ตอนที่ 7
หอประมูล
“ท่านอาแล้วคนตระกูลหลี่นี่เขาอยู่พลังะกันที่เท่าไหร่ทำไมท่านอาถึงนึกกลัว” ไป๋เหอย้อนกลับมาพูดเื่ตระกูลหลี่ต่อเพราะความแค้นยังไม่ได้สะสางก็มีงานเข้ามาใหม่
“ตระกูลหลี่ที่เป็าุโมีคนเข้าถึงชั้นแก่นแท้จิตขั้น3 ถึง 3 คน หลี่หย่งชางอยู่ชั้น์ชั้นที่ 5 ลูกชายอย่างหลี่ต้าเหว่ยอยู่ชั้นก่อเกิดขั้น 7 และคนอื่น ๆที่ข้าไม่ได้กล่าวถึงมีประปรายกันไป คนที่ข้ากลัวคือาุโของตระกูลนั้นด้วยข้าเป็เพียงชั้น์ขั้นที่5 เท่านั้นแพ้อยู่แล้วถ้าหากลงมือสู้” เสียงทุ้มแฝงร่อยรอยความอัดอั้นไว้ โกรธและเกลียดตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่จะแก้แค้นให้พี่ชายก็ยังทำไม่ได้เลย
“หลี่ต้าเหว่ยนี่ใช่ไหมคนที่รังแกข้าแสดงว่าข้าสู้กับมันได้นะสิขอเพียงข้าเหนือกว่ามัน” เมื่อรู้ว่าคนรังแกพลังไม่ได้เหนือกว่าเขาเท่าไหร่ทำให้มั่นใจว่าเขาต้องชนะได้หากจะถึงคราวสู้จริงๆ
“ใช่เ้าสู้ได้แต่ระวังคนที่มันไม่ยอมนะถ้าหากเ้าชนะคนในตระกูลหลี่ย่อมที่จะไม่ปล่อยเ้าไว้” เขารู้ถึงความอำมหิตของคนในตระกูลหลี่ดีภาพเหตุการณ์นั้นเขาจำได้ไม่ลืม พอนึกถึงแล้วความเ็ปในใจก็ปะทุขึ้นอีกครั้งาแภายในใจยังไม่ได้รับการแก้ไขซ้ำร้ายชั้นพลังก็ไม่กระเตื้องเสียทีเป็เช่นนี้แล้วได้แต่ข่มจิตข่มใจเอาไว้รอวันล้างแค้นสักวันหนึ่งหาก์เมตตากับตระกูลเฉิน
“แล้วข้าจะทำอย่างไรข้าจะทนปล่อยให้มันรังแกพวกเราไปตลอดแบบนี้เหรอข้าไม่ยอมหรอก”
ไป๋เหอเมื่อรู้ว่าจะโดนรังแกไปเรื่อยๆเขาไม่คิดที่จะทนคิดว่าเขาจะต้องแก้แค้นคืนให้ได้และจะต้องฝึกวิชาให้สำเร็จให้เร็วที่สุดแต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยชอบเลยแม้ว่าจะเป็โลกปัจจุบันที่เขาเคยอยู่ก็ตามเถอะคนมีอำนาจมักจะอยู่เหนือคนที่อ่อนแอเสมอเฉกเช่นเขาตอนนี้ที่ตระกูลอ่อนแอกว่าตระกูลหลี่เยอะแม้ว่าเขาจะสามารถชนะหลี่ต้าเหว่ยได้ใช่ว่าเขาจะรอดจากคนที่คิดทำลายคนอื่นที่มีพลังเหนือกว่าเขาและเหนือกว่าท่านอา ฉะนั้นต่อให้สู้กันจริงตระกูลเฉินก็คงจะได้รับความพ่ายแพ้ดีไม่ดีตระกูลเฉินอาจจะถูกลบชื่อออกจากเมืองนี้ก็เป็ได้ทางที่ดีพวกเขาต้องใช้ความคิดหาหนทางแก้ไขแม้หนทางจะมืดมิดก็ตามเถอะ
“ตอนนี้อาจจะใช่ที่เราไม่สามารถสู้ได้แต่ข้าเชื่อว่าสักวันเ้าจะสามารถโค่นล้มตระกูลหลี่ได้แน่” เจียวฉือมั่นใจเต็มร้อยว่าหลานชายจะสามารถทำได้และทำได้ดีทีเดียวดีไม่ดีเขาอาจจะเป็หนึ่งในผู้มีชื่อเสียงก็เป็ได้แค่ตอนนี้เขายังไม่แข็งแกร่งพอ หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับไป๋เหออีกครั้งเขาจะต้องปกป้องหลานคนนี้จนสุดความสามารถเพื่ออนาคตเขาให้ได้
