เยี่ยซางยังคงตั้งใจฝึกฝนเหมือนเคยเมื่อเห็นเยี่ยซางพยายามเพิ่มพลังบ่มเพาะ ฉินเจินก็ฝึกฝนด้วยเช่นกัน
หลังจากพักผ่อนทั้งคืนในตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้นทั้งกลุ่มก็มาถึงประตูของหุบเขาโอสถซึ่งอยู่ด้านหน้าของูเาตานติ่งแล้ว
โดยบริเวณนี้มีเสาหินแกะสลักสองเสาตั้งตระหง่านอยู่หน้าประตููเาสูงยี่สิบถึงสามสิบจั้งเส้นผ่านศูนย์กลางของเสากว้างสี่ถึงห้าจั้งซึ่งรอบเสาเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดบนยอดเสาหินเชื่อมต่อกันด้วยแผ่นหินที่สลักอักษรขนาดใหญ่สีทองสองตัวว่า“หุบเขาโอสถ (药谷)”
รถอสูรไม่ได้ผ่านเข้าประตูของหุบเขาโอสถเนื่องจากพวกเขาไม่ใช่ลูกศิษย์ของที่นี่คนที่ไม่ได้รับการเชื้อเชิญจากหุบเขาโอสถจะไม่สามารถเข้าไปข้างในได้รถอสูรแต่ละคันตรงไปตามถนนของหุบเขาโอสถ ด้านล่างหุบเขามีหลังคานับพันซึ่งเป็เมืองเล็กๆที่ชื่อเมืองเฉ่ากู่ เป็ที่พักสำหรับคนที่มาหุบเขาโอสถเพื่อธุระต่างๆและยังเป็สถานที่ที่ศิษย์ของหุบเขาโอสถไปซื้อของใช้ประจำวันด้วย
ชิวเจินพบโรงเตี๊ยมและเลือกพักอยู่ที่นั่นเพื่อรอพิธีคัดเลือกศิษย์เขายังกลับไปไม่ได้เนื่องจากจะมีเพียงไม่กี่คนในกลุ่มนี้เท่านั้นที่สามารถเข้าไปในหุบเขาโอสถได้ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่สามารถเข้าไปในหุบเขาโอสถได้ เขาต้องพากลับไปส่งที่เดิม
หลังจากชิวเจินจัดแจงห้องพักให้แล้วเยี่ยซางก็ไปที่ห้องของตนเองเพื่อบ่มเพาะอีกครั้ง
ขณะที่เยี่ยซางกำลังจะเริ่มบ่มเพาะก็มีเสียงคนมาเคาะประตูห้องดังขึ้น
เมื่อเปิดประตูออกเยี่ยซางก็ชะงักไปครู่หนึ่งเขารู้สึกประหลาดใจที่เห็นฉินเจินมาเคาะประตูห้องของตนเองคนที่อยู่ไม่ไกลจากฉินเจินก็คือกวนสยงและหลี่ซง
“ข้าจะไปแล้วเ้าต้องพยายามให้มากขึ้นเล่า!” ฉินเจินมองเยี่ยซางแล้วกล่าวขึ้น นี่เป็ครั้งแรกที่ฉินเฉินพูดกับเยี่ยซาง
หลังจากคิดเกี่ยวกับเื่นี้เยี่ยซางก็เข้าใจว่าฉินเจินไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่จำเป็จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนปกติในการทดสอบของหุบเขาโอสถเหมือนคนอื่นๆ
แต่เยี่ยซางเข้าใจผิดไปเนื่องจากฉินเจินไม่ได้มาเพื่อเข้าร่วมพิธีคัดเลือกศิษย์เพราะความ้าของฉินเอ้าเซวียนแท้จริงแล้ว คือการให้ฉินเจินได้มาอยู่กับอาจารย์ของตนเป็เวลาหนึ่งหรือสองปีก่อนจะให้เขาเข้าร่วมพิธีคัดเลือกศิษย์ของหุบเขาโอสถภายหลัง
