“ฟังพี่พจน์นี่ละพี่พจน์เขาเป็ลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง แต่ฉันก็ได้ยินมานานแล้วนะว่าโรงแรมนี้เงินดี พนักงานเข้าแล้วไม่อยากออกหรอกพี่พจน์เองก็ทำงานที่โรงแรมนี้มาจะสิบปีแล้วมั้งจากเป็เซลล์จนได้เลื่อนมาเป็ผู้จัดการแล้วฉันเห็นเขาไปต่างประเทศออกจะบ่อย แกเองอยากเปลี่ยนงานอยากท้าทายตัวเองไม่ใช่เหรอนี่ไงโอกาสของแกแล้ว ลุยเลยเพื่อน ฉันสนับสนุนเต็มที่ถ้าฉันไม่ติดว่าต้องทำที่บริษัทป๊า ฉันก็อยากจะลองไปสมัครอยู่เหมือนกันแหละ”
“เออ น่าสน เอาวะ..ลุยก็ลุย ลองดู”กมลฉัตรเอ่ยขึ้นเมื่อตัดสินใจได้
“มันต้องอย่างนี้สิเพื่อนฉันมา..ชนแก้วกันหน่อยเพื่อน”
ขวัญชนกยกแก้วน้ำชูขึ้นมารอให้เพื่อนสาวยกแก้วขึ้นมาชนด้วยซึ่งกมลฉัตรก็ยกขึ้นมาชน พร้อมกับบอกประโยคที่ทำเอาแก้วเกือบจะหลุดออกจากมือของขวัญชนก
“ได้เลย เพราะแกนี่ละลูกค้ากรุ๊ปแรกของฉัน แกต้องพาพนักงานบริษัทป๊าแกไปจัดสัมมนาที่โรงแรมนี้ เดือนหน้าเจอกัน่เวลาได้พอดีเลย บริษัทแกก็จะสัมมนาเดือนหน้าอยู่แล้วนี่”
“เฮ้ย!” ขวัญชนกอุทานน้ำเสียงใไม่คิดว่าเพื่อนจะหัวไว หันมาหักคอเธอด้วยวิธีนี้ แต่เมื่อคิดได้ว่าไหน ๆก็ต้องหาที่สัมมนาให้พนักงานอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นเป็ที่โรงแรมนี้ก็จะเป็อะไรไป “เออ ได้ก็ได้วะ”
“ดีมากเพื่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปสมัครไว้เลยเคลียร์งานที่เก่าสองอาทิตย์ เริ่มงานที่ใหม่ได้เดือนหน้าโอ้โห...อะไรจะลงล็อกขนาดนี้”
กมลฉัตรยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าตารางชีวิตของตนนั้นลงตัว
“แล้วนี่แกมายังไงน้องหวานเย็นของแก ซ่อมเสร็จหรือยัง?”
น้องหวานเย็นที่ขวัญชนกพูดถึงก็คือรถมินิคูเปอร์สีชมพูคันเก่าที่ผ่านมือช่างมานับไม่ถ้วนของเพื่อนสาวนั่นเอง
“ฉันมาแท็กซี่น้องหวานเย็นยังอยู่ในอู่อยู่เลย และแก..จะต้องไปส่งฉันด้วย โอเคนะ” กมลฉัตรตอบพร้อมรอยยิ้มดีใจที่เพื่อนสาวถามได้เข้าทางเธอ
และนั่นเป็ที่มาที่ทำให้กมลฉัตรมานั่งทำงานอยู่ที่โรงแรมอัครเศวตอยู่ในเวลานี้ หนึ่งเดือนของ่เวลาทดลองงานผ่านมาแล้วสองอาทิตย์หญิงสาวทำผลงานได้ดีมาก เพราะเพียงแค่สองอาทิตย์เธอก็สามารถหาลูกค้ามาให้กับโรงแรมได้ถึงสิบแปดกรุ๊ปใหญ่
ทั้งนี้ก็เพราะเธอใช้ความคุ้นเคย จากการเป็เ้าหน้าที่ประสานงานฝ่ายขายต่างประเทศจากบริษัทเดิมแจ้งลูกค้าที่เคยติดต่อกัน จนได้ลูกค้าจากต่างประเทศทั้งในรูปแบบบริษัทและแบบครอบครัวตามมาใช้บริการของเธอที่โรงแรมนี้ด้วยแถมยังไปจิกเพื่อน ๆ ให้มาช่วยกัน ใครที่มีโครงการเที่ยวหรือเดินทางเข้ากรุงเทพฯก็ให้มาพักที่โรงแรมนี้ โดยเธอมอบเป็ส่วนลดลูกค้าใหม่ให้ไป ซึ่งผลงานที่ดีเกินคาดของกมลฉัตรนี้เป็ความสามารถที่ฉายชัดให้คนอื่นได้รับรู้ พอ ๆ กับความโก๊ะของเธอ