“ข้าไม่อยากจะรอให้ถึงวันนั้นเลยท่านอาข้าอยากจะแข็งแกร่งให้เร็วตอนนี้หรือพรุ่งนี้ยิ่งดี” ไป๋เหอกำหมัดแน่นเมื่อพลังที่เขามีไม่สามารถทำอะไรตระกูลชั่วนั้นได้เลย การที่จะปล่อยให้คนพวกนั้นรังแกตลอดไปก็คงจะไม่ดีมันต้องมีวิธีเอาคืนได้สิเขาจะต้องอยู่เอาตัวรอดเพื่อจะมีชีวิตะและการได้ลิ้มลองสตรีบนโลกใบนี้
ทุกคนต่างเงียบไปเมื่อไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไรไม่เว้นแม้แต่บ่าวซื่อสัตย์ที่เห็นเ้านายสองคนทุกข์ใจเขาก็ไม่ต่างอะไรกัน
ไป๋เหอเดินคิดเรื่อยเปื่อยตลอดทางอยู่คนเดียวคิดวิธีที่จะเอาชนะคนตระกูลหลี่เขาเดินไปเรื่อยๆ จนมาหยุดตรงสถานที่ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่มีคนยืนอยู่หน้าประตูหลายคนและมีคนเดินเข้าเดินออกจำนวนมากที่ตรงนี้คึกคักน่าดูทำให้เขาเกิดความสนใจว่ามันคืออะไร ชายหนุ่มแหงนหน้ามองชื่อป้ายปรากฏว่าเป็ ‘หอประมูลเฉินหลง’
บุรุษหนุ่มเดินเข้ามาในหอประมูลได้พบกับผู้คนมากมายที่มาดูสิ่งของที่ถูกจัดโชว์และวางขาย ของเ่าั้ล้วนสะดุดตาและแปลกประหลาดบางอย่างก็ทำให้เขาทึ่งไม่เคยพบเห็นมันมาก่อน
“เ้าดูหินเหล่านี้สิมันเหมือนกับหินธรรมดาทั่วไปแต่ความสามารถของมันนั้นก็คือสามารถเอาหินพวกนี้ไปหลอมรวมกับเหล็กได้มันจะกลายเป็ของวิเศษขึ้นทันทีถ้าหากหลอมรวมกับดาบมันก็จะเป็ดาบที่ไม่หักไม่งอ”
ชายคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนักเอ่ยขึ้นจนทำให้ไป๋เหอต้องยืนฟัง
“มันดีขนาดนั้นเชียวเหรอ”
คนที่ยืนอยู่ข้างๆหลายคนทำตาลุกวาวไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็เื่จริงมันดูจะเกินจริงไปหน่อย
“มันดีจริง ๆมันมีประโยชน์ข้าจึงแนะนำพวกเ้าไง” ชายหนุ่มที่เคยอ่านตำราเกี่ยวกับหินบอกกลุ่มสหายที่มาด้วยกันพวกเขาทั้งหมดตาลุกวาวเมื่อได้ยินดังนั้นเริ่มที่จะจดจ้องหินพวกนั้นอย่างสนใจ
“มันน่าสนใจดีนะแถมราคาแค่นี้พวกเราจ่ายไหว”คนหนึ่งที่ได้ไตร่ตรองดูแล้วเห็นว่าไม่แพงมากเขาพอมีกำลังซื้อไหวและอาวุธของเขาก็เป็ดาบควรค่าแก่การใช้มันอย่างมาก
“ถ้าหากมันมีสรรพคุณดีต่อดาบพวกเรางั้นพวกเราซื้อไปหลอมดาบเพิ่มความแข็งแกร่งให้มันดีกว่า”
“ใช่ ๆ งั้นข้าซื้อ”
ไป๋เหอฟังคนกลุ่มนั้นคุยกันสายตาทอดมองไปยังหินที่วางอยู่นั้นพลันความรู้สึกถึงพลังจากหินวิ่งเข้าหาตัวรวมกันอยู่ในจุดตันเถียน
พลังมันมาจากหินก้อนนั้น!! เขาใเมื่อเห็นเช่นนั้น
แล้วที่นี่เขายังรับรู้ถึงพลังมากมายถ้าดึงพลังจากสิ่งของเหล่านี้ได้พลังในตัวก็คงจะแข็งแกร่งมากขึ้น เขาคิดเช่นนั้นมุมปากก็กระตุกยิ้มเมื่อจะได้รับพลังเข้ามาในตัว
