ตอนที่8 ตราสังหารใจ
ตำหนักขนาดเล็กราวกับห้องเก็บของในป่าพระราชวังอันใหญ่โตสามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตสามตัวตนกำลังยืนอยู่ด้วยท่าทีที่ต่างกันหนึ่งเป็สัตว์อสูรและอีกสองเป็มนุษย์
“พะ พยัคฆ์ขาวอัสนี!”ขันทีตกตะลึงในทันทีเมื่อมันพบว่ามีร่างสูงใหญ่ยิ่งกว่าช้างเดินตามหลังเฟิงอี้มากลิ่นอายทำลายล้างและกระหายเืของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งทำให้ขันทีตัวแข็งค้าง
น้ำเหม็นฉุนได้ไหลออกมาจากหว่างขาของขันทีจนอาภรณ์เปียกชื้น
โฮก!
พยัคฆ์ขาวอัสนีคำรามเบาๆมันจ้องมองขันทีด้วยสายตาดุร้ายแต่ทว่ามันมิได้โจมตีแต่อย่างใดเพราะเฟิงอี้มิได้สั่งให้มันทำ
“หืม? นี่เ้ากล้าดีอย่างไรมาขับถ่ายของเสียต่อหน้าข้า”เฟิงอี้เอื้อนเอ่ยด้วยเสียงเ็าแววตาทันใดนั้นเฟิงอี้ก็ยกมือขึ้นวาดบางอย่างบนอากาศ
เฟิงอี้้าที่ประทับตราสังหารใจใส่ขันทีผู้นี้เพราะหากมิทำเช่นนี้แล้วขันทีผู้นี้คงรายงานเื่ที่เขาสมารถบ่มเพาะได้แล้วให้ฮองเฮารับรู้เป็แน่
วูด!
“ถ้าหากเ้ากล้าเอ่ยกับผู้ใดว่าข้าสามารถบ่มเพาะได้แล้วเช่นนั้นเ้าจะตกตายทันทีเพราะข้าได้ประทับตราสังหารใจให้แก่เ้าแล้วเ้าคงจักรู้ดีว่าควรทำเช่นใดใช่หรือไม่?”เฟิงอี้เปล่งวาจาที่ทำให้ขันทีต้องใจสั่นสะท้านอันใดนะ? ตราสังหารใจ?
ว่าแต่มันคือสิ่งใด?
“พะยะค่ะ กระหมอบรับบัญชา”แม้จักมิเคยได้ยินเกี่ยวกับตราสังหารใจแต่ทว่าได้ฟังจากคำบอกเล่าของเฟิ้งอี้แล้วขันทีก็พอจะเดาได้ว่าหากเขาก็เอ่ยอันใดที่เกี่ยวกับเื่เฟิงอี้สามารถบ่มเพาะได้แล้วชีวิตของเขาจักต้องสูญสิ้นเป็แน่
“เช่นนั้นก็ดีไปได้แล้ว”เฟิงอี้เลิกสนใจขันทีเขาเดินเขาไปในตำหนักที่ราวกับเรือนเก็บของของเขา
ในตอนนี้เฟิงอี้กวาดสายตามองรอบๆก็มิได้มีความพึงพอใจหรือเกิดความเดียดฉันแต่อย่างใดเพราะอย่างน้อยมันก็ยังดีกว่านอนอยู่กลางป่าอย่างไร้หลังคาคลุมหัว
“ถ้าข้าได้ยินมามิผิดงานบวงสรวง์จะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้"งานบวงสรวง์นั้นจัดขึ้นที่เมืองหู่ลู่ซึ่งอยู่ในอาณาเขตของอาณาจักรต้าเหว่ยมันอยู่ห่างจากเมืองหลวงราวๆ 500 กิโลกเมตรซึ่งเรียกได้ว่าไกลอยู่มิน้อยหากใช้เวลาเดินเท้าคงใช้เวลา 7 วันเป็แน่เพราะตามทางที่เดินทางไปต้องเจอกับสัตว์อสูรตามทางมากมายเผลอๆอาจจักต้องเจอเข้ากับพวกโจรป่าอีกด้วย
จำเป็ต้องเดินทางด้วยความระมัดระวังมิเช่นนั้นจักต้องตกตายก่อนไปถึงจุดหมายเป็แน่
“ข้าต้องไปใช้บริการหอสายลมเสียแล้ว”หอสายลมนั้นเป็หอข่นส่งผู้คนที่้าเดินทางมันมีความปลอดภัยมิน้อยหากเมื่อเทียบกับการเดินทางไปด้วยตัวเองเพราะว่าหอสายลมจักส่งยอดฝีมือผู้เก่งกาจหลายคนไปคุ้มครองด้วยแถมยังใช้สัตว์อสูรช่วยในการเดินทางอีกด้วยมันคืออสูรกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่ 8 ซึ่งมีความเร็วที่ยอดเยี่ยมยิ่ง
มันคือช้างหลังแบนซึ่งมีลำตัวยาวถึง20เมตรและสูงถึง 10เมตร
“แต่ว่าค่าโดยสารมันแพงยิ่งนัก”ใช่แล้วค่าโดยสารของหอสายลมนี้แสนแพงเพราะช้างหลังแบนใช้ค่าโดยสารไปเมืองหู่ลู่ก็3ก้อน ผลึก์ขั้นต่ำ ซึ่งราคาของผลึก์ขั้นต่ำหนึ่งก้อนนั้นก็ 1000 เหรียญทองแล้ว
และยังมีสัตว์อสูรบินได้อีกด้วยมันคืออีกาสี่ปีกซึ่งอีกกาสี่ปีกนี่คือบริการขนส่งทางอากาศขั้นต่ำสุดมีราคา 20ก้อน ผลึก์ขั้นต่ำ
แก๊ว!
