ยามนั้นผมลนลานเป็อย่างมาก ไม่รู้จะตอบแม่ว่ายังไงดี ปากอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ส่วนพูดอะไรไม่ออก ทว่า...อวัยวะท่อนล่างนั้นกำลังจะปลดปล่อยน้ำบางอย่างให้ออกมารอมร่อแล้ว
“นนท์! อยู่ในลูกแม่เรียกทำไมไม่ตอบ?”
“คะ....คร้าบแม่!! หา? เฮ้ย!!” พอแม่ะโเรียกเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง ผมก็สะดุ้งขานรับเธอ ทว่า...เพราะอาการใกระมัง มือที่กำลังดุ้นเอ็นแข็งโด่ก็เลยพลันกระถอกเข้าออกสุดแรง ประจวบเหมาะกับเวลานั้นผมใกล้จะถึง์พอดีมันก็เลย....
“ฉะ...ฉิบหายแล้ว!! น้ำแตกใส่กางเกงในแม่ ทำไงดี ทำไงดี เอาวะเผ่นก่อนก็แล้วกัน”
เวลานั้นผมไม่รู้จะทำไงต่อ จึงรีบดึงกางเกงตัวขึ้น และวิ่งพรวดออกจากห้องแม่ ตรงไปที่ห้องนอนของตนเอง พอเข้ามาได้ก็พุ่งกระโจนขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะดึงผ้านวมผืนใหญ่มาห่มคลุมร่างกาย จากนั้นเวลาก็ผ่านไปอีกประมาณไม่ถึงนาที แม่ผมก็เปิดประตูเข้ามา
“อ้าว เป็อะไรไปลูก? ไม่สบายเหรอ? แม่เรียกก็ไม่ตอบ” แม่เอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงงขณะที่เธอเห็นผมนอนอยู่บนเตียง
“หะ....หาววววว มะ...ไม่มีอะไรครับแม่ พอดีนนท์นอนเล่นแล้วเผลอหลับไป มะ...มาตื่นตอนแม่เรียกนี่ล่ะครับ ทำไมแม่หาวววว....วว กลับมาไวจัง”
“พอดีเพื่อนแม่เขายกเลิกนัดน่ะ แม่เลยกลับมาไว ลูกไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว งั้นเดี๋ยวลงไปทานขนมนะแม่ซื้อมาเยอะเลย”
“คะ...ครับ งั้นเดี๋ยวนนท์ขอล้างคะอวย...เอ่อ...หมายถึงล้างหน้าล้างตัวก่อน จะได้สดชื่น เดี๋ยวนนท์ลงไปครับ”
พอผมพูดจบแม่ก็ยิ้มพร้อมพยักหน้า ก่อนที่เธอจะออกจากห้องไป ยามนั้นเหมือนผมยกูเาทั้งลูกออกจากอกก็ไม่ปาน
“ฟู่-----เกือบไปแล้วตู ถ้าช้ากว่านี้อีกสักเสี้ยววินาทีงานเข้ายาว ๆ แน่” ผมพ่นลายหายออกจากปากด้วยความโล่งอก ก่อนจะหยิบเอากางเกงในของแม่ที่เลอะน้ำเงี่ยนผมออกมาจากใต้ผ้านวม จากนั้นก็คิดในใจว่าจะเอายังไงกับมันต่อดี เอาไปคืนแม่ในสภาพนี้คงทำไม่ได้ จะเอาไปซักงั้นเหรอ? ขืนทำแบบนั้นความแตกพอดี หรืออาจจะทำได้แต่นั่นก็ต้องรอให้แม่ไม่อยู่บ้านอีกครั้ง แล้วมันจะอีกนานแค่ไหนกันล่ะ? เช่นนั้นก็เหลือทางเดียวคือ ผมต้องเก็บมันไว้ชัก...เอ๊ย! หมายถึงเก็บมันไว้ซัก แค่กางเกงในหายไปตัวเดียวแม่คงไม่สงสัยอะไรหรอกมั้ง เพราะในตู้มีตั้งหลายตัว
ผมพยายามคิดในแง่ดี ก่อนจะเก็บเ้ากางเกงในแม่ที่เลอะน้ำเงี่ยนไว้ใต้หมอน จากนั้นจึงลุกจากเตียงไปล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำ ก่อนจะลงไปกินของอร่อย ๆ ซึ่งแม่ซื้อมาฝากในชั้นล่างของบ้าน พอทานอิ่มผมก็ใช้เวลากับแม่เกือบจะตลอดบ่าย เราคุยกัน ดูโทรทัศน์ด้วยกันอย่างมีความสุข ซึ่งกว่าผมจะรู้ตัวอีกทีก็ปาไปเกือบจะหกโมงเย็น และตอนนั้นเองยัยมิลค์ยัยพี่สาวสุดXตัวแสบของผมกลับมาจากมหาลัยพอดี ก็เหมือนเดิมครับ นางมองหน้าผมด้วยความรู้สึกที่ไม่เป็มิตรเท่าไหร่ ส่วนผมก็เฉย ๆ นะไม่ชอบก็ไม่ชอบใครสนฟ่ะ
ผมไม่สนสีหน้าท่าทางของยัยมิลค์ แต่กลับสนอย่างอื่นของนางมากกว่า...