ฝ่ายขายของโรงแรมอัครเศวตจะมีการประชุมกันทุกวันจันทร์เช้าซึ่งก็คือวันนี้กมลฉัตรเองก็มีหน้าที่จะต้องเข้าประชุมด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเป็พนักงานที่อยู่ใน่เวลาทดลองงานก็ตามพนักงานฝ่ายขายคนอื่น ๆก็รู้หน้าที่ว่าทุกวันจันทร์ที่สองของเดือนผู้บริหารจะเข้าร่วมประชุมฝ่ายขายด้วยดังนั้นทุกคนจึงได้มากันั้แ่เช้า เพื่อเตรียมตัวเตรียมเอกสารและข้อมูลต่าง ๆที่จะใช้ในการประชุม
พจนีย์ผู้จัดการฝ่ายขายเดินสะพายกระเป๋าตรงไปที่โต๊ะทำงานของตน ซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของห้อง ระหว่างทางเดินต้องผ่านโต๊ะของกมลฉัตรที่นั่งหมุนถ้วยกาแฟเล่นอยู่จึงได้ส่งเสียงบอกพนักงานน้องใหม่ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์การประชุมร่วมกับผู้บริหาร
“ฉัตร..วันนี้เข้าห้องประชุมให้ตรงเวลานะหรือไม่ก็เข้าก่อนเวลาสักห้านาทีไปเลยจะดีมากเพราะวันนี้ท่านประธานจะเข้าประชุมกับฝ่ายขายด้วยจ้ะ”
“ได้ค่ะพี่พจน์ท่านประธานเป็คนตรงเวลาใช่ไหมคะ?”
“มากกกกจ้ะ” พจนีย์ลากเสียงเน้นยืนยันคำตอบให้กับลูกน้องของเธอฟัง
“ท่านไม่ได้นั่งทำงานที่โรงแรมนี่เหรอคะพี่ฉัตรมาทำงานที่นี่สองอาทิตย์แล้ว ยังไม่เคยเห็นท่านเลยเห็นประชาสัมพันธ์ข้างล่างเม้าท์กันว่าท่านหล่อมาก”
“บอสเปิดบริษัทสถาปนิกของตัวเองด้วยจ้ะโรงแรมนี่เป็ธุรกิจของครอบครัว พ่อกับแม่มาเปิดไว้ บอสเป็ลูกชายคนโตก็เลยต้องเป็คนเข้ามาดูแลส่วนน้องชายอีกสองคนเป็รองประธาน ไม่ค่อยได้เข้ามาหรอกปล่อยบอสต้นกล้านี่ละเข้ามาเป็ผู้บริหารหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเข้ามาเกือบทุกวันนะ่เช้าน่ะ ่บ่ายก็ไปทำงานสถาปนิกของตัวเอง แต่ว่าห้องทำงานของบอสอยู่ชั้นบนไงฉัตรไม่ได้เห็นก็ไม่แปลกหรอก แต่วันนี้ก็จะได้เห็นแล้วละ”
พจนีย์ตอบคำถามของลูกน้องคนใหม่หลังจากนั่งลงที่โต๊ะของตัวเองเรียบร้อยปากพูดไปด้วย มือก็เปิดลิ้นชักเก็บกระเป๋า หยิบเอกสารที่ต้องใช้ประชุมขึ้นมาเตรียมไปด้วยไม่ได้หยุดมือ
“ฉัตรครับ ฉัตรหยิบกาแฟมาผิดแก้วนะ ของฉัตรน่ะแก้วนี้ เพราะอันนี้มันหวานไปครับสำหรับผมแต่ว่าหอมน้ำผึ้งดีนะ ซึ่งไม่ใช่ของผมแน่นอน”
