จีหลุนอ่านในตอนที่เล่าถึงเซี่ยงซาวานด้วยความตื่นเต้น ทว่ายิ่งอ่านไปใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มก็พลันอึมครึมลงเรื่อย ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งโมโห
“เจ็บใจจริง! นี่ข้าถูกพวกเขาใช้กลศึกหลอกมาตลอด”
“อย่างไรนะ? เอามาให้ข้าดูซิ”
แม่ทัพหนุ่มเพิ่งอ่านไปได้เพียงครึ่งหน้าก็ยัดใส่มือให้กุนซือคู่ใจ
“เ้าอ่านดู พวกเราเสียรู้มากไปแล้ว”
ลี่เทียนเป่าไล่สายตาไปตามตัวอักษรอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาผันเปลี่ยนเช่นเดียวกับสหาย ค่อยๆ อึมครึมลงจนกลายเป็เคียดแค้น
“ร้ายกาจ! นี่มันเื่ร้ายกาจที่สุดั้แ่ข้าเคยเห็นมา”
ไป๋ซิงซวี่เห็นคนทั้งสองดูโกรธเกรี้ยวจึงพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ
“ทีแรก ข้าก็เหมือนกับพวกท่าน อ่านแล้วก็ถึงกับหัวเสีย แต่พอมาคิดดู พวกเขาเป็เพียงชนเผ่าที่อยู่ท่ามกลางทะเลทราย หากไม่มีเล่ห์เหลี่ยมกลศึกที่พิสดารคงยากจะรักษาแผ่นดินเอาไว้ได้ยาวนาน”
ไป๋สวินผู้น้องจึงรีบสำทับ “ข้าได้ยินพวกนายทหารกล่าวกันว่ากองทัพของห้าเผ่ามีกว่าครึ่งแสน ยังนึกประหลาดใจว่าพวกเขาสะสมไพร่พลและอาวุธได้มากขนาดนั้นั้แ่เมื่อใด? เพราะตอนที่ข้าเคยเดินทางอยู่แถวชายแดนเคยมีสหายเผ่าฝูซาที่นำสัตว์ที่ล่าได้มาขาย เขาบอกว่าคนในแต่ละเผ่ามีเพียงหมื่นกว่าคน นั่นหมายความว่าไม่มีโอกาสที่จะมีทหารถึงห้าหมื่นได้”
จีหลุนระลึกถึงตอนที่เขาอยู่บนสมรภูมิเนินทราย ครั้งแรกที่เห็นฝุ่นทรายขนาดใหญ่ม้วนตัวเข้ามา ก็จดจำถึงสิ่งที่แม่ทัพาุโกล่าวเตือนเอาไว้จึงรีบหมอบลงกับพื้น พอลุกขึ้นมาอีกทีก็พบว่าฝ่ายตรงข้ามมีไพร่พลหลายหมื่นยืนเรียงรายทะมึนอยู่ตามเนินทราย
แม่ทัพหนุ่มเห็นคราแรกก็ตื่นตระหนก เขานำทหารมาเพียงสามหมื่น แต่อีกฝ่ายกลับมีทหารมากมายจนเกินประมาณ หากกะคร่าวๆ ด้วยสายตาก็มากกว่าฝ่ายของเขาหนึ่งเท่าตัว
จีหลุนไม่กลัวตาย แต่นึกสงสารและเห็นใจทหารผู้น้อยทั้งหลายที่ต้องมาทิ้งชีวิตไว้ในสนามรบแห่งนี้ ในเมื่อตกเป็รอง เขาจึงต้องหาทางฆ่าแม่ทัพศัตรูให้เร็วที่สุด คิดได้เช่นนั้นเขาก็ะโออกไป
‘ระหว่างเ้ากับข้า ไม่ต้องลำบากผู้อื่น หากเ้าแน่จริงก็จงมาประลองกับข้า หากว่าข้าเป็ฝ่ายพ่ายแพ้จะยอมถอยทัพแต่โดยดี’ เขาร้องท้าบุรุษที่สวมเกราะสีน้ำตาลยืนจังก้าอยู่บนยอดของเนินทรายที่สูงกว่าศีรษะของเขาอีกฝั่งหนึ่ง
แม่ทัพหนุ่มพลันระลึกขึ้นมาได้ว่าทุกคราวที่กัวเยี่ยนสือปรากฎตัว มักจะเกิดเนินทรายสูงให้คนผู้นั้นยืนอย่างงามสง่ากลางสมรภูมิเสมอ
‘ได้ ข้าจะประลองกับเ้าตัวต่อตัว หากว่าข้าพ่ายแพ้ก็จะยอมถอยทัพกลับเช่นกัน กติกาของเราคือ ผู้ชนะต้องฆ่าอีกฝ่ายได้เท่านั้น’
หลังจากการาเ็คราแรก ทั้งสองฝ่ายก็เว้น่ไปอีกหกเดือนจึงยกไพร่พลไปสู้กันอีกครั้ง คราวนี้จีหลุนนำไพร่พลไปถึงห้าหมื่น แต่อีกฝ่ายกลับนำคนมามากกว่าเช่นเคย