“แน่นอนข้าจะพยายามให้มากขึ้น เ้าก็เช่นกัน!” เยี่ยซางพยักหน้าตอบแม้ว่าเส้นทางของฉินเจินจะราบรื่นแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอีกฝ่ายเขารู้ดีว่าเส้นทางของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน
ฉินเจินหยิบยาสองขวดออกมาแล้วส่งให้เยี่ยซางเมื่อเห็นว่าเยี่ยซางไม่ยอมรับฉินเจินก็ก้าวไปข้างหน้าก่อนจะดึงมือของเยี่ยซางออกมาและยัดขวดยาใส่มือจากนั้นเขาก็หันหลังจากไป
เมื่อบอกลาชิวเจินแล้วฉินเจินก็ออกจากโรงเตี๊ยมพร้อมกับกวนสยงและหลี่ซงพวกเขาตรงไปที่ประตูหน้าูเาของหุบเขาโอสถ
ฉินเจินมีจดหมายแนะนำตัวและสัญลักษณ์ที่ได้มาจากฉินเอ้าเซวียนเมื่อศิษย์ของหุบเขาโอสถตรวจสอบเสร็จ เด็กหนุ่มก็สามารถผ่านเข้าไปได้ทันทีแต่กวนสยงและหลี่ซงไม่สามารถเข้าไปได้พวกเขารู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปจึงมาส่งฉินเจินที่หน้าประตููเา
“ท่านอาทั้งสองถ้าเยี่ยซางไม่ผ่านการคัดเลือก ได้โปรดดูแลเขาระหว่างทางกลับด้วย”ฉินเจินที่เข้าไปในประตูแล้วกล่าวขึ้นพร้อมหันกลับมามองกวนสยงและหลี่ซง
“นายน้อยไม่ต้องเป็กังวลถ้าเยี่ยซางไม่สามารถผ่านการคัดเลือกของหุบเขาโอสถได้ เราจะพาเขากลับไป” กวนสยงพยักหน้า
เมื่อเห็นศิษย์ของหุบเขาโอสถพาฉินเจินเข้าไปด้านในแล้วกวนสยงและหลี่ซงก็หันหลังจากไปเช่นกัน
“เยี่ยซางก็เป็คนดีเหมือนกันน่าเสียดายที่เขาเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา ข้าไม่รู้ว่าหลังจากนี้เขาจะเป็อย่างไรแม้ตระกูลฉินจะช่วยเหลือเขา แต่เส้นทางชีวิตของเขาก็ยังยากลำบากอยู่ดี”หลี่ซงเข้าใจผู้คนและรู้จักตระกูลฉินดีนายน้อยอีกสองคนไม่ชอบเยี่ยซางและเขาไม่คิดว่าเยี่ยซางจะสามารถผ่านการคัดเลือกของหุบเขาโอสถได้อย่างไรแล้วก็มีคนจำนวนมากที่มาเข้าร่วมในพิธีคัดเลือกศิษย์ทั้งยังมีอีกหลายต่อหลายคนที่มีการบ่มเพาะสูงกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้
“ถ้านายน้อยอีกสองคนผ่านการคัดเลือกของหุบเขาโอสถได้เยี่ยซางจะปลอดภัยมากขึ้นยามเขาอยู่ในคฤหาสน์ฉิน แต่ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะผ่านการคัดเลือกของหุบเขาโอสถ”กวนสยงกล่าวด้วยรอยยิ้มเขาไม่คิดว่าฉินไห่และฉินซานที่เอาแต่ดื่มกินอย่างสนุกสนานจะผ่านการคัดเลือกได้เช่นกัน
สองวันต่อมาเยี่ยซางยังคงฝึกฝนอย่างหนัก
