ตอนที่ 6 วิชาหมัดวานร(2)
พื้นที่ภายในไข่มุก?
‘แสดงว่าตอนนี้เราถูกดูดเข้ามาภายในไข่มุกเหรอเนี่ย? ได้ยังไงกันแล้วเราจะออกไปจากที่นี้ได้ยังไงละทีเนี่ย?’จิ๋นหยางคิดหนักในทันทีเมื่อเขารู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน......
"ฮ่า ฮ่า ฮ่าเด็กน้อยเ้าคงกำลังคิดซินะว่าจะออกจากสถานที่นี้ยังไง?" ชายชรารู้ว่าจิ๋นหยางกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงได้พูดถามออกไป ส่วนจิ๋นหยางเขายังเงียบและไม่ได้ตอบชายชราไปโดยทันทีก่อนจะผ่านไปคู่หนึ่งจิ๋นหยางจึงเอ่ยถามขึ้นว่า.....
"ท่านผู้าุโข้าน้อยแซ่จิ๋นมีนามว่าหยางท่านผู้าุโได้โปรดบอกข้าทีว่าที่นี้คือสถานที่แบบใดแล้วข้าจะสามารถออกจากที่แห่งนี้ได้ยังไง?"จิ๋นหยางเป็ท่าทางของตัวเองมาเป็สุภาพขึ้นและพูดกับชายชราอย่างนอบน้อม.....
"ไม่ต้องกังวลไปเด็กน้อย ข้านี้ละเป็คนพาเ้ามายังสถานที่แห่งนี้เองเ้าพวกที่ลอยอยู่นั้นก็เป็ฝีมือข้าเช่นกันข้าช่วยเ้าไว้จากพวกมันเพราะว่าข้าเห็นเ้าแล้วมันรู้สึกถูกชะตากับเ้ายิ่งนักชีวิตเ้ามันช่างน่าเศร้าข้าอยู่มานานกว่าหมื่นปีในพื้นที่แห่งนี้ ที่นี่ก็คือข้าข้าก็คือที่นี่ นามของข้าคือ ชินชูเร่อเหยียน (ไข่มุก์)" ชายชราพูดขึ้นพร้อมยิ้ม.....
"ถ้าเช่นนั้นท่านก็สามารถพาข้าออกไปได้ใช่หรือไม่?" เมื่อได้ยินคำพูดของชายชรา จิ๋นหยางก็รู้มีความหวังขึ้นมาทันที.....
"แน่นอนว่าข้าสามารถพาเ้าออกไปได้หรือแม้กะทั้งพาเ้าเข้ามาได้เมื่อไหร่ก็ตามที่เ้ากับข้าเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แล้วไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ย่อมทำได้" ชายชราพูดพร้อมกับยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ที่มุมปากของตน......
"ถ้าเช่นนั้นได้โปรดท่านผู้าุโพาข้ากลับไปยังข้างนอกที"จิ๋นหยางไม่รอช้าขอร้องให้ชายชราพาเขากลับออกไปทันที......
"เ้าจะรีบไปไหนกัน เ้าไม่อยากจะฝึกวิชาหมัดวานรแล้วเหรอข้าเห็นเ้าฝึกมันทุกวันๆ เ้าเองก็ไม่มีพื้นฐานด้านการฝึกยุทธใดๆเลยนิท่าที่เ้าฝึกได้เมื่อไม่นานนี้มันก็แค่ท่างูๆปลาๆที่มันไม่สมบูรณ์ใช้โจมตีกระต่ายยังพอได้ แต่ถ้าจะเอาไปสู้จริงละก็......ไม่ต้องพูดเลยมันไม่ได้ทำให้คนอื่นหายคันได้ด้วยซ้ำเอาอย่างนี้ไหมข้าจะสอนเ้าเองแต่มีข้อแม้อยู่อย่างนะ"
ชายชราพยายามพูดหวาดล้อมจิ๋นหยางให้ยอมทำตามที่ตนบอกโดยการยกเื่การฝึกวิชายุทธเพลงหมัดวานรขึ้นมาและบอกว่าตนจะเป็คนสอนให้เขาเป็เอง.....
จิ๋นหยางรู้สึกลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบพร้อมถามกลับไปว่า....
"ข้อแม้อะไร...?"
"เพียงแค่เ้ากราบข้าเป็อาจารย์แล้วข้าจะช่วยสอนให้กับเ้าเอง"ชายชราพูดพร้อมกับยิ้มแบบเ้าเล่ห์อีกครั้ง......
