ขันทีเฒ่ารับของมาจากมือของหลี่หยาง มันค่อยๆแกะกระดาษออกก่อนจะเผยให้เห็นขวดแก้วสีใสทรงสูงแปลกตา ด้านในอัดแน่นไปด้วยน้ำสีดำ
เห็นภาพเช่นนี้ ขุนนางคนอื่นส่งเสียงฮือฮายิ่งกว่าที่เฉินเฟยมอบคัมภีร์ไซซี หรือที่ หยางลู่มอบปิ่นัคำรามเสียอีก
ปัง!!! เสียงตบโต๊ะดังมาจากเหล่าขุนนางระดับสูง พวกมันแถบจะร้องออกมาอย่างพร้อมเพรียงประหนึ่งวงดนตรีประสานเสียง
“สามห้าว!!! เ้ากล้ามอบยาพิษให้แก่จักรพรรดินี!!!!” หากมีผู้ที่พูดไม่พร้อมกับคนอื่น มันก็จะพูดตามด้วยประโยคที่ใกล้เคียงกับเนื้อความนี้
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลกไปจากที่หลี่หยางคิดเอาไว้เลย ขนาดจิ้นอวี่ยังคิดว่ามันปรุงยาพิษขึ้น แล้วเหตุใดคนอื่นๆจะคิดในแง่ดีกับสิ่งนี้ได้
และเพราะเหตุผลนี้ หลี่หยางคิดถึงวิธีมากมายจึงจะสามารถขจัดความเข้าใจผิดของสิ่งนี้ได้ หากไม่สามารถแก้ปัญหานี้สำเร็จ สินค้าของมันจะไม่สามารถวางขายได้อย่างแน่นอน
เมื่อนั่งคิดนอนคิดตะแคงคิดอยู่เช้าเย็น หลี่หยางจึง้าพรีเซ็นเตอร์ที่กล้าดื่มโคล่าขวดนี้และหากเป็จักรพรรดินีที่ดื่มแล้วไม่เป็ไรละก็ คนอื่นๆจะไม่กล้าสงสัยว่ามันเป็ยาพิษอีก!!!
หลี่หยางรีบกราบทูลต่อราชินีิซิน “จักรพรรดินีโปรดฟังกระหม่อมก่อน สิ่งนี้ไม่ใช่ยาพิษแต่อย่างแน่นอน แต่มันคือน้ำหวานที่กระหม่อมสร้างขึ้น
สีที่ดูคล้ำเกิดจากน้ำผึ้งและน้ำตาลที่เคี้ยวในความร้อนสูง หากจักรพรรดินีไม่ไว้วางใจ ให้กระหม่อมดื่มมันพิสูจน์ก่อนก็ได้ หากแต่สิ่งนี้กระหม่อมตั้งใจทำมันขึ้นมา เพื่อจะถวายเป็ของขวัญแก่ท่านจริงๆ”
น้ำเสียงและสีหน้าจริงใจและอ้อนวอน ประหนึ่งว่าการแสดงคืออาชีพเก่าของมันหาใช่เป็นักวิทยาศาสตร์ไม่
ราชินีิซินจ้องมองไปที่อีกฝ่ายด้วยความประหลาดในดวงตา
'ไฉนเลยคุณชายหยางผู้นี้ถึงสามารถทำให้ตัวเองโดดนเด่นได้มากกว่าบุรุษหนุ่มในรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่สำคัญข้าััได้ว่า ไม่มีการประสบสอพลออยู่ในการกระทำและคำพูดของเขาแม้แต่น้อย'
คิดดังนั้น พระนางจึงกล่าว “ก็ได้ ในเมื่อเ้ายืนกรานถึงขนาดนี้ ข้าจะดื่มมัน”
ได้ยินรับสั่งนั้นของจักรพรรดินี ซุนอู่โหวรีบกราบทูล “แม้ว่าคุณชายหยางจะไม่มีเจตนาร้าย แต่ถึงอย่างไรขอให้จักรพรรดินีปลอดภัยไว้ก่อนพะยะค่ะ”
หยางหลี่หยางพยักหน้าขึ้นลงอย่างเห็นด้วย “ใต้เท้าซุนกล่าวมีเหตุใด เช่นนั้นข้าจะดื่มก่อนเป็คนแรกเพื่อทดสอบว่ากินได้หรือไม่”
จากนั้นมันมีดสั้นปลายแหลมออกมา จิ้มไปที่จุกไม้ที่ใช้อุดคอขวดเอาไว้ พร้อมกับแงะออก จนเกิดเสียงดัง ป๊อก....