เขาได้แต่นิ่งอึ้ง ไม่รู้ว่าห้าเผ่าไปนำทหารมาเพิ่มจากชนเผ่าในทุ่งหญ้าัหรือไม่? เพื่อความไม่ประมาทจึงได้ท้าประลองกับแม่ทัพศัตรูอีกครา
รอจนลี่เทียนเป่าอ่านจบตอนที่กล่าวถึงดินแดนลึกลับห้าเผ่าแห่งนั้น แม่ทัพหนุ่มจึงหันไปมองดูสีหน้าของสหายกุนซือ
“เ้าว่าพวกเราเสียรู้เขามากเพียงใด? มิน่าเล่า...ทุกคราวที่เรานำทหารไปเพิ่ม แต่พวกเขากลับมีทหารมากกว่าเราทุกคราวไป” จีหลุนโมโหจนหัวร่อออกมา “น่าแค้นนัก! เพราะเห็นว่าฝ่ายตนเสียเปรียบจึงได้ท้าประลอง ฮ่าๆ ข้าประลองกับกัวเยี่ยนสือจนนับครั้งไม่ถ้วน ต่างฝ่ายต่างไม่เคยเอาชีวิตกันได้ การศึกจึงได้ยืดเยื้อตลอดมา”
ลี่เทียนเป่านั่งอึ้งฟังจีหลุนพล่ามออกมาด้วยความโมโหแล้วก็เอ่ยขึ้น
“ไม่เป็ไร ท่านแม่ทัพ การที่ห้าเผ่าใช้กลศึกเช่นนี้ก็ดีแล้วมิใช่หรือ? หากว่าฝ่ายเราถือว่าตนได้เปรียบคงใช้ทัพใหญ่บุกขยี้พวกเขาแหลกเป็ผุยผงไปแล้ว แต่นี่สู้รบกันมาสี่ปียังไม่เสียเืเสียเนื้อ ทหารอาจจะมีาเ็บ้างแต่ยังไม่มีผู้ใดล้มตาย”
จีหลุนชะงักไป เมื่อได้ยินสหายกล่าวเช่นนั้น “ศึกทะเลทรายก็มีข้อดีที่ยังไม่นองเืถึงขั้นล้มตายกันนี่ล่ะ”
ลี่เทียนเป่าหันไปขอบคุณสองพี่น้องสกุลไป๋ “ขอบคุณพวกท่านมากที่เอาตำราเล่มนี้มาให้เราได้อ่าน ไม่เช่นนั้นก็คงจะหลงกลพวกเขาไปอีกนาน”
“มิได้ๆ ข้าเสียดายที่พบตำราเล่มนี้ช้าไปหน่อย ไม่อย่างนั้นแคว้นิคงชนะศึกนี้ไปนานแล้ว แต่คิดไปอีกทีก็ดีเหมือนกัน ยามนี้ผู้นำห้าเผ่ายอมสวามิภักดิ์และยินดีส่งเครื่องบรรณาการมาเอง นับว่าไม่เสียเืเสียเนื้อ” ไป๋ซิงซวี่เอ่ยยิ้มๆ
“ตลอดสี่ปีของการรบ สิ้นเปลืองงบการทหารไปมากมาย การยาตราทัพแต่ละครั้งล้วนหมดเงินทองในท้องพระคลังและภาษีของราษฎร ข้าไม่ยินดีเลย สักนิด”
ลี่เทียนเป่าเห็นจีหลุนยังเดือดดาลก็รีบเอ่ย “ท่านแม่ทัพ ต่อให้เราบดขยี้ฆ่ากองทัพห้าเผ่าได้ แต่เราก็มิได้คิดจะไปยึดดินแดนของพวกเรามิใช่หรือ? ดินแดนที่ลึกลับอย่างนั้น ให้พวกเขาส่งบรรณาการมาเองจะดีกว่า”
ไป๋ซิงซวี่มองหน้าจีหลุนกับลี่เทียนเป่าสลับกันไปมา ก่อนจะเอ่ยยิ้มๆ
“พวกเราล้วนไม่เคยไปเยือนเซี่ยงซาวานเลยสักครั้ง ได้ยินว่าแม่นางกัวขอเชิญทัพแคว้นิเข้าไปที่นั่นมิใช่หรือขอรับท่านชาย?”
“อืม...เื่นี้ต้องรอให้ฝ่าาตัดสินพระทัยอีกคราหนึ่ง แต่ยามนี้ข้าได้รับคำสั่งให้เข้ามารักษาการในทัพหลวง”
ไป๋สวินยิ้มน้อยๆ “ข้าว่านี่คงเป็การยื้อเวลาเพื่อรอดูท่าทีของผู้นำห้าเผ่าหลังการแต่งงานของท่าน และเพื่อสืบให้แน่ใจก่อนว่าทางนั้นไม่ได้คิดจะ ตลบหลัง”
ลี่เทียนเป่ายกน้ำชาขึ้นจิบ “อันที่จริง ผู้นำก็นับว่าค้าขายเน้นกำไร พวกท่านดูสิว่าส่งสตรีพิการอย่างกัวเอินถงให้มาแต่งกับแม่ทัพใหญ่ตะวันตก เช่นนี้จะนับว่า้าผูกไมตรีได้อยู่หรือ?”