"เพียงแค่คาราวะท่านเป็อาจารย์......เท่านั้นเองรึ?" จิ๋นหยางถามย้ำอีกครั้ง......
"ใช่ ใช่ ใช่ เพียงแค่นั้นละง่ายมากเลยใช่ไหมเล้า"ชายชรารีบพยักหน้าตอบทันที......
ถึงแม้ว่าข้อเสนอจะน่าสนใจแต่จิ๋นหยางก็ยังไม่อาจปักใจเชื่อได้ เขายังคงรักษาระยะและไม่ประมาทอยู่เช่นเคยเพราะว่าเขายังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของชายชราผู้นี้เลย ไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดมานั้นจะจริงหรือไม่บางที่มันอาจจะมีอะไรแอบแฝงก็ได้......
"เอาล่ะ ในเมื่อท่านพูดเช่นนั้นข้าก็จะ........ยังไม่อาจจะเชื่อได้เพราะข้าเป็คนที่ว่าไม่เห็นกับตาไม่อาจปักใจเชื่อได้ข้ามักจะเชื่อในสิ่งที่มองเห็นเท่านั้น ถ้าสิ่งที่ท่านพูดมาเป็ความจริงงั้นก็แสดงมาซิถ้ามันจริงข้าก็จะยอมกรามท่านเป็อาจารย์และจะซื่อสัตย์ต่อท่าน”
จิ๋นหยางเองก็มีลูกเล่นของเขาเช่นกันเพราะเขาก็ไม่ใช่คนโง่ที่คิดอะไรไม่เป็เลย ดังนั้นเขาจึงได้พูดออกไปแบบนั้นและพูดต่อ “แต่ถ้าสิ่งที่ท่านพูดมาไม่ได้เป็ความจริง งั้นก็ฝันไปเถอะ เอ๋.....หรือว่าสิ่งที่ท่านพูดมานั้นจะไม่ได้เป็ความจริงคนแก่ก็อย่างนี้ละนะชอบคุยโวโอ้อวด บอกตัวเองอายุเยอะ ความรู้เยอะแต่ที่ไหนได้ก็แค่พวกหลงตัวเอง"
จิ๋นหยางพูดพร้อมกับทำหน้าดูถูกมองไปทางชายชรา และเมื่อชายชราเห็นมันก็เกิดความโมโหขึ้นมันไม่คิดว่าเด็กนี้จะพูดแบบนี้กับมัน เพราะที่ผ่านมามีแต่คนอยากให้มันเป็อาจารย์เมื่อนานมาแล้วมันเคยเป็ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่อยู่ในระดับบรรพชนขั้นสูงสุด.....
ซึ่งมันมีชื่อเสียงอย่างมากในตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ และอีกแค่ครึ่งก้าวมันก็จะขึ้นไปอยู่ระดับมหาวีรชนแล้วแต่น่าเสียดายทีมันเกิดหลงรักสาวงามนางหนึ่งเข้าให้ซะก่อน และเพราะเื่นั้นจึงทำให้ชายชราต้องมาอยู่แบบนี้ในทุกวันนี้....
ซึ่งหญิงสาวนางนั้นมีความงามแบบพูดได้ว่าสามารถล้มบ้านล้มเมืองเลยก็ว่าได้และมันได้ไปสู่ขอนางแต่ก็ไม่สามารถจะได้นางมา เพราะว่านางเป็ศิษย์ของพรรคสตรีบุบผาเป็พรรคที่ไม่อนุญาตให้ศิษย์มีความสัมพันธ์ใดหรือแต่งงาน.....
ศิษย์ทุกคนต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้ ไม่อาจละเมิดกฎของพรรคได้ แต่ชายชรไม่ยอมล้มเลิกความคิดนี้มันได้ทำการบุกเข้าไปยังภายในพรรคเพื่อที่จะชิงตัวนางมา แต่กลับเป็ว่ามันติดอยู่ในค่ายกลของพรรคสตรีบุบผาจนไม่อาจทำอะไรได้และถูกจองจำอยู่ในพื้นที่อันมืดมิด......
จนในที่สุดมันหลอมรวมพลังของตัวเองแปรเปลี่ยนสภาพให้ตัวเองกลายสิ่งของซึ่งนั้นก็คือไข่มุก์ในปัจจุบันนี้ แล้วลอยออกไปยังที่ห่างไกล ค่ายกลนี้สามารถกักขังได้แต่สิ่งมีชีวิตแต่ไม่สามารถกักสิ่งของได้ตัวมันที่กลายเป็ไข่มุกจึงสามารถออกไปได้ด้วยพลังเฮือกสุดท้าย......
