
“ฉันก็รักเพื่อนมากค่ะเขาดีมากดีจนเหมือนคนในครอบครัวตัวเองเลย ที่มานี่ก็ไม่ได้คิดอะไรแค่อยากมาช่วยคุณท่านแต่ก็แอบหวังจะได้เล่นน้ำทะเลแต่ต้องขอคุณท่านก่อน”
“เธอก็ตลกดีนะ น่าสงสารด้วยได้ข่าวเรียนเก่งนี่พอๆกะน้ำอบเลย”
“ก็ไม่เก่งหรอกค่ะแค่สอบติดอาจจะบังเอิญก็ได้ค่ะแต่ฉันตั้งใจจะเรียนให้จบ”
“เธอกับน้ำอบเรียนรัฐศาสตร์อยากเป็อะไรกัน”
“ฉันอยากเป็ปลัดอำเภอแต่ดูแล้วคงยากส่วนน้ำอบก็เห็นบอกอยากเป็ปลัดเหมือนกันแต่คงยากอีกค่ะคงทำงานที่บริษัทคุณท่านมากกว่า”
“ก็ใช่นะเรียนพวกคอมหรือภาษาเพิ่มเติมทำงานเอกชนก็ได้กว่าจะจบบางทีความอยากเป็ปลัดอาจจะหมดไปแล้วการแข่งขันมันสูงเส้นสายก็เยอะฉันก็พอรู้มาบ้าง”
“ฉันเรียนคอมเสริมทุกเย็นค่ะน้ำอบก็จ่ายค่าเรียนให้เลยตั้งใจเรียนมากกะว่าถ้าสอบปลัดไม่ติดก็จะของานคุณท่านทำค่ะ”
“ใช้หนี้ฉันด้วยนะ”
“รู้แล้วค่ะว่าแต่คุณกันต์จะไปเมืองนอกกี่ปีคะ”
“ไม่รู้ต้องรอเรียนจบไปเรียนที่นั่นก่อนถึงจะตอบได้ว่าจะอยู่ต่อกี่ปีบางทีอาจไปแล้วก็ไม่ชอบอาจจะกลับมาเรียนที่นี่ก็ได้”
“รวยเนอะไปแล้วกลับค่าใช้จ่ายก็เยอะฉันสิขอแค่ได้งานทำก็หรูแล้วไม่ขออะไรมาก”
“น้ำอบคงไม่ทิ้งเธอหรอกถ้าพวกเธอไม่ทะเลาะกันก่อน”
“เราจะทะเลาะกันเื่อะไรคะฉันยังไม่เห็นจะมีเื่ไหนที่จะทำให้เราทะเลาะกันได้เลยค่ะ”
“ฉันแค่พูดเผื่อไว้อนาคตเป็สิ่งไม่แน่นอนทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้วพี่ชายเธอเป็ไงมั่ง”
“เหมือนเดิมค่ะแต่ดีหน่อยที่ว่าพอแม่ด่าก็อยู่บ้านนานๆทีก็จะลุกมาช่วยแพคขนมใส่ถุง”
“ติดยาหนักเหรอ”
“คิดว่าไม่นะคะแต่เขาไม่บอกอะไรหรอกค่ะถามมากก็จะทะเลาะกันอีกเลยไม่ถามแค่คอยดูห่างๆแม่ก็ห่วงพี่ชายมากแต่ทำอะไรไม่ได้”
“ชีวิตเธอนี่ถ้าไม่รักดีคงแย่เลยนะ”
“ค่ะอาจจะเดินเก็บขยะตามท้องถนนไปขายก็ได้”
“สู้ๆนะ”เขาเอื้อมมือมาโอบไหล่ของพราวนภาแล้วเลื่อนไปลูบศีรษะอย่างเอ็นดู
“ฉันไม่ใช่เด็ก”พราวนภาผละตัวออกลุกยืน
“กลับเหรอ”
“ค่ะน่าจะได้เวลาแล้วไปเถอะคุณฉันก็รู้สึกหิวข้าวแล้วด้วย”
“มาเที่ยวก็เหมือนมาเป็คนใช้เขาเลยนะ”เขายิ้ม
