หลินช่ายขี่ม้าเคียงคู่กับจ้าวหานนำหน้าลูกน้องของเขา ระหว่างเดินทางนางสงบปากสงบคำและคอยติดตามว่าที่สามีอย่างว่าง่าย จนกระทั่งพวกเขาได้เข้าไปในหมู่บ้านจิ่งลั่ว และกำลังจะขี้ม้าข้ามสะพานไม้ เพื่อข้ามแม่น้ำใหญ่ไปยังหมู่บ้านอู่หลิง หัวหน้ากับหลินช่ายขี่ม้าอยู่หน้าสุด พอขี่ไปถึงกลางสะพานเท่านั้นแหละ ไม้ที่ผุั้แ่แรกอยู่แล้ว ก็เริ่มเปราะหัก
ม้าร้องเสียงดังด้วยความใพอๆ กับคนที่ควบคุมมัน
กรี๊ดดดดดด! หญิงสาวหนึ่งเดียวส่งเสียงกรี๊ด
หลินช่ายพร้อมกับจ้าวหานและลูกน้องสิบคนแรก กำลังจะตกไปในแม่น้ำใหญ่
จ้าวหานใช้กำลังภายในผลักม้าและลูกน้องให้กระเด็นไปตกที่ฝั่งของหมู่บ้านจิ่งลั่ว ในขณะที่หญิงสาวและม้าของนางได้ตกลงไปในแม่น้ำเรียบร้อยแล้ว เพราะจ้าวหานช่วยนางไม่ทัน
“ช่วยด้วย ข้าว่ายน้ำไม่เป็” หลินช่ายพยายามะโเพื่อทำให้ตนโผล่พ้นน้ำให้มากที่สุด
จ้าวหานรีบะโน้ำลงไปช่วย เขาโอบร่างของนาง และพาว่ายขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย
เขาวางร่างหลินช่ายให้นอนกับพื้นเพื่อดูอาการ นางลืมตามาชั่วขณะ พอที่จะมองเห็นว่าที่สามีอย่างเลือนราง ก่อนที่สติของนางจะดับไป
“เ้าเป็อะไรมั้ย หลินช่าย หลินช่าย หลินช่าย ฟื้นสิ” จ้าวหานพยายามปลุกให้นางฟื้น
เมื่อหญิงสาวหมดสติ จ้าวหานจึงรีบอุ้มนางไปพักที่โรงเตี๊ยมท้ายหมู่บ้าน พร้อมกับจ้างให้สาวใบ้ช่วยดูแลหลินช่ายเป็อย่างดี
หลินช่ายฟื้นคืนสติ มองไปรอบๆ ห้อง ก็คิดว่านี่น่าจะเป็โรงเตี๊ยม แต่พอสำรวจตัวเองพบว่าตนไม่ได้สวมชุดเดิม ก็ใ “กรี๊ดดดด นี่ ใคร ใคร ใครกันที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้า”
หญิงสาวชาวบ้านรีบเข้าไปดูที่เตียงของหลินช่าย พร้อมกับชี้ไปที่เสื้อผ้าที่หลินช่ายสวมใส่และชี้มาที่ตัวเอง
“หมายความว่าเ้าเป็คนเปลี่ยนให้ข้างั้นหรือ” หลินช่ายสงบลงพร้อมกับพยายามอ่านความหมายที่หญิงชาวบ้านพยายามสื่อ
หญิงชาวบ้านพยักหน้า
“เ้าเป็ใบ้อย่างนั้นหรือ” หลินช่ายสงสัยเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมพูดสักคำ
สาวใบ้พยักหน้าอีก
“แล้ว พวกผู้ชายล่ะ พวกเขาไปไหนกันหมด” หลินช่ายถามถึงคนอื่น
สาวใบ้ชี้ไปทางประตู
“หมายความว่าพวกเขาอยู่ข้างนอกงั้นหรือ” หลินช่ายเดา
สาวใบ้พยักหน้า
หลินช่ายจึงลุกจากเตียง พร้อมกับเดินสะโหลสะเหลเพื่อพบกับจ้าวหาน นางอยากขอบคุณที่เขาได้ช่วยชีวิตนางไว้
สาวใบ้ไม่รู้จะห้ามยังไง จึงช่วยประคองให้หลินช่ายเดินออกนอกห้องและลงบันไดไปพบผู้ว่าจ้างของนาง
เสียงะโดังอยู่เซ็งแซ่ “พวกเราไปหาอัฐกันเถอะ”
