ตอนที่ 4 แม่สาวผมแดง อ๊าก หยุดเถอะครับพี่สาวผมแดง!!
หลังจากที่ทั้งสามคนตกลงกันเรียบร้อยเกี่ยวกับสำรวจรอบ ๆ ถึงแม้มันจะไม่มีอะไรเลยก็เถอะ แต่เพราะแบบนั้นเซมถึงวางใจให้ซินออกไปกับเซจังสองต่อสองได้เพราะคิดว่าคงไม่เกิดเื่อันตรายอะไร
ทั้งสองใช้เวลาเดินเท้าประมาณขึ้นชั่วโมงก่อนที่จะหยุดพักเพราะถึงตรงนี้มันกับมีต้นไม้ใหญ่เต็มไปหมด
“น่าแปลกทั้ง ๆ ที่ตอนแรกไม่เห็นมีมันแท้ ๆ เหมือนกับมันพึ่งปรากฏตัวมา”
“แต่ข้าไม่รู้ถึงอันตรายจากมันเลยนะซินจัง บางที่อาจเป็มอนเตอร์ประเภทใจดีก็ได้” เซจังกล่าวพร้อมกับเดินไปใกล้ ๆ
ตูม
แต่ก่อนที่นางจะไปถึงต้นไม้พวกนั้นก็ใช้กิ่งและรากของมันโจมตีเฉียดใบหน้าอันยิ้มแย้มของเซจังไปนิดเดียว
“แก ไอต้นไม้เวร ฉันอุส่าคิดว่าแกจะเป็เด็กดีซะอีก ถ้าแม่มีเวทไฟแม่จะเผ่าให้เรียบเลย”
“เอ่อคุณเซบาสเตียนครับใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ” ซินกล่าวพร้อมพยายามฉุดลากเซจังไว้ไม่ให้ไปทำร้ายต้นไม่พวกนั้น
“เื่นี้ให้ผมจัดการเองเถอะถึงฝีมือของผมจะไม่เท่าไหร่แต่หน้าตาและเสน่ห์ของผมน่าจะใช้ได้ทั้งคนและสัตว์นะครับมันอาจเป็มิตรขึ้น”
“เอาอย่างนั้นก็ได้แต่ซินจังระวังตัวด้วยนะมันไวมากเลย ถ้าหลบไม่ทันนายได้กลายเป็ซากที่นั่งอยู่บัลลังก์รอคนมาชิงตราของนายแน่”
“เอ่อผมจะพยายามแล้วกัน”
“คุณต้นไม้ครับ”
ตูม!!
“เปตรเอ๊ย!!!”
เสียงสบถของซินดังลั่นพร้อมกับเซจังที่นั่งหัวเราะอยู่
“ดูเหมือนต้นไม้จะไม่เข้าใจเสน่ห์ของนายนะ”
“แต่บนโลกของผมมีตัวตนหนึ่งถูกเรียกว่าเอลฟ์พวกเขาเป็มิตรกับธรรมชาติแถมหน้าตาดีสุด ๆ อย่างน้อยผมก็ว่าหน้าตาของผมก็กินขาดเอลฟ์” ซินที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยฝุ่นพูดอะไรที่ดูมีหลักการทั้ง ๆ ที่มันก็แค่เื่พื้น ๆ เขาเอาเท้าคางใช้ความคิดก่อนที่จะบอกเซจังว่า
“เผาแม่x เลยดีกว่าครับ สรุปแล้วพวกนี้อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ละมั้ง”
“ให้ข้าไปเรียกเซมมาเลยไหม เอาแบบให้วอดวายไปเลย”
“ความคิดที่ดีเอาตามนั้นแหละ” ซินยกนิ้วให้กับความคิดของเซจังแต่ก่อนที่เขาจะทำแบบนั้นก็มีเสียงหญิงสาวคนหนึ่งดูห้าว ๆ ดังขึ้นจากข้างหลังของเขา
“เห้ย พวกนายจะเผาลูกน้องฉันแบบนั้นหมายความว่าไงฟระ” นางกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าดูจริงจัง
แต่อันที่จริงแล้วอาจเพราะหน้าตาที่ดูดุดันของเธอมันอาจทำให้แค่เธอดูหน้ากลัวก็ได้ เขาพยายามคิดแบบนั้นโดยที่ไม่สนใจหน้าตาของฝ่ายตรงข้าม
ทว่ารูปร่างและร่างกายของเธอนั้นเป็สิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้จริง ๆ เพราะอะไรนะเหรอ เธอมีหน้าอกที่ใหญ่โตและร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแบบสมส่วนเธอนี่คือซูเปอร์เกิลร์เวอร์ชันนมใหญ่ชัด ๆ
“ให้ตายสิพวกแก่ทำงานไม่ได้เื่ฉันบอกว่าอย่าให้คนมารบกวนการนอนของฉัน ไม่ใช่ให้พวกแกใช้รากโง่ ๆ เสียงดังทำเสียงดังจนฉันตื่น” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันราวกับสั่งสอนมอนสเตอร์ที่พึ่งเกือบจะฆ่าพวกซินไปเมื่อสักครู่ทำให้ซินในิดหน่อย แต่ก็นะโลกแฟนซีอะไรจะเกิดก็เกิดขึ้นได้
“เอ่อ แฮ โร มาย เนมอีสึ-”
ตูม
อ๊ากกกก
“นายกวนประสาทฉันหรือยังไง ฉันรู้ว่าแกพูดภาษากลางได้ แล้วนั้นภาษาอะไรคำโบราณหรือไง แต่สรุปแกก็กวนประสาทฉันอยู่ดีสินะ” สาวผมแดงคนนั้นโผล่มาจากไหนไม่รู้พร้อมกับเขกหัวซินเข้าไปเต็ม ๆ จน แม้แต่เซจังก็ยังไม่ทันตั้งตัว
แต่ถามว่าเซจังรู้สึกยังไงที่เ้านายโดนทำร้ายเหรอ
“ฮ่า ๆๆ ๆ ๆ ๆ”
นอนขำท้องแข็งอยู่บนพื้นนะสิ
“โอ๊ยพี่สาวผมล้อเล่นนิดเดียวเอง ผมแค่หลงป่าน่ะ”
ผลั๊วะ
อ๊ากกก
“นายคิดว่าฉันจะเชื่อหรือไงนี่มันเป็ป่าต้องห้ามป่าแห่งความตายถ้าคนไม่แข็งแกร่งจริง ๆ คงเข้ามาไม่ได้หรอก จนมีคำกล่าวไว้ว่าถ้าเข้าป่าแห่งความตายมาแล้วก็ถือว่าตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง” พี่สาวผมแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
โดยที่มีซินนั่งลูบหัวที่ปูดโนของตนเองอยู่
“เอ่อแต่ว่าพี่สาวเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ส่วนพวกผมอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว”
“ฉันมีสิทธิ์ตั้งคำถาม แต่แกไม่เ้าหนู”
‘เผด็จการชัด ๆ’
ซินได้แต่ก่นด่าในใจจนไปหันไปหาเซจังที่ไม่หยุดหัวเราะอีก
“นี่เซจังเธออยู่ข้างใครกันแน่ เ้านายของเธอโดนทำร้ายนะกลับไปนั่งขำเฉยเลยใช้ได้ที่ไหน”
“ไม่ไหว ๆ หรอกซินจังเราสู้เขาไม่ได้หรอกถ้าไม่ได้ปลดปล่อยพลังออกมาทั้งหมด แต่ซินอ่อนแอเกินไปที่จะทำแบบนี้นะสิ เพราะงั้นก็ ฮ่า ๆ ๆ”
“เลิกขำเลยยัยบ้า!!”
“โห่ เหมือนฉันจะได้ยินเื่สนุก ๆ เข้า ถ้าเธอปลดปล่อยพลังออกมาได้จะสามารถสู้กับฉันได้อย่างนั้นเหรอ” พี่สาวผมแดงยิ้มขึ้นอย่างยินดีที่ได้ยิน แต่เป็รอยยิ้มที่ดูแสนน่ากลัวและโหดร้ายมากสำหรับเขา
ซินคิดว่าถ้าใครได้เห็นก็คงคิดแบบเดียวกัน
“ใช่แล้วถ้าเ้านายของเรายิ่งแข็งแกร่งขึ้นพลังของพวกเราก็จะสามารถปลดผนึกได้” เซจังกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมมองไปที่พี่สาวผมแดงอย่างไม่สะทกสะท้าน
“น่าสนใจดีนิ เ้าหนูั้แ่วันนี้ฉันจะเป็คนฝึกฝนให้นายเอง” พี่สาวผมแดงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเผด็จการโดยที่มีเซจังยิ้มหัวเราะใบหน้าของซินที่สับสนเื่ราวความซวยของตนเองมาั้แ่เมื่อสักครู่แล้ว
“แต่ก่อนอื่นก็ปล่อยเ้าต้นไม้โง่พวกนี้ไปก่อนเถอะมันไม่เป็อันตรายอะไรหรอก” พี่สาวผมแดงกล่าวพร้อมโบกมือไล่ต้นไปปีศาจไป
“เดี๋ยวก่อนครับ คุณพี่สาวผมแดง!!!”
