บทที่่ 1 รอดชีวิต
บทที่ 1 รอดชีวิตท้องนภามืดมิดไร้แสงแดดในยามเที่ยงวันที่ควรจะสาดส่องลงมาในเวลาเช่นนี้ มันเป็นเพราะม่านเมฆสีดำสนิทเคลื่อนกายเข้าปกคลุม สายฝนพรำๆค่อยๆร่วงหล่นมาจากท้องนภาที่มืดมิด มันไม่ใช่ความพิโรธของสวรรค์แต่มันคือความโศกเศร้า บริเวณชายป่าของเมืองหลอมนภาที่เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิหลอมนภาที่เป็นหนึ่งใน 12 จักรวรรดิ มีร่างของทหารที่สวมใส่ชุดเกราะเหล็กสีดำ 2 ผู้ช่วยกันแบกร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่สวมใส่อาภรณ์ผ้าสีขาวมาจากรถม้า ร่างของเด็กหนุ่มผู้นั้นไร้ซึ่งลมหายใจและทั่วทั้งกายก็เปอะเปื้อนไปด้วยโลหิตที่ย้อมผ้าสีขาวให้กลายเป็นสีแดง สายฝนพรำพรำตกลงมาอย่างต่อเนื่องร่างของทหาร 2 ผู้นั้นได้พากันแบกร่างเด็กหนุ่มเดินเข้าไปภายในป่าก่อนที่พวกมันจะหาลู่ทางที่เหมาะสมในการโยนร่างที่ไร้ซึ่งชีพจรของเด็กหนุ่มที่พวกมันแบกกันมาลงไปกับพื้น ตู้บ!! ร่างของเด็กหนุ่มผู้นั้นถูกโยนลงไปกระแทกกับพื้นราวกับว่าเป็นเศษขยะที่ไร้ค่าที่ถูกโยนทิ้ง บริเวณนี้เป็นชายป่าลึกบริเวณเขตนอกเมืองหลอมนภาไม่มีผู้ใดที่ย่างกายเข้ามาภายในนี้ ภายในบริเวณนี้มีต้นไม้สูงใหญ่มากมายล้อมรอบต้นไม้รกร้างและก็ยากที่จะเข้าถึงร่างอันไร้วิญญาณของเด็กหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นอันเปียกแฉะนอนนิ่งไม่ขยับโลหิตสีแดงที่ยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่เกิดขึ้นบริเวณทรวงอกมันยังคงไหลนองลงมาที่พื้นหลอมรวมให้พื้นบริเวณนั้นกลายเป็นพื้นปฐพีสีเลือด“ เหนื่อยจริงๆ ว่าแต่ในที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดเข้ามาพบเจอแน่นะ ” ทหารผู้หนึ่งได้พูดขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนใบหน้าของตนเอง“ เจ้าดูสถานที่แห่งนี่สิรกร้างเพียงนี้ผู้ใดเล่าจะมาพบเจอ ” ทหารอีกผู้หนึ่งตอบกลับ“ เจ้าหลินซานนี่โง่เขลาชะมัด~ ตอนอยู่ภายในวังหลวงมันวางท่ากับพวกเรา สุดท้ายก็เป็นแค่ขยะที่ราชวงศ์ต้องการใช้ประโยชน์เพียงแค่นั้น มันสูญเสียรากเหง้าปราณระดับราชันย์แล้วก็โดนสังหารจนตายเป็นชะตากรรมที่น่าสังเวชจริงๆ ” ทหารที่สวมใส่ชุดเกราะเหล็กได้พูดออกมาด้วยความสะใจในขณะที่มุมปากของมันกำลังฉีกยิ้ม“ เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ตระกูลหลินจะกระทำเช่นไร ”“ จะกระทำอันใดได้สุดท้ายแล้วเจ้าหลินซานมันก็เป็นเพียงแค่คนจากตระกูลสาขาเท่านั้น ไปเถอะพวกเราไม่ควรอยู่ที่นี่นานกว่านี้ ”หลังจากนั้นทหารสองผู้ที่แบกร่างของเด็กหนุ่มมาทิ้งเอาไว้อยู่ภายในป่าแห่งนี้ก็ได้หันไปพยักหน้าให้กันก่อนที่พวกมันจะพากันเดินทางออกไปจากภายในป่าลึกนอกเมืองหลอมนภาตอนนี้ร่างอันไร้วิญญาณที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นอันเปียกแฉะอาภรณ์สีขาวเปียกปอนไปด้วยเม็ดฝนแห่งสวรรค์และโลหิตสีแดง