แขกจอมยุ่ง
“ถ้าการจะข้ามไปยังภพต่าง ๆ เป็ไปได้ยากเช่นนั้นเหตุใดอาจารย์ใหญ่ทรีบาสถึงข้ามมาหาหนูได้จนถึงโลกมนุษย์ล่ะคะ” เนย่าหลังจากที่ฟังเื่เล่ามานานก็เอ่ยถามข้อสงสัยถ้าการจะข้ามไปภพต่าง ๆ ต้องใช้กุญแจหรือโองการที่ว่าทำไมเธอถึงถูกพามาได้
“รายชื่อของผู้ฟูมฟักจะถูกส่งเข้ามาที่เซนเทียน่าทุกปีอยู่แล้วเมื่อชื่อเธอปรากฏมิติจะเปิดให้มาที่นี่ไม่ว่าจะอยู่ภพใดก็ตามโดยส่วนใหญ่สามภพจะเดินทางมายังเซนเทียได้ มีแค่มนุษย์ที่มาไม่ได้เท่านั้นข้าต้องใช้โองการเพื่อเปิดทางไปภพอื่นได้รวดเร็วขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการตามล่า แต่ข้าก็คงไม่ไปภพของมนุษย์หรอกนายข้า” บาร์รามตอบเสียงเรียบ สีหน้าและแววตาสีแดงข้างซ้ายดูจะยังยึดติดกับภาพอดีต
“ในตอนนั้นข่าวลือสะพัดไปทั่วว่าเ้าขโมยดวงจิตของผู้ฟูมฟักไฮดรา และยังเข้าร่วมกองทัพฝ่ายมืดด้วยพวกข้าเองก็ไม่ได้หลงเชื่อง่าย ๆ หรอกนะ จนกระทั่งเ้าไล่ฆ่าพวกทนายนั่นล่ะถึงได้ต้องลงมือถ้ารู้ว่าโดนเ้าพวกนั้นรุมสะกดก็คงยังพอช่วยกันได้แต่เพราะความไม่รู้นี่ไงถึงได้เป็เช่นนี้ถ้าไม่ได้รับเืเด็กนี่ความจริงจะได้เปิดเผยเมื่อไรก็ไม่รู้” เฟย์รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงขัดใจมือหนึ่งก็ม้วนปอยผมสีเพลิงเล่นอย่างเพลินมือ
“เื่นั้นข้าไม่อยากให้พวกเ้าถูกเรียกมารวมกันแล้วถูกพวกมันตั้งข้อหาให้แต่พวกเ้าก็ถึงกับยอมสละพลังทั้งหมดเพื่อสะกดข้าก็นับว่าสิ่งที่ข้าคิดไว้ว่าจะไม่ให้พวกเ้าเดือดร้อนคงสูญเปล่า” ทั้งที่ก่อนถูกสะกดตั้งใจไว้ว่าจะให้พวกเพื่อน ๆฆ่าเขาเสียแต่ทุกคนกลับสละพลังเพื่อสะกดเขาไว้แทน
“ตั้งใจไว้แล้วว่าพวกเราจะไม่เข้าไปยุ่งกับัอีกเลยเลือกทางที่ดีที่สุดน่ะมันก็เป็ข้ออ้างที่ดีที่จะไม่ถูกตามล่าจนต้องสิ้นเผ่าพันธุ์กันไป แม้จะแค้นเคืองเ้าอยู่มากในตอนนั้น” เฮริสเอ่ยเสริมบ้าง
“เอาเป็ว่าพวกคุณเข้าใจผิดกันสินะคะ” เนย่าส่งยิ้มอย่างแห้งเหือดมาให้เธออดทนฟังนิทานตำนานตุลาการจนเริ่มจะง่วงเข้าจริง ๆซะแล้วจากที่เพลียเพราะเสียเืมาก แต่ตอนนี้เพลียเพราะง่วงนอนมากกว่าไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์ที่ทั้งรักทั้งเกลียดแบบนี้เท่าไร
“พวกเ้ากลับไปเถอะ ข้าขอโทษที่ไม่เคยบอกพวกเ้าเหตุการณ์มันจวนตัวจริง ๆ น่ะ” บาร์รามเห็นเนย่าท่าไม่ดีจึงเอ่ยปากไล่เพื่อน
“ไปไม่ได้” เฮริสว่า
“ทำไม” บาร์รามตวัดสายตากลับไปมองคนตัวใหญ่ทันควัน
“ก็เหตุผลเดียวกับเ้าไง” เฮริสขยิบตาให้บาร์รามหนึ่งทีเป็การยั่วอารมณ์เขาชอบมองเวลาเพื่อนจอมเ็าแสดงสีหน้าต่าง ๆ