ร่องเสื้อนักศึกษาที่ปริจนเห็นยกทรง
บั้นท้ายอวบอัด กับต้นขาขาว ๆ อวบ ๆ ยามยัยนี้เดินขึ้นบันไดบ้าน
นี่ถ้าไม่ติดว่าในบ้านมีแม่อยู่ด้วยน่ะ บอกเลย..ผมจะพุ่งเข้าไปฟัดยัยบ้านี่ให้แหกปากร้องครางซี้ดซ้าดลั่นบ้าน เฮ้อ...อออ เสียดายที่ทำไม...
“ไอ้นนท์!!!!!!!!!!!!!!!!!” ตึง..ตึง...ตึง...
ยังไม่ทันที่ผมจะคิดจบ จู่ ๆ ยัยมิลค์ก็แหกปากเรียกผมอย่างสุภาพ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงย่ำเท้าดังตึงตังลงมาจากชั้นบน เวลานั้นผมเห็นหน้าของยัยมิลค์แดงแปร๊ด ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธสุด ๆ ประหนึ่งว่าถ้าในมือนางมีปืน หรือมีด นางคงลั่นไก ไม่ก็ใช้มีดจ้วงแทงผมจนพรุนไปแล้ว
“มีอะไรมิลค์ลูก ทำไมเรียกดังเรียกน้องแบบนั้น”
“ไอ้นนท์ วันนี้แกได้เข้าไปในห้องฉันรึเปล่า...” ยัยมิลค์จ้องเขม็งมาที่ผม ก่อนจะเอ่ยปากถามเสียงแข็ง นางไม่สนที่แม่ถามด้วยซ้ำ
“เอ่อ....อา.....” ผม อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ คิดในใจว่าเอาไงดีวะ ไม่อยากโกหกต่อหน้าแม่ อีกอย่างคงโกหกไม่ได้ด้วย งั้นก็....
“อืม...เข้า” ผมตอบสั้น ๆ ตอบความจริงแบบแมน ๆ ซึ่งนั้นทำให้ยัยมิลค์โกรธหนักกว่าเดิม เธอเตรียมจะอ้าปากพูด หรือด่าอะไรสักอย่างทว่า....เสียงดุ ๆ ของแม่ก็พูดขึ้นมาเสียก่อน
“นนท์! ทำไมทำแบบนั้นล่ะลูก มันเสียมารยาทมากเลยนะ การเข้าห้องส่วนตัวของคนอื่นโดยที่เ้าของเขาไม่อนุญาตน่ะ”
“ขะ...ขอโทษครับแม่ ก็...ก็นนท์เบื่อ นนท์เหงา ไม่รู้จะทำอะไรนี่ ก็เลยเดินสำรวจบ้านดู เพื่อจะเจออะไรเล่น อะ..อีกอย่างเห็นห้องพี่มิลค์มีโน๊ตบุ๊คด้วย นนท์เลยอยากจะเล่นเน็ตแก้เบื่อหน่อย แต่ก็เข้าไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องกลับมานอนเล่นห้องตัวเอง แล้วก็หลับไป มาตื่นก็ตอนแม่เรียกนั่นแหละครับ” ผมแกล้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จไปเรื่อย
“นี่แกคิดจะเปิดโน๊ตบุ๊คฉันด้วยเหรอไอ้...”
“พอ ๆ พอได้แล้วมิลค์หยุดโวยวายสักที ลูกกลับห้องไปซะ เดี๋ยวแม่จะคุยกับน้องเอง”
“แต่แม่คะ...”