ทันใดนั้น น้ำสีดำบังเกิดฟองฟูฟ่องขึ้นมาถึงปากขวด ภาพของมันยิ่งคล้ายน้ำพิษมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
สายตาของทุกคนในงานมองไปยังน้ำสีดำ ที่มีฟองพุ่งออกมาถึงคอขวดด้วยใบหน้ารังเกียจ ไม่มีใครนิยมชมชอบในของที่เหมือนน้ำพิษเช่นนี้อยู่แล้ว
หยางหลี่หยางสูดลมหายใจเข้าลึก สินค้านี้จะประกบความสำเร็จหรือไม่ หาใช่วิธีผลิตและไม่ใช่รสชาติ แต่เป็วิธีทำให้คนยอมรับในรูปลักษณ์
หากมันจะเริ่มธุรกิจในโลกใบนี้ละก็ ่เวลานี้เป็เวลาที่สำคัญที่สุด ของกระบวนการผลิตทั้งหมด ชายหนุ่มหยิบจอกเปล่าขึ้นมาถือไว้ พร้อมกับเทโคล่าลงไปก่อนจะยกขึ้นดื่มหลายอึก
เวลาผ่านไปหลายสิบลมหายใจ หลี่หยางยังคงยืนนิ่งด้วยรอยยิ้ม น้ำสีดำที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น้ำพิษไม่สามารถทำอะไรกับมันได้
มันรอให้ครบสามสิบลมหายใจอันเป็เวลาที่พิษทั่วไปจะออกฤทธิ์แก่ร่างกาย ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
“ข้ารู้ดีว่า เพียงเท่านี้คงไม่ทำให้ขุนนางคนอื่นๆสบายใจได้ อาจมีคำครหาว่า ข้าได้กินยาถอนพิษไว้ล่วงหน้า เวลาที่กินลงไปแล้วจึงไม่เกิดอันตรายกับร่างกาย ฉะนั้นขอให้ท่านขันที ช่วยพิสูจน์มันอีกแรงด้วยเถอะ”
ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของขันทีเฒ่าแข็งค้าง ในฐานะบ่าวรับใช้จักรพรรดินี มันไม่สามารถปฏิเสธคำขอขอหยางหลี่หยางได้ ความภักดีที่อยู่บนหัวทำให้มันต้องยื่นมือออกไปรับจอกแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำสีดำ
ขันทีเฒ่ามองจอกสุราตรงหน้า น้ำที่เป็สีดำยังพอให้คิดได้ว่ามันคือยาชนิดหนึ่ง แต่กลุ่มฟองที่ลอยอยู่เหนือน้ำนั้นทำให้ทุกอย่างดูแย่
หลี่หยางจ้องมองไปที่อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับพยักหน้าส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายกินมันลงไป
ขันทีเฒ่าหลับตาก่อนจะยกจอกแก้วขึ้นดื่มหนึ่งอึก
เสียงกลืนน้ำลงคอดังชัด ท่ามกลางความเงียบของทุกสายตาที่มองไปยังตัวขันทีเฒ่า คล้ายกำลังรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่
หากแต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่อาการเ็ปทุรนทุกราย ขันทีเฒ่ารีบยกจอกที่เหลือ ดื่มต่อจนหมดแก้ว
อึก อึก อึก สีหน้าของมันสดชื่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
“คุณชายหยาง บ่าวขอถามได้หรือว่าไม่ ว่าสิ่งนี้คือ??”