เป็เสียงจากจิรายุทธ์ เพื่อนร่วมฝ่ายที่เดินถือแก้วกาแฟออกมาจากห้องครัวเล็กๆ เข้ามาในห้องทำงาน เพื่อขอเปลี่ยนกับแก้วที่กมลฉัตรนั่งหมุนแก้วเล่นอยู่ ลักษณะแก้วที่เหมือนกันแต่ที่ชายหนุ่มรู้ว่าแก้วที่ตนถืออยู่ต้องเป็แก้วของกมลฉัตร เพราะว่าเธอเป็คนเดียวในฝ่ายที่ดื่มกาแฟใส่น้ำผึ้ง
“อ้าว! ฉัตรหยิบมาผิดเหรอคะขอโทษค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ยุทธ์ที่เอามาเปลี่ยนให้ ฉัตรจิบแก้วนี้ไปนิดหนึ่งก็ยังคิดว่าตัวเองลืมใส่น้ำผึ้ง แฮ่ ๆ”
กมลฉัตรยกแก้วกาแฟในมือส่งคืนให้เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่พร้อมกับรับแก้วของตนเองคืนมา ตามด้วยเสียงหัวเราะแหย ๆ อย่างสำนึกผิด
“ฮ่าฮ่า พี่ก็จิบของฉัตรไปนิดละไม่เป็ไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉัตรไม่ถือ” กมลฉัตรตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเจื่อนบนใบหน้าที่รู้สึกชาๆ
‘ก็ผิดเอง จะถือได้ยังไงละ แค่นี้ก็รู้สึกหน้าแตกพอแล้ว แสดงความโก๊ะแต่เช้าเลย...เฮ้อ!’
“หึหึ ยัยฉัตรเอ๊ยยย...โก๊ะแต่เช้าเข้าห้องประชุม ห้ามไปโก๊ะกังอะไรอีกนะ วันนี้พี่ขอเตือน ถ้าคิดว่าจะไม่รอดก็ให้นั่งเฉยๆ ไว้ ไม่มีใครถาม ก็ไม่ต้องพูดอะไร เข้าใจหรือเปล่า”
พจนีย์ถึงกับปวดหัวจี๊ดต้องรีบเตือนทั้งในฐานะที่เป็ลูกน้อง และในฐานะที่เป็เพื่อนของลูกพี่ลูกน้องของตนอีกด้วย
“แฮ่ ๆ เข้าใจค่ะพี่”
ที่ห้องประชุมฝ่ายขายทุกคนมานั่งอยู่ในห้องอย่างพร้อมหน้ากันเมื่อใกล้ถึงเวลาประชุมยกเว้นฝ่ายขายต่างประเทศอีกหนึ่งคน และในเวลาเก้าโมงตรงไม่ขาดไม่เกิน ต้นกล้าท่านประธานโรงแรม และศิริศักดิ์ ผู้จัดการโรงแรมก็มาถึงห้องประชุม พร้อมด้วยเลขานุการาุโอย่าง ชุติมา ที่ตามเข้ามาทำหน้าที่ด้วย
ท่านประธานโรงแรมก้าวย่างด้วยความกระฉับกระเฉงว่องไวเปิดประตูเข้ามาก็ส่งเสียงทักทายพนักงานฝ่ายขายที่นั่งกันอยู่รอบโต๊ะประชุมโดยเว้นหัวโต๊ะเอาไว้สามที่ สำหรับทั้งสามคนที่เดินเข้ามาใหม่ ต้นกล้าเดินไปนั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะพร้อมกับกวาดตามองพนักงานทุกคนที่นั่งอยู่ ก่อนจะไปสะดุดกับใบหน้าสวยของฝ่ายขายคนใหม่แต่ก็ยังทำทุกอย่างให้ดูเป็ปกติต่อไป
เช่นเดียวกับกมลฉัตรที่จ้องมองท่านประธานหนุ่มตาโตด้วยความใไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอกับเขาอีก ผู้ชายหน้าหล่อ แต่เคร่งขรึม มาดเนี้ยบผู้ที่ได้จูบแรกของเธอไป ไม่มีวันที่เธอจะลืมหน้าของเขาได้
‘เขาจำฉันไม่ได้ใช่ไหม?ขออย่าให้จำได้เลยนะ’
