“ผมไม่เห็นได้ยินว่าพี่นีจะพูดจาปรึกษาเื่อะไรเลยก็ได้ยินแต่บ่นว่าอกจะแตกผมเลยเตือนไปด้วยความหวังดีว่าอย่าไปตบไปดันไปเสริมอะไรให้มันมากนักไม่รู้จะอยากอึ๋มไปถึงไหน เกิดมามีแค่ไหนก็ให้พอใจมันแค่นั้นเถอะ”
“กรี๊ด...ไอ้เ้าวุฒิ”
ชาลินีส่งเสียงแหลมพร้อมกับถลาเข้าใส่น้องชายทันที ซึ่งฝ่ายนั้นก็ร้องเสียงหลงออกมาพร้อมกับลุกขึ้นวิ่งหนีไปทั่วห้องโดยมีร่างของพี่สาววิ่งตามไปเพื่อจะทำร้ายอย่างไม่ลดละ
“พอแล้วพอกันทั้งสองคน โอ๊ย...ฉันจะเป็ลมตาย”
นางชุติมาแผดเสียงออกมาบ้างด้วยความเบื่อหน่ายในความไม่ลงรอยกันของสองพี่น้อง ก่อนเดินเข้าไปนั่งลงที่เตียงของบุตรชายคนเล็กด้วยท่าทางอย่างจะหมดแรงไปจริงๆ
“ตกลงนี่คุณแม่กับพี่นีเครียดเื่อะไรกันแน่ครับ”
ชัยวุฒิถามเมื่อเข้าไปนั่งลงใกล้ๆกับมารดาหลังจากที่เห็นพี่สาวยืนหอบด้วยความเหนื่อยอยู่ห่างออกไปพอสมควร
“อะไรกันนายวุฒิ นี่แกไม่รู้จักคิดอะไรบ้างเลยหรือไง ก็เื่ที่พี่ธัชพงษ์รับรองนังลูกสาวอดีตคนขับรถของคุณลุงธีระอย่างดีมากผิดปกตินะสิอะไรกัน บอกว่าเป็แค่คนใช้ แต่ทำไมถึงให้นั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับพวกเราแถมให้ขึ้นมานอนในห้องชั้นบนนี้ด้วยอีก”
ชาลินีที่ยืนกอดอกหน้าง้ำอยู่กลางห้องเป็ผู้ตอบแทนมารดา
“ผู้หญิงคนนั้นหรือฮะจะว่าไปแล้วรูปร่างหน้าตาของเขาก็ดีเหมือนกันน่ะ”
ชัยวุฒิกล่าวไปตามที่ตนรู้สึกจึงเป็เหตุให้ถูกพี่สาวมองตาเขียวปั๊ดขึ้นมาอีก
“เงียบน่ะนายวุฒิแกอย่ามาพูดจาชื่นชมผู้หญิงคนนั้นให้ฉันได้ยินเป็อันขาด”
“เป็งั้นไป”
ชัยวุฒิบ่นอุบ
“แล้วแกคิดยังไงตาวุฒิในฐานะที่แกก็เป็ผู้ชายเหมือนตาธัช”
ผู้เป็แม่ลองถามความเห็นของบุตรชายดูบ้าง
“บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็กิ๊กของพี่ธัชก็ได้นะ”
ชัยวุฒิกล่าวหน้าทะเล้น
“บ้าน่านายวุฒิพี่ธัชเขาไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก”
ชาลินีตวาดแหวออกมาก่อนจะเดินพล่านไปทั่วห้องอย่างกลัดกลุ้มใจเพราะจริงๆแล้วก็อดคิดไปอย่างที่น้องชายพูดไม่ได้
“ว่าได้หรือพี่นียังไงพี่เขาก็เป็ผู้ชายน่ะ ของอย่างนี้มันเข้าใครออกใครที่ไหน”
“ไม่มีทางพี่ธัชจะไปมีใครอื่นได้ยังไง ในเมื่อเขามีฉันอยู่แล้วทั้งคน”
“หาพี่นีว่าอะไรน่ะ พี่นีเป็กิ๊กพี่ธัชแล้วงั้นเหรอ”
ชัยวุฒิอุทานเสียงหลงออกมา
“ตายแล้วไอ้น้องบ้าในสมองของแกเคยคิดอะไรที่สร้างสรรค์บ้างไหมห๊ะ”
ชาลินีกรี้ดลั่นพร้อมกับวิ่งเข้าไปทุบตีน้องชายเป็การใหญ่
“โอ๊ยๆๆๆๆ”
ชัยวุฒิร้องลั่นพร้อมกับตั้งรับต่อสู้
สองพี่น้องทุบตีกันชุลมุนทำเอานางชุติมารีบควักยาดมออกมาดมแทบไม่ทัน
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้”
ธัชพงษ์เอ่ยถามกับร่างโปร่งบางที่ยืนอยู่ตรงระเบียงบนชั้นสองแล้วมองเหม่อออกไปยังสนามหญ้าที่มีโคมไฟเปิดประดับให้แสงสว่างอยู่วอมแวมดูงดงาม
“อุ้ยคุณผู้ชาย”
ร่างนั้นสะดุ้งพร้อมกับหันมา
“ขอโทษนะที่ทำให้ใคือฉันคิดว่าท่าทางอย่างเธอไม่น่าจะใช่คนขวัญอ่อน”
ชายหนุ่มกล่าวขณะมองสบตากับหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้าทำให้ใบหน้ารูปไข่ภายในล้อมกรอบของเส้นผมยาวสลวยนั้นดูงามซึ้งใจอยู่ไม่น้อย
“สิตาไม่ใช่คนขวัญอ่อนแต่คุณผู้ชายเล่นเดินมาทักจากข้างหลังตอนที่กำลังยืนอยู่คนเดียวเงียบๆอย่างนี้เป็ใครก็ต้องใกันทั้งนั้น”