“หืมมีอะไรเ้าหนู”
“คือว่าแบบนี้นะ ปีศาจพวกนี้นะผมขอได้หรือเปล่า”
“โอ้ ได้สิถ้านายมีกำลังพอเอามันไปได้”
“เซจังจัดการเราจะได้พรรคพวกเพิ่มแล้ว”
“รับทราบค่ะเ้านาย!!!”
ทั้งสองคนตาเป็ประกายก่อนที่จะไล่กับต้นไม้ปีศาจทั้งหมดมาเป็เชลยถ้าถามว่าทำไมพวกมันไม่ทำร้ายพวกซินนะเหรอก็เพราะพี่สาวแดงยืนปล่อยออร่าน่ากลัวอยู่ยังไงละ
“แล้วที่อยู่พวกนายอยู่ไหนกัน ห่างจากที่นี่ไปสิบกิโลครับพี่สาว” ซินกล่าวตอบนางพร้อมชี้ทิศทางของที่ตั้งปราสาทของตนเองอย่างไม่ปิดบัง
ถามว่าทำไมนะเหรอ คนแบบนี้ถ้าไม่เป็มิตรก็อย่างเป็ศัตรูดีกว่า รู้จักไหมใจแรกใจอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
“ถ้าแบบนั้นก็เกาะฉันเอาไว้แน่น ๆ” พี่สาวผมแดงกล่าวพร้อมกับใช้เวทยกพวกเขาลอยตัวเหนือ
นั้นทำให้ซินตื่นตาตื่นใจเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกชื่นชมพี่สาวตรงหน้าจริง ๆ ว่าเขาปกปิดพลังแบบที่คิดไว้ไม่ผิด
ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีพี่สาวก็ลอยหยุดกลางอากาศแบบกะทันหัน
“ข้างหน้านี้ปราสาทของนายเหรอ” พี่สาวผมแดงถามก่อนที่จะแสยะยิ้มขึ้นอีกครั้ง
“ใช่ครับ” ซินกล่าวตอบอย่างสงสัย ว่าเธอนั้นถามทำไม ตอนแรกก็บอกไปแล้วนิ
“โอ้ ถ้าแบบนั้นก็ไม่ต้องเกรงใจหรอกก็เราเป็คนกันเอง”
“คนกันเองตอนไหนฟระ”
ก่อนที่ซินจะกล่าวจบพี่สาวผมแดงก็ง้างหมดของตนพร้อมกับมีแสงสีแดงคล้ายเปลวเพลิงมารวมอยู่ที่มือของตนจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ตูม!!
เสียงปริแตกดังขึ้นก่อนที่จะหายไปอย่างรวดเร็วจนคนอื่น ๆ แทบมองไม่ทัน ซึ่งมีแค่พี่สาวผมแดงเท่านั้นที่มองทัน
“หึ ๆ ๆ ๆ ๆ สนุกจริงๆ” พี่สาวผมแดงกล่าวพร้อมหัวเราะสุดเสียง
“แต่ดิฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะคะ” เสียงหญิงสาวอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลังพี่สาวผมแดงก่อนที่จะใช้ไม้กวาดฟาดจนพี่สาวผมแดงกระเด็นตกพื้นลงไปข้างล่างกระแทกพื้นอย่างจัง จนควันฟุ้งกระจาย
แต่เขาไม่เป็อะไรแน่นอนเพราะเสียงหัวเราะสะใจของเขายังอยู่ยังไงละ
ส่วนซินกับเซจังถูกเซมที่ขี่ไม้กวาดราวกับแม่มดรับเอาไว้ได้
“นี่มันเื่อะไรกันเหรอคะ?” เซมถามด้วยน้ำเสียงสงสัยพร้อมทำสายตาดุ ๆ ไปยังทั้งสองด้วย
แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรเสียงอันดังของพี่สาวผมแดงก็ดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางฝุ่นควัน
“ฮ่า ๆ ๆ ๆๆ ไม่คิดเลยจะเจอคนเก่ง ๆ แบบนี้ซ่อนตัวอยู่” พี่สาวผมแดงกล่าวออกมา
“ขอโทษทีที่แนะนำตัวช้าไปหน่อยฉันมีชื่อว่า เฟเรน่า เพนดรากอน นะยินดีที่ได้รู้จัก”