ย้อนกลับมาที่เจษ ตอนนี้เขากำลังวิ่งเข้าไปในสวนพุทธมณฑลจังหวัดนครปฐม ในขณะที่วิ่งเขาก็คิดตารางการฝึกที่เหมาะกับสภาพร่างกายของตนเองในตอนนี้ไปด้วย
‘เราควรออกกำลังกายแบบที่ใช้ทุกส่วนของร่างกายเบาๆไปก่อนเพราะกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายช่างอ่อนนุ่มเสียเหลือเกิน ตอนนี้ร่างกายเรายังคงมีความฟิตไม่พอที่จะเล่นฟุตบอลอาชีพด้วยซ้ำ’
การออกกำลังกายที่เขาคิดไว้คือการใช้ทุกส่วนของร่างกาย 1.วิ่ง10ไมล์ 2.ดึงข้อ100ครั้ง 3. วิดพื้น200ครั้ง และสควอท300ครั้ง นี่คือสิ่งที่ต้องทำในการออกกำลังกายเเบบเมิร์ฟ(เบา...สิ!)
แน่นอนว่าเจษไม่ได้ทำพร้อมกันทั้งหมด เขาไม่ได้เป็ซุปเปอร์แมนที่จะวิ่งรวดเดียว10ไมล์แล้วมาดึงข้ออีก100ครั้งต่อ ขนาดไซตามะตอนฝึกใหม่ๆยังทำไม่ได้เลย
เขาต้องออกกำลังเป็ชุดๆเท่านั้นถึงจะทำได้ตามที่กำหนด เช่น วิ่ง1ไมล์ ดึงข้อ10ครั้ง วิดพื้น20ครั้ง ทำแบบนี้วนไปจนครบกำหนดแล้วเริ่มสิ่งอีกครั้ง ถ้าไม่ไหวก็พักสักนิดแล้วมาทำต่อ ไม่ต้องฝืนมากไป
การออกกำลังกายแบบครอสฟิตจะต่างจากออกที่ยิมอย่างสิ้นเชิง เพราะในยิมบางวันจะออกกำลังกายเฉพาะส่วน แต่การออกกำลังกายแบบนี้มันต้องใช้ทุกส่วนของร่างกายไปพร้อมๆกัน
การเริ่มต้นออกกำลังกายแบบนี้ ถึงมันจะยากมากสำหรับเจษที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายหนักเท่าไหร่ แต่อนาคตข้างหน้ามันจะหนักหนาสาหัสกว่านี้เป็สิบๆเท่า ดังนั้นเขาต้องเริ่มฝึกั้แ่ตอนนี้เพื่อเตรียมพร้อมไว้ก่อน
ถามว่าเขาไปเอาการออกกำลังกายแบบนี้มาจากไหน แน่นอนอยู่แล้วว่าเอามาจากการฝึกซ้อมฟุตบอลในแต่ละสโมสรที่เขาเคยเล่น เขาจดจำการออกกำลังกาย การเล่นฟุตบอลไว้เป็อย่างดี
ดังนั้นการออกกำลังกายดังกล่าวเขาเอามาใช้เพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของการซ้อมทั้งหมดเท่านั้น
การออกกำลังกายแบบนี้จะทำให้ร่างกายของเจษมีความสมส่วนมากขึ้น จากอกที่หนาอยู่แล้วจะหนาและแน่นมากขึ้น หากเขาใส่เสื้อที่รัดรูปจะเห็นกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ถ้าเขาออกกำลังกายแบบนี้อย่างสม่ำเสมอ
‘..บ้าเอ้ยเมื่อวานลืมซื้อเวย์โปรตีน อีกหลายอย่างเลยแฮะ เอาล่ะออกกำลังกายก่อนตอนกลางวันค่อยไปซื้อ’
เจษต้องออกกำลังกายทั้งหมดสิบชุด และต้องทำให้เสร็จก่อนจะแปดโมงเช้า นี่คือเวลาที่เขาตั้งไว้เป็เป้าหมายของตอนตนเอง
‘เอาว่ะ!หนักกว่านี้เราก็เคยผ่านมาแล้ว แค่นี้ไม่ได้ทำให้พี่เจษสุดหล่อคนนี้ท้อหรอก!!’
