“ปกสมุดของเค้าขายไม่ได้เลย” ธาราตัดสินใจระบายความอัดอั้นให้เขาฟังขณะที่เธอกำลังนั่งอยู่เป็เพื่อนมองเขารับประทานอาหารเย็นอยู่
“ถ้ามันเหนื่อยก็ไม่ต้องฝืนนะ” ไทม์หันมามองเธอพร้อมกับส่งสายตาเป็ห่วง
“แต่เค้าอยากช่วยเธอนี่” หญิงสาวตอบกลับด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยสมัยนี้เป็ยุคสมัยแห่งโลกเทคโนโลยี แน่นอนว่า ตลาดออนไลน์จึงมีการแข่งขันที่สูงและดุเดือดต้องใช้เวลาอยู่สักพักในการสร้างฐานลูกค้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผลงานของเรามีสิ่งใดโดดเด่นกว่าผู้อื่นหรือไม่ถ้าไม่ก็คงจะแข่งกับเขายากแบบนี้
“ไม่เป็ไร ตอนนี้เรายังพออยู่ได้ ไม่ต้องห่วง” ถึงชายหนุ่มจะพูดออกมาแบบนั้นแต่ถ้าสังเกตให้ดีจะรู้ว่า เขากำลังหลบสายตาเธออยู่ คำว่า อยู่ได้ของไทม์ก็คือการอยู่แบบรัดเข็มขัดเดือนชนเดือนแบบนี้ไม่มีเงินเหลือเก็บสักบาทเดียว จนบางครั้งเขาก็รู้สึกสมเพชตนเองเช่นกัน
“มันอดห่วงไม่ได้นี่สิ” ธาราเผยความในใจออกมาเธอก็แค่อยากแบ่งเบาภาระให้เขามากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“หรือจะออกไปทำงานเสริมข้างนอกอะไรประมาณนี้ไหมล่ะ” ไทม์เสนอขึ้นเขาเข้าใจจุดประสงค์ของเธอดี ถ้าเธอยืนยันอยากจะทำ เขาก็ไม่ปฏิเสธ
“ก็น่าสนใจอยู่ แต่เค้าไม่อยากให้ไทม์เหงานี่” ไม่ใช่ว่าธาราไม่เคยนึกถึงทางเลือกนี้เลย หญิงสาวรู้ดีว่า งานแบบนี้ให้โอกาสที่รวดเร็วและชัดเจนกว่างานออนไลน์แต่เธอขอเก็บไว้เป็ตัวเลือกสุดท้ายจะดีกว่า เหตุผลหลักคือ เธอไม่อยากห่างจากไทม์ไปอยากอยู่กับเขาคอยเป็กำลังใจ ทำงานบ้าน ทำอาหารให้ เธออยากจะใช้เวลาที่มีค่าเหล่านี้อยู่เคียงข้างเขาแม้ว่า ชายหนุ่มจะยุ่งมากก็ตาม
“ถ้าเรามีเวลา เดี๋ยวเราจะวาดรูปให้นะ” รอยยิ้มอ่อนโยนที่คนรักส่งมาพาให้หัวใจหญิงสาวนุ่มฟูขึ้นมาได้บ้างแต่ก็เพียงชั่วแวบเดียว เมื่อเขาหันความสนใจกลับไปโฟกัสงานตรงหน้าต่อ
ธารายิ้มหยันให้กับตนเองน้อยๆก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบจานอาหารที่เขากินเสร็จเรียบร้อยนำไปล้าง โดยไม่ลืมที่จะฉวยโอกาสหอมหน้าผากเขาฟอดหนึ่งปล่อยให้เธออิ่มเอมนานกว่านี้อีกสักหน่อยไม่ได้หรือไง นี่เป็รอยยิ้มอบอุ่นของเขาในรอบหลายเดือนเลยนะธาราบ่นอุบในใจ
สำหรับธาราแล้วเวลาในแต่ละวันให้ความรู้สึกว่า มันผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสียเหลือเกินและที่แย่ไปกว่านั้นคือ เวลาที่เสียไปกลับเปล่าประโยชน์ เงินที่ได้มาจากการทำอาชีพเสริมออนไลน์นั้นน้อยเกินไปไม่อาจช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่กำลังฝืดเคืองได้เท่าที่ควร
ต่างกันกับไทม์เล็กน้อย เขายังคงต้องพึ่งพาเงินเดือนประจำอันน้อยนิดและต้องใช้ชีวิตอย่างอัตคัดขัดสนอยู่เช่นเดิมแต่ความตั้งใจอันเต็มเปี่ยมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาส่งผลให้หนังสือการ์ตูนของเขาเริ่มเป็รูปเป็ร่างมากขึ้นแล้วคาดการณ์ไว้ว่า น่าจะได้ลงเว็บสักประมาณเดือนหน้า