ประโยคนั้นทำให้หลินช่ายถึงกับอึ้ง และคิดในใจว่า “หมายความว่ายังไง ไปหาอัฐ หรือว่า จะไปปล้นชาวบ้าน” ไวเท่าความคิด หลินช่ายรีบผละออกจากสาวใบ้ และวิ่งไปดักหน้าว่าที่สามีไว้
“หลินช่าย! นี่เ้าหายดีแล้วงั้นหรือ” จ้าวหานดีใจที่เห็นหลินช่ายฟื้นเป็ปกติ
“พวกท่านจะไปไหนกัน หาอัฐที่ว่านี่ หรือว่า พวกท่านจะปล้นสะดมชาวบ้าน ไม่ได้นะ ข้าไม่ยอมให้พวกท่านไป” หลินช่ายกางแขนเพื่อขัดขวาง
“ที่แท้เ้าก็เห็นว่าข้าเป็โจรมาโดยตลอด ใช่ ข้าจะรีบไปปล้นเดี๋ยวนี้” จ้าวหานโมโหที่หลินช่ายไม่เคยมองเขาในแง่ดี
“เอ่อ หัวหน้า…” ลูกน้องพยายามพูดอธิบายให้ แต่ถูกสั่งห้าม
จ้าวหานยกมือให้ลูกน้องหยุดพูด
“ข้าขอร้อง ท่านเลิกเป็โจรเถอะนะ พวกเราทำมาหากินอย่างสุจริตเถิด เอาไว้ให้ข้าคิดค้นสูตรอาหารเพิ่ม และเปิดร้านอาหารใหญ่ๆ รับรอง ต้องหารายได้เป็กอบเป็กำแน่ๆ” หลินช่ายพยายามพูดกล่อม
“แต่ข้า้าอัฐตอนนี้” จ้าวหานพูดห้วนๆ
“นี่ไง ข้ามีถุงอัฐ ข้ายกให้ท่านหมดเลยก็ได้ อย่าเป็โจรเลยนะ” หลินช่ายพูดกล่อมอีก
“เอาไว้ให้เ้าแข็งแรงมากกว่านี้ก่อน แล้วค่อยคุยกันใหม่ ตอนนี้ข้าต้องรีบไปแล้ว” จ้าวหานรีบตัดบท และผลักหลินช่ายให้หลีกทาง
“ถ้าเช่นนั้น ท่านหาหญิงอื่นแต่งงานด้วยเถิด ข้าทำใจไม่ได้จริงๆ ที่จะต้องมีสามีเป็โจร” หลินช่ายโมโหจึงตัดสินใจเดินหนีออกจากโรงเตี๊ยม
หลินช่ายไม่ฟังคำอธิบายใดๆ อีก นางเดินสะโหลสะเหลออกนอกโรงเตี๊ยมทันที
จ้าวหานถอนหายใจ เขาเดินจ้ำอ้าวไปอุ้มหญิงสาวเพื่อพาขึ้นไปบนห้อง
“ปล่อยข้า ปล่อยข้า อย่าแตะต้องตัวข้า ข้าไม่ยอมร่วมทางกับท่านอีกแล้ว ข้าไม่อยากร่วมทำเื่ผิดมโนธรรม” หลินช่ายพยายามดิ้นขัดขืน แต่นางทั้งอ่อนเพลียและไร้เรี่ยวแรง ทำให้ต้องปล่อยให้ฝ่ายชายพาตนไปนอนบนเตียง
“รอข้าอยู่ที่นี่ก่อน เ้านอนพักผ่อนเถอะ” จ้าวหานพยายามพูดด้วยดีๆ
“ยังไงข้าก็จะหนีอีกอยู่ดี ไม่ต้องทำดีกับข้าหรอก จ้าวหาน” หลินช่ายหันหน้าหนี
จ้าวหานโมโห เลยเดินออกนอกห้องไปทันที
ด้วยความดื้อรั้น หลินช่ายพยายามลุกออกจากเตียง และเดินสะโหลสะเหล ในขณะที่สาวใบ้รีบเข้าไปขวางและพยายามส่ายหน้าห้ามหญิงสาว
“หลีกทางข้าเถิด ข้าทำใจอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้จริงๆ” หลินช่ายไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
สาวใบ้จึงยอมหลีกทาง หลินช่ายจึงเดินไปถึงประตูและเปิดออก นางก็ใที่เห็นว่าที่สามีถือโซ่อยู่หน้าประตูอยู่ก่อนแล้ว
“นี่ท่านจะล่ามข้างั้นหรือ” หลินช่ายใเมื่อเห็นโซ่
“เ้าใจเย็นๆ รอข้าอยู่ที่นี่ก่อน รอข้ากลับมาก่อนค่อยคุยกันใหม่” จ้าวหานกล่าว
“ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับท่าน หลีกไปนะ” หลินช่ายพยายามผลักชายหนุ่มแต่ไม่มีแรง