และเหมือนคำภาวนาของหญิงสาวจะเป็จริงเมื่อท่านประธานหนุ่มไม่ได้พูดอะไร หรือจะแสดงท่าทีอะไรที่จะบอกว่าเขาจำเธอได้และนั่นทำให้หญิงสาวถึงกับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เอาละ มากันครบทุกคนแล้วนะเรามาเริ่มประชุมเลยละกัน เสร็จแล้วจะได้แยกย้ายไปทำงานกันต่อ” ท่านประธานของโรงแรมเอ่ยทักทายทุกคนในห้อง
“เอ่อ บอสคะ อันที่จริงก็ยังขาดอยู่อีกหนึ่งคนค่ะอนิรุทธ์ ฝ่ายขายต่างประเทศยังไม่มาค่ะ” ผู้จัดการฝ่ายขายรายงานไปตามจริง
“อืม ไม่เป็ไร ประชุมเลยอย่าเสียเวลาคนอื่น ผมดูจากรายงานที่ส่งขึ้นไปให้ผม ฝ่ายขายทำยอดตกนะผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นครับ มีปัญหาเกิดขึ้นที่ตรงไหน”
“ยอดจากลูกค้าในประเทศยังเป็ไปตามแผนนะคะที่ตกมาจะเป็ยอดจากลูกค้าต่างชาติค่ะบอส เลยทำให้ยอดรวมดรอปลงมาหน่อยค่ะ”พจนีย์ตอบ ในขณะที่ทั้งห้องนั่งกันเงียบกริบ
“ถ้าอย่างนั้นฝ่ายขายต่างประเทศครับมันเกิดอะไรขึ้น ผมขอเหตุผล” ต้นกล้าซักต่อ
“คือสถา....” พจนีย์ตั้งใจจะเอ่ยตอบถึงสถานการณ์ตอนนี้เสียเองในฐานะของผู้จัดการฝ่ายขายเนื่องจากอนิรุทธ์ยังไม่มา กมลฉัตรเองก็เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ทดแทนฝ่ายขายที่เพิ่งลาออกไปคลอดบุตรแต่ก็เอ่ยได้เพียงแค่นั้น เพราะถูกท่านประธานหนุ่มพูดขัดขึ้นเสียก่อน
“ผม้าฟังจากปากเ้าหน้าที่ฝ่ายขายต่างประเทศครับถ้าคุณพจน์จะตอบเองหมด คนอื่นคงไม่ต้องเข้ามาประชุมด้วยอย่าบอกว่าฝ่ายขายต่างประเทศมีคุณอนิรุทธ์ที่ไม่รักษาเวลานั่นคนเดียวนะ”
ต้นกล้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดทำให้กมลฉัตรซึ่งเป็เ้าหน้าที่ฝ่ายขายต่างประเทศคนเดียวที่เหลืออยู่ต้องเป็คนตอบเสียเอง
“มีดิฉันด้วยอีกคนค่ะดิฉันชื่อกมลฉัตร เพิ่งจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้สองอาทิตย์แต่ถ้าจะให้ตอบคำถามของท่านประธาน ดิฉันก็จะขอตอบว่าที่ยอดลูกค้าเข้ามาพักในโรงแรมของเราตกลงไปเป็เพราะหนึ่ง..สถานการณ์ทางการเมืองที่ยังเป็รัฐบาลทหารอยู่ในตอนนี้ ก็มีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังไม่เข้ามาสอง..การให้สัมภาษณ์ของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่พาดพิงถึงพฤติกรรมของชาวจีนซึ่งถือเป็ตลาดใหญ่ ก็เป็อีกหนึ่งสาเหตุ และสาม..เพราะเศรษฐกิจโดยรวมของโลกซบเซาลงค่ะ”
กมลฉัตรพูดจบเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ก่อนจะถูกเปิดออกเผยให้เห็นโฉมหน้าของอนิรุทธ์ที่มาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมืออีกหนึ่งแฟ้ม
ก๊อก..ก๊อก..
