พ่อบ้านลี่เห็นว่าหากไม่จัดการลงโทษก็อาจทำให้บิดามารดาของคุณหนูทั้งสองที่กำลังเดินเข้ามาโกรธแค้นเอาได้ อีกทั้งสาวใช้ทั้งสองคนนี้ก็เป็สาวใช้ส่วนตัวของคุณหนูจินเยว่ หากคุณหนูอนุญาตให้ทำโทษพวกนางได้ เขาก็ไม่คิดจะขัดคำสั่ง จึงเรียกให้บ่าวชายมาลากตัวสาวใช้ผู้กระทำความผิดออกไปโบยทันที
“โบยพวกนางคนละ 20 ไม้ จากนั้นขังเอาไว้ก่อน หากบิดามารดาของคุณหนูสองคนนั้นเอาเื่ราวอันใดอีก ก็ให้ลากพวกนางออกมารับโทษเพิ่ม” พ่อบ้านลี่สั่งการ
สองสาวใช้เหลือบตาขึ้นมามองคุณหนูของพวกนางอยู่ชั่วครู่ด้วยร่างกายที่สั่นเทา จากนั้นก็หันไปสบตากันแล้วปล่อยให้บ่าวรับใช้ชายร่างใหญ่สองคนลากตัวพวกนางออกไปอย่างยอมรับชะตากรรม
ผิงจินเยว่มองตามสาวใช้ส่วนตัวสองคนของตนไปด้วยแววตาเ็ป นางกัดริมฝีปากแดงของตนเอาไว้แน่นดวงตาก็เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
“คุณหนู” ชุ่ยอิงสาวใช้อีกคนที่ยืนอยู่กับนางส่งผ้าเช็ดหน้ามาให้คุณหนูผู้งดงามของตน
“พี่ชุ่ยอิง ข้าเสียใจยิ่งนัก เป็เพราะข้าไม่อบรมพวกนางให้ดีเอง” เด็กสาวร้องไห้คร่ำครวญ พาลให้คุณหนูคุณชายที่ยืนมุงดูเื่ราวอยู่พากันสงสารคุณหนูสกุลผิงอย่างจับใจ
“คุณหนูเหมี่ยว ข้าขออภัย ข้าสั่งสอนบ่าวไพร่ได้ไม่ดีเอง เป็ความผิดของข้าเ้าอย่าร้องไห้เลย” ผิงจินเยว่ร้องไห้น้ำตานอง กล่าวคำขอโทษกับเหมี่ยวหวั่นชิงเด็กสาวอายุ 12 ปี ที่ร้องไห้อยู่ด้วยความใกลัวอยู่เช่นกัน
“พี่จินเยว่ข้าไม่ได้ตั้งใจนะเ้าคะ” เหมี่ยวหวั่นชิงกอดร่างงามที่เข้ามาปลอบโยนตนเองเอาไว้แน่น
“ข้ารู้ ข้าย่อมออกหน้าช่วยพูดให้เ้าอย่างแน่นอน”
ผิงซีหวงมาถึงศาลาริมทะเลสาบพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่ พ่อบ้านลี่ก็รีบก้าวออกไปเล่าความให้ทุกคนได้ฟัง ส่วนฮูหยินสกุลิและสกุลจ้าวทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่สลบอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มคือบุตรสาวของตน ก็รีบสั่งให้สาวใช้ข้างกายเข้าไปรับร่างของบุตรสาวทั้งสองมาแทน
ยามนี้สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายอยู่ไม่น้อย เพราะบิดาของชายหนุ่มทั้งสองที่อุ้มร่างของสตรีสองนางเอาไว้ต่างก็รีบแย่งกันออกมารับผิดชอบ ที่บุตรชายของตนถือวิสาสะถูกเนื้อต้องตัวบุตรสาวผู้อื่น ในที่นี้มีแต่คนร่ำรวย พื้นฐานฐานะครอบครัวดี หากได้จับคู่กันไม่ว่าจะเป็ผู้ใดก็ล้วนเหมาะสมไปเสียหมด พวกเขาจึงรีบฉวยโอกาส
ท่านเ้ากรมโยธาิและนายท่านใหญ่จ้าวจินฮั่งบิดาของคุณหนูทั้งสองก็หน้าดำคล้ำ โมโหจนตัวสั่น การจับคู่ให้บุตรีของตนนั้นพวกเขาคาดหวังกับคุณชายสกุลเซียวทั้งสองคนเอาไว้แล้ว แต่ถึงจะพลาดจากคุณชายรูปงามทั้งสองไป ในงานเลี้ยงวันนี้ก็มีแต่บุตรชายของคนใหญ่คนโตในเมืองหลวงที่ล้วนเป็สกุลที่ร่ำรวยทั้งนั้น ไม่ว่าบุตรสาวของพวกเขาจะถูกตาต้องใจกับคุณชายคนใดก็ล้วนเหมาะสมทั้งสิ้น แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้รับความรับผิดชอบในการสู่ขอบุตรสาวด้วยเื่ไม่งามเช่นนี้
ผิงซีหวงรีบจัดการให้คนพาคุณหนูทั้งสองคนไปทำการรักษาภายในเรือนรับรองของสกุลผิง และเชื้อเชิญให้ทุกคนกลับไปร่วมงานเลี้ยง โดยจะเป็ผู้สืบสาวความผิดและรับผิดชอบเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ด้วยตนเอง จึงทำให้ฝูงชนกลับมาเป็ปกติได้อีกครั้ง
แต่เื่ราวเช่นนี้ อย่างไรก็เป็เื่ยอดนิยมที่ผู้คนมักจะนำไปซุบซิบนินทากันภายนอกอยู่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะแย้มยิ้มสนทนากันด้วยมิตรไมตรี แต่เมื่อใดที่มีโอกาสทับถมผู้อื่นมีหรือจะไม่ทำ!!