จ้าวหานจึงอุ้มหลินช่ายที่กำลังดิ้นขัดขืนไปวางไว้บนเตียง พร้อมกับล่ามให้ขานางติดกับปลายเตียง
“ท่านไม่มีสิทธิ์ทำกับข้าแบบนี้นะ” หลินช่ายะโ
จ้าวหานไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ เลยหันหน้าไปสั่งกับสาวใบ้ “เ้าจงจำไว้ หากหลินช่ายหนีไปได้ เ้าต้องตาย”
สาวใบ้พยักหน้าอย่างหวาดกลัว เมื่อเห็นสายตาอำมหิตของชายหนุ่ม”
“นี่ท่าน….” หลินช่ายพูดไม่ทันจบ ฝ่ายชายก็เดินหนีออกไปทันที
หลินช่ายจนปัญญา นางก็เลยเอาแต่ร้องไห้ เพราะคิดแล้วว่านางคงไม่อาจเกลี้ยกล่อมให้จ้าวหานกลับเนื้อกลับตัวทำอาชีพสุจริตได้ นางร้องไห้อยู่นานจนกระทั่งผล็อยหลับไป
********************************************
พกค่ำ หลินช่ายถึงจะตื่น นางสำรวจตัวเองก็พบว่าขาของนางยังคงถูกล่ามติดกับเตียง พอหันไปก็เห็นสาวใบ้ถือถ้วยข้าวต้ม และพยักหน้าให้นาง
“เอาออกไป ข้าไม่กิน” หลินช่ายพูดเสียงแข็ง
สาวใบ้พยักหน้าขอร้อง
“ก็บอกแล้วไง ว่าข้าไม่กิน” หลินช่ายไม่อยากทานอาหารของโจร
“เกิดอะไรขึ้น”
หลินช่ายมองไปตามเสียง พอเห็นว่าเป็จ้าวหาน นางจึงหันหน้าไปทางอื่น
“ทานข้าวต้มเถอะ ทั้งวันเ้ายังไม่ทานอะไรเลย” จ้าวหานกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้
ทำให้หลินช่ายได้กลิ่นเหงื่อของผู้ชาย นางคิดในใจว่า “นี่คงจะไปปล้นชาวบ้านเสร็จแล้วสินะ”
เมื่อเห็นหลินช่ายยังคงไม่พูด เขาก็เลยรับถ้วยข้าวต้มจากมือของสาวใบ้มาถือไว้เสียเอง พร้อมกับสั่งสาวใบ้ว่า “เ้าออกไปเถอะ ข้าจัดการเอง”
สาวใบ้พยักหน้าและเดินออกไปทันที
“มา ทานข้าวเถอะ” จ้าวหานตักข้าวเตรียมป้อน
หลินช่ายรีบผลักแขนของชายหนุ่มจนกระทั่งถ้วยข้าวต้มหลุดลงพื้น และตกแตกกระจายไปทั่ว โชคดีที่ชายหนุ่มหลบเศษข้าวต้มและเศษแก้วทัน เลยไม่ได้รับาเ็ใดๆ
“อะไรกันน่ะ ข้าวต้มไม่ถูกปากฮูหยินของท่านอย่างนั้นหรือ” หญิงวัยกลางคนซึ่งเคาะประตูอยู่นาน พอไม่มีใครเปิด จึงลองเปิดเข้ามาดู และเดินเข้ามาในห้องนอนทำให้เห็นถ้วยข้าวต้มหล่นแตกกระจาย
หลินช่ายมองไปพอเห็นท่านป้า ก็รู้สึกดีใจ กำลังจะพูดเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ถูกจ้าวหานปิดปากนางทัน
“ไม่มีอะไรหรอกขอรับ ข้าซุ่มซ่ามทำแตกเอง” จ้าวหานกล่าว
“ไม่เป็ไร ป้ายังมีข้าวต้มอีก เดี๋ยวป้าไปตักมาให้ใหม่” หญิงวัยกลางคนกล่าวและกำลังจะหันหลัง
หลินช่ายรีบดึงมือฝ่ายชายออก และกล่าวว่า “ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าไม่หิว รบกวนท่านป้าเปล่าๆ”