เขาเดินเข้าไปเรื่อย ๆเพื่อดูสิ่งของที่ไม่เคยเจอหยุดดูสิ่งไหนสิ่งนั้นก็วิ่งเข้าหาตัวไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเขากันแน่ดูดซับพลังอย่างง่ายดาย จุดตันเถียนที่มีก้อนเล็กเท่ากับลูกอิงเถากำลังสั่นกระเพื่อมราวกับว่าที่นี่เป็แหล่งรวมลมปราณชั้นยอดที่มันพอใจ
อีกฟากหนึ่งของมุมห้องชายชราผู้หนึ่งกำลังจ้องการกระทำของชายตัวน้อยอย่างตั้งใจพลันก็เกิดส่ายหัวขึ้นเมื่อคิดว่าชายผู้นี้จะต้องดูดซับปราณพลังจากสิ่งของที่อยู่ในหอหมดแน่หากไม่คิดที่จะห้ามปราม
“ท่านอาจินเหตุใดท่านมองเด็กคนนั้นถึงกับส่ายหัวล่ะมีอะไรผิดปกติอย่างนั้นเหรอ”
“คุณหนูลองสังเกตเด็กชายตัวน้อยดู”
ทันใดนั้นสตรีที่เกิดข้อสงสัยเมื่อเพ่งจ้องมองดีดีถึงกับรู้สึกโกรธและก็ใไม่น้อยเมื่อได้เห็นชายที่สามารถดูดซับลมปราณได้อย่างรวดเร็วนางไม่เคยเห็นมาก่อนนี่ถือว่าเปิดโลกของนางอย่างมากแม้จะประหลาดใจในการกระทำเช่นนี้แต่นางรู้สึกโกรธไม่น้อยที่เขาใช้หอประมูลของนางเป็ที่ดูดซับพลังลมปราณเช่นนี้
“ข้าจะไปจัดการเขาเดี๋ยวนี้” หญิงสาวกำลังจะก้าวเดินไปก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงห้าม
“เดี๋ยวก่อนคุณหนูชายผู้นี้เท่าที่ข้าดูแล้วแม้วรยุทธตอนนี้ยังอ่อนด้อยเพราะพึ่งฝึกตนไม่แน่อนาคตเขาจะเป็ใหญ่ทางที่ดีคุณหนูคบเขาเป็มิตรไว้ดีกว่าเผื่อต้องใช้งานยามจำเป็” ชายชราที่ทำหน้าที่ปกป้องคุณหนูถึงกับสั่งห้ามไว้เพราะเขามองเห็นประโยชน์จากชายผู้นี้อยู่ไม่น้อย
ในขณะที่ไป๋เหอเพลิดเพลินกับการรับพลังที่วางขายจู่ ๆ เสียงใสก็ขัดสมาธิขึ้น
“คุณชายท่านนี้ ท่านมีพร์ในการรับพลังที่ต่างจากคนอื่นแถมรับพลังแต่ละอย่างแทบจะดูดสรรพคุณของมันหมด ท่านว่ามันจะดูเป็การเอาเปรียบผู้ซื้อกับผู้ขายอย่างข้าหรือไม่”
สตรีใบหน้างดงามผิวพรรณขาวผ่องรวบผมครึ่งหัวมีปิ่นปักประดับบนศีรษะใส่อาภรณ์สีม่วงปากกระจับอมชมพูวาววับถ้าหากเทียบกับสตรีที่เขาเคยเจอั้แ่มาอยู่ที่นี่นางสวยไม่แพ้คู่หมั้นของเขาเลย
เสียงนั้นก็ยังดึงดูดให้คนแถวนั้นต่างจ้องมองนางตาเป็ประกาย
“แม่นางจื่อลู่งดงามราวกับเทพธิดาบน์” เสียงชายที่ยืนใกล้ ๆไป๋เหอเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องหน้านางด้วยสายตาหวานเยิ้มแทบจะคุมอารมณ์ตนเองไม่อยู่ที่เขามาที่นี่บ่อยๆก็เพราะนางนี่แหละเป็สาเหตุ
นางสวยจริง ๆ ไป๋เหอยอมรับและก็แปลกใจที่นางมองออกว่าเขากำลังทำอะไรแสดงว่านางคงจะมีวรยุทธขั้นสูงเป็แน่และการกระทำของเขาก็ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