ยัยมิลค์ดูท่าจะไม่ยอม ไม่จบ ทว่า...พอนางเห็นแววตาที่ดุดันของแม่ สุดท้ายก็ต้องยอมในที่สุด ก็นะ...ใครใหญ่ที่สุดในบ้านก็เห็น ๆ อยู่ อิอิ (หมายถึงอำนาจน่ะ ไม่ได้หมายถึง เบิ้ม ๆ คือลือสองเต้า)
...พอยัยมิลค์ไปแล้วคราวนี้ก็ถึงตาผมบ้างล่ะ จะโดนแม่ดุแรงไหมเนี่ย
“ก็อย่างที่แม่บอกนั่นแหละนนท์ การเข้าห้องคนอื่นโดยพลการมันถือเป็เื่ที่เสียมารยาทมากนะลูก ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่อยากให้คนอื่นเข้ามารุกล้ำกันทั้งนั้น วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ เข้าใจมั้ย?”
“ขะ...เข้าใจแล้วครับ ต่อไปนนท์จะไม่ทำแบบนี้อีก”
“เข้าใจก็ดีแล้ว อดทนอีกนิดก็แล้วกันนะลูก ของใช้ส่วนตัวของลูกอาทิตย์หน้าก็น่าจะส่งมาถึง เอ๋...หรือ นนท์อยากได้ของใหม่ไว้เล่นแก้ขัดก่อน อยากพวกโน๊ตบุ๊ค หรือเกมเพลย์”
...พอแม่ถามแบบนั้นสองตาของผมก็พลันเบิกกว้าง
ของใหม่งั้นเหรอ? ได้ก็ดีนะ โน๊ตบุ๊คเครื่องเดิมก็ใช้มาสี่ห้าปีแล้ว เครื่องเพลย์เองก็เป็แค่เพลย์ 4 อยากเล่นเพลย์ 5 เหมือนกันแต่....
“ไม่เป็ไรครับแม่ แม่เก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นในบ้านดีกว่า นนท์รอใช้ของเดิมได้อีกแค่อาทิตย์เดียวเอง นนท์รู้นะว่าสถานะงานเงินของบ้านเราตอนนี้มัน...” พอผมพูดแบบนั้นออกมาแม่ก็ดูเหมือนจะใเป็อย่างมาก ซึ่งสิ่งนี้ช่วยยืนยันความมั่นใจให้ผมเพิ่มขึ้นว่าบ้านเรามีปัญหาเื่เงินอยู่จริง ๆ
“ระ....เื่นั้น”
“ใช่จริง ๆ ด้วย เพราะงั้นแม่เก็บเงินไว้ใช้กับเื่สำคัญที่ต้องจ่ายเถอะครับ จะว่าไปนนท์เองก็คิดหางานพาร์ทไทม์ทำพอดี นอกจากจะแก้เบื่อแล้ว ยังได้เงินมาช่วยแม่ช่วยบ้านเราด้วย” ผมระบายยิ้มกว้าง ก่อนจะกล่าวขึ้น ซึ่งใครจะไปคิดว่าพอบอกออกไปแบบนั้น แม่จะร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม และพลันพุ่งเข้ามากอดผมแน่น
“ฮือ ๆ ขะ...ขอบใจนะนนท์ แม่...แม่ขอโทษที่ทำให้ลูกพลอยลำบากไปด้วย”
“มะ...ไม่เป็ไรครับแม่ ไม่ลำบากเลยสักนิด เปิดเทอมนนท์จะตั้งเรียน จะเรียนให้จบ จากนั้นก็จะหางานดี ๆ ทำเพื่อดูแลแม่ในอนาคต รักแม่นะครับ”
“ฮือ ๆ แม่ก็รักนนท์เหมือนกันนะ”
เวลานั้นแม่กอดผม แล้วก็ร้องไห้โฮ ผมเองก็ใช้สองแขนโอบกอดเธอกลับเช่นกัน มันช่างเป็ความรู้สึกดีสุด ๆ คงเพราะผมไม่เคยกอดเธอมาก่อนกระมัง
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็ฉากสุดแสนประทับใจระหว่างแม่กับลูกชายอยู่แล้วถ้าไม่นับ...
ไอ้ความคิดโสมมต่ำตมที่แวบเข้ามาในสมองผม
...ตัวแม่หอมจังใช้น้ำหอมอะไรเนี่ยแถม...นะ...หน้าอกไซซ์มหึมาที่เบียดบี้ตัวเราอยู่ก็นิ่มเด้งสุด ๆ อูย...ยยย แค่คิดก็...อึก!!
ฉะ...ฉิบหายแล้ว!! เป้ากางเกงของเรามัน
เพราะเผลอคิดฟุ้งซ่านกับแม่แวบเดียว ร่างกายส่วนล่างตรงหว่างขามันก็เลยตอบสนองอย่างรวดเร็ว ผมจะทำไงดีล่ะเนี่ย ขืนเ้างูั์ตาเดียวพองตัวมาโดนแม่ในเวลานี้เข้าล่ะก็ บรรลัยแน่!!
จบตอน