“ท่านหมอเทวดาหยาง!” เสี่ยวเอ้อรีบเข้ามาพยุงท่านหมอที่ปวดท้องจนตกเก้าอี้ ใบหน้าขาวซีดราวกับหิมะ นอนตัวงอมือกุมท้องตลอดเวลา
“กูเหนียงช่วยรักษาท่านหมอด้วยนะขอรับ” ขอร้องกูเหนียงน้อยอย่างจนปัญญา
“แบกท่านหมอเข้าไปในห้อง” มาถึงขั้นนี้แล้วนางคงต้องช่วยหมอชราผู้นี้เพื่อสะสมบุญบารมี ช่วยชีวิตคนได้กุศลมากกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นเสียอีก
พนักงานในร้านมาช่วยกันหามท่านหมอเทวดาหยางไปยังเรือนที่อยู่ด้านหลัง แม้นว่าโรงหมอจะไม่ตรวจรักษาแต่ร้านขายยาก็ต้องเปิด ผู้คนจึงพลุกพล่านเล็กน้อย
“น้องสาว หมอเทวดาหยางน่าจะเป็ผู้ที่โด่งดังหากเกิดอะไรขึ้นพวกเรารับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ” พวกตนไม่มีอำนาจเหมือนแต่ก่อน หากน้องสาวเกิดอะไรขึ้นมาเขาจะมีหน้ากลับไปบอกคนในครอบครัวได้อย่างไร
ซูเจิน “คุณหนู คุณชายรองพูดถูกแล้วนะเ้าคะ” พวกตนแค่มาขายสมุนไพรขายเสร็จก็ควรจากไป คุณหนูไม่เคยรักษาผู้ใดเลยสักคน หากเกิดลงมือรักษาแล้วท่านหมอเทวดาหยางสิ้นคุณหนูนางต้องถูกทางการจับกุม
“ทุกคนมิต้องกังวล ข้าสามารถช่วยรักษาท่านหมอผู้เฒ่าได้” กล่าวจบก็รีบเดินตามเสี่ยวเอ้อที่ยืนรออยู่
“พวกเ้าไปนำเข็มของท่านหมอผู้เฒ่า อ้ายเย่แท่ง[1] กับขิงหั่นมาให้ข้า”
“ขอรับ” เสี่ยวเอ้อรีบวิ่งไปเตรียมของ
ท่านหมอเทวดาหยางนอนหน้าซีด หายใจรวยรินหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียง แววตาลอยเหมือนเหนื่อยล้า ทรมานจากอาการปวดท้องจนใบหน้าบิดเบี้ยว
จ้าวลู่ชิงสอบถามอาการอยู่สักพักจนมั่นใจว่าท่านหมอผู้เฒ่าเกิดอาการลำไส้อุดตันเฉียบพลัน
เข็มเงินที่วางอยู่ในห่อผ้าถูกกางออกเพื่อทำการฝังเข็ม
สองสาวใช้อยากเข้าไปห้ามเมื่อเห็นคุณหนูจ้องหน้าท้องของท่านหมอ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน ยิ่งเป็หญิงที่ยังมิได้ออกเรือน ผู้ใดรู้เข้าจะติฉินนินทาเอาไว้ แต่เมื่อคิดได้ว่าคุณหนูของพวกนางไม่เหมือนคุณหนูคนอื่นก็ไม่ได้เข้าไปห้ามปราม จากที่อยากห้ามปรามการเป็นับถือเมื่อเห็นมือคุณหนูฝังเข็มอย่างเชี่ยวชาญ
หมอเทวดาหยางพยายามฝืนเหลือบตามองการรักษาของกูเหนียงน้อย นางช่างเชี่ยวชาญยิ่งนักฝีมือการฝังเข็มเขายังไม่เชี่ยวชาญเท่านาง
หลังใช้เวลาฝังเข็มสักระยะ เข็มก็ถูกดึงออก ถึงเวลาการมยา อ้ายเย่เป็แท่งถูกจุดไฟ แผ่นขิงถูกนำมาวางไว้ตรงจุดเสิ่นเชว่[2] จากนั้นก็ใช้อ้ายเย่แท่งรม
