อีกทั้งตลอดปีที่ผ่านมาพวกเธอก็ได้เห็นแล้วว่า เซียวหยวนหมิงเป็นคนที่รักภรรยามากถึงขั้นไม่ยอมให้ภรรยาต้องเจ็บช้ำน้ำใจแม้แต่น้อย เป็นสุดยอดสามีที่หาใดเปรียบไม่ว่าจะซักผ้า ทำอาหาร ตักปุ๋ยใส่ปุ๋ย ขึ้นเขาลงนา เขาล้วนทำได้หมด!
ที่สำคัญคือตอนกลางคืนเขายังตั้งใจอ่านหนังสืออีกด้วย!
นี่ไม่ดีกว่าสามีของพวกเธอที่กลับมาถึงบ้านก็เอาแต่ทำตัวเป็นคุณชายหรอกหรือ?
เฮ้อน่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีเครื่องย้อนเวลา!
ซูเจียวเจียวไม่รู้ความคิดในใจของทุกคนเธอหัวเราะและตอบจางเหม่ยจวี๋ว่า “ใช่ค่ะชุดนี้ฉันลงมือตัดเอง ยังไม่เคยใส่มาก่อนเลย”
จางเหม่ยจวี๋กล่าวว่า“มือคุณนี่ช่างวิเศษจริงๆ ทำอะไรก็ออกมาสวยหมดฉันดูแล้วเสื้อผ้าที่คุณกับเซียวหยวนหมิงใส่ก็คล้ายๆ กันเลยนะ”
ซูเจียวเจียวตอบว่า“นี่เรียกว่าชุดคู่รักค่ะ”
เมื่อเศรษฐกิจเปิดกว้างแล้วเธอจะเปิดห้องเสื้อ เมื่อถึงตอนนั้นจะได้กำไรมหาศาลตอนนี้จะให้ความรู้พวกเธอบ้างก็ไม่เสียหาย บางทีอาจจะได้ลูกค้าเพิ่มอีกสองสามราย
จางเหม่ยจวี๋ได้ยินดังนั้นดวงตาก็พลันสว่างไสวขึ้นมาทันที “ฉันเข้าใจแล้วล่ะ!คือชุดที่สามีภรรยาจะใส่ด้วยกันใช่ไหมคะ เรียกว่า ‘ชุดคู่รัก’ชื่อเพราะจังเลยค่ะ ยุวชนซูเก่งมากจริงๆสมแล้วที่เป็นคนจากตัวเมืองมณฑล ความรู้เยอะ แถมยังทันสมัยอีกด้วย”
พูดพลางเธอเหลือบมองเสื้อผ้าของซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงด้วยความอิจฉาก่อนจะหันไปมองลู่เหว่ยหมินที่อยู่ข้างๆ
ลู่เหว่ยหมินยกมือลูบหัวอย่างเขินอายใบหน้าแดงก่ำเล็กน้อย “ถ้าคุณอยากใส่ชุดคู่รักเหมือนกันรอพวกเรารวบรวมบัตรแลกผ้าได้ครบแล้ว เราไปซื้อผ้ามาตัดเย็บสักชุดหนึ่งดีไหม”
คำพูดของเขาทำให้จางเหม่ยจวี๋ยิ้มออกมา“ตัดเย็บอะไรกัน ชุดพวกนี้แพงจะตาย ลูกชายเราโตเร็วพวกเราไปซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่ให้เสี่ยวหู่จื่อสักสองชุดดีกว่าค่ะ”
อิจฉาก็ส่วนอิจฉาแต่เธอก็รู้สถานะทางการเงินของตัวเอง จะตัดชุดหรือไม่ตัดก็ไม่เป็นไรสิ่งสำคัญคือคำพูดของสามีที่ทำให้เธอมีความสุข!
เป็นการพิสูจน์ว่าสามีของเธอยังมีเธออยู่ในใจ
คนอื่นๆก็คิดเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะอิจฉากัน แต่ก็รู้ว่าผ้าแพงแถมยังต้องมีบัตรแลกผ้าอีกด้วย
ถ้าไม่มีบัตรแลกผ้าแม้มีเงินก็ยังซื้อผ้าไม่ได้เลย
ในขณะนั้นเองเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ “ยุวชนซูคุณช่วยตัดชุดคู่รักให้ผมกับเม่ยเอ๋อร์ด้วยได้ไหม? ผมจะเอาธัญพืชมาแลกไม่ทราบว่าพอจะได้หรือเปล่า?”
ซูเจียวเจียวหันไปมองก็เห็นหลี่เอ้อร์โก่วและโจวเม่ยนั่งอยู่ตรงที่นั่งใกล้กับห้องคนขับ
“เม่ยเอ๋อร์?”