“ขออนุญาตครับ..” ฝ่ายขายต่างประเทศที่มาช้าพูดจบก็เดินไปนั่งข้างกมลฉัตรซึ่งมีเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่
“สวัสดีครับคุณอนิรุทธ์ ผมอยากรู้ว่า ตอนนี้เรามี Travel Agency อยู่ในมือกี่ที่ ชื่ออะไรบ้าง แล้วเ้าของชื่ออะไรคนที่เราติดต่อด้วยชื่ออะไร และแต่ละ Agency มีลูกค้าในมือต่อปีกี่คนมีงบที่ใช้เป็จำนวนต่อเดือนเท่าไหร่ ต่อปีเท่าไหร่”
คำถามจากท่านประธานของโรงแรมส่งไปเป็ชุด ยิงตรงถึง อนิรุทธ์ผู้ไม่เคร่งครัดในเื่การตรงต่อเวลา บทพิสูจน์อื่นจึงต้องตามมาเพื่อพิสูจน์ว่าฝ่ายขายต่างประเทศอย่างเขา จะมีดีอย่างอื่นพอที่จะลบล้างความผิดเื่ไม่ตรงต่อเวลาได้หรือไม่
“เอ่อ...คือจำนวนของ TravelAgency นะครับมี..อยู่..เอ่อ..เท่าที่ผมติดต่ออยู่นะครับ..ก็มี..เอ่อ...”
อนิรุทธ์อ้ำอึ้งเอ่ออ่าเอ่ยอย่างตั้งใจจะถ่วงเวลาเปิดแฟ้มหาข้อมูล แต่จนแล้วจนรอดก็หาข้อมูลไม่เจอจึงได้ตัดใจตอบไปเท่าที่จำได้
“ห้าที่ครับ มี..เอ่อ..ดรีมทราเวลเ้าของน่าจะเป็คนใต้หวัน ส่วนคนที่ติดต่อชื่อ...เอ่อ..” อนิรุทธ์พูดไปก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาเปิดเลื่อนหน้าจอขึ้นลงหารายชื่อไปด้วย
ต้นกล้ามองพฤติกรรมของพนักงานฝ่ายขายคนนี้แล้วก็อดไม่ได้
“ไม่เป็ไรผมไม่อยากรู้รายชื่อคนที่คุณติดต่อแล้ว ผมอยากรู้ว่าดรีมทราเวลมีลูกค้าอยู่ในมือต่อปีกี่คน แล้วมีงบต่อเดือนต่อปีเป็เท่าไหร่”
“เอ่อ เื่นั้น...ผมต้องขอไปตรวจสอบให้อีกทีครับ”อนิรุทธ์ตอบกลับอย่างยอมจำนน เพราะตนเองไม่มีข้อมูลนั้นจริง ๆ
แต่โอกาสของเขาไม่มีอีกแล้วเมื่อประโยคของท่านประธานหนุ่มเอ่ยตอบมา
“ไม่เป็ไร มันคงจะลำบากคุณมากไปหน่อยผมมีงานที่ง่ายกว่านี้สำหรับคุณ คือออกไปรับเงินชดเชยกับฝ่ายบุคคลเสร็จแล้วกลับไปพักได้เลย”
ต้นกล้าเอ่ยเสียงเรียบในขณะที่ทุกคนในห้องนั่งกันนิ่งแทบลืมหายใจ
“หมายความว่ายังไงครับท่านประธาน”พนักงานหนุ่มเอ่ยถามท่านประธานหนุ่มเสียงแข็ง
“ก็หมายความว่าผมไล่คุณออก ในเมื่อคุณไม่ทำงานผมยังจะมีเหตุผลอะไรที่จะต้องจ้างคุณอยู่อีกครับคุณอนิรุทธ์เชิญคุณออกจากที่นี่ไปได้แล้ว ก่อนที่คุณจะไม่ได้รับแม้แต่เงินชดเชย” ต้นกล้าเอ่ยตอบเสียงกร้าวชัดถ้อยชัดคำจ้องมองหน้าพนักงานหนุ่มนิ่ง แววตาดุดุจราชสีห์จ้องเหยื่อ
ท่ามกลางความเงียบงันของทุกคนในห้องอนิรุทธ์จำต้องเดินออกจากห้องประชุมไป
“คุณศักดิ์ครับ ผมรบกวนหน่อย” ต้นกล้าหันมาพูดกับผู้จัดการโรงแรมเพียงแค่นั้นไม่ต้องพูดกันมาก แค่มองตาก็เข้าใจ ผู้จัดการโรงแรมลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปจัดการโทรบอกผู้จัดการฝ่ายบุคคลให้เตรียมรับ่ต่อ
ส่วนในห้องประชุมนั้นท่านประธานหนุ่มก็ดำเนินการประชุมต่อจนจบ ถึงแม้บรรยากาศของการประชุมจะดูอึมครึมไปเสียหน่อยก็ตาม
“ทุกคนออกไปทำงานของตัวเองต่อได้คุณพจน์รบกวนอยู่คุยกับผมต่อสักครู่”
ต้นกล้าเอ่ยบอกผู้เข้าประชุมหลังจากที่หมดวาระการประชุมประชุมแล้ว
“ค่ะบอส” พจนีย์ตอบรับและนั่งอยู่กับที่ ปล่อยให้ลูกน้องในฝ่ายทยอยกันเดินออกจากห้องประชุมไปจนหมดจึงได้เอ่ยถามเ้านายของเธอ “บอสจะให้พจน์ทำอะไรหรือเปล่าคะ?”