“ท่านต้องรมยาตรงจุดเสิ่นเชว่ครั้งละประมาณหนึ่งถึงสองเค่อ วันละสามครั้ง” ปากงดงามสีเดียวกับผลอิงเถา[3] กล่าว มือเรียวก็ทำการรมยาไปพร้อมกัน
“ข้าช่วยฝังเข็มขจัดการอุดกั้น ปรับสมดุลกระเพาะ เสริมการไหลเวียนของชี่ในทางเดินอาหารให้ท่านแล้ว การฝังเข็มรมยาจะช่วยลดอาการปวดจากภาวะลำไส้อุดตันจากการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ การทำเช่นนี้ได้ผลคงนาน ข้าจะเขียนเทียบยาและวิธีการรักษาให้”
เห็นใบหน้าอวบอูมเปล่งประกายกับวิธีการรักษา จ้าวลู่ชิงจึงอยากเขียนความรู้พวกนี้เพื่อเป็วิทยาทานแก่ท่านหมอผู้เฒ่า
หลังรมยาให้คนป่วยเสร็จแล้วจ้าวลู่ชิงก็ทำตามที่ได้รับปากเอาไว้ กระดาษพู่กันแทบลอยมาวางต่อหน้านาง เสี่ยวเอ้อผู้นี้ช่างคล่องแคล่วยิ่งนัก อนาคตน่าจะยาวไกล
พู่กันตวัดลงบนแผ่นกระดาษ จ้าวลู่ชิงเห็นตัวอักษรที่เขียนลงไปยังต้องร้องว้าวออกมา นางไม่คิดว่าตนเองจะเขียนตัวอักษรได้งดงามเพียงนี้ เ้าของร่างเดิมเป็ดรุณีน้อยที่เก่งกาจในด้านการเขียนตัวอักษรจริง ๆ เสียดายที่ต้องแสร้งทำตัวอ่อนแอปกปิดความสามารถ
ขนาดทำเช่นนี้แล้วตระกูลก็ยังมิวายถูกดึงเข้าไปร่วมเกมการเมืองจนทำให้ล่มสลาย นางทำได้เพียงคาดเดาว่าจวนฝู่กั๋วกงกับจวนเหยียโหวล่มสลายเพราะฝีมือคนที่อยู่เหนือทุกคนในต้าถัง
ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถคาดเดาได้ถูกเสมอไป เล่ห์กลอุบายของขุนนางในราชสำนักต่างสลับซับซ้อน ลงมือครั้งเดียวศัตรูต้องสิ้นชีพถ้าหาไม่จะเป็ฝ่ายลงมือสิ้นชีพแทน
“ท่านพ่อ ท่านเป็อย่างไรบ้าง” บุรุษในชุดขุนนางวิ่งล้มลุกคลุกคลานเข้ามาภายในเรือนหลังโรงหมอ
“เ้าจะร้องไห้ไปไย ข้ายังไม่ตายเสียหน่อย”
“มีคนไปหาข้าที่ว่าการอำเภอแล้วบอกว่าท่านปวดท้องอย่างหนัก ข้าก็เลยรีบมา ท่านเป็อย่างไรบ้าง”
“ท่านหมอหยาง ข้าขอตัวลา” จ้าวลู่ชิงส่งกระดาษให้กับคนของโรงหมอ
“กูเหนียง เ้ามีนามว่าเยี่ยงไร”
“จ้าวลู่ชิงเ้าค่ะ ทุกท่านข้าขอตัวลา”
“ท่านพ่อ กูเหนียงคนนั้นคือผู้ใด” มองตามหลังกูเหนียงน้อยนางหนึ่งที่หน้าตางดงามดุจนางฟ้านาง์
“นางคือคนที่รักษาชีวิตบิดาเ้า”
“ท่านพ่อเป็ถึงอดีตหมอหลวงชื่อดัง คนเรียกขานว่าหมอเทวดา แต่กลับให้กูเหนียงน้อยอายุไม่เท่าไหร่รักษา”
“เ้ามันจะไปรู้อันใด อย่ามองว่านางยังเด็ก ฝีมือนางเก่งกาจกว่าข้ามากนัก”
“หากเป็เช่นนี้ชื่อเสียงหมอเทวดาของท่านมิสั่นคลอนหรือขอรับ”
“ไอ้ลูกอกตัญญู! ไสหัวออกไป”
เพล้ง!
