ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 28/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 3
สามปี...สำหรับใครบางคนอาจเป็เพียง่เวลาสั้น ๆ แต่สำหรับอลิน มันยาวนานพอที่จะเปลี่ยนเด็กสาวผู้หัวใจแตกสลายให้กลายเป็ผู้หญิงที่สงบนิ่งและแข็งแกร่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ณ ห้องประชุมบอร์ดบริหารของบริษัท วรชัยดำรง กรุ๊ป ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วบดและบรรยากาศที่เคร่งขรึม อลินในชุดสูทกางเกงสีเบจที่ดูสุภาพแต่แฝงความเฉียบคม ยืนอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดั์ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มั่นคงขณะนำเสนอแผนกลยุทธ์การตลาดสำหรับไตรมาสถัดไป
“...และจากข้อมูลที่เราวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก จะเห็นได้ว่าเทรนด์ของตลาดรถสปอร์ตหรูในกลุ่ม Young Executive กำลังเปลี่ยนไป พวกเขาไม่ได้มองแค่สมรรถนะ แต่ยังให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีที่เป็มิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นแคมเปญ The Legacy of Tomorrow ที่เราจะเปิดตัว จะเน้นการสื่อสารในจุดนี้เป็หลักค่ะ”
เธอสรุปการนำเสนออย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะหันไปสบตากับคณะผู้บริหารที่นั่งอยู่รอบโต๊ะยาว
“ยอดเยี่ยมมากครับคุณอลิน” ผู้บริหารฝ่ายการเงินเอ่ยขึ้นเป็คนแรก “ตัวเลขที่เราได้มาในไตรมาสนี้ต้องยกความดีความชอบให้ฝ่ายการตลาดของคุณอลินเลยจริง ๆ ที่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้สำเร็จ”
“ผมก็เห็นด้วย” ผู้บริหารอีกคนเสริม “ผมยอมรับว่าตอนแรกก็กังวลที่คนรุ่นใหม่อย่างคุณอลินจะเข้ามารับผิดชอบโปรเจกต์ใหญ่ขนาดนี้ แต่สามปีที่ผ่านมา...คุณได้พิสูจน์ให้พวกเราเห็นแล้วว่าเราคิดผิด”
อลินเพียงแค่คลี่ยิ้มจาง ๆ และกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อม เธอเหลือบมองไปทางประธานของที่ประชุม...คุณวรเทพ วรชัยดำรง ซึ่งพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ แม้สายตาของเขาจะยังคงความเยือกเย็นไว้เช่นเคย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสามารถของเธอได้ทำลายกำแพงอคติของเขาลงไปมาก
ในขณะเดียวกัน คุณหญิงวรนาถที่นั่งอยู่ข้างสามีก็มองลูกสะใภ้ด้วยสายตาที่ซับซ้อน...มีความชื่นชม...ยอมรับ...และมีความรู้สึกผิดบางอย่างซ่อนอยู่ลึก ๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมา อลินทำหน้าที่สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลวรชัยดำรงได้อย่างไม่มีที่ติ เธออดทน สง่างาม และเป็เสาหลักสำคัญที่ช่วยประคับประคองธุรกิจของครอบครัวในยามที่ทายาทตัวจริงไม่อยู่
“เอาล่ะครับ” เลขานุการการประชุมกล่าวขึ้น “วาระต่อไป เป็การรายงานความคืบหน้าเื่การศึกษาของคุณเธียรครับ”
เพียงแค่ได้ยินชื่อนั้น...หัวใจของอลินก็กระตุกไปวูบหนึ่งอย่างห้ามไม่ได้ มือที่ถือปากกาอยู่เผลอกำแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยที่ไม่มีใครสังเกต ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งดังเดิม
