เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

    เล่มที่ 4 บทที่ 117 แบ่งแยกครอบครัว [3]

            เลขาธิการเจียงอดทนระงับความโกรธแล้วเอ่ยว่า “เงินก้อนนี้เป็นเงินช่วยเหลือการเสียชีวิตที่รัฐบาลมอบให้หลี่ตงเซิงซึ่งสมควรเป็นของภรรยาของเขาและนายหลี่ในฐานะพ่อของหลี่ตงเซิงก็มีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่ง แต่คุณไม่มีสิทธิ์เพราะคุณไม่ใช่แม่แท้ๆ ของหลี่ตงเซิง”

            “ไม่ใช่แม่แท้ๆ แล้วยังไง? ถึงจะไม่ใช่แม่แท้ๆแต่ฉันก็เป็นแม่ของเขานะ!” หลี่ซูอิงตะโกนลั่น

            “ตอนที่คุณแต่งงานมา หลี่ตงเซิงก็อายุสิบขวบแล้วเขาถูกคุณไล่ไปทำงานในไร่นาเพื่อหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เด็กยิ่งกว่านั้นแต้มคะแนนงานที่เขาหาได้ตลอดหลายปีมานี้ก็ถูกคุณยึดไว้ทั้งหมด”หลี่เกินเซิงกล่าวเสริม

            หลี่ซูอิงเบะปากอย่างไม่พอใจ

            “ถ้าคุณไม่นำเงินออกมา นั่นหมายความว่าคุณต้องการกลืนกินเงินของรัฐบาลซึ่งจะต้องถูกจับไปอบรมที่คณะกรรมการปฏิรูปอย่างแน่นอน หลี่ซูอิง คุณควรคิดให้ดีๆ”เลขาธิการเจียงจำต้องข่มขู่เล็กน้อย

            ในที่สุดหลี่ซูอิงก็ยอมนำเงินออกมาอย่างไม่เต็มใจก่อนที่จะนำออกมา เธอก็ยังคงถามย้ำหลายครั้ง “คุณแน่ใจนะว่าจะแบ่งจัดสรรใหม่?”

            เลขาธิการเจียงพยักหน้า

            หลี่ซูอิงจึงกลับเข้าห้องไปขุดเงินออกมาจากรูใต้เตียง

            เลขาธิการเจียงถือเงินสามร้อยห้าสิบหยวนพลางครุ่นคิดว่าจะแบ่งจัดสรรอย่างไรดี

            ดวงตาหลายคู่ในห้องจ้องมองเขาอย่างกระวนกระวายนายหลี่และครอบครัวต่างก็มีความคิดที่แตกต่างกัน

            ทางครอบครัวเฉิงรู้สึกสงบลงเล็กน้อยเมื่อเลขาธิการเจียงเข้ามาจัดการ ปัญหาก็ไม่น่าจะใหญ่โตอะไรแล้ว

            ทันใดนั้นนางเฉิงก็เอ่ยขึ้นว่า“เลขาธิการเจียง หัวหน้าหลี่ ในเมื่อวันนี้พวกคุณอยู่ที่นี่ฉันก็ขอแสดงความคิดเห็นหน่อย ก่อนที่จะแบ่งเงินสงเคราะห์ ขอให้แบ่งครอบครัวด้วย”พูดไปเธอก็จ้องมองหลี่ซูอิง “ฉันกลัวว่าลูกสาวของฉันที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ในบ้านหลังนี้วันหนึ่งจะต้องถูกพวกเขาทรมานจนตาย ไม่แน่ว่าอาจจะเสียทั้งแม่ทั้งลูกแล้วเงินก้อนนี้ก็จะกลับไปอยู่ในมือของคนสารเลวพวกนั้นอีก”

            เฉิงติ้งผิงมีความตั้งใจที่จะแบ่งแยกครอบครัวมานานแล้วเคยเสนอเรื่องนี้ไปแล้ว แต่พ่อสามีและแม่สามีกลับไม่เห็นด้วยเพราะต้องการยึดแต้มคะแนนงานของเจ้าลิงผอมและเธอเพื่อนำไปช่วยเหลือลูกชายอย่างหลี่จื้อเชาที่เอาแต่กินแล้วก็นอน

            “หล่อนพูดเหลวไหล!” หลี่ซูอิงกล่าวอย่างโกรธจัด

            “จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ หล่อนเองก็รู้อยู่แก่ใจ!”

            เลขาธิการเจียงไม่สนใจสองคนที่กำลังทะเลาะกันหันไปมองเฉิงติ้งผิงแล้วถามว่า “ภรรยาตงเซิงคุณต้องการแบ่งแยกครอบครัวหรือไม่?”

            เฉิงติ้งผิงพยักหน้าอย่างไม่ลังเล“แบ่งค่ะ!”