สตรีที่ต่างคนต่างเอ่ยชมเดินเข้ามาใกล้ๆ ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ใบหน้าของเขาไม่ได้จัดว่าเป็หนุ่มรูปงามในสายตานางเขาก็เป็เพียงเด็กหนุ่มธรรมดาผู้หนึ่งหากเมื่อกี้ท่านาุโไม่บอกว่าเขาจะเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตนางก็คงไม่หลงมาคุยอย่างแน่นอน
นางมองเขาไม่ละสายตาเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างจากตัวเขา ไป๋เหอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่านางเริ่มเดินเข้ามาใกล้ ๆ
“เอ่อแม่นางท่านคือใคร” ชายหนุ่มรีบเอ่ยถามก่อนที่นางจะเดินเข้ามาประชิดตัวเขารู้สึกแปลกๆชอบกล
“ท่านไม่รู้จักข้าอย่างนั้นรึ”
นางเอ่ยถามแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้นทำให้ทุกคนต่างอิจฉาชายหนุ่มคนนั้นที่นางคุยด้วยยากนักที่นางจะเอ่ยสนทนาหากไม่จำเป็จริงๆ ชายผู้นี้ช่างโชคดีจริง ๆ
“ข้าขอโทษด้วยข้าจำไม่ได้ว่าท่านคือใคร” ด้วยพึ่งมาอยู่ในร่างนี้ได้ไม่นานใบหน้าของนางนั้นเขาไม่เคยพบทำให้พูดความจริงเมื่อนางถามแม้ว่านางจะจัดเป็สตรีที่งดงามกิริยาอ่อนช้อยมีเสน่ห์น่าหลงใหลเป็ที่ดึงดูดของชายหลายๆ คนรวมทั้งเขาด้วย แต่การแสดงออกของนางที่มีต่อเขาในตอนนี้มันเป็จุดสนใจจนเขาคิดกลัวและประหม่าในตัวแต่ยังคงสงวนท่าทีไว้
จื่อลู่มองชายตรงหน้าที่สามารถสงบจิตใจให้มีใบหน้าเรียบนิ่งได้ไม่มีปฏิกิริยาหลงใหลนางสักนิดเหมือนชายคนอื่นทำให้นางรู้สึกทึ่งและคิดว่าตนเองไม่สวยจนไม่สามารถทำให้เขาหลงเสน่ห์เลยเหรอก่อนจะกล่าวต่อ
“ถ้าอย่างนั้นท่านช่วยเป็แขกคนสำคัญของข้าจะได้หรือไม่ ข้ารู้สึกว่าข้าอยากทำความรู้จักกับท่านนัก” น้ำเสียงออดอ้อนและดวงตาของนางนั้นช่างหวานหยาดเยิ้มจ้องมองชายตรงหน้านางคิดว่าการกระทำนี้คงจะสามารถทำให้ชายตรงหน้าสนใจได้
ไป๋เหอมีอาการหน้าแดงเมื่อเจอสตรีเอ่ยปากชวนแถมท่าทางของนางนั้นช่างเย้ายวนจนบุรุษอย่างเขารู้สึกใจสั่น เลือกที่จะเดินตามนางไปอย่างว่าง่ายพร้อมสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่ตัวเขามีทั้งดีและไม่ดีเขาหาสนไม่เพราะสิ่งที่น่าสนใจกว่าเดินนำหน้าเขา ส่ายสะโพกไปมาด้วยท่วงท่างดงามราวจะทำให้เด็กหนุ่มที่เดินตามถึงกับใจสั่นระรัวยามมองบั้นท้ายนั้น
“เชิญท่านนั่งลงดื่มชาก่อน”
สตรียกน้ำชารินใส่ถ้วยวางไว้ข้างๆกายชายหนุ่มและรินให้ตัวเองถ้วยหนึ่งก่อนจะไปนั่งลงตรงข้าม ขาเรียวงามยกพาดกันจนเห็นผิวเนื้อขาวผ่องโชว์หน้าชายหนุ่มเขาถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่
‘แม่เ้าโว้ยอะไรจะเซ็กซี่ดึงดูดขนาดนี้’ เขาคิดในใจพยายามจะอดกลั้นสิ่งที่ยั่วยุตรงหน้าให้ได้เขาแทบจะเสียสติคุมอารมณ์ไม่อยู่เมื่อเห็นเช่นนี้เจอสตรีงดงามไปใจชายหนุ่มก็เต้นไม่เป็จังหวะแล้วยิ่งอยู่กันสองต่อสองเช่นนี้มันยิ่งประหม่าไม่รู้จะเอาตาไปจ้องตรงไหนดีเขาพยายามข่มความรู้สึกอย่างทรมานแม้ใบหน้ายังคงเรียบนิ่ง
“ขอบใจแม่นางมากที่ชวนข้าขึ้นมาบนนี้” เขาไม่กล้าเผชิญหน้าโดยตรงเพียงมองไปรอบ ๆห้องขนาดใหญ่ที่มีของสำคัญวางไว้ให้ดูและหันมาจิบชาที่มีควันลอยฟุ้งออกจากถ้วยกลิ่นหอมของมันทำให้เขาต้องยกดื่มลิ้มลอง
นางหัวเราะเบา ๆมองบุรุษตรงหน้าอย่างนึกสนใจ “ข้ารู้สึกว่าท่านประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า ท่านไม่เคยใกล้ชิดสตรีมาก่อนอย่างนั้นเหรอ” พอนางสังเกตดีดีแม้ใบหน้าเขาจะเรียบนิ่งแต่มีบางอย่างทำให้นางเห็นว่าเขากำลังประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้านาง
“เอ่อ..อาจจะใช่” เขาพูดอย่างเขินอายั้แ่เกิดมาจนเข้าเรียนยังไม่เคยแตะต้องหญิงคนไหนเลยไม่ว่าโลกปัจจุบันหรือที่เขาอยู่ตอนนี้เมื่อนางถามเขาจึงไม่ปิดบัง
นางหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินเขาตอบเช่นนั้นก่อนจะเอ่ยเื่สำคัญ “ตอนนี้ท่านอยู่ในวัย 16ถือว่าหายากบุรุษผู้มีพลังลึกลับอยู่ในตัว” นางเปิดใช้พลังตาทิพย์เข้าช่วยตรวจสอบซึ่งยังมองเห็นพลังบางอย่างลอยวนอยู่รอบตัวไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเป็พลังที่น่ากลัวแผ่ออกจากร่างแม้ว่าตอนนี้มันจะอ่อนแรง
“เอ๊ะ..ทำไมแม่นางถึงรู้ได้” เขาใั้แ่อยู่ชั้นล่างแล้วที่นางกลับมองเห็นพลังในตัวเขาและการกระทำของเขา เขาอยากรู้ว่านางมีทักษะวิชาอะไรกันแน่ทำไมถึงมองออกเขายังมองไม่ออกเลยว่าใครมีพลังอะไรในตัวบ้างหรือว่ามันต้องมีขั้นพลังที่สูงกว่านี้ถึงจะมองเห็นหรือมันเป็วิชาแขนงหนึ่ง
นางยิ้มมุมปากน้อย ๆมองสำรวจชายที่นั่งอยู่เขาทำหน้าใเมื่อนางกล่าวเช่นนั้นออกมา
“ด้วยข้าวัยพึ่งเข้า 23 และสำเร็จชั้นโลหิตขั้นที่5 ได้เร็วกว่าคนอื่นที่รุ่นราวคราวเดียวกันนักนั่นคือพร์ที่ทำให้ข้าได้รู้ และข้ายังรู้ด้วยว่าท่านอยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่ 3 แต่พลังนั้นยังอ่อนนักด้วยที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์การต่อสู้และไม่มีวิชาอื่นเสริมต้าน”
ชายหนุ่มแอบนึกชมนางในใจที่ได้เจอคนมีความสามารถ เขาเทียบกับนางไม่ได้แม้แต่น้อยชั้นพลังของนางสูงกว่าเขามาก
‘มิน่าล่ะคนที่อยู่ด้านล่างถึงบอกว่านางเป็เ้าของหอประมูลนี้แค่วัย23 ก็สามารถดูแลที่นี่ได้นั่นนางเก่งจริง ๆ เขาขอชื่นชม’