“พนักงานใหม่เป็ยังไงบ้าง?”
“น้องฉัตรน่ะเหรอคะ ทำงานใช้ได้นะคะแค่สองอาทิตย์ก็หาลูกค้าให้กับโรงแรมได้สิบแปดกรุ๊ปแล้วค่ะเป้าที่บอสตั้งไว้ไม่น่ามีปัญหา”
“ดี! คุณก็เห็นแล้วว่าเราเพิ่งเสียไปอีกหนึ่งคุณแจ้งให้ฝ่ายบุคคลหาคนให้ด่วนเลยนะ เอาคนที่สามารถเริ่มงานได้ทันทีมาก่อนเลย ตอนนี้ยอดไม่ดีผมอยากให้มาช่วยกันกระตุ้นยอดหน่อย”
“ได้ค่ะบอส”
“ตอนนี้ลูกค้าจีนลดลงมาก ผมว่าเราน่าจะต้องไปจีนกันอาจจะเป็สิ้นเดือนนี้เลย คุณเคลียร์คิวไว้ให้พร้อมละกัน”
“ได้ค่ะบอส”
“แล้วถ้าเด็กใหม่ของคุณเขาจะทำยอดได้ผ่านฉลุยอย่างที่คุณว่าก็น่าจะให้เขาไปด้วย ไปเรียนรู้งานไว้”
“ได้ค่ะบอสเดี๋ยวพจน์จะบอกน้องฉัตรให้เตรียมเคลียร์คิวเลยค่ะ ถ้าไป่สิ้นเดือนก็น่าจะนัดทางโน้นได้หลายรายอยู่ค่ะ”
“ดี! ผมฝากคุณจัดการต่อด้วยเลยนะ”
“ได้ค่ะบอส ไม่มีปัญหาค่ะ” ผู้จัดการฝ่ายขายรับคำ
“ขอบคุณมากครับแล้วพนักงานใหม่เป็ยังไงบ้างครับ นอกจากเื่งานที่คุณบอกว่าผลงานดีแล้วเื่อื่น ๆ เป็ยังไง”ต้นกล้าวกกลับมาถามผู้จัดการฝ่ายขายถึงเื่ของพนักงานใหม่ ซึ่งอันที่จริงแล้วคือเื่ที่ตนอยากรู้ั้แ่แรก
“บอสหมายถึงเื่อะไรคะ?”
“ก็...หมายถึงเื่ทั่ว ๆ ไปนิสัยใจคอ เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้หรือเปล่า เื่ส่วนตัวเป็ยังไงบ้างแต่งงานหรือยัง มีผู้ชายคอยตาม หรือว่ามีอะไรที่อาจจะทำให้การทำงานมีปัญหาได้ไหม”
“อ๋อ! ไม่มีปัญหาพวกนั้นแน่นอนค่ะ น้องฉัตรยังไม่ได้แต่งงานส่วนเื่แฟน พจน์ยังไม่เคยถามนะคะ แต่ว่าเท่าที่คุยก็ไม่น่ามีนะคะ ไม่เห็นเคยพูดถึงส่วนเื่นิสัยใจคอ ก็เป็คนโก๊ะ ๆ ค่ะ ตั้งใจทำงาน ไม่มีพิษมีภัยกับใคร”
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ดีผมไม่อยากให้มีปัญหาอะไรตามมา ผมหมดเื่แล้ว คุณพจน์ไปทำงานต่อเถอะ”
หลังจากผู้จัดการฝ่ายขายเดินออกจากห้องประชุมไปใบหน้านิ่งขรึมของท่านประธานหนุ่มก็แย้มยิ้มออกได้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าผู้หญิงที่คอยกวนใจเขามาตลอดเดือนกว่า จู่ ๆ จะกลายมาเป็ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาไปได้