"ย่อมได้!" หลิงเทียนตอบตกลง เขามองออกว่าสตรีผู้นี้เป็คนตาถึง
"ดียิ่ง เชิญ้าเ้าค่ะ!"
หญิงสาวเบี่ยงตัวออก จากนั้นนำทางหลิงเทียนและซ่งหลิงเอ๋อร์ขึ้นไปยังชั้นบน ทิ้งให้เหล่าผู้คุ้มกันและเสี่ยวเอ้อตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกอยู่
เกิดอะไรขึ้น!? คุณหนูเ้าของร้านให้การต้อนรับขอทานผู้นั้นอย่างมีเกียรติถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ไม่นานนัก เถ้าแก่น้อยแห่งหอจู้เป่าก็พาหลิงเทียนมาถึงห้องรับรองบนชั้นสอง ทันทีที่ก้าวพ้นประตู นางก็เอ่ยถามอย่างร้อนรนว่า "คุณชาย ปรมาจารย์ผู้หลอมโอสถเหล่านี้อยู่ที่ใดหรือเ้าคะ?"
"ปรมาจารย์!?" หลิงเทียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มตอบ "ต้องขออภัย ข้าเป็ผู้หลอมมันขึ้นมาเอง"
"อะไรนะ? ท่านเป็ผู้หลอมเองหรือ? นี่มันโอสถรวมปราณและโอสถบำรุงปราณระดับสุดยอดเลยนะ!" น้ำเสียงของเถ้าแก่น้อยเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง "ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่? แล้วระดับฝึกตนของท่านเล่า..."
"อีกอย่าง การจะหลอมโอสถระดับสุดยอดเช่นนี้ ไม่เพียงต้องมีวิถีโอสถอันล้ำเลิศ แต่ยังต้องอาศัยเพลิงวิเศษที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย..." น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไปใช้คำยกย่องแฝงความกังขาอย่างสุภาพ
โอสถรวมปราณระดับสุดยอดก็แล้วไปเถอะ แต่โอสถบำรุงปราณนั้นคือโอสถระดับปฐี อย่างน้อยต้องมีระดับฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานจึงจะหลอมออกมาได้ และการจะทำให้ถึงระดับสุดยอด ก็ขาดเพลิงวิเศษไปไม่ได้เด็ดขาด!
หากคนผู้นี้หลอมขึ้นมาเองจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็ความรู้ด้านวิถีโอสถหรือเพลิงวิเศษ ล้วนน่าทึ่งยิ่งนัก และย่อมไม่ใช่คนไร้ชื่อเสียงในแดนใต้เป็แน่! ทว่าเขากลับดูธรรมดา ซ้ำยังมีพลังแค่ระดับหลอมปราณเท่านั้น
"หึ ๆ เื่นี้คงไม่สะดวกเปิดเผย ข้าเพียงมาขายโอสถ หากหอจู้เป่า้า เช่นนั้นเรามาตกลงราคากันดีกว่า"
หลิงเทียนยักไหล่ เขาเพิ่งมาถึงเมืองลั่ว ยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่และผู้คน จึงไม่อยากเปิดเผยตัวตนมากนัก อีกทั้งเขายังไม่รู้จักเถ้าแก่น้อยผู้นี้ดี แม้นางจะมีรูปโฉมงดงามเหนือโลก แต่ใครจะรู้ว่านางเป็กุหลาบอาบยาพิษหรือไม่
"อ้อ... ได้สิ หอจู้เป่าของเราย่อม้าโอสถเหล่านี้อยู่แล้ว" เถ้าแก่น้อยเห็นหลิงเทียนไม่อยากตอบก็ไม่ซักไซ้ต่อ นางครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว "โอสถรวมปราณของท่านมีสรรพคุณสูงกว่าของทางเราถึงสามเท่า ดังนั้นข้ายินดีจ่ายให้ในราคาสามเท่า โอสถรวมปราณสามสิบเม็ด ข้าให้ท่านสิบแปดศิลาิญญาระดับต่ำ"
"ส่วนโอสถบำรุงปราณของท่านนั้นคุณภาพสูงส่งยิ่งนัก ข้ายินดีให้ราคาสูงกว่าตลาดห้าเท่า โอสถบำรุงปราณสามเม็ด ข้าให้ร้อยห้าสิบศิลาิญญาระดับต่ำ ท่านเห็นเป็เช่นไร?"
"ตกลง!" หลิงเทียนตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด
เถ้าแก่น้อยผู้นี้เสนอราคาได้ยุติธรรมมาก ก่อนหน้านี้เขาเคยสืบราคาของโอสถทั้งสองชนิดมาแล้ว การได้ศิลาิญญาถึงหนึ่งร้อยหกสิบแปดก้อนนับว่าตรงตามที่เขาคาดหวังไว้
"ว้าว..."