หลังจากนั้น เจษก็ออกกำลังกายอย่างช้าๆไม่รีบร้อนเพราะมันยังเช้าอยู่ อีกอย่างเขากลัวว่าร่างกายจะปรับตัวตามไม่ทัน
ดังนั้นจึงค่อยๆเป็ค่อยๆไป มันไม่มีทางลัดสำหรับการออกกำลังกายหรอก!
การวิ่งหนึ่งไมล์หรือ1.6กิโลเมตรมันง่ายมากสำหรับเจษ แต่ ดึงข้อ วิดพื้น สควอท สำหรับคนทั่วไปมันทำยากมาก แต่สำหรับเขาที่รู้วิธีฝึกฝนอย่างถูกต้องอยู่แล้วมันแค่จิบๆ
การดึงข้อ ถ้าดึงถูกวิธีของมันก็ดีไป ถ้าดึงผิดแม้แต่นิดเดียวมันจะดึงขึ้นยากมากและใช้แรงมหาสารในการดึงอีกด้วย วิดพื้นและสควอทก็ไม่ต่างกัน ทุกอย่างมันมีกรรมวิธีของมัน
แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!
เจษออกกำลังกายมาถึงชุดที่7แล้ว มีอาการหายใจหอบอย่างรุนแรงและเหนื่อยล้ามากขึ้น ซึ่งอาการเหนื่อยมันเป็อุปสรรคอีกอย่างหนึ่งที่คนออกกำลังกายต้องเจอกันทุกคน
ถ้าคนที่มีจิตใจอ่อนไหวแม้แต่นิดเดียวคงถอนใจไปแล้ว แต่มันไม่ใช่สำหรับเจษ!
เจษนั่งพักและดื่มน้ำตรงขอบถนน เขาพักเป็ครั้งที่สามแล้วในการออกกำลังกายในครั้งนี้ เขาเหลือบมองที่ขาของตนเองที่กำลังสั่นอยู่พลางมองไปที่นาฬิกาข้อมือด้วยว่าตอนนี้กี่โมงเเล้ว...
‘06:58 ถือว่าเป็การเริ่มต้นที่ดี แต่นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังเหลืออีกหลายสิ่งหลายอย่างต่อจากนี้ที่รอเราอยู่ บางทีเราอาจไปเวทียุโรปที่เราไม่เคยััมันมาก่อน...ฮึ่บ!ต่อเลยละกัน’
หลังจากนั้นเจษก็ใช้แรงฮึดสุดท้ายในการออกกำลังกายของวันนี้ เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีเพราะกลัวว่าจะไม่ทันเวลาที่ตั้งไว้ โดยไม่คิดหลังจากนั้นเลยว่าสภาพร่างกายของตนเองจะเป็แบบไหน
08:00
กว่าเขาจะลากสังขารกลับถึงบ้านได้ก็เวลาแปดโมงตรงพอดี มันฉิวเฉียดมาก ทันทีที่เขาก้าวเข้าบ้านเขารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นภายในบ้านแน่ๆ บรรยากาศมาคุเหลือเกิน(เพราะโดนบ่อย)
แต่เขาก็ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรอยู่แล้วเพราะจิติญญาของเขามีอายุมากกว่าตอนนี้มาก อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย จะร้อนรนไปทำไม (สงสัยความเหนื่อยล้ามันทำให้สมองจำอะไรไม่ค่อยได้)
ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในบ้าน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของเขาเป็ภาพที่ไม่ได้เห็นเหตุมานานมากแล้วจนชวนคิดถึง
นั่นคือทั้งแอนนาและอิงฟ้าต่างนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นอย่างเรียบร้อย ต่อหน้าบุษบายายของเขาที่กำลังถือไม้เรียวอยู่
เขาไม่รู้ว่าทั้งคู่ทำอะไรผิดถึงได้กลายเป็แบบนี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับเขาเสียหน่อยในตอนนี้เขาก็เหนื่อยมากด้วย ร่างกาย้าพักพ่อน ฉะนั้นเขาเบนหน้าหนีทำเป็ไม่รับรู้เหตุการณ์ตรงหน้าและขึ้นห้องไปอาบน้ำนอนทันที...
แต่ขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกไป ทันใดนั้น...
