อตัวเอง” เว่ยลู่เซียนกล่าวพลางมองไปที่ชายพนักงานที่ก้มหน้าก้มตาอย่างทำอะไรไม่ถูก
“ต้องขออภัยคุณหนูจริงๆ ขอรับ ที่ไม่อาจทำตามความ้าคุณหนูได้ แต่ถ้าจะให้ดีคุณหนูลองถามคุณหนูผู้นี้ดูก่อนดีหรือไม่ เผื่อนางอยากจะเปลี่ยนโต๊ะใหม่” ชายหนุ่มผู้เป็เ้าของร้านออกมาในที่สุด
“ข้าให้เงินเ้าสิบเหรียญทองออกไปจากโต๊ะเดี๋ยวนี้” หญิงสาวเดินมาก่อนจะร้องบอกทันที
“ไม่ล่ะ ข้าชอบโต๊ะตัวนี้” เว่ยลู่เซียนเงยหน้าขึ้นไปสบตาของอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าอีกฝ่ายที่ถือว่าเป็หญิงงามแต่ทำตัวไม่ต่างจากแม่ค้าตามตลาด