เสียงคำรามมิได้ดุดันหรือน่าเกรงขามแต่อย่างใดดังขึ้นทำให้เฟิงอี้ราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“หืม? จริงสิเรามีพยัคฆ์ขาวอัสนีที่ปลุกสายเืแล้วยังต้องใช้บริการของหอสายลมอีกหรือ”เฟิงอี้เลิกครุ่นคิดถึงการใช้บริการของหอสายลมทันทีเ้าแมวน้อยของเขาหรือพยัคฆ์ขาวอัสนีมันรวดเร็วยิ่งกว่าช้างหลังแบนเสียอีกทั้งในตอนนี้พลังมันก็น่าหวาดกลัวมิเบามันยกระดับพลังเป็สัตว์อสูรกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่3แล้ว
ทั้งพลังของมันนั้นมิได้อ่อนแอดั่งสัตว์อสูรทั่วไปอีกเฟิงอี้คาดเดาว่าพลังของมันสามารถสู้กับสัตว์อสูรกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่8ได้และยิ่งแล้วหากเป็สัตว์อสูรทั่วไปกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่7มันคงสังหารลงได้อย่างมิอยากเย็นเท่าใดนัก
และเฟิงอี้ก็ยังมั่นใจในพลังของตัวเองในตอนนี้เฟิงอี้มีวิชาระดับเทพมากมายทั้งยังมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่งราวกับพระเ้าประธานมาให้ก็มิปานเส้นชีพจรทั้งสองของเฟิงอี้นั้นแข็งแกร่งและบริสุทธิ์เหนือประมาณ!
หากต่อสู้กับผู้ที่อยู่ระดับพลังกำเนิดเส้นชีพจรเฟิงอี้มิมีทางแพ้หรือตกตายอย่างแน่นอนหากสู้มิได้จริงๆเขาก็สามารถหลบหนีได้อย่างง่ายดายยิ่งนักแต่เฟิงอี้มิคิดว่าจักมีปีศาจน้อยกำเนิดเส้นชีพจรคนใดจักมาเทียบเท่าเขาได้อย่างแน่นอน
ต่อให้มันเคยเป็ระดับเทพขั้นที่8กลับมาเกิดใหม่เฟิงอี้ก็มิได้หวาดหวั่นแม้แต่น้อยหากมันยังอยู่ในระดับกำเนิดเส้นชีพจร
“หึหึ แต่ข้าคาดหวังว่าจักมีระดับเทพขั้นที่แปดกลับมาเกิดใหม่จริงๆ หากเป็เช่นนั้นถึงจักได้สนุกเสียน้อย”เฟิงอี้เผยร้อยยิ้มคาดหวังเขาจักออกเดินทางพรุ่งนี้เช้ารุ่งสาง
งานบวงสรวง์นั้นมีสิ่งที่เฟิงอี้้าอยู่นั่นก็คือรางวัลของผู้ที่ได้อันดับหนึ่งของการจัดอันดับการประลองถวาย์!
“หวังว่ามันคงจักเป็กระบี่ของข้าจริงๆ?”เฟิงอี้ได้รับรู้ข่าวสารผ่านความทรงจำของร่างแล้วลักษณะของกระบี่นั้นมันคล้ายคลึงกับกระบี่ของเขาเสียจริงๆมันเป็กระบี่ที่ปราบมารสังหารเทพมามากมายหลายตนแล้วและมีเพียงเขาเพียงผู้เดียวที่ใช้มันได้!
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…