แต่หลังจากที่เสียงฝีเท้าเดินจากไปไกลเรียบร้อยแล้วชีพจรที่หยุดเต้นมันได้ถูกกระตุ้นขึ้นมาใหม่ด้วยโลหิตปราณอีกครั้ง ตึก!!! ตึกตัก~ ตึกตัก~ เสียงชีพจรที่หยุดลงไปชั่วขณะได้กลับมาเต้นอีกครั้งแต่มันก็เป็นเสียงการเต้นของชีพจรที่แผ่วเบาเหมือนกับเปลวเพลิงที่กำลังจะมอดดับลง ดวงตาที่พับปิดลงได้ค่อยๆลืมเปิดขึ้นทัศนียภาพที่มองเห็นมันแสนจะพร่ามัว สายฝนพรำที่กำลังตกลงมากระทบกับใบหน้าและร่างกาย มุมปากทั้งสองข้างที่เปื้อนไปด้วยเลือดค่อยๆอ้าออกอย่างช้าๆพร้อมกับลำคอที่พยายามจะเปล่งเสียงร้องให้คนช่วยภายในลำคอก็ไร้เสียงมันราวกับที่ทะเลทรายแห้งแล้งมาเป็นเวลานาน ไม่มีแม้กระทั่งเสียงที่จะเปล่งออกมาจากลำคอของตนเอง ทั่วทั้งร่างกายโดนการโจมตีอันแรงทะลุเข้าที่ทรวงอกรากเหง้าปราณที่เป็นต้นกำเนิดแห่งพลังยุทธ์ก็ถูกช่วงชิงไป แถมทุกส่วนของร่างกายก็มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ถูกกระทำอย่างอำมหิตไร้ความปราณีแรงทั่วทั้งร่างกายถูกบั่นทอนลงไปด้วยความเจ็บปวดและบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ไม่ได้เพียงแค่บาดแผลแต่เพียงภายนอกเท่านั้นที่ปรากฏให้เห็นแต่ว่ายังมีแผลภายในร่างกายอีกมากมาย กระดูกขาทั้งสองข้างถูกหักเป็น 2 ท่อนจนขาผิดรูปจากเดิม บริเวณร่างกายท่อนล่างด้านชาจนแทบจะไม่รู้สึกอันใด ลมหายใจที่ริบหรี่ลงราวกับเปลวเพลิงที่กำลังจะมอดดับในอีกไม่กี่ลมหายใจ การที่คนที่น่าจะตายไปแล้วยังเขามันฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งได้เช่นนี้เป็นเพราะว่าปราณโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายมันได้ทำงานอีกครั้งแล้วกระตุ้นให้เขามีชีวิตกลับขึ้นมาลืมตาดูโลกของตนเองก่อนจะตายร่างกายไม่สามารถขยับได้แถมบริเวณนี้ยังรู้สึกได้ว่ามันเป็นบริเวณใจกลางป่าที่เงียบงันแล้วมืดมิดไม่มีแม้กระทั้งเสียงของผู้คนหรือสัตว์ป่า เสียงภายในคอเองก็แหบแห้งจนไม่สามารถส่งเสียงร้องออกมาได้ ลมหายใจสุดท้ายแห่งชีวิตกำลังจะมอดดับลง โลหิตปราณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายและเป็นตัวกระตุ้นให้ชีพจรกลับมาทำงานอีกครั้งก็กำลังจะสิ้นพลังลงไป นี่คือวาระสุดท้ายของข้าจริงๆแล้วอย่างงั้นรึ? ข้าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปเจอท่านพ่อท่านแม่อีกแล้วอย่างงั้นรึ? เรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเพราะข้าไปเชื่อถือราชวงศ์จอมปลอมและนางแพศยานั่น!!!