“สุดสัปดาห์นี้เราออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ๆนี้ไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศความเงียบภายในห้องธาราที่ได้ยินดังนั้นถึงกับเงยหน้าขวับขึ้นมาทันใด
“ไปสิ!”เธอตอบกลับทันควัน ดวงตาของหญิงสาวเป็ประกาย ริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้าง ธารารอคอยสิ่งนี้มานานไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องปฏิเสธ
“ขอโทษด้วยที่พาไปเที่ยวที่ดีๆ กว่านี้ไม่ได้” ไทม์เปิดเผยความรู้สึกส่วนลึกในใจออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มมุมปากน้อยๆดวงตาของเขาเสมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตากับเธอโดยตรง
“ไม่เป็ไร เค้าเองก็ไม่อยากออกไปเที่ยวไกลๆ หรอกแพงจะตาย” น้ำเสียงของธารายังคงสดใสไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยสถานการณ์การเงินของพวกเขา เธอไม่มีเงินและไม่มีอารมณ์ออกไปเที่ยวแบบคนอื่นๆหรอกนะ อย่างน้อยได้ไปนั่งเล่นผ่อนคลายด้วยกัน เท่านี้เธอก็พอใจมากแล้วล่ะ
“ขอบใจมากนะ” เขายกมือขึ้นมาลูบหัวเธอเบาๆพร้อมกับส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาว
ธาราจ้องมองใบหน้าคนรักไม่วางตา ความรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวที่ผ่านมาค่อยๆสลายตัวลงไปทีละน้อย หรือว่า นี่คือสัญญาณที่กำลังบอกว่า ไทม์คนเดิมกำลังจะกลับมาแล้ว
หญิงสาวหลงดีใจกับตัวเองได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้นก็ได้พบว่า ตนเองคิดผิด วันนี้ก็เข้าสู่่บ่ายคล้อยของวันอาทิตย์แล้ว ไทม์ยังคงหมกตัวอยู่กับการวาดรูปั้แ่เช้าความเหงาเริ่มกลับเข้ามากัดกินภายในใจเธออีกครั้ง
“ไทม์...เราจะออกไปตอนไหนนะ?”ธาราตัดสินใจเอ่ยทวงถามสัญญา เธออุตส่าห์แต่งตัวสวย เตรียมของกินไว้ตั้งหลายอย่างสำหรับไปปิกนิกแต่เธอกลับรู้สึกว่า ตัวเองกระตือรือร้นอยู่ฝ่ายเดียว
คำถามจากหญิงสาวทำให้เขายืดตัวนั่งหลังตรงทันใด ไทม์หันมาสบตาเธอพร้อมกับสีหน้ารู้สึกผิด
“อา! ลืมไปเลย! ขอโทษด้วยนะที่รัก แต่เราอยากวาดตอนนี้ให้เสร็จน่ะ...วันนี้ไม่น่าจะทัน”
คำตอบของชายหนุ่มทำให้ธารานิ่งงันไป ความหวังของเธอถูกดับวูบลงในชั่วพริบตาเดียวหญิงสาวพยักหน้าให้เขาน้อยๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ครั้งนี้เธอไม่อาจฝืนยิ้มได้เหมือนที่ผ่านมาธาราไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ อีก เธอลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องเงียบๆ
คงจะอย่างนั้นสินะ ชีวิตในแต่ละวันของเขาคงจะไม่ได้รวมเธออยู่ในนั้น...