ภาพบนจอโปรเจกเตอร์เปลี่ยนไป เป็ภาพของชายหนุ่มในชุดครุยของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษ เธียรในวันนี้ดูเป็ผู้ใหญ่และสุขุมขึ้น โครงหน้าของเขายังคงคมคายหล่อเหลาเช่นเคย แต่แววตาดูมุ่งมั่นและเปี่ยมด้วยความสำเร็จ
“คุณเธียรกำลังจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่งครับ”
เสียงฮือฮาด้วยความชื่นชมดังขึ้นทั่วห้องประชุม
“สมแล้วที่เป็ลูกชายผม!” คุณวรเทพเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด “ทั้งหล่อทั้งเก่งแบบนี้ กลับมาต้องมาช่วยแบ่งเบาภาระที่บริษัทได้เยอะแน่ ๆ”
“แน่นอนครับท่านประธาน ด้วยโปรไฟล์ขนาดนี้ อนาคตของวรชัยดำรง กรุ๊ป สดใสแน่นอนครับ”
ท่ามกลางเสียงชื่นชมยินดี อลินได้แต่นั่งนิ่ง ก้มหน้าลงมองสมุดบันทึกตรงหน้า แสร้งทำเป็จดอะไรบางอย่างลงไป ทั้งที่จริงแล้วปลายปากกาของเธอไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย เธอบังคับตัวเองไม่ให้เงยหน้าขึ้นไปมองภาพของผู้ชายคนนั้น...คนที่เคยเป็ทั้งโลกของเธอ และเป็คนที่ทำลายมันลงด้วยมือของตัวเอง
สามปีที่ว่างเปล่า...แม้เธอจะทุ่มเททุกอย่างให้กับการทำงานเพื่อลบเขาออกไปจากใจ แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็รู้ดี...ว่าความรู้สึกบางอย่างมันยังคงซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ รอวันที่จะถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้ง
“เอาล่ะ ในเมื่อเื่น่ายินดีผ่านไปแล้ว...ก็มาถึงเื่น่ากังวลกันบ้าง” คุณวรเทพกล่าวขึ้นทำลายบรรยากาศที่ชื่นมื่น “ผมเชื่อว่าทุกคนคงได้ยินข่าวของ Apex Motors กันมาบ้างแล้ว”
เพียงแค่ชื่อของบริษัทคู่แข่งถูกเอ่ยขึ้น บรรยากาศในห้องประชุมก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง Apex Motors คือคู่แข่งรายใหม่ที่น่ากลัว พวกเขาใช้กลยุทธ์การตลาดที่ดุดันและทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดรถสปอร์ตหรูไปได้อย่างรวดเร็ว
“ผมได้รับรายงานว่าพวกนั้นเริ่มตัดราคาและดึงดีลเลอร์รายใหญ่ของเราไปได้หลายเ้าแล้ว” ผู้บริหารฝ่ายขายกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ถ้าเรายังนิ่งนอนใจแบบนี้ต่อไป มีหวังโดนกินรวบตลาดแน่ครับ”
“แล้วคุณมีความเห็นว่ายังไงคุณอลิน ในฐานะที่คุณดูแลฝ่ายการตลาดอยู่” คุณวรเทพหันมาถามเธอโดยตรง
อลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมสมาธิทั้งหมดกลับมาที่เื่งาน “จากที่ดิฉันวิเคราะห์กลยุทธ์ของ Apex พวกเขาเน้นาราคาและการตลาดแบบฉาบฉวยในระยะสั้นค่ะ ซึ่งมันอาจจะได้ผลใน่แรก แต่ไม่ยั่งยืน...ดิฉันเชื่อว่าถ้าเรายังคงยึดมั่นในจุดแข็งเื่คุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้ค่ะ ตอนนี้ทีมกำลังร่างแผนโต้กลับฉบับสมบูรณ์อยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า”
“สัปดาห์หน้าเหรอ!” คุณวรเทพขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “คุณคิดว่าคู่แข่งเขาจะรอเราหรือไง! นี่ไม่ใช่เื่เล่น ๆ ที่จะมารอได้! ศัตรูครั้งนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เราจะตั้งรับเฉย ๆ”
“แต่ท่านประธานคะ...”