ภายในใจในขณะที่กำลังจะสิ้นชีวิตเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แล้วเต็มไปด้วยความโกรธที่อัดอั้นแล้วพร้อมจะระเบิดออกมาราวกับเปลวเพลิงที่กำลังปะทุ แม้ว่าร่างกายจะไม่มีแรงแต่ฟันบนก็กัดริมฝีปากล่างแน่นด้วยความโกรธใบหน้าของผู้ที่กำลังจะตายมันควรจะโศกเศร้าแต่สำหรับเด็กหนุ่มผู้นี้เขากลับแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นอีกครั้ง!!! ขอเพียงแค่อีกครั้งเดียวเท่านั้นข้าจะสังหารพวกมันให้หมด!!! ชั่วลมหายใจที่ชีวิตนั้นกำลังจะสิ้นสุดลงมันมีบางอย่างก่อกำเนิดขึ้นมา บริเวณต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ร่างของเขากำลังนอนอยู่ข้างๆมันมีแสงสว่างไสวก่อกำเนิดขึ้นมาราวกับว่าเป็นแสงแห่งความหวังที่ตอบรับปณิธานอันแรงกล้าที่กำลังถูกปลดปล่อยออกมาจากภายในอกเปลือกไม้เริ่มแตกออกก่อนจะปรากฏสิ่งของบางอย่างที่ลอยออกมา แสงสว่างสีเหลืองสว่างไสวท่ามกลางป่าที่มืดมิดและเงียบงัน ดวงตาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มได้ค่อยๆพร่ามัวลงแต่เขาก็ยังพอเห็นแสงสว่างไสวที่ปรากฏขึ้นอยู่ด้านหน้าสัมผัสได้ถึงพลังปราณอันบริสุทธิ์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากมันดวงตาของเขามองเห็นมันไม่ชัดว่ามันคืออันใด แสงสว่างสีเหลืองที่กำลังส่องแสงทอประกายสว่างไสวล่องลอยอยู่บนอากาศมันได้พุ่งทะยานเข้ามาบริเวณทรวงอกที่ถูกการโจมตีบางอย่างทะลวงเข้ามาเป็นรูกว้างภายใต้ชุดผ้าสีขาวได้ถูกย้อมให้กลายเป็นสีแดงจากโลหิตเมื่อแสงสว่างสีเหลืองนั้นพุ่งทะยานเข้ามาภายในหน้าอก หลายอย่างมันก็เปลี่ยนไปเหมือนกับลมหายใจที่กำลังริบหรี่เหมือนกับเปลวเพลิงที่กำลังจะมอดดับมันได้ถูกบางอย่างเข้ามาเกื้อหนุนแล้วทำให้มันลุกไม่ขึ้นอีกครั้งหนึ่งดวงตาทั้งสองข้างที่พร่ามัวมันก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายทุเลาเบาบางลงแต่ก็ไม่ได้หายสนิท “ อันใดกัน... ” เสียงอันเรียบเฉยถูกปล่อยออกมาจากปาก ลำคอที่เคยแห้งมันมีน้ำบางอย่างกลับมาหล่อเลี้ยงอีกครั้งขอให้เป็นเสียงอันแผ่วเบาออกมาได้ในขณะที่ภายในหัวกำลังเต็มไปด้วยความสับสนมีบางอย่างก่อกำเนิดขึ้น คือห้วงทะเลแห่งความคิดมากมายที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นมันคืออันใด อยู่ๆความทรงจำปริศนาของผู้ใดสักคนก็ได้หลั่งไหลเข้ามา “ จักรพรรดิโอสถหลินซาน... ” “ เทพสงครามหวงอี้.. ”“ เคล็ดบ่มเพาะหมื่นโอสถกลืนสวรรค์.. ”“ เคล็ดบ่มเพาะจักรพรรดิสงคราม.. ” เด็กหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นด้วยร่างกายอันอิดโรยที่ถูกต่อชีวิตขึ้นมาด้วยพลังบางอย่างได้พึมพำบางอย่างออกมาจากปากเขาไม่เข้าใจเลยสักนิด ตอนนี้ความทรงจำอันผิดแปลกมากมายกำลังหลั่งไหลเข้ามาภายในหัว