“ฉันเต็มใจไม่ได้รู้สึกด้อยค่าอะไรเลยค่ะถ้าคุณรังเกียจก็ไม่ต้องมาอยู่ใกล้ฉันหรอกนะ”พราวนภายิ้มแล้ววิ่งนำหน้าเขาไปทำให้กันต์กวีต้องวิ่งตามพร้ะโกนเสียงดัง
“วิ่งทันจะหักขาทิ้งเลย”
“ขายาวๆวิ่งชักช้าตามให้ทันค่อยหักค่ะ”
“รอเดี๋ยวทันแน่ๆ”เขาวิ่งเร็วขึ้นและก็แปลกใจที่รู้สึกมีความสุขแค่ได้พูดคุยกันแค่นี้นานมากแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกหัวใจพองโตแบบนี้
‘เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือน…’ เขารีบสลัดความรู้สึกนั้นออกทันทีเพราะรู้ดีว่างานหมั้นจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้เอง
ร่างอรชรวิ่งหน้าตาตื่นมาที่ระเบียงแล้วรีบหยุดกะทันหันเมื่อสายตาของนางนุศราจ้องมาและตามด้วยสายตาของนางกัลยาที่จ้องมายังตนเช่นกัน
“ตรงต่อเวลานะบอกหนึ่งชั่วโมงก็หนึ่งชั่วโมงหนูซื่อสัตย์และก็คงไม่คิดคดโกงหรืออะไรไม่ดีต่อผู้มีพระคุณหรอกใช่ไหมจ๊ะ”
“ขอโทษที่มาช้าค่ะ”
“ไม่ได้ช้าหนูไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเมื่อกี้เหรอ”นางนุศรายิ้มเล็กน้อย
“ฟะฟังค่ะหนูไม่คิดจะทรยศหรือคดโกงคนมีบุญคุณแน่นอนค่ะโดยเฉพาะน้ำอบและคุณท่านทั้งสอง”
“ดีจ้ะฉันเชื่อตามมาสิมื้อนี้คุณกัลยาจะลงมือทำเองเลยนะ”
“ค่ะ”พราวนภาก้มหน้าเล็กน้อยทั้งที่รู้สึกหอบและเหนื่อยจนใจสั่นไปหมด
“คุณแม่คิดยังไงจะทำอาหารเองครับ”กันต์กวีถามมารดาในขณะที่เดินตามหลังติดๆ
“อยากอวดฝีมือให้ว่าที่ลูกสะใภ้ชิม”นางกัลยาตอบยิ้มๆ
“คิดไปไกลถึงลูกสะใภ้เลยเหรอครับเราคุยกันแล้วนะเื่อนาคต”
“มันก็ต้องแต่งนั่นล่ะแกไม่มีทางปล่อยน้องน้ำอบไปหรอกเชื่อแม่สิ”
“บางทีก็ไม่แน่นะครับ”
“อย่าทำให้น้องเสียใจนะตอนนี้เวลานี้น้องคงไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายหรืออาจไม่รู้สึกอะไรเลยแต่พอได้คบกันจริงจังผู้หญิงอ่อนไหวง่ายพ่อกับแม่เลยอยากให้คบกันจริงๆไง”
“ครับผมจะพยายามหากผมไม่มีใครผมก็คงเลือกน้องน้ำอบ”
“หล่อเลือกได้สินะพ่อหนุ่มฮอต”
“เลือกได้แต่บางทีเลือกไปก็ไม่ถูกใจพ่อกับแม่อีก”
“พอๆไม่คุยแล้วคุณนุศราหันมามองแล้วไปห้องไปแม่จะเข้าครัว”
“ครับ”
“พี่กันต์”เสียงของนรารักษ์ดังขึ้นที่หน้าห้องพักของเขา