เส้นทางชีวิตของธารายังไม่หยุดย่ำแย่เพียงเท่านั้น เมื่อวันหนึ่งขณะที่เธอกำลังทำงานตามปกติของบริษัทหัวหน้าได้เรียกเธอไปคุยเื่อะไรบางอย่างอยู่เนิ่นนาน จบด้วยการที่หญิงสาวเดินออกจากห้องหัวหน้ามาพร้อมใบหน้าอมทุกข์ปริ่มจะร้องไห้
“หัวหน้าเรียกไปคุยเื่อะไรเหรอธารา?” สีหน้าไม่สู้ดีของเธอทำให้เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งอดที่จะเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้
“เปล่า” ธาราตอบกลับเพียงสั้นๆ เสียงแ่แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำก่อนจะปล่อยโฮออกมาเงียบๆ เธอรู้สึกราวกับว่า โลกทั้งใบของเธอกำลังเริ่มถล่มลงมาช้าๆต้องทำอย่างไรต่อไปดี? สถานการณ์กำลังจะแย่ลงแล้วในอีกไม่นานเส้นทางชีวิตที่เคยวางไว้เริ่มเต็มไปด้วยขวากหนามเสียแล้ว
ธาราเปิดประตูเข้ามาในห้องพักเงียบๆ ไม่มีการเข้าไปสวมกอดคนรักหรือเอื้อนเอ่ยคำทักทายใดๆหญิงสาวโยนกระเป๋าลงบนโซฟาก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง พลางถอนหายใจออกมาหนักหน่วงคิ้วเธอขมวดมุ่น สายตาว่างเปล่าจ้องมองไปยังเพดาน
ท่าทีที่ผิดแปลกไปของหญิงสาวทำให้ไทม์หันมามองเธอด้วยสีหน้างุนงงพร้อมกับเอ่ยถาม
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?” สิ้นคำถามจากคนรักธารานิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบออกมาเสียงแ่
“...เปล่า” หลังจากนั้นบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองพลันเหลือแต่ความเงียบงันชายหนุ่มยังคงจับจ้องมายังเธอไม่วางตา แต่ก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ อีก
“เค้าว่า จะออกไปหางานเสริมทำตอนเย็นน่ะ” ธาราพูดขึ้นหลังจากที่ได้ทบทวนกับตัวเองมาทั้งวัน ถึงเวลาที่จะต้องยอมรับความจริงแล้วว่า มันไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ท่ามกลางสังคมแห่งการดิ้นรนเอาชีวิตรอด
“เราว่ามันไม่จำเป็หรอก การ์ตูนเราก็ใกล้จะเสร็จแล้วอีกไม่นาน...” ไทม์พูดยังไม่ทันจบดี หญิงสาวพลันเอ่ยสวนขึ้นเสียงแข็งเสียก่อน
“จำเป็สิ!” คำพูดของเธอทำให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากของเขาเม้มตรงธาราที่พึ่งกลับมารู้ตัวจึงรีบอธิบายทันควัน
“คือ...ลงการ์ตูนในเว็บแล้วมันก็ต้องรอสร้างฐานคนอ่านอีกอาจจะต้องใช้เวลาสักพัก” หญิงสาวเสมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตากับเขาโดยตรง แววตาของเธอมีแต่ความโศกเศร้าแม้ภายในใจจะอึดอัดมากเพียงใด แต่เธอก็ขอเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ดีกว่า ไม่อยากให้ไทม์คิดมากไปด้วยถ้าเขารู้เื่นั้นของเธอ
ทางด้านชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นจึงเงียบไปก่อนจะหันกลับไปวาดรูปต่อ คนทั้งสองกลับเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวของใครของมัน บรรยากาศระหว่างพวกเขาตอนนี้จึงอบอวลไปด้วยความเงียบอันน่ากระอักกระอ่วน
น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาทางหางตา เธอจ้องมองไปยังเพดานอย่างไร้จุดหมายความรู้สึกของเธอตอนนี้มีแต่ความมืดมนไร้หนทาง เธอเหนื่อยที่จะพูดปลอบใจตัวเองซ้ำๆแล้ว เธอโหยหาความอบอุ่นอ่อนโยนจากคนรัก อยากได้กำลังใจและการสนับสนุนจากเขาบ้างแต่ติดตรงที่เธอไม่อยากทำให้เขาต้องมาลำบากใจไปด้วยการเก็บความอึดอัดนี้ไว้คนเดียวคงจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ได้แต่หวังว่าตนเองจะกลับมามีแรงฮึดได้อีกครั้งเหมือนที่ผ่านมา
++++++++++++++++++++++++
เรามารอดูกันค่ะว่าความอึนนี้มันจะไปสุดที่ตรงไหน เฮ้อ555