“แม่นางเก่งเพียงนี้ชี้แนะข้าได้หรือไม่ว่าข้าควรจะทำยังไงให้ก้าวะโเก่งเหมือนท่านข้าอยากสำเร็จเร็วๆยิ่งมีชั้นพลังสูงข้าจะดีใจมาก”ใบหน้าเขามีความมุ่งมั่นมากขณะเอ่ยถาม
เสียงหัวเราะของนางดังขึ้นอีกครั้ง มองคนที่ยังเป็เด็กน้อยพึ่งวัยนี้แต่อยากก้าวะโถามว่าทำได้หรือไม่ย่อมทำได้แน่นอนแต่จะมีความสามารถไหมก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้น เด็กหนุ่มผู้นี้ก็น่าจะพึ่งเปิดพลังได้ไม่นานและนิสัยเขาก็เปลี่ยนราวเป็คนละคนไม่เหมือนคราแรกที่นางเคยเจอ
“ข้าอาจจะชี้แนะไม่ได้มากนักเพียงเพิ่มเติมสิ่งที่ท่านขาดได้เล็กน้อยแต่ถ้าหากท่านอยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็ต้องเดินทางออกไปเรียนรู้”
คำพูดของนางทำให้ชายหนุ่มครุ่นคิดว่าเมื่อโลกปัจจุบันมีโรงเรียนที่โลกนี้ก็ไม่ต่างกันแล้วเขาจะไปเรียนได้ที่ไหนชื่อโรงเรียนอะไรที่เหมาะกับคนอย่างเขา
“อะไรที่เป็ประโยชน์ข้าจะรับไว้หมดขอเพียงท่านชี้แนะ” ชายหนุ่มยกมือวางประสานกันเพื่อเคารพต่อนางเป็การอ่อนน้อมถ่อมตนและขอบคุณที่นางชี้แนะ
นางหยุดนิ่งสักครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ“ท่านคือคุณชายสกุลเฉินที่ตอนนี้เป็อัจฉริยะด้านการปรุงยาใช่หรือไม่”
นางเอ่ยปากถามเพื่ออยากได้ยินจากปากของเขาเองว่าสิ่งที่นางได้ยินมาทั้งหมดนั้นเป็เื่จริงทีแรกนางไม่เชื่อเพราะสิ่งที่นางรู้มาเกี่ยวกับคนนี้ไม่ใช่เก่งแบบนี้และน่าอัศจรรย์ก็คือเขาเป็นักเล่นแร่แปรธาตุที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เจอมาและดูท่าแล้วยาที่เขาปรุงขึ้นคงจะเป็นักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 3 ทำขึ้นมาไม่เช่นนั้นมันก็คงไม่ดีขนาดนี้ในเมืองนี้ยังไม่มีใครอยู่ในระดับ3 ซึ่งจะกล่าวว่าเขาเป็อัจฉริยะย่อมถูกต้องแล้ว
“เอ่อคือ เื่ของความเก่งนั้นข้าไม่ได้เก่งนักข้าเพียงแต่ทำตามตำราเท่านั้น” ไป๋เหอไม่อาจจะกล่าวชื่นชมตัวเองต่อหน้ามันดูเกินจริงเสียหน่อยเขาคิดว่าตนเองยังเก่งไมพอ
เขาพูดแค่นี้นางก็พอจะเดาออกว่าเื่ยาที่ผลิตขึ้นทั้งหมดเป็ฝีมือเขานางถึงกับนึกชมภายในใจ
“ท่านนี้ชักถ่อมตัวเหลือเกิน ข้าได้ข่าวว่าตระกูลเฉินเปิดร้านขายยาขึ้นอีกครั้งหลังจากปิดมานาน ตัวยานั้นดีกว่าที่ข้าเคยเห็นนักข้ายังทึ่งในความสามารถของท่านเลย”
นางพูดออกมาจากความรู้สึกที่ได้เห็นมัน ั้แ่นางเกิดมาไม่เคยเห็นยาชนิดไหนที่กลั่นออกมาแล้วใสบริสุทธิ์เช่นนี้และนางคิดว่าคนกลั่นนั้นน่าจะมีระดับการแปรธาตุอยู่ขั้น3 ขึ้นไปทีแรกนางคิดว่าเป็าุโเจียวฉือที่ทำแต่พอนางลองตรวจสอบให้ดีคนที่ทำกลับเป็เฉินไป๋เหอชายที่ใคร ๆ ก็ต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าเป็คนไร้ค่าของตระกูล