ซูเจียวเจียวมองหลี่เอ้อร์โก่วและโจวเม่ยด้วยความประหลาดใจเขาเรียกได้สนิทสนมขนาดนี้ แถมตอนนี้ทั้งสองคนยังนั่งติดกันอีกด้วยหรือว่าจะมีเรื่องอะไรกันนะ?
หลี่เอ้อร์โก่วเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุขใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี
“ได้สิคะ คุณเอาผ้ามาให้ฉันก็พอ ชุดหนึ่งใช้ข้าวสารสามสิบจินสองชุดก็หกสิบจิน” ซูเจียวเจียวบอกราคาออกไปทันที
ตอนนี้ข้าวสารหนึ่งจินราคาหนึ่งเหมาสี่เฟินสองจินครึ่งก็สี่หยวนสองเหมา ห้าจินก็แปดหยวนสี่เหมา
แลกกับข้าวสารก็ไม่ขาดทุนแถมยังประหยัดปัญหาในการซื้อธัญพืชอีกด้วย ซื้อจากตัวอำเภอก็ต้องแบกกลับบ้านอีก
ถึงอย่างไรก็ต้องกินข้าวทุกวันอยู่แล้ว
ป้าหวังและป้าลู่ที่อยู่ข้างบ้านก็มาให้เธอช่วยตัดเสื้อผ้าโดยใช้ธัญพืชแลกเช่นกัน แบบนี้ก็ไม่ถือเป็นการค้ากำไรเกินควร
“ทำไมถึงได้แพงขนาดนี้? ผมได้ยินมาว่าป้าลู่กับป้าหวังให้คุณช่วยตัดเสื้อผ้าแค่สิบห้าจินเอง!ทำไมมาถึงผมถึงได้สามสิบจินต่อชุดเลยล่ะ!” หลี่เอ้อร์โก่วตกใจเล็กน้อย
ซูเจียวเจียวหัวเราะ“เสื้อผ้าที่ป้าหวังกับป้าลู่สั่งทำเป็นแบบเรียบง่าย ราคาก็เลยถูกลงแต่ชุดคู่รักอย่างที่ฉันกับอาหมิงใส่เป็นแบบใหม่ที่ฉันเพิ่งคิดค้นขึ้นมาราคาก็เลยแพงกว่าเยอะค่ะ”
หลี่เอ้อร์โก่วเบะปาก“คุณนี่คิดราคาแพงเกินไปหน่อยนะ”
ซูเจียวเจียวกล่าวว่า“ถ้าคุณไม่เคยตัดเสื้อผ้า คุณก็จะไม่รู้หรอกว่ามันยากแค่ไหนยิ่งกว่านั้นชุดคู่รักนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวมใส่แล้วสวยงามดูมั่นใจแถมยังเดินไปที่ไหนใครๆ ก็รู้ว่าพวกคุณเป็นคู่รักกันอีกด้วย”
“แบบนี้สิดี!” หลี่เอ้อร์โก่วหัวเราะอย่างตื่นเต้นแล้วหันไปพูดกับโจวเม่ยด้วยความตื่นเต้น “เม่ยเอ๋อร์เมื่อกี้ผมเห็นคุณเอาแต่จ้องเสื้อผ้าของยุวชนซู คงชอบมากเลยใช่ไหม? พวกเรามาทำชุดคู่รักด้วยกันดีไหม?”
โจวเม่ยหน้าบึ้งไม่พูดอะไรเธอเหลือบมองซูเจียวเจียวอย่างเย็นชา ก่อนจะหันหน้าหนีไปไม่สนใจคำพูดของหลี่เอ้อร์โก่วเลยสักนิด
หลี่เอ้อร์โก่วก็ไม่โกรธคิดว่าเธอคงเขินอาย เขาหันไปมองซูเจียวเจียวแล้วพูดว่า“ตกลง! หกสิบจินก็หกสิบจิน! วันนี้ผมจะไปซื้อผ้ามาเลย!”
ซูเจียวเจียวไม่สนใจว่าโจวเม่ยจะโกรธหรือไม่พอใจอดีตเคยมีเรื่องบาดหมางกันแล้วยังไง?
คนที่ไม่ทำเงินคือคนโง่
เซียวหยวนหมิงรู้ว่าซูเจียวเจียวกำลังหลอกหลี่เอ้อร์โก่วโดยตั้งใจเขาก็ไม่ชอบหลี่เอ้อร์โก่วและโจวเม่ยเช่นกัน
จางเหม่ยจวี๋เห็นพวกเขาแล้วก็ประหลาดใจ“หลี่เอ้อร์โก่ว นายทำได้ยังไง! นี่ไล่จีบยุวชนโจวสำเร็จแล้วเหรอ?!”