“เข้ามาสิพี่ไม่ได้ล็อกกลอน”เขาพูดพลางหยิบผ้าขนหนูมาซับผมที่เพิ่งสระเมื่อสักครู่
“อาบน้ำเหรอคะเปลี่ยนชุดแล้วด้วย” นรารักษ์เปิดประตูค้างไว้แล้วเดินมาหาเขา
“วิ่งมา ร้อนเลยอาบ”
“วิ่งอะไรคะอย่าบอกว่าวิ่งแข่งกับพราว”
“เปล่าแข่ง วิ่งกันเล่นๆ”
“ดูสนิทกันจังนะคะ” นรารักษ์นั่งลงที่เตียงนอนเขาพร้อมกับยื่นมือไปจับผ้าขนหนูเพื่อเช็ดผมให้เขา
“น้องน้ำอบเป่าไดร์เป็ไหมพี่ว่ามันจะแห้งช้าถ้าเช็ดแบบนี้”
“มีเหรอคะที่ห้องไม่เห็นเลย”
“มันอยู่ในตู้หน้าห้องน้ำ”เขาตอบแล้วเดินไปหยิบส่งให้นรารักษ์เป่าผมให้ ความร้อนจากไดร์ที่พัดเป่าเส้นผมยังไม่เท่าความร้อนระอุในหัวใจของนรารักษ์
“สมมุติว่าถ้าคนเราต้องเลือกคนจนกับคนรวยคือต้องเลือกนะคะพี่จะเลือกอะไร”
“พี่เลือกคนที่ตัวเองรักและถ้าเขารักเรายิ่งจะดีมากสองอย่างนี้คือพี่จะเลือกไม่ว่าจะจนหรือรวย”
“ถ้าพี่รักคนจนแล้วเขารักพี่พ่อแม่ไม่ค่อยพอใจละคะพี่จะเลือกไหม”
“ความรักมันอยู่ที่คนสองคนพ่อแม่ก็สำคัญแต่ก็ต้องมีเหตุผลมากพอว่าทำไมไม่ชอบถ้าพี่รวยอยู่แล้วก็ไม่ได้สนใจเงินทองของฝ่ายหญิงหรอกนะ ถ้ารักเขาแล้วเขารักเราพี่เลือกเขา”
“พี่เคยรักคนที่ฐานะต่ำกว่าตัวเองเหรอคะ”ใบหน้างามถามแล้วเชิดขึ้น
“เอาเข้าจริงๆก็เคยชอบนะคนที่คิดว่าเขาน่าจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็ไม่ได้คบกันแค่ชอบสมัยวัยรุ่น”
“หนูหมายถึงตอนนี้ค่ะพี่ชอบคนที่ฐานะต่ำกว่าอยู่หรือเปล่า”
“หมายถึงอะไรตอนนี้คืออะไร”
“พี่ไม่รู้สึกอะไรพิเศษกับใครตอนนี้ใช่ไหมคะ”
“ตอนนี้โสดและพ่อกับแม่อยากให้หมั้นกับน้องน้ำอบไว้ก่อนส่วนเื่อนาคตถ้าเราไปกันไม่ได้หรือไม่ได้รักกันก็ถอนหมั้นเราก็รู้แล้วนี่พี่หมั้นเพราะพ่อกับแม่อยากให้หมั้นน้องน้ำอบก็คงเหมือนกันเราลองคบกันดูก่อนเื่อนาคตมันยังมาไม่ถึง”
“พี่ไม่ต้องหมั้นก็ได้นะคะหนูไม่ได้โกรธอย่าฝืนตัวเอง”
“พี่รับปากคุณอาทั้งสองไว้แล้วว่าจะหมั้น”
“ถ้าถอนหมั้นไม่ได้ละคะ”นรารักษ์ถามเขาอีกครั้ง
“เราตกลงกันแล้วถ้าน้องน้ำอบมีคนรักหรืออยากคบคนอื่นก็บอกพี่เราไม่ฝืนใจกันเรายังคงเป็พี่น้องกัน”
“ค่ะ” นรารักษ์ตอบแล้วก็เงียบพร้อมความสงสัยมากมายที่ค้างคาใจ
‘แค่หมั้นตามผู้ใหญ่้าแค่นั้นเหรอ’