จนเวลาผ่านมาหลายชั่วอายุคนทำให้สามารถสะสมพลังและเปลี่ยนจากสมบัติวิเศษเป็สมบัติิญญาที่มีพลังิญญาเป็ของตัวเองและหลับใหลอยู่ภายใต้ซากโบราณจนกระทั้งคนของตระกูลจิ๋นมาพบเข้าแล้วสุดท้ายก็มาอยู่กับจิ๋นหยางและมันเฝ้าดูเด็กคนนี้มาตลอดจนเกิดเื่เมื่อไม่นานมานี้เมื่อนึกถึงเื่ราวทั้งหมดที่ผ่านมาก สีหน้ามันก็เศร้าหมองลง......
"เอาละ เอาละ ในเมื่อเ้าว่าอย่างนั้นก็ได้ข้าจะแสดงให้เ้าดูเองว่าสิ่งที่ข้าพูดมานั้นเป็จริงหรือไม่ ขั้นแรกสิ่งที่เ้าขาดหายไปคือวิธีฝึกตนขั้นพื้นฐานในขั้นฝึกหัดนั้นเ้าต้องฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งเพื่อที่จะรองรับพลังลมปราณที่จะฝึกเมื่อเ้าเข้าสู่ระดับเริ่มต้นร่างกายของเ้านั้นต้องสามารถรับพลังลมปราณเ่าั้ได้ไม่เช่นนั้นเ้าก็จะไม่สามารถฝึกฝนต่อไปได้"
พรึบ!!
"นี้คือตำราฝึกตกขั้นพื้นฐานที่ใช้ฝึกฝนร่างกายรวมถึงทักษะขั้นพื้นฐานต่างๆเ้าสามารถฝึกมันได้ในสถานที่แห่งนี้ถ้าเ้าฝึกเสร็จแล้วข้าจะสอนเ้าถึงหมัดวานรที่ผนังนั้นเ้าคงจะสามารถเรียนรู้และเข้าใจมันได้ไม่ยาก”
“อีกอย่างผลท้อที่เ้ากินไปนั้นมันเป็ผลไม้ลมปราณช่วยปรับเปลี่ยนร่างกายความนึกคิดและการจดจำ แต่เ้าเองก็มีสายตาที่ดีเลิศอยู่แล้ว รวมถึงการจดจำสิ่งต่างๆที่ดีข้าคิดว่าไม่น่าจะเกินเดือน เ้าต้องเข้าใจมันได้ทั้งหมดแน่"
“หะ!!? หนึ่งเดือน?”จิ๋นหยางร้องอุทานออกมาด้วยความใ.......
"ใช่แล้วหนึ่งเดือน ข้าว่ามันเร็วไปด้วยซ้ำที่จะฝึกให้ได้ภายในเวลานั้นคนทั่วไปไม่อาจทำได้แต่เนื่องจากเ้าไม่เหมือนกับคนอื่น ข้าว่าเ้าน่าจะทำมันได้ขอให้โชคดีน่ะเด็กน้อย เอ่อข้าลืมบอกเ้าอีกอย่างหนึ่งมิติแห่งนี้แตกต่างจากข้างนอก ที่เวลาของที่นี้จะเร็วกว่าข้างนอกนัก เพราะภายในนี้หนึ่งเดือนเท่ากับข้างนอกหนึ่งวันเท่านั้น"
หวืดดดดด!!
หลังจากที่ชายชราพูดจบ สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปเป็ป่าเขามีลำน้ำต้นไม้ต่างๆนา เหมือนอยู่ในพื้นที่ของจริง ก่อนที่ชายชราจะพูดต่อว่า.....
"ที่นี้คือป่าที่ข้าดูดเข้ามาเมื่อนานมาแล้ว มันเป็ของจริงทั้งหมดแม้แต่สัตว์อสูรด้วยแต่พื้นที่ที่เ้าอยู่นี้จะปลอดภัยที่สุด อย่าลืมเ้ามีเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นถ้าเ้าไม่สามารถทำได้เ้าก็จะติดอยู่ที่นี้ตลอดกาล” เมื่อพูดจบชายชราก็ปิดตาของมันลงและหายไป.......