แล้วในตอนนั้นนางก็เคยเห็นคนผู้นี้ครั้งหนึ่งและเขาก็ไม่มีพลังไหลเวียนในร่างกายเลยสักนิดบุคลิกที่เจอก็ไม่เหมือนกับคนที่อยู่ตรงหน้า ทำให้นางนึกแปลกใจว่าเฉินไป๋เหอกินยาอะไรผิดไปถึงได้เปลี่ยนไปเป็คนที่มีความสามารถขนาดนี้ได้นางอยากจะรู้นักว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนไป
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” เมื่อโดนชมใบหน้าหนุ่มน้อยวัย 16 ถึงกับหน้าแดงกล่ำไม่กล้าจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าเต็มที่นักด้วยความเขินอายนั่นเองยามสบตากับนางใจเขาสั่นไหวชอบกลอาจจะเป็เพราะการอยู่ต่อหน้าคนสวยเขาถึงเป็เช่นนี้
“แล้วข้ายังได้รู้อีกว่าตระกูลหลี่ที่เป็คู่ปรับท่านยังกวาดต้อนซื้อตัวยาสมุนไพรที่ท่านเอาไปกลั่นเป็ยาด้วย”
“เื่ของตระกูลข้าปิดไม่มิดเลยท่านรู้ทุกอย่าง” ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ พอพูดเื่นี้เขาเจ็บใจยิ่งนักแววตามีความเคียดแค้นซ่อนอยู่
“ข้าไม่รู้ถึงขนาดนั้นหรอก โดยเฉพาะตัวท่านข้าก็คงไม่รู้นอกจากจะได้ใกล้ชิด”
น้ำเสียงอ่อนหวานเปล่งออกมาพร้อมเอียงคอมองชายหนุ่มตรงหน้าอมยิ้มน้อยๆ จนคนโดนมองถึงกับหันหน้าหนีไม่กล้าสบตา
“เอ่อคือว่า..”
ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรดีนางเอาแต่พูดจาหลอกล่อเขาอยู่แบบนี้เขายิ่งที่จะไม่กล้าเอ่ยพูดถ้าหากจะกล่าวก็คือนางกำลังยั่วเขาอยู่ซึ่งเขาเป็ผู้ชายย่อมที่จะมีความรู้สึก
“เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าไม่แกล้งท่านแล้วข้ามีตัวยาสมุนไพรชั้นดีข้าอยากให้ท่านคงจะช่วยท่านได้อยู่ไม่น้อย” นางวาดแขนขึ้นยาสมุนไพรตัวหนึ่งก็ปรากฏและลอยละลิ่วมาอยู่ตรงหน้าไป๋เหอ
“ถ้ายาดีขนาดนี้คงจะราคาแพงน่าดูแล้วใยท่านจึงให้ข้าไม่เก็บไว้ใช้เองเล่า” ไป๋เหอมองดูและรู้ทันทีว่ามันเป็สมุนไพรล้ำค่าที่หาได้ยากไม่เสียแรงที่อ่านตำรามาก่อนไม่เช่นนั้นเขาคงไม่รู้ว่ามันเป็สิ้งล้ำค่า
“ข้า้าช่วยท่านในตอนนี้ ส่วนเื่อนาคตท่านจะตอบแทนข้ายังไงก็แล้วแต่ท่าน” สิ่งที่นางให้แม้จะล้ำค่าแต่ถ้าแลกมาด้วยมิตรภาพที่ดีนางย่อมยอมเสียของชิ้นนี้
ชายหนุ่มมองมันคิดใคร่ครวญว่าจะรับดีหรือไม่เขาหันไปมองหน้าหญิงสาวอีกครั้งขนตางอนคู่สวยกระพริบเป็จังหวะพร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจที่มองมาทางตนถึงกับขนลุกซู่