หยางหลี่หยางรีบตอบ “มันคือน้ำหวานชื่อของมันคือโคล่า...” กล่าวถึงตรงนี้มันหยุดคิดเล็กน้อย
‘คนที่นี้ไม่รู้จักโคล่า หากบอกออกไปว่าชื่อนี้ ผู้คนคงคิดว่า โคที่มาจากวัวกระบือ และ ล่า ที่หมายถึงตามล่าหรือไล่ล่า...ดีไม่ดีคนอาจเข้าใจผิดว่า โคล่าเกิดจากการล่าวัว’
ด้วยเหตุนี้หลี่หยางจึงบอกออกไป “มันคือน้ำหวาน!! เอ่อ...ข้าตั้งชื่อว่า หนิงที่แปลว่า ความเงียบ และเทียนที่แปลว่าท้องฟ้า
ชื่อของมันคือน้ำหนิงเทียน ผู้ที่ดื่มมันแล้วจะรู้สึกสบายเหมือนยืนอยู่บนยอดหน้าผาสูง สามารถคว้าจับท้องนภาเบื้องบนได้ด้วยการเอื้อมมือออกไป”
คำพูดของหยางหลี่หยางสะกดให้ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ และ น้ำหนิงเทียนก็เริ่มเป็ที่รู้จัก
จากนั้นขันทีเฒ่านำจอกใหม่ออกมาและเทน้ำหนิงเทียนลงไปจนเต็มจอก ก่อนจะนำไปถวายแก่ราชินีิซิน
เมื่ออยู่เบื้องหน้าจักรพรรดินีแห่งเมืองเหยี่ยชิง ิจิวเป็ผู้รับจอกต่อจากขันที จากนั้นนางใช้เข็มเงินทดสอบยาพิษอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะส่งให้ราชินีเสวย
ราชินีิซินสลับสายตามองจอกน้ำในมือและหยางหลี่หยางเล็กน้อย ก่อนยกจอกขึ้นดื่ม
ทันทีที่รสชาติััปลายลิ้น พระนางััได้ถึงความหอม ความหวาน และความสดชื่น ประหนึ่งว่ากำลังยืนอยู่บนท้องนภาอันกว้างใหญ่
ไม่ผิดไปจากชื่อหนิงเทียนที่อีกฝ่ายตั้งขึ้นแม้แต่น้อย พระนางตรัสออกแก่หยางหยางให้ขุนนางทุกคนได้ยินอย่างทั่วถึง
“ดี รสชาติดีเยี่ยม ถึงแม้หน้าตาจะดูแปลกประหลาดไปเสียหน่อย แต่รสชาติไม่ผิดไปจากชื่อของมันเลย”
ได้ยินเช่นนั้นหยางหลี่หยางกำมือด้วยความสำเร็จ จากนั้นมันรุกคืบราวกับนายพรานที่เจอกระต่ายน้อย
“น้ำโค...เอ้ย น้ำหนิงเทียน ข้าปรุงมันขึ้นมา3ขวด หนึ่งถูกเปิดไปแล้ว ดังนั้นข้าจึงขอมอบขวดใหม่ให้แก่ราชินีเป็ของขวัญ
ส่วนขวดที่เปิดไปแล้ว ข้าจะแบ่งให้ขุนนางทุกคนได้ลองชิมกันคนละอึกสองอึก หากแต่ใครยังหวาดกลัวในหน้าตาของมันอยู่นั้น จะไม่ดื่ม ข้าก็ไม่ว่าอะไร”
ความจริงแล้วหลี่หยางทำน้ำโคล่ามา5ขวด ขวดหนึ่งมอบให้จิ้นอวี่เป็ค่าแรง อีกขวดหนึ่งมันได้ดื่มดับกระหายไปั้แ่ทำสำเร็จ ในตอนนี้จึงเหลือเพียงสามขวดตามที่กล่าวมา
คำพูดของราชินีที่ย้ำชัดว่าสิ่งที่หยางหลี่หยางบรรยายออกมานั้นไม่ได้เกินเลยความจริง ทำให้ขุนนางคนอื่นๆอยากที่จะลิ้มลองและพิสูจน์ความจริงข้อนี้ด้วยลิ้นของตัวเอง
หลังจากที่ได้ดื่มโคล่าไปกันคนละอึกสองอึกแล้ว ดวงตาของเหล่าขุนนางเปล่งประกายราวกับพึ่งเคยค้นพบรสชาติใหม่ของชีวิต
“ให้ความรู้สึกคล้ายสุรา หากแต่มีความหวานและไม่มึนเมา”
“ข้าก็คิดเหมือนกัน รสชาติติดปากประหนึ่งสุราที่ขาดไม่ได้ แต่ให้ความรู้สึกคนละอย่าง”
“เป็ความหวานที่ทำให้ผู้ดื่มสดชื่น และมีความเย็นที่ทำให้รู้สึกชื่นใจ”
“ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนหน้าผาที่เต็มไปด้วยท้องนภาและหมู่เมฆ สมดั่งชื่อของมันจริงๆ”
“อยากรู้ว่า หากได้ลิ้มรสมากกว่าหนึ่งอึกจะรู้สึกดีแค่ไหน??”
เมื่อเสียงวิจารณ์ถึงโคล่าดังออกมาได้ระยะหนึ่ง มันเปลี่ยนเป็คำถามมากมายที่หลั่งไหลออกมา
“คุณชายหยาง ท่านสามารถปรุงน้ำนี้ให้ข้าได้หรือไม่??”