ซ่งหลิงเอ๋อร์เผลอร้องอุทานออกมา นางแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้เห็นศิลาิญญามากมายขนาดนี้ เพราะเบี้ยหวัดครึ่งปีของศิษย์สายนอกมีเพียงสามก้อนเท่านั้น สำหรับพวกนางแล้ว โอสถรวมปราณถือเป็ของฟุ่มเฟือยขั้นสุด!
"หากท่านยังมีโอสถเช่นนี้อีก สามารถนำมาขายให้เราได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะมีเท่าใด หอจู้เป่าของเราย่อมรับซื้อแน่นอน" เถ้าแก่น้อยยื่นถุงใส่ศิลาิญญาให้หลิงเทียน พร้อมกล่าวอย่างกระตือรือร้น
"หึ ๆ ย่อมได้ เช่นนั้นครั้งหน้าข้าจะนำโอสถบำรุงปราณมาขายทั้งหมด" หลิงเทียนรับถุงมาแล้วยิ้มตอบ
ก่อนหน้านี้วัตถุดิบเหลือทิ้งที่เขาหามาได้ ส่วนใหญ่เป็ส่วนผสมของโอสถรวมปราณ เขาจึงต้องหลอมมัน แต่ตอนนี้เขามีศิลาิญญาแล้ว สามารถกว้านซื้อวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถบำรุงปราณได้เป็จำนวนมาก
แน่นอนว่าสิ่งที่เขาจะหลอมต่อไปย่อมต้องเป็โอสถบำรุงปราณ เพราะโอสถระดับนี้ทำกำไรได้ดีกว่ามาก เมื่อมีศิลาิญญามากขึ้น ไม่ว่าจะนำไปหลอมอาวุธหรือซื้อทรัพยากรฝึกตน หลิงเทียนก็ย่อมมีอิสระมากขึ้น เขาไม่ใช่คนโง่ที่คิดสั้นทำลายแหล่งน้ำเพื่อจับปลาหรอก
"โอ้!? โอสถบำรุงปราณทั้งหมดเลยหรือ? แล้วคุณภาพจะเทียบเท่ากับเม็ดพวกนี้หรือไม่?" เถ้าแก่น้อยชี้ไปที่โอสถในมือ
"ย่อมเป็เช่นนั้น!" หลิงเทียนพยักหน้า
ทว่าเวลานี้ ในใจของเถ้าแก่น้อยกลับสั่นสะท้าน แม้โอสถบำรุงปราณสามเม็ดในมือจะล้ำเลิศ แต่การมีแค่สามเม็ดย่อมไม่สลักสำคัญ ทว่าหากมีจำนวนมากพอก็ไม่แน่... นั่นจะเป็เื่ใหญ่ที่สั่นะเืวงการค้าโอสถทั่วทั้งเมืองลั่วได้เลย! ท้ายที่สุดแล้ว ในแดนใต้ตอนนี้ โอสถบำรุงปราณของระดับสร้างรากฐานคือสิ่งที่ทำกำไรได้มหาศาล
"หากเป็เช่นนั้นจริง หอจู้เป่าของเรายินดีรับซื้อทั้งหมดในราคาหกเท่า หวังว่าคุณชายจะยอมขายโอสถทั้งหมดให้หอจู้เป่าของเรานะเ้าคะ!" เถ้าแก่น้อยแทบจะเก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
"หกเท่าหรือ? ตกลง!" หลิงเทียนครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะรับคำ
"เยี่ยมเลย!" เถ้าแก่น้อยลุกขึ้นยืนพร้อมส่งยิ้มหวาน "ไม่ทราบว่าคุณชายยัง้าสิ่งใดอีกหรือไม่ ข้าสามารถเดินเป็เพื่อนช่วยท่านเลือกซื้อได้นะเ้าคะ"
"ข้าอยากหาวัตถุดิบสักหน่อย ขอเดินดูรอบ ๆ แล้วกัน"
หลิงเทียนยักไหล่ จากนั้นก็เดินเลือกซื้อวัตถุดิบในหอจู้เป่าโดยมีเถ้าแก่น้อยคอยเดินตาม สิ่งที่เขาซื้อส่วนใหญ่คือวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถบำรุงปราณและหลอมกระบี่ ศิลาิญญาร้อยกว่าก้อน พริบตาเดียวก็เหลือเพียงห้าสิบแปดก้อน