            ตอนนี้หลี่ตงเซิงไม่อยู่แล้วเธออยู่ในบ้านหลังนี้ก็ไม่มีความหมายอะไร ต้องแบ่งแยกครอบครัวอยู่แล้ว

            มิฉะนั้นหากยังอยู่ที่นี่ละก็เธอจะต้องถูกบีบคั้นจนตาย

            หลี่ตงเซิงก็ถูกพวกเขาทารุณจนผอมโซส่วนหลี่จื้อเชากลับอ้วนท้วนสมบูรณ์

            “ได้ งั้นก็แบ่งครอบครัวกันก่อน” เลขาธิการเจียงพยักหน้า

            พอได้ยินว่าจะแบ่งแยกครอบครัวจริงๆหลี่ซูอิงก็ถึงกับอึ้งงันเดิมทีเธอคิดว่าแม้เงินจะแบ่งไปครึ่งหนึ่งให้เฉิงติ้งผิงแล้วอย่างไร?

            เดี๋ยวเธอก็ค่อยๆหาวิธีนำกลับคืนมา!

            จากนั้นก็จะสั่งให้เธอทำงานมากขึ้นและจะดีที่สุดถ้าลูกของเธอคลอดออกมาไม่ได้สุดท้ายเธอก็จะใช้ข้ออ้างว่าเฉิงติ้งผิงจงใจทำแท้งเพื่อขับไล่เฉิงติ้งผิงออกไป

            ใครจะคิดว่าตอนนี้จะต้องแบ่งแยกครอบครัว!

            เลขาธิการเจียงและหลี่เกินเซิงอยู่ที่นี่อีกทั้งครอบครัวเฉิงและเฉิงติ้งผิงก็ยืนกรานที่จะแบ่งแยกครอบครัวนายหลี่และหลี่ซูอิงจึงไม่อาจปฏิเสธได้

            เลขาธิการเจียงและหลี่เกินเซิงช่วยกันตรวจสอบทรัพย์สินที่มีอยู่ในบ้านของหลี่ซูอิงไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหาร หม้อ ชาม จาน หรือตะเกียบจากนั้นจึงแบ่งออกเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน

            ส่วนหนึ่งเป็นของนายหลี่และหลี่ซูอิง

            ส่วนหนึ่งเป็นของหลี่จื้อเชาและภรรยาของเขา

            ส่วนหนึ่งเป็นของเฉิงติ้งผิง

            เครื่องนอนและผ้าห่มก็แบ่งให้คนละผืนแม้จะเป็นผ้าห่มเก่า แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ดี

            ที่เฉิงติ้งผิงคาดไม่ถึงคือในมือของนายหลี่และหลี่ซูอิงมีเงินสดอยู่ถึงหกสิบสี่หยวนเจ็ดเหมาซึ่งก็ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนเช่นกันเฉิงติ้งผิงจึงได้รับส่วนแบ่งยี่สิบเอ็ดหยวนห้าเหมา

            จะรู้ไหมว่าเงินหกสิบสี่หยวนเจ็ดเหมานี้เธอใช้เวลาเก็บสะสมมาเป็นสิบปีเลยนะ!

            ตอนนี้มันกลับถูกแบ่งออกไปแบบนี้หลี่ซูอิงเจ็บปวดแทบจะสิ้นใจ เธอร้องโหยหวนสุดปอดแต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครสนใจเธอเลย

            ที่ดินทำกินเฉิงติ้งผิงก็ได้ส่วนแบ่งสองแปลง

            บ้านของนายหลี่มีเพียงสามห้องนอนและหนึ่งห้องครัวหากแบ่งตามนี้ก็จะได้คนละหนึ่งห้อง

            เฉิงติ้งผิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “เลขาธิการเจียง หัวหน้าหลี่ฉันจะไม่ขอแบ่งบ้านหลังนี้ค่ะ ฉันไม่คิดจะอยู่ที่นี่ท้ายหมู่บ้านของเรามีบ้านเก่าว่างอยู่สองหลังทางกองผลิตจะให้ฉันยืมสักหลังหนึ่งก่อนได้ไหมคะ?”

            เลขาธิการเจียงมองเธออย่างประหลาดใจ“เป็นอะไรไป? คุณจะไปอยู่ข้างนอกคนเดียวหรือ?”

            เฉิงติ้งผิงมองไปยังนายหลี่ที่สีหน้ามืดครึ้มและหลี่ซูอิงที่สีหน้าโกรธจัด จากนั้นก็หันไปมองเลขาธิการเจียงแล้วพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “ค่ะห้องนั้นยกให้พวกเขาไปเลยค่ะ ฉันก็ไม่เอาแล้วฉันคิดว่าจะสร้างบ้านใหม่เองแล้วย้ายไปอยู่ค่ะ”

            หลี่ซูอิงได้ยินว่าเธอไม่เอาบ้านความรู้สึกอึดอัดในใจก็ดีขึ้นทันที และรีบกล่าวว่า “ดีงั้นก็เป็นหล่อนเองที่บอกว่าจะไม่เอาบ้านนะ ไม่ใช่พวกเราบังคับหล่อน”

            เลขาธิการเจียงกล่าวอย่างเห็นชอบ“หากคุณใคร่ครวญดีแล้ว ก็ทำตามใจเถอะ”

            ในทีแรกพ่อแม่ของเฉิงคิดจะห้ามปรามลูกสาวไม่ให้ทำอะไรโง่ๆ มีบ้านให้แท้ๆเหตุใดจึงไม่รับไว้?