“ข้าขอบใจแม่นางมากที่มอบให้ข้าหวังว่าอนาคตข้างหน้าข้าคงจะได้ตอบแทนท่าน” เขารู้ว่าของล้ำค่าไม่ได้ให้เปล่าๆ ถ้าเช่นนั้นเขาจะจดจำไว้ว่านางได้ช่วยเหลือ
นางเพียงพยักหน้าน้อย ๆแล้วลุกขึ้นยืนเดินไปยังตู้ตั้งของโชว์หยิบกล่องบางอย่างขึ้นมาแล้วเดินมายื่นให้กับชายหนุ่ม
“นี่ข้าให้ท่านอีก”
“มันคืออะไรอย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มหยิบกล่องจากมือของนางเปิดกล่องนั้นดูก็พบกับแหวนเกลี้ยงวงหนึ่ง
“มันเป็แหวนเก็บของข้าสังเกตว่านิ้วของท่านไม่มีแหวนเก็บของสะสมสวมใส่ ข้าก็เลยยกมันให้ท่านแหวนวงนี้สามารถบรรจุสิ่งของมากมายได้ทั้งใหญ่และเล็กูเาทั้งลูกก็สามารถเก็บได้”แหวนนี้มีมูลค่ามากแต่เมื่อคิดว่าสิ่งที่จะแลกเปลี่ยนกลับมานั้นมันคุ้มค่านางจึงไม่คิดเสียดาย
“ห๊า..มันจริงเหรอ!! มันทำได้ขนาดนั้นเชียวเหรออะไรจะวิเศษปานนั้น” เขาอ้าปากกว้างอย่างใได้ยินถึงกับไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือเื่จริงความคิดพิเรนทร์ก็ผุดขึ้นมาในหัว
นางถึงกับหัวเราะลั่นเมื่อเห็นท่าทางชายหนุ่มที่ดูจะตื่นเต้นเมื่อไม่เคยเห็นของดีเช่นนี้ “ใช่มันทำได้ขนาดนั้นของชิ้นนี้ข้าได้จากคนเขาเอามาประมูลข้าเห็นว่าน่าจะสำคัญข้าก็เลยเก็บไว้”
“โห..นี่มันของสำคัญอีกแล้วท่านใจดีกับข้าเหลือเกินข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านยังไงดี” เขารู้สึกเกรงใจเมื่อนางมอบของแต่ละอย่างให้มันเป็ของที่ดีมีประโยชน์กับตัวเขานักและมันก็มีมูลค่าเช่นกัน
“เื่ตอบแทนท่านอย่าพึ่งคิดเลย นะเวลานี้ด้วยกำลังของท่านนั้นคงจะช่วยอะไรข้าไม่ได้แต่ไม่แน่ในอนาคตท่านจะหันกลับมาช่วยข้าได้เต็มที่” นางพูดยิ้มๆ ที่ทำเช่นนั้นก็เพราะผลประโยชน์ล้วนๆ
“แล้วท่านไม่กลัวว่าข้าเอาไปแล้วไปลับไม่กลับมาช่วยท่านเหรอ” ชายหนุ่มพูดลองใจดูเขารู้ว่าใครมีบุญคุณก็ต้องทดแทนการที่นางดีกับเขาเช่นนี้เขาจะไม่ตอบแทนนางก็กระไรอยู่
นางส่ายหัวน้อย ๆ เมื่อโดนถาม“ข้าไม่คิดเช่นนั้น ความรู้สึกข้ามันบอกว่าท่านเป็คนจริงใจ”
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงมองนางด้วยสายตาเป็มิตรเขาไม่คิดว่าจะมีคนใจกว้างที่จะมอบของดีดีให้กับคนที่ไม่รู้จักได้ถ้าหากเขาประสบความสำเร็จมาเขาไม่ลืมบุญคุณนางแน่
นอกจากของสองสิ่งที่นางมอบให้ไป๋เหอแล้ว ชายหนุ่มยังได้รับยาสมุนไพรที่สามารถกลั่นเป็ยาสมานแผลได้อีก เขาได้ตกลงทำสัญญากับนางเพียงได้กำไรเท่าไหร่แบ่งครึ่งกับนางเท่านั้น
จะเปิดปล่อยอ่านฟรีวันละ 1 ตอน แต่หากใครไม่อยากรออ่านฟรี สามารถซื้อตอนอ่านล่วงหน้านำหน้าไปก่อนได้เลย
เราจะทำการติดเหรียญแล้วทะยอยปลดล๊อกฟรีวันละ 1 ตอน