เซียวซ่งเดินกลับไปหาเซียวหยุนผู้เป็บิดาในงานเลี้ยงพร้อมกับแขกคนอื่น ๆ เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก เมื่อนึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่ เขาเห็นชัดเจนว่าก่อนหน้านี้ผิงจินเยว่ได้กระซิบกระซาบบางอย่างอยู่กับสาวใช้ชุ่ยอิง และเขาก็เห็น่จังหวะที่ชุ่ยหงหนึ่งในสาวใช้สามคนของคุณหนูผิงผู้นั้นใช้เท้าขัดขาคุณหนูเหมี่ยวให้ล้มลงอย่างจงใจ
ตอนที่เดินจากเรือนลู่สุ่ยของท่านปู่ผิงเก่อ เขาได้ใกล้ชิดกับผิงจินเยว่เลยได้ยินชื่อสาวใช้ทั้งสามคนของนาง และเขาก็จดจำใบหน้าของสาวใช้สามคนนี้ได้อย่างชัดเจน ชุ่ยหงและชุ่ยต่งเป็ผู้ที่ประคองแขนผิงจินเยว่เอาไว้ และนางทั้งสองคนก็เป็เ้าของรอยแผลและรอยเืบนท่อนแขน ส่วนชุ่ยอิงเป็สาวใช้ที่สูงขึ้นมาอีกขั้นและดูเหมือนว่าคุณหนูผิงจะสนิทสนมกับสาวใช้คนนี้เป็พิเศษ ดูจากที่นางเรียกชุ่ยอิงว่า “พี่” ก็รู้แล้วว่านางให้ความสำคัญกับสาวใช้ผู้นี้มาก
ในใจเขาก็ยังสับสนไม่มั่นใจว่าเด็กสาวจะรู้เห็นกับเหตุการณ์นี้ด้วยจริงหรือไม่ การกระซิบกระซาบกันระหว่างนางกับชุ่ยอิงดูมีพิรุธยิ่งนัก แต่นางมีเหตุผลอันใดที่ต้องทำเช่นนั้นกันเล่า เขารู้จักิเนี่ยฮุ่ย และจ้าวอวี้หลัน สตรีทั้งสองมักจะพยายามมาทอดสะพานยั่วยวนเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่เขามั่นใจว่าผิงจินเยว่ไม่รู้จักสตรีทั้งสองคนนี้อย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาเชื่อมโยงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเกี่ยวพันกับผิงจินเยว่ และเป็ไปได้ว่านางจะเป็ผู้สั่งการก็เพราะว่า เขาได้ยินนางสั่งโบยสาวใช้ของตนเองได้อย่างเด็ดขาด ชั่วจังหวะหนึ่งสายตาของนางดูน่ากลัว ไม่มีความเมตตาหลงเหลือให้สาวใช้ข้างกายเลยแม้แต่น้อย แต่นางเพิ่งจะอายุ 13 เท่านั้น เด็กสาวในห้องหอที่แสนดีและบอบบางอย่างนางจะทำเื่ร้ายกาจได้เชียวหรือ
เซียวซ่งหลับตาลงครู่หนึ่ง เพื่อสลัดความคิดวุ่นวายในใจออกไป อาจจะเป็เขาที่คิดมากเกินไปกระมัง
เมื่อมีเหตุการณ์ที่คุณหนูสองคนตกลงไปในทะเลสาบ บรรยากาศในงานก็เริ่มไม่สนุก แขกเริ่มทยอยกันมาอำลาผิงเก่อ และจากไปทีละคน รวมทั้งเซียวหยุน ก็พาบุตรชายทั้งสองคนมาร่ำลาเซียวหยุนเพื่อปล่อยให้ผิงซีหวงได้รีบกลับไปจัดการเื่ราวภายในจวนต่อ
สามคนพ่อลูก ต่างคนต่างก็มีความคิดที่ต้องไตร่ตรองเื่ราวบางอย่างในใจ จึงได้นั่งนิ่งเงียบกันมาในรถม้าจนกระทั่งกลับถึงจวนสกุลเซียวแล้วจึงได้รู้สึกตัว
“มืดแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนกันก่อนเถิด พรุ่งนี้เช้าพวกเ้าเข้ามาพบพ่อที่ห้องหนังสือด้วยแล้วกัน” เซียวหยุนเอ่ยคำกับบุตรชายทั้งสอง แท้จริงแล้วเขาอยากจะคุยกับเซียวซ่านเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็คิดว่าตนเองและบุตรชายต่างก็ดื่มสุรากันมาไม่น้อย รอให้สร่างเมา สมองโล่งกว่านี้ค่อยปรึกษากันจะเป็การดีกว่า