ราวกับทะเลแห่งความคิดอันปั่นป่วนพี่กำลังหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไป มันคืออันใดกัน? แม้แต่ตัวของเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้มันเกิดเรื่องอันใดกันขึ้น สอนมากมายที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาภายในหัวของเขามันทำให้ภายในหัวปั่นป่วนไปหมด สิ่งที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาภายในหัวของเขามันคือเคล็ดบ่มเพาะบางอย่าง เคล็ดบ่มเพาะที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนและไม่เคยแม้กระทั่งได้ยินชื่อด้วยซ้ำ แต่เหตุใดเขาถึงสามารถพูดชื่อของพวกมันออกมาได้ แล้วมันคืออันใดกันเคล็ดทักษะบ่มเพาะชั้นยอดทั้งสอง แล้วตัวตนปริศนาที่ปรากฏขึ้นภายในหัวของเขาอีก ความทรงจำที่กำลังหลั่งไหลปั่นป่วนอยู่ภายในหัวเริ่มสงบลงเหมือนกับมหาสมุทรอันเกรี้ยวกราดที่เพิ่งผ่านพ้นพายุไปภายในหัวมันเริ่มสงบลง มันเบาและสบายอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าได้ถูกยกภาระอันหนักอึ้งออกไปจากภายในหัว กระนั้นมันก็มีเคล็ดบ่มเพาะ 2 อย่างถูกฝังเข้ามาภายในความทรงจำของเขาราวกับว่าเขาเคยอ่านมันแล้วหลายหมื่นหลายแสนครั้งจนจำมันได้เป็นอย่างดีไม่เพียงแค่ความทรงจำเกี่ยวกับเคล็ดบ่มเพาะทั้งสองเท่านั้น แต่ว่าเขายังมีความทรงจำบางอย่างที่มันปรากฏอยู่ภายในหัวอีกแม้ว่ามันจะเลือนลางก็ตาม“ จักรพรรดิโอสถหลินซาน เทพสงครามหวงอี้ คือผู้ใดกัน? ” ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดอยู่บริเวณมุมปากเต็มไปด้วยความสับสน ตอนนี้ภายในหัวมันรู้สึกราวกับว่าเขาไม่ใช่ตนเองเขาคือผู้ใดกัน หลินซานเด็กหนุ่มที่เติบโตภายในตระกูลสาขา หรือจักรพรรดิโอสถหลินซาน หรือว่าเทพสงครามหวงอี้ อันใดคือตัวตนของเขากันแน่? ในขณะที่กำลังขบคิดอย่างไม่ตกอยู่ก็มีบางอย่างปรากฏขึ้น ฉึบ~ ฉึบ~ เสียงเท้าฝีเท้าที่กำลังย่ำลงบนพื้นอันเปียกแฉะได้เริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดวงตาทั้งสองข้างที่ยังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยได้ปรายสายตาไปมองทางต้นเสียงที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ๆ ท่ามกลางสายฝนพรำที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากท้องนภา เขาพยายามที่จะกลั้นใจเปิดดวงตาทั้งสองข้างของเขาตนเองเอาไว้เพื่อให้ตนเองมองเห็นจากของเสียงฝีเท้านั้น เด็กหนุ่มที่นอนอิดโรยอยู่ภายใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้หมดสติลงไป ลมหายใจยังคงอยู่แต่ว่าพิษของบาดแผลก็ร้ายแรงเกินไปกว่าที่ร่างของเขาจะสามารถต้านทานได้จบตอน นักอ่านท่านใดหลุดเข้ามาอ่านก็อย่าลืมกดติดตามเอาไว้นะครับ ไรท์จะลงทุกวันในวันไหนไม่ลงจะแจ้งเอาไว้ก่อน