สายตาหลายคู่จับจ้องไปที่หลี่เอ้อร์โก่วอย่างอิจฉา
หลี่เอ้อร์โก่วเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจเมื่อก่อนทุกคนต่างอิจฉาเซียวหยวนหมิง แต่ต่อไปนี้ทุกคนจะต้องอิจฉาเขาจนตายไปเลย
ท้ายที่สุดแล้วในกองผลิตมีเพียงเขาและเซียวหยวนหมิงเท่านั้นที่ได้แต่งยุวชนสาวสวยเป็นภรรยา
“ผมเก่งขนาดนี้ดีขนาดนี้ ยุวชนโจวจะไม่ชอบผมได้ยังไงกัน จริงไหม?” ขณะพูด หลี่เอ้อร์โก่วก็ยื่นมือไปจับมือโจวเม่ย
โจวเม่ยดึงมือกลับ
หลี่เอ้อร์โก่วหัวเราะ“เห็นไหมว่าเธอเขินอายแค่ไหน”
จางเหม่ยจวี๋กล่าว“ยินดีด้วยนะ!ไม่คิดว่าหลี่เอ้อร์โก่วอย่างนายจะได้แต่งงานกับยุวชนโจวเป็นภรรยาเลยเมื่อก่อนฉันคงมองนายผิดไปแล้ว”
“ผมบอกแล้วไงว่าผมเปลี่ยนชื่อแล้ว ผมชื่อหลี่ฟู่กุ้ย ไม่ใช่หลี่เอ้อร์โก่วใครเรียกผมว่าหลี่เอ้อร์โก่วอีก ผมจะโกรธจริงๆ แล้วนะ” หลี่เอ้อร์โก่วรีบแก้ตัวทันทีภรรยาในอนาคตของเขานั่งอยู่ข้างๆจะให้ใครมาเรียกเขาว่าหลี่เอ้อร์โก่วเหมือนเมื่อก่อนได้ยังไงกันชื่อนี้มันฟังดูแย่จะตายไป
“จ้าๆ หลี่ฟู่กุ้ยก็หลี่ฟู่กุ้ย”
คนอื่นๆก็พากันแสดงความยินดีกับหลี่เอ้อร์โก่ว
หลี่เอ้อร์โก่วใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มไม่หยุดปากของเขาฉีกกว้างจนเกือบถึงหู
จางเหม่ยจวี๋เป็นคนช่างพูดคุยเธอถามต่อ “ฤกษ์แต่งงานกำหนดแล้วหรือยังล่ะ?จะแต่งกันวันไหน?”
“กำหนดเรียบร้อยแล้ว เป็นอีกสามวันข้างหน้าวันนี้ผมเลยพาเม่ยเอ๋อร์ไปตลาดนัดเพื่อซื้อของเล็กๆ น้อยๆทุกคนอย่าลืมมาร่วมงานแต่งงานที่บ้านผมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วยนะ” หลี่เอ้อร์โก่วหัวเราะอย่างเป็นกันเอง
ขณะที่หลายคนกำลังพูดคุยกันตาเฒ่าห้าก็มาถึงพอดี เขาใช้ผ้าขนหนูที่พาดคอไว้เช็ดเหงื่อบนศีรษะ“คนมาครบหรือยังครับ? ยังมีใครจะไปตัวอำเภออีกไหม?ถ้าไม่มี ผมจะออกเดินทางแล้วนะ”
เขากำลังจะไปขนสินค้าที่ตัวอำเภอรถแทรกเตอร์เป็นของกองผลิตการไปขนสินค้าครั้งนี้ก็สามารถรับคนไปได้ด้วยเพื่อหารายได้แต่เงินจำนวนนี้เขาก็ไม่สามารถเก็บไว้เองได้ทั้งหมด ต้องมอบส่วนหนึ่งให้กับกองผลิตส่วนที่เหลือก็เก็บเข้ากระเป๋าตัวเองได้
คนละหนึ่งเหมาสิบกว่าคนก็ได้เงินมาหนึ่งหยวนกว่าๆแล้ว
“ครบแล้วค่ะ ครบแล้ว ผู้เฒ่าห้าออกเดินทางได้เลยค่ะ” จางเหม่ยจวี๋เร่งเร้า
ตาเฒ่าห้าเข้าไปนั่งในห้องคนขับแล้วออกรถรถสั่นสะเทือนไปมาในตอนเริ่มต้น บนถนนลูกรังก็ขับได้ไม่เร็วเท่าไรนัก
“รอผมด้วย! รอผมด้วยครับ เฒ่าห้า!”
อยู่ๆก็มีคนวิ่งมาจากที่ไกลๆ ด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ และวิ่งตามมาทันในเวลาอันรวดเร็ว