นายอำเภอหยางรีบวิ่งล้มลุกคลุกคลานออกไปจากห้อง หลบจอกน้ำชาที่บิดาขว้างปาใส่ บิดาเขาช่างอ่อนไหวกับคำพูดเหลือเกิน อยู่กับคนป่วยเป็หมอที่อ่อนโยน จิตใจงาม กับลูกตัวเองแท้ ๆ ช่างดุร้ายนัก
“คุณหนู เงินค่าสมุนไพรทั้งหมดสองร้อยห้าสิบก้วนวางอยู่ในรถม้าที่คุณชายนั่งเ้าค่ะ และยังมีอีกยี่สิบกวนที่เสี่ยวเอ้อผู้นั้นบอกว่าเป็ค่ารักษาท่านหมอเทวดาหยาง” วันเดียวพวกตนก็มีเงินถึงสองร้อยเจ็ดสิบก้วน ที่คุณหนูบอกนางว่าจะเป็คหบดีผู้มั่งคั่ง ซูเจินเชื่อหมดใจว่าคุณหนูของนางจะทำอย่างที่พูดได้
“ท่านพี่ข้าหิว พวกเราไปหาอะไรทานสักหน่อยเถิด” เลิกม่านคุยกับพี่ชายที่นั่งรถม้าอยู่อีกคัน “ด้านหน้าเป็ภัตตาคาร พวกเราไปลิ้มลองรสชาติอาหารในตัวอำเภอกันเถอะนะเ้าคะ”
“ได้” เงินนี่เป็น้องสาวที่หามันมาได้ นางอยากใช้ทำอะไรเขาก็มิขัด
รถม้าสองคันวิ่งมาจอดหน้าภัตตาคารหย่งเล่อ ตรงข้ามกันเป็ภัตตาคารเฟิ่งไหล ทั้งสองเป็ภัตตคารขนาดใหญ่เช่นเดียวกันแตกต่างตรงที่ภัตตาคารเฟิ่งไหลมีคนนั่งอยู่เต็มทุกโต๊ะ ทว่าภัตตาคารหย่งเล่อกลับเงียบเหงา เท่าที่เห็นด้านในมีลูกค้าอยู่เพียงโต๊ะเดียว
“คนมากเกินไป” จ้าวลู่เสียนลงจากรถม้า มองเข้าไปในภัตตาคารที่มีลูกค้าอยู่เต็ม
“ท่านพี่เ้าคะ ภัตตาคารที่เราจะใช้บริการคือ…” จ้าวลู่ชิงยื่นนิ้วผ่านผ้าม่านชี้ไปยังภัตตาคารหย่งเล่อ
เสี่ยวเอ้อภัตตาคารหย่งเล่อได้ยินดังนั้นรีบวิ่งเข้ามาต้อนรับ
“เชิญคุณชายเข้ามาลิ้มลองอาหารเลิศรสมีหนึ่งมิมีสองในภัตตาคารหย่งเล่อของเราก่อนขอรับ”
จ้าวลู่เสียนคิดว่าเสี่ยวเอ้อผู้นี้ช่างมีฝีปากเชิญชวนลูกค้าดีกว่าฝีมือการทำอาหารของพ่อครัวยิ่งนัก หากอาหารที่ภัตตาหารหย่งเล่อมีหนึ่งมิมีสองจริง เหตุใดถึงไม่มีลูกค้าหนาแน่นเหมือนภัตตาคารตรงข้าม
ซูเจินกับซูเซียงค่อยประคองคุณหนูลงจากรถม้า สายตาจ้าวลู่ชิงกวาดมองภัตตาคารขนาดใหญ่สามชั้น
“พวกเ้าก็เข้าไปทานด้วยกันเถิด เอากล่องพวกนั้นเข้าไปในร้านด้วย” หันไปบอกพลเงาทั้งสี่ คนน้อยสิดีจะได้มิต้องวุ่นวายพวกนางมีเงินตั้งสองร้อยเจ็ดสิบก้วนเชียวนะ
นางจำไม่ค่อยได้ว่าตั๋วเงินเริ่มใช้กัน่ราชวงศ์ใด แต่่นี้ยังไม่มีตั๋วเงินทำให้การพกเงินทีละมาก ๆ ไปไหนมาไหนลำบาก
เสี่ยวเอ้อยิ้มต้อนรับลูกค้าโต๊ะที่สองของวัน ทุกคนต่างกระตือรือร้นต้อนรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดใน่ระยะเวลาสองเดือน
ั้แ่ภัตตาคารฝั่งตรงข้ามเปิดให้บริการก็ถูกแย่งลูกค้าไปทีละเล็กละน้อยจนต้องนี้แทบไม่เหลือ พนักงานว่างงานจนต้องนั่งจับกลุ่มนินทาภัตตาคารฝั่งตรงข้าม พอมีลูกค้ากลุ่มใหญ่เข้ามาก็รีบตื่นตัว
“มิทราบว่ากูเหนียง้าห้องส่วนตัวหรือไม่ขอรับ”
“ไม่ล่ะ พวกข้านั่งด้านล่างมุมติดกับหน้าต่างก็พอ” เื่อันใดนางจะต้องเสียเงินไปเปิดห้องส่วนตัว นั่งด้านล่างก็เหมือนได้อยู่ในห้องส่วนตัวเพราะภัตาคารใหญ่โตแต่มีลูกค้าแค่โต๊ะเดียว
“ขอรับ เชิญทุกท่านด้านนี้เลยขอรับ”
จ้าวลู่ชิงจองโต๊ะยาวบอกให้ทุกคนนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน ไม่มีแยกระหว่างนายและบ่าว
หมายเหตุ
[1] อ้ายเย่ คือ โกฐจุฬาลัมพา
[2] เสิ่นเชว่ 神阙 บริเวณท้อง ตรงตำแหน่งกึ่งกลางสะดือ
[3] อิงเถา คือ เชอร์รี่