“เืเด็กนี่ช่วยข้ามาจากพิษของไอ้หมาบ้าตัวนั้นและข้าก็ชอบอากาศที่นี่ไม่อยากไป” เฮริสปลายตาไปหารีสที่เป็หมาบ้าสำหรับเขา
พร้อมกับแสร้งชื่นชมดอกไม้ในแจกันข้าง ๆ ตัวและทั้งหมดก็เบนสายตาพร้อมกันไปหาแม่สาวชุดเพลิงที่มัวนั่งชื่นชมสีของเล็บเท้าตัวเอง
“ไม่มีเหตุผลอื่น ไม่ได้ช่วยอะไรข้าแต่ข้าก็ได้รับเืนางมาด้วย ก็แค่อยากอยู่” เฟย์รินไหวไหล่เธอไม่ได้ติดหนี้อะไรก็แค่เผลอกินเืมนุษย์เข้าไปด้วยแค่นั้น
“แล้วที่ที่พวกเ้าดูแลล่ะ” เป็รีสที่เอ่ยถามบ้าง
“ปกติพวกข้านิทราก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรนิ” เฟย์รินตอบแล้วหันมาชื่นชมเล็บมือของเธอแทน
“พวกเ้ากำลังทำให้นายของข้าลำบากใจ” บาร์รามขมวดคิ้วมุ่นตอบกลับไปแต่ละคนช่างดื้อรั้นเอาแต่ใจเหมือนเด็กน้อยนัก นึกจะอยู่ก็อยู่รึ
“เอ่อ...คือ หนูแล้วแต่คุณบาร์รามเลย” เมื่อโดนโยนมาให้เนย่าก็ถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก
“ข้าแล้วแต่นายท่านจะบัญชา” สุดท้ายบาร์รามก็โยนกลับมาให้เนย่าอยู่ดี
“นี่...ขออยู่ด้วยนะ เืเธออร่อยดี ฮิ...ฮิ ” เฟย์รินย้ายตัวมาเบียดเด็กหญิงแล้วกอดคอประจบทำเอารีสแยกเขี้ยวขู่จนเนย่าต้องปลอบใจด้วยการลูบใบหูใหญ่ถึงจะสงบ ‘เห็นเืเธอเป็ของหวานรึไง’
“พวกคุณอยู่ได้แต่ต้องคอยช่วยเหลือคุณบาร์รามนะคะหนูยังมีัอีกหนึ่งแล้วก็อสุรเทวาที่าเ็อยู่ที่นี่ด้วย” ถ้าจะอยู่กันเยอะ ๆก็ต้องมีกฎกันบ้างเพื่อไม่ให้คุณบาร์รามเหนื่อยจนเกินไป
“ลูกสมุนข้าด้วย” รีสเอ่ยเตือนเนย่ามันไม่ได้มีแค่สองคนนั้นเสียหน่อยที่เด็กหญิงจะต้องดูแล
“ไม่มีปัญหา พวกข้าจะช่วยดูแลให้ระหว่างรอเวย์นาสตื่นล่ะกัน ถึงตอนนั้นค่อยว่าอีกทีว่าจะกลับทิศตัวเองรึเปล่า” เฮริสตบมือดังฉาด รับคำอย่างอารมณ์ดี
“คุณเวย์นาสอยู่ไหนหรือคะ” เนย่าเอ่ยถามบางทีถ้าเขารีบปรากฏตัวคนพวกนี้อาจจะรีบกลับทิศตัวเองไม่ต้องรบกวนบาร์รามอีก
“ให้เป็หน้าที่ของพวกข้าที่จะออกตามหาเถอะนายข้าตอนนี้นายข้าควรพักผ่อนได้แล้ว” ว่าแล้วบาร์รามก็แบกเนย่าใส่บ่าหัวห้อยต่องแต่งเหมือนตุ๊กตาผ้ารีสปลายตามองพวกที่เป็แขกจอมยุ่งแล้วรีบตามบาร์รามกับเนย่าขึ้นไปชั้นบน และแขกจอมยุ่งที่ว่าก็จ้องหน้าเตรียมจะจิกทึ้งกันอีกแล้ว
สามวันต่อมา
“เนย่า เนย่า!!” เสียงรินรินะโเรียกเด็กหญิงหลังจากเธอพ้นประตูของหอคอยมาหยุดอยู่ที่โถงใหญ่กลางเซนเทียน่าฯเนย่ารีบเดินไปหารินรินโดยเร็วเพราะเธอถูกจับจ้องจากพวกรุ่นพี่และเพื่อน ๆ อีกแล้วรีสเดินเคียงข้างเด็กหญิงไม่ห่างพลางแยกเขี้ยวใส่ผู้ที่มองเนย่าด้วยสายตาไม่หวังดีข่าวได้สะพัดไปทั่วว่าเนย่ามีพลังถึงขั้นทำลายแคว้นเซนเทียน่าได้เลยทีเดียว