“ท่านผู้าุโ!!!!” จิ๋นหยางรีบะโเรียกชายชราทันที แต่ไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด.....
“ทั้งหมดคือของจริง?ถ้างั้น ผลไม้ ปลา สัตว์ต่างๆก็ของจริงด้วยละซิ?” จิ๋นหยางก้มลงมามองที่ตำราฝึกตนพื้นฐานที่ได้รับจากชายชราหนึ่งครั้งสลับกับมองไปรอบๆตัวของเขา.....
ตุบ!!
จากนั้นเขาก็นั่งลงแล้วเปิดอ่านตำราที่ได้มาอย่างตั้งใจในไม่ช้าความรู้ทั้งหมดก็ไหลผ่านเข้าไปในสมองของเขาภาพต่างๆที่ได้อ่านไหลเข้าไปดังสายน้ำทำให้ร่างกายเขาเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเกิดเสียงกึ่งก้องภายในตัว”
บู้มมมม!!!
ในที่สุดเขาก็ทะลวงผ่านระดับฝึกหัดขั้นที่หกแล้วเข้าสู่ขั้นที่เจ็ดซึ่งพละกำลังของเขาตอนนี้คือหนึ่งสิงห์กับอีกห้าร้อยจิน ซึ่งความแข็งแกร่งของเขาเปรียบได้กับคนที่อยู่ในระดับเริ่มต้นขั้นที่หนึ่งเลยทีเดียว......
ส่วนผู้ฝึกตนระดับเริ่มต้นขั้นที่สองนั้นจะมีความแข็งแกร่งอยู่ที่สามสิงห์ส่วนขั้นที่สามอยู่ที่ห้า สิงห์ แต่เมื่อไร่ที่ก้าวไปถึงระดับ4หรือระดับเริ่มต้นขั้นกลางพละกำลังจะพุ่งสูงถึงสิบสิงห์ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมากในการก้าวผ่านขั้นนี้.......
สองอาทิตย์ผ่านไป......
จิ๋นหยางฝึกเทคนิคต่างๆที่บันทึกอยู่ภายในตำราอย่างเคร่งคัดและฝึกหนักกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่าและ่นี้เขาก็ไม่ได้กินผลท้อเลย เขานึกถึงมันอยู่ทุกวันนึกถึงความอร่อยของผลท้อที่เขาได้กิน นึกถึงสระน้ำที่เขาได้นอนแช่ เขาอยากจะกลับออกไปให้เร็วที่สุดเพื่อออกไปกินผลท้อและแช่น้ำเย็นๆในบ่อจิ๋นหยางจึงได้กลับไปเริ่มฝึกฝนต่ออีกครั้ง.......
ผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์........
ใกล้จะครบหนึ่งเดือนแล้วที่ชายชราได้กำหนดไว้ซึ่งจิ๋นหยางสามารถเข้าใจถึงทักษะพื้นฐานต่างๆและเขาก็สามารถควบคุมพลังภายในร่างของเขาได้อย่างสมบูรณ์แล้วด้วยและสามารถบังคับพลังไปตามจุดต่างๆแบบไม่ติดขัดใดๆ......
และภายในจุดตันเถียนของเขาก็เหมือนกับมีกลุ่มก้อนของพลังลมปราณไหลเวียนอยู่ในนั้นเล็กน้อยในตำรากล่าวว่าลมปราณคือพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของคนเรา มันสามารถเคลื่อนไปตามจุดต่างๆได้แต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนไปได้ทุกจุดแบบสมบูรณ์.....
ถ้าหากไม่ได้รับการฝึกมาอย่างดีละก็เกิดผิดพลาดขึ้นมาก็จะทำให้จุดชีพจรนั้นอาจจะพิการหรืออุดตันได้ถ้าบังคับพลังให้ผ่านจุดนั้นมากเกินไปแต่ตอนนี้เขาสามารถทำได้แบบสมบูรณ์แล้วเพราะความช่วยเหลือจากตำราผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานที่ได้รับจากชายชรา......
ท่านผู้าุโ!!
"ข้าสามารถเรียนรู้แล้วเข้าใจมันได้ทั้งหมดแล้ว" เขากล่าวขึ้นพร้อมกับทำหน้าภาคภูมิใจเป็อย่างมากเพราะเขาสามารถสำเร็จมันได้ก่อนที่จะครบหนึ่งเดือนตามที่ชายชราว่าไว้........