“รบกวนอะไรกัน ป้าอุตส่าห์ทำอาหารตั้งมากมายเพื่อขอบคุณสามีเ้าและพรรคพวกของเขา รู้มั้ยพวกเขามารับจ้างสร้างสะพานข้ามไปหมู่บ้านอู่หลิง แถมยอมลดให้ครึ่งราคาอีก ป้าซึ่งเป็ฮูหยินของผู้ใหญ่บ้านเลยเลี้ยงอาหารขอบคุณ และได้ยินว่าฮูหยินของหัวหน้าจ้าวหานไม่สบาย ป้าก็เลยอาสาทำข้าวต้มให้ทาน” ฮูหยินของผู้ใหญ่บ้านเล่า
“ขอบคุณท่านป้ามากเ้าค่ะ” หลินช่ายเข้าใจเื่ราวทั้งหมดทำให้นางรู้สึกผิดที่กล่าวหาจ้าวหานว่าเป็โจรแบบนั้น
“งั้นเดี๋ยวป้าไปยกมาให้ใหม่นะ โชคดีที่ป้าเข้ามาเยี่ยม จึงรู้ว่าถ้วยข้าวต้มแตกแล้ว ไม่งั้นเ้าคงอดกินฝีมือข้า”
หลินช่ายยิ้มให้ป้า พอนางเดินออกไป ก็เลยเกริ่นกับจ้าวหาน “เอ่อ ข้าขอโทษ ที่เข้าใจเ้าผิดไป ก็เ้าไม่ยอมพูดอธิบายให้ข้าฟังั้แ่แรกนี่”
“งั้นข้าขอถามเ้าหน่อย หากข้าบอกเ้า เ้าจะเชื่อข้ามั้ย” จ้าวหานถามกลับ
“ข้า….” หลินช่ายชะงัก เพราะรู้ตัวเองดีว่าคงไม่เชื่อ
“ก็เพราะเ้าเชื่อฝังใจว่าข้าเป็โจรไปแล้ว ต่อให้ข้าพูดอธิบายยังไง เ้าก็คงไม่ฟังข้าหรอก” จ้าวหานกล่าว
“แล้ว ความจริงเ้าใช่โจรหรือเปล่าล่ะ” หลินช่ายถามตามตรง
“เปล่า ข้าเป็พ่อค้าขายข้าวน่ะ” จ้าวหานยอมเผย
“ถ้าท่านเป็พ่อค้าจริง เหตุใดต้องแต่งตัวซอมซ่อแบบนี้” หลินช่ายสงสัย
“ข้าและพรรคพวกถูกตามฆ่า เลยจำเป็ต้องปลอมตัวแบบนี้” จ้าวหานยอมเปิดใจเล่า
“ข้าว่าท่านน่าจะอธิบายให้น้องข้าฟังนะ บางทีนางอาจเปิดใจให้ท่านก็ได้” หลินช่ายเสียดายแทนน้องสาว
“แต่มันก็ช่วยทำให้ข้าได้เห็นธาตุแท้ของคนไม่ใช่หรือ อย่างน้องเ้าไง” จ้าวหานกล่าว
“ท่านไขกุญแจโซ่ให้ข้าเถิด ข้าไม่หนีไปไหนหรอก” หลินช่ายเข้าใจจ้าวหานแล้ว เลยไม่คิดพยศอีก
จ้าวหานจึงแก้โซ่ให้หลินช่ายและรีบนำโซ่ไปซ่อน ก่อนที่ท่านป้าจะถือข้าวต้มเดินเข้ามา
“แหมพวกเ้าช่างรักกันดีจริงๆ อะนี่ ถ้วยข้าวต้ม แล้วอย่าทำแตกอีกล่ะ” ท่านป้าส่งข้าวต้มให้ชายหนุ่ม
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านป้า” หลินช่ายกล่าวอย่างซึ้งใจ
พอท่านป้าออกไป หลินช่ายจึงรับถ้วยข้าวต้มจากมือจ้าวหานมาทานเอง
“เ้ารังเกียจข้ามากขนาดนั้นเลยงั้นหรือ ถึงอยากหนีข้าไป” จ้าวหานถามบ้าง
“ความจริงข้าก็ไม่ได้มองคนที่หน้าตาหรอก ข้าตัดสินใจยอมแต่งงานกับท่านแล้ว แต่ที่ข้ายอมรับไม่ได้จริงๆ นั่นก็คือ การมีสามีที่ทำร้ายผู้คนต่างหาก” หลินช่ายยอมเผย
“ตอนนี้กลิ่นตัวข้าแรงมากจริงๆ งั้นข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อน ว่าแต่ไปอาบด้วยกันมั้ย” จ้าวหานพูดยิ้มๆ
“บ้าสิ ข้าเป็ผู้หญิงนะ” หลินช่ายหน้าแดง
“ก็เ้ากำลังจะแต่งงานกับข้าไม่ใช่หรือ” จ้าวหานพูดเย้า
“แต่ตอนนี้ยังไม่ได้แต่ง ดังนั้นในระหว่างนี้ห้ามท่านล่วงเกินข้าเด็ดขาด” หลินช่ายกระถดตัวหนี
จ้าวหานยิ้มมุมปากแล้วเดินจากไป ปล่อยให้หญิงสาวตักข้าวต้มทานด้วยความเขินอาย