ในความจริงแล้วไม่ได้มีใครบอกผม เพื่อน ๆที่ทำงานของเธอเ่าั้ ผมแทบจะไม่รู้จักหรือถ้ารู้จักก็แค่ผิว ๆ เพราะผมค่อนข้างที่จะไม่ใส่ใจ นั่นอาจจะเป็ข้อหนึ่งที่ทำให้เธอสะดวกใจที่จะสวมเขาให้กับผมอย่างสบายใจ อย่างเืเย็นที่สุด
มันไม่ใช่รูปถ่ายอนาจาร มันเป็เพียงรูปถ่ายหมู่ธรรมดา เธอบอกผมว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน่วันหยุดยาว สามวัน .. ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ... เปรมเลย
่นี้ผมต้องเร่งปิดโครงการใหญ่ เป็คอนโดมิเนียมโครงการดัง ต้องส่งมอบงานไปอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จึงไม่ค่อยมีเวลาให้กับเธอเลย มีงานที่ต้องแก้แบบเพื่อถนอมน้ำใจพาร์เนอร์ผู้รับเหมา และมีงานที่ต้องทุบแล้วสร้างใหม่เพราะผิดแบบในเชิงโครงสร้างที่ยอมรับไม่ได้ งานของผมก็ประมาณนี้
อันที่จริงชีวิตคู่ของเราทั้งคู่ เริ่มที่จะต่างคนต่างอยู่มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เธอเป็นักการตลาดดาวรุ่ง ที่ชีวิตกำลังไปได้ดี ส่วนผมเป็หัวหน้าวิศวกร ที่งานยุ่งอยู่เสมอ
หากคนนอกมองเข้ามา เราเป็คู่ที่เหมาะสมกันด้วยประการทั้งปวง แต่ในความเป็จริงแล้วไม่มีใครรู้ในเส้นทางรักของเราไม่ได้สวยงามขนาดนั้น
ความเป็จริงแล้วผมจะไม่กล่าวหาเธอฝ่ายเดียวหรอกว่าเธอทำอย่างนี้ทำไม ในเมื่อในผมเองก็ไม่ได้ดีกับเธอเท่าที่ควรจะเป็สมัยเรียนผมติดเพื่อน ผมเที่ยวทิ้งให้เธออยู่ห้องคนเดียว วัยทำงานผมบ้างาน ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเธอ เบี้ยวนัดเธอหลายครั้ง
ที่แย่สุดคือนัดไปเที่ยวต่างประเทศกันเพื่อแผนปั๊มลูกใน่ฮันนีมูล แต่ผมก็ดันยกเลิกเลือกงานรายได้มหาศาล หลังแต่งงานแทนที่จะเลือกเธอ การไม่บอกไม่พูดทำให้เวลาค่อย ๆกลืนกินความรักของเรา หลังแต่งงานสามปีเราจึงเหมือนคนแปลกหน้าต่อกัน การคบหานับสิบปีก่อนแต่งมันคือความผูกพันที่ร้อยหัวใจเราไว้ แต่มันค่อย ๆขาดบางลงเมื่อชีวิตคู่ที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น
หลายเดือนมาแล้วที่เราไม่คุยกันแบบต่างคนต่างอยู่ อยู่ด้วยกันเพราะว่ามีทะเบียนสมรสและการรับรู้ของสังคมเหนี่ยวรั้งเอาไว้เท่านั้น
งานที่ผมทำมันค่อนข้างหนักหนาในการดูดพลังชีวิต แต่ทั้งหมดก็เพื่อครอบครัว ผมต้องทำหนัก สังสรรค์กับลูกค้า พาร์ทเนอร์ ลูกน้อง ผมไม่เคยเข้าใจหรอกว่าการที่ปล่อยให้เธอรอกินข้าว นาน ๆไปปล่อยให้เธอนอนคนเดียว หรือแม้กระทั่งการที่กลับบ้านในสภาพหัวราน้ำ ให้เธอต้องตามล้างตามเช็ด หรือแม้แต่พลั้งมือผลักเธอจนหัวชนกับขอบประตูห้องน้ำจนเืออก ความรู้สึกของเธอนั้นเป็อย่างไร การไม่พูดจากันจากวันเป็สัปดาห์ เป็เดือน และหลาย ๆเดือน
เพราะทิฐิที่เรามี และความไม่เอาไหนของผมที่บ้าแต่งาน ผมทำมันพัง ...
เราเคยคิดจะมีลูกด้วยกันเสียด้วยซ้ำ เมื่อโครงการเข้ารูปเข้าร่าง ผมเริ่มผ่องถ่ายภาระความรับผิดชอบให้น้อง ๆที่ผมไว้วางใจ ผมจึงพอที่จะมีเวลาดูตัวเองและสมเพชว่าผมทำกับเธออย่างนี้ได้อย่างไร การไม่พูดจากันทั้งที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน มันอึดอัดแค่ไหน ผมเคยไม่แคร์เพราะผมไม่เคยต้องสนใจเพราะว่าผมไม่ค่อยมีเวลากลับบ้านอยู่แล้ว บางวันผมแทบจะนอนที่ไซต์งานเสียด้วยซ้ำ
การกลับบ้านก็แค่ไปเอาเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวเท่านั้น ...