“ผมตัดสินใจแล้ว” เขากล่าวตัดบทอย่างเด็ดขาด “วิกฤตระดับนี้...จำเป็ต้องใช้ทายาทตัวจริงเข้ามาจัดการ ผมจะให้เธียรกลับมาทันทีหลังเรียนจบ และเข้ารับตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารเพื่อดูแลเื่นี้โดยตรง”
คำประกาศนั้นทำให้ทุกคนในห้องนิ่งอึ้งไป โดยเฉพาะคุณหญิงวรนาถที่หันไปมองสามีด้วยแววตาตำหนิ นางรู้ดีว่าการกลับมาของเธียรจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของอลินมากแค่ไหน
อลินรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม โลกที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากตลอดสามปีกำลังจะถูกสั่นคลอนอีกครั้งด้วยการกลับมาของเขา
“คุณอลิน” เสียงเรียกของคุณวรเทพดึงเธอให้ตื่นจากภวังค์ “หน้าที่ของคุณคือเตรียมข้อมูลสรุปสถานการณ์ทั้งหมดของบริษัทและแผนการรับมือคู่แข่งทั้งหมด...เพื่อรอการกลับมาของเธียร”
มันเป็คำสั่ง...ไม่ใช่คำขอร้อง
อลินเม้มริมฝีปากแน่น ข่มความรู้สึกปั่นป่วนในใจไว้ แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้เป็ปกติที่สุด
“...รับทราบค่ะท่านประธาน”
หลังการประชุมสิ้นสุดลง อลินกลับมาที่ห้องทำงานของเธอด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอยืนพิงประตู หลับตาลงช้า ๆ พยายามควบคุมลมหายใจที่เริ่มติดขัด
‘สุดท้าย...ก็ต้องกลับมาเจอกันจนได้สินะ’
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่ร่างสง่างามของคุณหญิงวรนาถจะเดินเข้ามาในห้อง
“เป็อะไรรึเปล่าลูก” นางถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ
“เปล่าค่ะคุณแม่” อลินรีบปรับสีหน้าและหันไปยิ้มให้ท่าน “อลินแค่กำลังทบทวนเื่งานนิดหน่อยค่ะ”
คุณหญิงวรนาถเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเอื้อมมือมาลูบแขนของเธอเบา ๆ “ฉันรู้ว่าหนูรู้สึกยังไง...ฉันต้องขอบคุณหนูนะอลิน สำหรับทุกอย่างที่หนูทำให้ครอบครัวของเราตลอดสามปีที่ผ่านมา หนูทำได้ดีมาก...ดีเกินกว่าที่แม่คาดไว้เสียอีก”
คำชมนั้นทำให้อลินรู้สึกตื้นตันจนขอบตาร้อนผ่าว
“...แล้วแม่ก็ต้องขอโทษ” คุณหญิงกล่าวต่อเสียงแ่ “ขอโทษแทนตาเธียรล่วงหน้าด้วย...แม่รู้ว่าการกลับมาของเขาอาจจะทำให้หนูลำบากใจ”
ความเห็นใจที่ได้รับกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกเ็ป เพราะมันตอกย้ำว่าทุกคนรู้...ทุกคนรู้ดีว่าเขาจะกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง
อลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กลืนก้อนความเสียใจลงไปในอก แล้วคลี่ยิ้มที่ดูสง่างามแต่แฝงความเศร้าสร้อยออกมา
“มันเป็หน้าที่ของอลินค่ะคุณแม่” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบอย่างน่าประหลาดใจ “อลินเข้าใจทุกอย่างดีค่ะ”
คุณหญิงวรนาถได้แต่มองลูกสะใภ้ด้วยความสงสารจับใจ นางรู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มและท่าทีที่เข้มแข็งนั้น...หัวใจของอลินกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกใหญ่อีกครั้ง...เพียงลำพัง