หลังจากรับประทานมื้อเช้าเสร็จระหว่างที่เยี่ยซางกำลังจะกลับไปที่ห้องของตนเองโรงเตี๊ยมก็เริ่มวุ่นวายเพราะมีคนจากหุบเขาโอสถมารับลงทะเบียนและมอบแผ่นป้ายหมายเลขให้กับผู้เข้าร่วมพิธีคัดเลือก
เยี่ยซางเดินเข้าไปลงทะเบียนและรับแผ่นป้ายของตนเองซึ่งเป็หมายเลข ‘หนึ่งหนึ่งสองหก’
เมื่อเห็นระดับบ่มเพาะที่เยี่ยซางลงทะเบียนศิษย์ของหุบเขาโอสถที่รับผิดชอบการลงทะเบียนก็ระบายยิ้มออกมาเพราะรากฐานการบ่มเพาะขั้นที่สามของเลี่ยนชี่เป็ข้อกำหนดต่ำสุดของการลงทะเบียนเข้าร่วมพิธีคัดเลือกศิษย์
ศิษย์ของหุบเขาโอสถล้วนมีคุณภาพสูงแม้พวกเขาจะรู้สึกว่าเยี่ยซางไม่มีความหวังแต่ก็ยังยินดีลงทะเบียนให้เยี่ยซางด้วยรอยยิ้มเพราะถึงจะล้มเหลวแต่ก็ยังเป็ประสบการณ์คนที่ประสบความสำเร็จไม่สามารถวัดได้จากการบ่มเพาะในปัจจุบัน ดังคำกล่าวว่าอย่ารังแกคนหนุ่มสาวที่ยากจน1
หลังจากลงทะเบียนเสร็จศิษย์ของหุบเขาโอสถก็จากไปพร้อมบอกเยี่ยซางว่าให้เขาไปที่ลานหน้าประตููเาของหุบเขาโอสถตรงตามเวลาเพื่อเข้าร่วมพิธีคัดเลือกศิษย์ในอีกสามวันข้างหน้า
“เยี่ยซางนั่นคือศิษย์สายในของหุบเขาโอสถ!”ถังเทียนที่มาจากนครชื่อเหยียนพร้อมกับเยี่ยซางกล่าวขึ้น
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่านั่นเป็ศิษย์สายใน?” เยี่ยซางถามด้วยรอยยิ้ม
ถังเทียนคนนี้เป็หลานชายของถังเฟิ่งิผู้าุโของนครชื่อเหยียนแม้ว่าเขาจะมาจากตระกูลใหญ่แต่ถังเทียนไม่มีความเย่อหยิ่งหรือโอ้อวดเหมือนเช่นฉินไห่และคนอื่นๆ
“ดูที่เสื้อผ้าและสัญลักษณ์นั่นซิพวกเขาสวมชุดสีขาว มีเพียงศิษย์สายในเท่านั้นที่สวมใส่ชุดสีขาวเช่นนี้นอกจากนี้เสื้อผ้าของพวกเขาก็มีสัญลักษณ์ของหม้อโอสถอยู่ด้วยคนที่เป็ผู้นำจะมีสัญลักษณ์หม้อโอสถสีเงินผู้ที่มีสัญลักษณ์หม้อโอสถเช่นนี้บ่งบอกว่าพวกเขาเป็กลุ่มศิษย์ชั้นยอดการได้รับสัญลักษณ์หม้อโอสถสีเงินเช่นนี้ไม่ง่ายเลยแต่พวกเขาอยู่ในระดับไหนข้าก็ไม่รู้แล้วเช่นกัน” ถังเทียนแตะจมูกเขาและยิ้มอย่างเขินอาย
“นั่นเป็สัญลักษณ์ของอันดับหยวนปั่ง”ชิวเจินที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งคู่กล่าวขึ้น
“ท่านอาชิวหยวนปั่งคืออะไรหรือ?” ถังเทียนถามขึ้นโดยไม่รอเยี่ยซางเอ่ยปาก