เมื่อผมสำนึกได้ว่าการที่ผมทำงานหนักขนาดนั้นก็เพื่อเธอไม่ใช่เหรอ เพื่อครอบครัวที่เราทั้งคู่อยากจะมี ผมไม่ควรต้องคิดว่าเธอต้องเป็ฝ่ายง้อเหมือนทุกที ทั้ง ๆที่ผมเป็คนเริ่มก่อนที่ไม่สนใจเธอ
แม้ว่าผมจะเริ่มปรับปรุงตัวเอง อยู่บ้านให้มากขึ้น ทักเธอก่อน ถามสารทุกข์สุกดิบ ชวนเธอไปเดทเหมือนกับที่เมื่อก่อนเราเคยทำ แต่ดูเหมือนว่าการง้องอนของเธอมันจะหนักนา เกินกว่าที่จะอภัยให้ผมได้ เหมือนผมเป็คนอื่น ซึ่งในตอนนั้นผมก็สำนึกได้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะตัวผมเอง
ผมเริ่มที่จะไปรับเธอที่ทำงาน แม้ว่าเธอยืนยันจะใช้รถไฟฟ้า แต่ผมก็บุกไปที่ออฟฟิศของเธอ นั่นทำให้ผมเริ่มที่จะเปิดใจอยากจะรู้จักแนะนำตัวกับเพื่อนของเธอ พยายามอยู่ในโลกของเธอให้ได้ ในเมื่อก่อนหน้านี้เธอรู้จักเพื่อนผมเกือบทุกคน ผมก็ควรทำอย่างที่เธอทำบ้าง แม้ว่าคนพวกนั้นจะรู้สึกอึดอัดใจที่ผมแทรกเข้าไปอยู่ในกลุ่มของพวกเขา
ทั้งที่ผมก็บอกตรง ๆในบางคนว่าผมกำลังง้อเมียอยู่ ผมทำไม่ดีกับเธอ ไม่มีเวลากับเธอ ตอนนี้ผมคิดได้แล้ว แต่ก็ยังดูเหมือนผมจะเป็คนนอกสำหรับกลุ่มเพื่อน ๆของเธอ อันนี้ผมเข้าใจได้ เพราะผมทำตัวเองมาตลอด ไม่เคยคิดที่จะสนใจชีวิตเธอเลย แต่ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยยุ่งเื่ส่วนตัวของผู้หญิงไม่ใช่เหรอ
แค่รู้จักว่าเพื่อนของเธอมีชื่ออะไรบ้าง บ่นเื่ที่ทำงานให้ฟังบ้าง เลยรู้จักบุคลิคของแต่ละคนโดยซึมซับเื่พวกนี้ หาโอกาสไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน ๆเธอบ้าง แต่ผมทำไมไม่ทำ มันทำให้ผมต้องเริ่มใหม่ไม่ต่างกับคนพวกนั้นเป็คนแปลกหน้า
การสื่อสารของเรา มันจึงผ่านตัวหนังสือในแอพที่ชื่อว่าไลน์ ...
มันตลกไหมที่ผัวเมียอยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ไปรับส่ง หรือแม้แต่นอนเตียงเดียวกัน จะไม่คุยกัน ทั้งที่อยู่ห่างกันแค่เอื้อม แต่ไม่พูดจากัน หากมีความจำเป็ก็เพียงพิมพ์ข้อความทางไลน์ทิ้งไว้
การไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนของเธอในวันนั้นก็เช่นกัน
การที่เธอไลน์มาบอกว่าไปเที่ยวกับเพื่อนที่เสม็ดวันนั้นนั่นเอง ทั้งที่ผมจะให้โอกาสนี้ขอไปด้วยแต่เธอไม่ให้ไปเหมือนทุกที มันก็แค่เื่ที่ผมเองก็ทำใจได้อยู่แล้ว ว่ามันคงต้องใช้เวลาสักพักที่จะทำให้เธออภัยให้กับผม
และนั่นทำให้ผมรู้ว่า ที่เธอเมินเฉยผม ที่เธอไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าผม ไม่ใช่เพราะเธองอน แต่เพราะว่าเธอมีคนอื่นทดแทนแล้ว และเธอคงขยะแขยงผมไม่ต่างจากอาจมในบ่อเกรอะ
ทั้งที่เธอเพียงบอกผม แค่บอกผมเท่านั้นว่าไม่รักกันแล้ว บางทีผมก็อาจจะทำใจได้มากกว่านี้ แต่เธอหายไปเสียแล้ว
และเธออยู่ที่ไหนล่ะ หวังว่าจะมีคนรู้ถ้าผมสืบมันมากกว่านี้จากเพื่อน ๆเลวของเธอ
ว่าเธอมีใครนอกจากไอ้เลวนั่นอีกไหม ...