แต่สิ่งที่ทำให้หลิงเทียนผิดหวังเล็กน้อยคือ แม้เขาจะได้วัตถุดิบรองสำหรับหลอมกระบี่มาครบแล้ว แต่กลับหาวัตถุดิบหลักระดับสุดยอดไม่ได้เลยสักชิ้น หากเขาจะหลอมกระบี่ ก็ต้องทำให้สมบูรณ์แบบได้คุณภาพระดับสุดยอดในคราเดียว หากทำไม่ได้ เขายอมไม่หลอมเสียยังดีกว่า
"คุณชายเลือกดูวัตถุดิบหลอมอาวุธมากมายถึงเพียงนี้ หรือว่าท่าน้าหลอมอาวุธ?" สายตาของเถ้าแก่น้อยเฉียบแหลมยิ่งนัก
หลิงเทียนพยักหน้า "ข้าเตรียมจะหลอมอาวุธ แต่เดินดูทั่วทั้งหอจู้เป่าแล้ว ยังไม่มีชิ้นใดเหมาะสมเลย"
"เอ่อ..." ใบหน้าของเถ้าแก่น้อยพลันปรากฏเส้นดำพาดผ่าน วัตถุดิบหลอมอาวุธในหอจู้เป่ามีตั้งนับพันชนิด แต่กลับไม่มีชิ้นใดถูกตาเขาเลยหรือ? มาตรฐานของคุณชายผู้นี้มันจะสูงส่งเพียงใดกัน?
"หืม? นั่นคืออะไร?"
แต่จู่ ๆ หลิงเทียนก็สังเกตเห็นโต๊ะตัวหนึ่งที่มีก้อนหินสีดำสนิทรูปร่างประหลาดขนาดเล็กใหญ่ต่างกันวางเรียงรายอยู่ ดูไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
"อ้อ นี่คือหินดิบเ้าค่ะ ส่งตรงมาจากแดนเหนือ ภายในแร่ชนิดนี้อาจซุกซ่อนสมบัติวิเศษแห่งฟ้าดินเอาไว้ มีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ว่า..." เถ้าแก่น้อยลังเลเล็กน้อย "ต้องใช้การพนัน"
"พนันหิน?" หลิงเทียนได้ยิน แววตาก็ทอประกาย หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที
นี่มันโอกาสทองที่ส่งมาถึงที่ชัด ๆ !?
ว่าแล้วเขาก็รีบสาวเท้าเข้าไปใกล้!
หินในหอจู้เป่าแม้จะมีจำนวนมาก แต่โอกาสที่จะพบของวิเศษนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ถึงกระนั้น ราคาของหินดิบพวกนี้กลับสูงลิ่ว ก้อนที่ถูกที่สุดยังต้องจ่ายถึงห้าสิบศิลาิญญา แม้แต่ศิษย์สายในของสำนักยังไม่มีศิลาิญญามากมายพอจะมาล้างผลาญกับการพนันเช่นนี้
แต่สำหรับหลิงเทียน เขามี 'แผนภูมิดาราวัฏจักร' อยู่ในร่าง เมื่อรวบรวมแสงดาราไว้ที่ดวงตา เปลือกหินหนาเตอะของหินดิบพวกนั้นก็ถูกมองทะลุปรุโปร่งในพริบตา!
นี่คืออีกหนึ่งความสามารถอันแข็งแกร่งที่แผนภูมิดาราวัฏจักรมอบให้กับหลิงเทียน คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถมองทะลุเปลือกหินได้จริง ๆ !?
หากเป็เช่นนี้ ขอเพียงมีหินดิบมากพอมาวางอยู่ตรงหน้าหลิงเทียน เขาจะไม่สามารถกว้านซื้อทั้งหอจู้เป่านี้ได้เลยหรือ!?
แต่สิ่งที่ทำให้หลิงเทียนผิดหวังเล็กน้อยก็คือ หินดิบบนโต๊ะของหอจู้เป่ามีนับร้อยก้อน แต่ก้อนที่มีของวิเศษซ่อนอยู่จริง ๆ กลับมีไม่ถึงหนึ่งในร้อย
"หืม?"
ทว่าไม่นาน หัวใจของหลิงเทียนก็กระตุกวูบ ในที่สุดเขาก็พบของวิเศษชิ้นหนึ่งซ่อนอยู่ในหินดิบขนาดเท่าผลเถียนกวา มันคือผลึกหินสีแดงหม่นที่ดูไม่สะดุดตาเอาเสียเลย
แต่ถึงแม้มันจะดูธรรมดาสามัญเพียงใด นี่กลับเป็ถึงวัตถุดิบระดับปฐีขั้นสูงสุด!