“เ้าหลานตัวดี มานั่งนี่ก่อน”บุษบาสั่งเจษด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ถ้าคนใกล้ชิดเช่นลูกๆหลานๆของเธอมาได้ยินจะรู้ได้ทันทีว่ามีความโกรธอยู่ในน้ำเสียงที่เธอพูดมา
ในเวลาเดียวกันที่เจษได้ยินเสียงของยายเซลล์สมองของเขาก็ทำงานอย่างบ้าคลั่ง พวกมันทั้งหมดต่างคิดสุดกำลังว่าตนเองทำอะไรผิด ไม่นานใบหน้าที่เรียบเฉยของเขาก็ยิ้มแบบขอไปที
....พลาดอย่างแรง รู้งี้พี่เจษก็ปลุกพวกเธอด้วยแล้ว ดันลืมซะได้ว่าพวกเธอใช้พลังงานไปมากในการช็อปปิ้ง...
...ครั้งต่อไปเราจะรอบคอบกว่านี้ ครั้งนี้ถือว่าเป็บทเรียนราคาแพงไปล่ะกัน...
(แหนะมีครั้งต่อไปอีก)
เมื่อคิดได้ว่าตนเองผิดอะไรเจอก็เดินเข้าไปนั่งพับเพียบข้างๆสองสาวอย่างเรียบร้อย ในตอนนี้คุณยายตัดสินใจผิดอย่างแรง คนที่พึ่งออกกำลังกายมาหมาดๆเหงื่อจะออกเยอะอยู่แล้ว กลิ่นเหม็นสาบคงไม่ต้องพูดถึง
เจษสะกิดที่แขนอิงฟ้าเพื่อเป็สัญญาณนิดทันทีที่นั่งลง
“อี๋ ไปอาบน้ำก่อนเลยไป๊”อิงฟ้าเข้าใจที่เจอจะสื่อ จากนั้นเธอก็ไล่เจษไปอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนเพราะกลิ่นมันแรงมากจนทุกคนทนไม่ได้(แหม่ะ แสดงเก่งจริ๊ง)
“ใช่ๆไปเลยไป๊”แอนนาเห็นด้วยกับอิงฟ้าเพราะเธอเจอโอกาศรอดแล้ว
“ได้ๆๆ”เจษที่มีแรงมาจากไหนไม่รู้วิ่งขึ้นไปบนห้องแล้วอาบน้ำด้วยความรวดเร็ว(บางคนอาจเคยเป็แบบผม ที่มักจะมีแรงหนีตายสำรองไว้เสมอ) ทั้งสองสาวรีบวิ่งตามไปด้วยเหมือนกัน
“รอด้วย! เอาเสื้อมานี่เลยเดี๋ยวซักให้”อิงฟ้าอ้างเหตุผลที่จะไม่ได้อยู่ตรงนั้นต่อ เธอรู้ตัวว่าตนเองผิดก็จริงแต่เธอก็โตแล้วเหมือนกัน ดังนั้นเธอไม่อยากโดนบ่นอยู่แล้ว
“รอด้วย! เดี๋ยวไปถูหลังให้”แต่แอนนานี่สิ เธอช่างแถข้างๆคูๆ มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
“กลับมาเดี๋ยวนี้พวกหลานบ้า!! หนอยยิ่งโตยิ่งสอนยากสอนเย็น...”เมื่อเห็นแผ่นหลังของพวกหลานๆไวๆ เธอก็ทำเป็สั่งให้หลานๆกลับมา แต่แววตาของเธอดูอบอุ่นและภายในใจก็ดีใจไม่น้อยที่หลานชายของเธอเผด็จศึกสักที
‘เหลนเราจะมีหน้าตาเหมือนเ้าเจษไหมน๊า หรือจะหน้าคล้ายหนูอิงฟ้าและแอนนารึเปล่า... ยังไงก็ช่าง ในที่สุดเราก็จะได้อุ้มเหลนที่หวังไว้นาน รอแทบไม่ไหวแล้ว..‘บุษบาพึมพำอยู่ในใจ ไม่ว่าหลานจะทำอะไร
ตาเรืองมองไปที่ภรรยาของตนที่ปากไม่ตรงกับใจก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ แต่ภายในใจก็ไม่ต่างจากยายเสียเท่าไหร่
ยังไงคนแก่หวังที่จะอยู่บ้านเลี้ยงหลานๆในบั้นปลายชีวิตอยู่แล้ว
ทั้งยังได้เพื่อนมาคอยแก้เบื่อในยามแก่อีก ในการที่มีเหลนมาอยู่ด้วย พวกแม่ๆของเหลนก็จะมาเยี่ยมเยียนพวกแกด้วยเหมือนกัน
ดังนั้นพวกแกมีความสุขอยู่แล้วที่จะได้เลี้ยงเหลน
I’m number 4