พูดถึงเื่ภรรยา จีหลุนก็กระแทกจอกน้ำชาลงบนโต๊ะจนบุรุษทั้งสามสะดุ้ง ความแค้นที่เขามีต่อกัวเยี่ยนสือมาร่วมสี่ปี อย่างไรก็ต้องชำระให้หมดจด!
“ก่อนจะถึงการเดินทัพเข้าไปยังเซี่ยงซาวาน พวกเราจะสืบทุกอย่างให้ละเอียดที่สุด ท่านชาย ไม่ต้องเป็ห่วง”
“ขอบคุณหัวหน้าไป๋ ครั้งนี้คงต้องพึ่งท่านแล้ว”
“ด้วยความยินดีขอรับ ครั้งนี้ถือว่าเราทำเพื่อแผ่นดินเกิดด้วยเช่นกัน”
กัวเอินถงรู้สึกว่าจีหลุนอารมณ์ไม่ค่อยดี เขากลับมาถึงก็เข้าไปเรือนนอนของตนเอง นางเห็นบ่าวรับใช้หิ้วน้ำเข้าไปหลายถัง เขาคงกำลังอาบน้ำอยู่ พักใหญ่บ่าวอีกกลุ่มก็ถือถาดอาหารเข้าไป
พอคนทั้งสามรับประทานอาหารเสร็จ สาวใช้ผู้หนึ่งก็เข้ามายอบกายหน้าประตูเรือนหอของนาง
“ฮูหยินน้อยเ้าคะ ท่านชายให้มาแจ้งว่าวันนี้จะมาดึกๆ เ้าค่ะ”
“ขอบใจมาก” นางตอบไปตามมารยาท
เงาของบุรุษทั้งสามหายเข้าไปในห้องอักษร ที่หน้าห้องมีทหารติดตามจากค่ายพยัคฆ์ไฟสองคนยืนเฝ้าอย่างแข็งขัน
“เ้าดู แค่บ่าวรับใช้ของสกุลจีก็แทรกซึมได้ยากแล้ว ยังจะมีทหารติดตามมาจากค่ายทหารอีก หากมิใช่ยามเข้านอน ท่านพี่ผู้นี้ ข้าเข้าใกล้ไม่ได้เลย”
“ฮูหยินน้อย ท่านก็แสร้งอ่อนแอกว่านี้อีกสิเ้าคะ ท่านแม่ทัพจะได้วางใจ”
“เหย้าหลี นี่ข้าต้องงัดมารยาหญิงออกมาใช้อีกแล้วหรือ?”
“จำเป็แล้วเ้าค่ะ”
เวลาล่วงไปจนดึก จีหลุนก็เดินเข้ามาในห้อง ครั้นมองเห็นนางนั่งอยู่บนรถเข็นด้วยใบหน้าซีดเผือด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เ้ารอข้าอยู่หรือ?”
“ท่านพี่ เราแต่งงานกันแล้ว ข้าย่อมต้องรอท่าน เข้านอนพร้อมกัน” สีหน้าของนางดูสงบเสงี่ยมและพร้อมจะเชื่อฟัง
จีหลุนหน้าตึงขึ้น หลังจากที่ได้อ่านกลศึกเนินทรายของพวกชนเผ่าแล้วเขารู้สึกว่าคนห้าชนเผ่าล้วนไว้ใจไม่ได้ แต่พอนึกถึงคำเตือนของลี่เทียนเป่าที่ให้ใช้นางในการรักษาอาการของตน แม่ทัพหนุ่มก็ค่อยๆ ข่มใจให้คลายความหงุดหงิด ทำสีหน้าให้นุ่มนวล
“ฮูหยิน เ้าคงอยากจะให้ข้าอุ้มเ้าเข้านอนล่ะสินะ” เขาเดินเข้ามาประชิดรถเข็นด้วยสีหน้าบึ้งตึง
‘เ้ารู้ว่าข้ามีอาการเช่นนั้น คงคิดว่าต่อให้นอนอยู่ข้างข้า เ้าก็ต้องปลอดภัย หึ! แค้นระหว่างข้ากับพี่ชายเ้า ดอกเบี้ยสูงยิ่งนัก’
เขาช้อนร่างที่นุ่มนิ่มในชุดนอนขึ้นไปบนเตียงด้านใน ให้นางค่อยๆ กระเถิบร่างเพื่อนอนลง ขณะเดียวกันก็แอบใช้มือและเท้าลูบดูว่านางแอบซ่อนอาวุธไว้บนที่นอนหรือไม่?
***************