เช้าวันต่อมา
เซียวซ่านคุณชายใหญ่สกุลเซียวรีบมารอพบบิดาที่ห้องหนังสือั้แ่เช้าตรู่ เมื่อคืนเขาวุ่นวายใจจนนอนไม่หลับไปตลอดคืน รอจนกระทั่งบ่าวรับใช้รินน้ำชาและเดินออกจากห้องหนังสือไปแล้วจึงได้เริ่มเปิดบทสนทนาเป็คนแรก
“ท่านพ่อข้าไม่คิดเลยว่าสกุลผิงจะใช้เงินในการติดสินบนแลกกับหน้าที่การงานของข้า เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าข้าได้ตำแหน่งมาอย่างไม่บริสุทธิ์หรือขอรับ” ชายหนุ่มเผยสีหน้าวิตกกังวลออกมาอย่างชัดเจน
“เ้าใหญ่ เ้าก็อย่าได้ดูถูกตนเองไปเช่นนั้น การสอบของเ้าก็เป็ไปด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อย่างไรเ้าก็มีผลงานดีอยู่ในระดับหนึ่งที่พิสูจน์ได้ถึงความสามารถตนเอง การจัดการให้เ้าได้เป็เ้าหน้าที่ในกรมคลังของสกุลผิงเป็เพียงแค่ใช้เส้นสายในการให้เ้าได้อยู่ในตำแหน่งที่สุขสบายและรวดเร็วกว่าผู้อื่นเท่านั้น”
“ท่านพ่อ ท่านก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ในงานเลี้ยงเมื่อวานมีผู้ใดที่กล่าวชื่นชมความสามารถของข้าสักคนหรือไม่ ทุกคนมีแต่ยินดีกับตำแหน่งใหม่ของข้าในฐานะหลานชายคนโปรดของสกุลผิงกันทั้งสิ้น ข้ารู้สึกอับอายมากกว่าภาคภูมิใจนักขอรับ” เซียวซ่านเปิดอกคุยกับบิดาอย่างตรงไปตรงมา เขาเป็คนที่ซื่อสัตย์เปิดเผยไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาแบกรับคำกล่าวว่าตนใช้เงินทองติดสินบนเพื่อแลกกับหน้าที่การงาน
“ไม่ใช่ว่าพ่อไม่ร้อนใจ ข้ารู้นิสัยเ้าดี ข้าถึงต้องเรียกเ้ามาพูดคุยในวันนี้อย่างไรเล่า ข้าเชื่อมั่นในตัวนายท่านผู้เฒ่าผิงเก่อว่าเขามีความปรารถนาดีอย่างจริงใจให้เ้าสองคนพี่น้อง ส่วนผิงซีหวงเขาติดนิสัยการเป็พ่อค้าที่ต้องเอาเื่เงินทองมาเกี่ยวพันกับการดำเนินชีวิต พ่อคิดว่าท่านลุงซีหวงของพวกเ้าคงไม่มีเจตนาร้ายแต่ทำไปด้วยความเคยชินเพียงเท่านั้น พ่อขอร้องเ้าล่ะเซียวซ่าน ตั้งใจทำงานอย่าไปคิดอันใดมาก หากเ้าบริสุทธิ์ใจไม่ช้าเวลาย่อมเป็เครื่องพิสูจน์ความดีของเ้าเอง”
อันที่จริงเซียวหยุนก็ตะขิดตะขวงใจเกี่ยวกับเื่นี้อยู่ไม่น้อย เมื่อคืนเขาก็นอนไม่หลับเช่นกัน ผิงซีหวงเป็พ่อค้าโดยสายเื มีเล่ห์เหลี่ยมและซ่อนเขี้ยวเล็บได้เป็อย่างดี เขามั่นใจว่าคนผู้นี้มีแผนการอยู่ในใจ แต่หากบุตรชายประพฤติตนให้เหมาะสม ก็ย่อมตีตัวออกจากเหตุการณ์ยุ่งยากในภายหน้าได้ เขาไม่อยากเอ่ยความในใจเหล่านี้ให้บุตรชายทั้งสองคนฟัง สกุลผิงเป็ผู้มีพระคุณของสกุลเซียว ที่มีอยู่มีกินสร้างฐานะมาได้ถึงทุกวันนี้ก็ล้วนเป็เพราะคนสกุลผิงสนับสนุนมาทั้งสิ้น เขาไม่อยากให้บุตรชายมีใจคิดไม่ดีกับคนสกุลผิงคนใดเลยสักคน