“คุณชายหยาง น้ำนี้ปรุงขึ้นจากสมุนไพรชนิดใดสามารถบอกได้หรือไม่??”
“คุณชายหยาง น้ำหนิงเทียน ท่านสามารถขายมันให้ข้าได้ไหม??”
“คุณชายหยาง คุณชายหยาง คุณชายหยาง คุณชายหยาง!!!!!!”
ชื่อเรียกของคุณชายหยางดังขึ้นไม่ขาดสาย เห็นอาการเช่นนี้หยางหลี่หยางไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรแม้แต่น้อย
ในโลกของมันโคล่าคือน้ำที่มีมูลค่าในตลาดหลายพันล้านดอลลาร์ หากคนในโลกนี้จะรู้สึกชอบเหมือนๆกัน หลี่หยางก็คิดว่า มันสมเหตุสมผลดีแล้ว
จากนั้นหยางหลี่หยางกล่าวออก เสียงฮือฮาพลันหยุดลงเพื่อฟังคำพูดของเด็กหนุ่มอย่างตั้งใจ
“อีกไม่นาน น้ำหนิงเทียนจะถูกวางขายในตลาด พวกท่านจะสามารถหาซื้อได้ตามถนนสายการค้าของเมืองเหยี่ยชิง”
ได้ยินเช่นนั้น แม่ทัพใหญ่ มู่อวิ้นเจียง กล่าวขึ้นว่า “เมื่อครู่ ข้าได้ยินว่า คุณชายหยางปรุงน้ำหนิงเทียนออกมา3ขวด หนึ่งคือขวดเปิดแจกจ่ายให้พวกเราได้ลิ้มลอง
ส่วนอีกหนึ่งมอบแก่องค์จักรพรรดินี เช่นนั้นในตัวท่านก็ควรที่จะเหลืออยู่อีกขวดหนึ่ง จะเป็ไรไหม หากท่านขายมันให้แก่ข้า”
เฉินเฟยหัวเราะเบาๆและกล่าวออกไป “ไฉนเลย แม่ทัพมู่ถึงได้มีความคิดตรงกับข้าเช่นนั้นเล่า คุณชายหยาง น้ำหนิงเทียนสามารถขายมันให้แก่ตระกูลเฉินได้หรือไม่??”
มู่และเฉินเปรียบเสมือนเสาหลักของแผ่นดินเหยี่ยชิง เมื่อทั้งสองบอกความ้าออกไป
แม้จะเป็ห้าตระกูลใหญ่ ยังคิดหนักหากจะแสดงความ้าเดียวกันออกไป ขุนนางที่มีศักดิ์ต่ำลง ยิ่งไม่มีความกล้านี้
หยางลู่ที่นั่งอยู่ใกล้หลานชาย กระซิบด้วยเสียงแ่เบา หากแต่ความหมายของคำกล่าวนั้นดั่งขุนเขาหนักแน่นที่กดทับลงมา
“ใคร่ครวญให้รอบครอบ หากเลือกมู่อาจทำให้ผิดใจกับเฉิน และหากตอบเฉินอาจทำให้มู่ไม่พอใจ”
คำพูดของปู่ ทำให้หยางหลี่หยางเข้าใจถึงความสำคัญของคำตอบที่มันจะต้องกล่าวออกได้ทันที
‘หากเลือกหนึ่ง อาจทำให้อีกหนึ่งไม่พอใจ แต่หากจะสร้างโคล่าเพื่อพวกเขาสองคน พรุ่งนี้หัวบันไดตระกูลหยางคงไม่แห้ง และที่สำคัญหากสร้างขึ้นง่ายๆ โอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าสินค้าจะยากยิ่งขึ้น’
ทว่าเหมือนมันจะคิดบางสิ่งขึ้นได้ หลี่หยางกล่าวออกอย่างไร้เสียงแก่จิ้นอวี่
อีกฝ่ายอ่านปากของหลี่หยางและจับใจความได้ว่า “นี้เป็โอกาสแล้ว เอาขวดที่ข้ามอบให้เ้าออกมาขายสิ ได้มากกว่าซองแดงอีกนะ”
แต่หยางหลี่หยางต้องผิดหวัง เมื่อจิ้นอวี่ส่ายหน้าและทำท่าแสดงความหมายว่า มันได้ดื่มโคล่าไปหมดแล้ว
“!!!!!!”