“หุบเขาโอสถมีลูกศิษย์จำนวนนับไม่ถ้วนทุกระดับล้วนมีศิษย์ที่โดดเด่น ถ้าเป็หนึ่งร้อยอันดับแรกของระดับจวี้หยวนถือว่าเป็ศิษย์หยวนปั่ง มีหม้อโอสถสีเงินเป็สัญลักษณ์สูงกว่าหยวนปั่งคือตันปั่งซึ่งเป็อันดับศิษย์ระดับหนิงตันสัญลักษณ์จะเป็หม้อโอสถทองคำ เ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่!หากเ้าโชคดีพอที่จะผ่านการคัดเลือกของหุบเขาโอสถได้แล้วเ้าจะต้องพยายามให้มากขึ้นเพื่อเป้าหมายนี้นำความรุ่งเรืองมาให้กับนครชื่อเหยียนของเราให้ได้”ชิวเจินตบไหล่ของถังเทียนพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มชิวเจินและถังเทียนคุ้นเคยกันเป็อย่างมากเพราะผู้บัญชาการองครักษ์ของนครชื่อเหยียนคือถังเฟิ่งิ ปู่ของถังเทียน
“แน่นอนนั่นดูยิ่งใหญ่มาก” ถังเทียนพยักหน้า เขา้าอยู่ในอันดับนั้น
“ไม่ใช่แค่ยิ่งใหญ่เท่านั้นแต่การดูแลก็แตกต่างขึ้นกับอันดับของแต่ละคนทรัพยากรที่ศิษย์ของหุบเขาโอสถจะได้รับก็แตกต่างกันศิษย์ช่วยงานทั่วไปสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ก็ไม่เลวแล้ว เพราะหุบเขาโอสถไม่สนใจและไม่ได้ให้ทรัพยากรบ่มเพาะกับลูกศิษย์กลุ่มนี้มากนักลูกศิษย์ที่มีรายชื่ออยู่ในอันดับต่างๆ ล้วนมีอนาคตที่สดใส ถังเทียนเ้าต้องพยายามให้มากกว่านี้นะ” ชิวเจินพูดยิ้มๆ
“ท่านอาชิว ท่านรอดูเถิด!”ถังเทียงตบอกแล้วกล่าว
หลังพยักหน้าให้ชิวเจินเยี่ยซางก็ไปบ่มเพาะต่อ
“เ้าเด็กโง่คนนี้เอาแต่ฝึกตนทั้งวันไม่น่าแปลกใจที่เขาไม่รู้อะไรเลย”ถังเทียนพึมพำเสียงต่ำเมื่อมองตามหลังของเยี่ยซางไป
“เขาไม่เหมือนเ้าเพราะเขามีภูมิหลังที่ต่างไปทั้งมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ค่อยดีนักดังนั้นเขาจึงต้องพยายามมากให้มากขึ้น ถังเทียน เ้าอย่าได้ประเมินเขาต่ำเกินไปเชียว”ชิวเจินยิ้มให้ถังเทียนแล้วหันกายเดินออกไปด้านนอกโรงเตี๊ยมเมืองเฉ่ากู่นั้นเป็เหมือนประตูของหุบเขาโอสถ ในตลาดมียาดีๆ ขายมากมายชิวเจินก็เป็ผู้ฝึกตน ดังนั้นเขาก็้าทรัพยากรเช่นกัน
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกไม่นานก็จะถึงวันเริ่มพิธีคัดเลือกศิษย์ของหุบเขาโอสถแล้ว
ด้วยการนำทางของชิวเจินทั้งกลุ่มก็มาถึงหน้าประตูของูเา
ครั้งนี้หุบเขาโอสถอนุญาตให้ทุกคนเข้าไปด้านในแต่ก็มีลูกศิษย์ของหุบเขาโอสถคอยดูแลอยู่ จึงไม่สามารถเดินไปรอบๆ ได้ผู้คนนับหมื่นมารวมตัวกันที่ลานหน้าประตููเาภายใต้การนำทางของศิษย์จากหุบเขาโอสถ พิธีคัดเลือกศิษย์ของหุบเขาโอสถจะจัดขึ้นที่นี่
-------------------------------------------------------------------------------------
1อย่ารังแกคนหนุ่มสาวที่ยากจน หมายถึง คนหนุ่มสาวยังมีเวลาอีกมากที่จะสร้างตัวเช่นเดียวกับความจนที่สามารถเปลี่ยนแปลงให้ร่ำรวยขึ้นมาได้