            แต่เมื่อเห็นสีหน้าของนายหลี่และหลี่ซูอิงรวมถึงหลี่จื้อเชาและภรรยาของเขา ลูกสาวของพวกเขาก็ผอมโซและกำลังตั้งครรภ์หากต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ละก็ นั่นไม่ใช่แกะเข้าปากเสือหรอกหรือ?

            อยู่ข้างนอกก็ดีเหมือนกัน

            เงียบสงบและยังช่วยลดปัญหาได้อีกมาก

            เมื่อถึงเวลาที่ลูกสาวจะคลอดเธอก็ยังสามารถมาดูแลช่วงอยู่ไฟได้และยังช่วยลดความจำเป็นในการพบหน้าคนเหล่านั้นที่ทำให้เธอหงุดหงิดทุกวี่วัน

            เนื่องจากเซียวหยวนหมิงถูกเลขาธิการเจียงดึงตัวมาช่วยไกล่เกลี่ยซูเจียวเจียวจึงไม่ได้กลับบ้านคนเดียว ตอนนี้เธอได้ยินเฉิงติ้งผิงพูดจึงอดไม่ได้ที่จะมองเธอมากขึ้นอีกนิดภรรยาของหลี่ตงเซิงคนนี้ช่างเฉลียวฉลาดเสียจริง

            ไปอยู่ข้างนอกย่อมดีกว่าอยู่ในรังหมาป่าแห่งนี้มากนัก

            บางครั้งคนเราก็ต้องรู้จักเลือกที่จะทิ้งบางสิ่ง

            ในชีวิตมีสิ่งที่เราต้องเสียสละจึงจะได้รับสิ่งดีๆกลับคืนมา

            หลังจากแบ่งแยกครอบครัวแล้วขั้นต่อไปคือการจัดสรรเงินสงเคราะห์

            เลขาธิการเจียงกล่าวว่า“แม่แท้ๆ ของหลี่ตงเซิงเสียชีวิตไปแล้วดังนั้นส่วนแบ่งของแม่จึงไม่ต้องแบ่งตอนนี้ผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับหลี่ตงเซิงมีสามคน คือพ่อของหลี่ตงเซิงภรรยาของหลี่ตงเซิง และลูกที่ยังไม่เกิดของหลี่ตงเซิงดังนั้นเงินสงเคราะห์นี้จึงควรแบ่งเป็นสามส่วน”

            หลี่ซูอิงได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พอใจทันที“ทำไมถึงต้องแบ่งเป็นสามส่วนด้วย? พ่อของหลี่ตงเซิงเป็นคนให้กำเนิดหลี่ตงเซิงและเลี้ยงดูเขาจนเติบโต ไม่ว่าอย่างไรบ้านฉันก็ควรได้สองส่วนส่วนเฉิงติ้งผิงได้แค่ส่วนเดียว”

            “หล่อนฝันไปเถอะ!” นางเฉิงตะโกน

            เลขาธิการเจียงไม่สนใจหลี่ซูอิงเขาหันไปมองนายหลี่แล้วถามว่า “นายหลี่คุณคิดว่าอย่างไร?”

            เมื่อเห็นนายหลี่เงียบไปเขาก็อดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “นายหลี่การเป็นคนเราไม่ควรมัวแต่คิดถึงตัวเอง หลี่ตงเซิงจากไปแล้วคุณลองคิดดูว่าเด็กคนนี้ยังไม่ทันได้เกิดก็ไม่มีพ่อ ชีวิตเขาก็ย่ำแย่พออยู่แล้วคุณจะปล่อยให้ภรรยาของหลี่ตงเซิงและหลานของคุณต้องอดตายได้อย่างไร?”

            “คนตายก็เหมือนตะเกียงที่ดับไปแล้วการที่คุณปฏิบัติต่อหลี่ตงเซิงไม่ดีในอดีตก็ปล่อยมันไปเถอะแต่ตอนนี้คุณจะยังคงทำตัววุ่นวายเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว”

            ครู่หนึ่งในที่สุดนายหลี่ก็พยักหน้าตกลง ทำให้หลี่ซูอิงโกรธจนเข้ามาข่วนเขาแต่ก็ถูกหลี่เกินเซิงดึงกลับไป “คุณจะทำอะไร!คุณทำตัวไม่มีเหตุผลแบบนี้ไม่ได้นะ”

            หลี่ซูอิงร้องโหยหวน“นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของฉัน พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายด้วย!”

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก ที่คุณอ่าน