“มีอะไรรึเปล่ารินรินเรียกซะเสียงดังเชียว”
“เธอรู้ไหมว่าเธอดังอีกแล้วนะมีคนปล่อยข่าวว่าเธอเผาห้องเรียนจนวอดและมีแนวโน้มว่าเธออาจจะเผาโรงเรียนแห่งนี้ให้เป็จุลได้เลยทีเดียว” รินรินรีบอธิบายด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“เอ่อ... มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกใครปล่อยข่าวลือพวกนี้ล่ะเนี่ยะ” เนย่ามองไปรอบ ๆ พลางส่งยิ้มเฝื่อนให้กับคนที่จ้องมองเธอ
“ฉันเอง” เสียงกวน ๆตอบกลับมาพร้อมกับร่างเด็กชายผิวสีเข้มและเนย่าจำได้ทันทีว่าหมอนี่หัวเคยโกร๋นเพราะเธอแค่คิดมาแล้ว
“นี่ซิมบัสมันเสียมารยาทนะที่มาแอบฟังคนอื่นคุยกัน” รินรินหันไปต่อว่าคนมาดกวน
“ไม่ได้แอบซะหน่อยแค่ได้ยิน นี่วันนั้นฉันทึ่งเธอมากเลยขนาดโกรธจนไฟลุกได้นี่น่าอิจฉาเป็บ้า ส่วนไอ้ตัวนี้เป็อาวุธของเธอเหรอแหมเท่ะเิเลยฮ่ะ ๆ” ซิมบัสเอามือล้วงกระเป๋าพลางส่งสายตาไปทางรีสเป็เชิงถามซึ่งรีสทำท่าจะสั่งสอนเด็กกวนประสาทแต่เนย่ายกมือห้ามไว้
“นี่ไม่ตลกนะซิมบัส” เนย่ากดเสียงต่ำเป็สัญญาณเตือน
“ฉันก็ไม่ได้ให้ขำนี่ เธอได้ไข่มาแล้วใช่รึเปล่าฉันอยากจะรู้จังว่าเธอจะได้เวทมนตร์อะไรมาบ้าง” ซิมบัสยังคงทำท่าทางยียวนต่อนับว่าทรงผมใหม่สีทองตัดกับผิวสีเข้มของเขาช่างดูเข้ากับบุคลิกกวนประสาทจริงๆ
“ฉันไม่รู้และฉันไม่ชอบให้นายเอาเื่ฉันไปพูดเกินจริงด้วย” เนย่ากัดฟันตอบคนกวนด้วยอารมณ์คุกรุ่น
“ไม่เกินจริงหรอก เธอเผาห้องได้แล้วก็เกือบเผาโรงเรียนเมื่อหลายวันก่อน แต่เธอคุมพลังยังไงนะที่ไม่ให้โดนพวกเราไปด้วยเก่งนะฮึ ๆ” ซิมบัสยังคงพูดพล่ามไม่หยุดแถมหันไปกระเซ้ากับเพื่อนอีกหลายคนให้สนับสนุนในสิ่งที่เขาพูด
“ฉันไม่รู้ซิมบัสและฉันจะไม่ตอบคำถามนายอีก” เนย่าคว้ามือรินรินแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องทันที
“ถอยไปนะ” รินรินว่าแล้วผลักอกคนที่มาขวางเธอและเนย่าออก
“ฉันยังถามเธอไม่จบเลย” แต่ซิมบัสก็ยังยื่นหน้าเข้ามาถามเนย่าอีกจนได้
“อยากถูกฉันย่างสดเหรอ” เนย่าถามเป็เชิงขู่พลางทำสายตาเ้าเล่ห์รีสเหมือนรู้งานยื่นหน้าเข้ามาแยกเขี้ยวร่วมวงด้วย
“อ๊ะ..เอ่อ…ไม่…” ซิมบัสคงเพิ่งจะสำนึกได้ว่าเด็กมนุษย์ที่ชื่อเนย่านี้เคยเผาห้องวอดมาแล้วเชียวนะไหนจะเมื่อหลายวันก่อนที่หอคอยสีน้ำเงินพังทลายลงมาอีก ต้องฝีมือเธอแน่แถมตอนที่เขาถูกไฟไหม้หัวเขาก็ยังไม่รู้เลยว่ามันเป็ฝีมือของคนตรงหน้ารึเปล่า
“ดีงั้นถอยไปซะฉันจะเข้าห้อง” เนย่าฉุดมือของรินรินเดินเข้าห้องมาได้ในที่สุดปล่อยให้ซิมบัสยืนหน้าซีดและขายหน้าเพื่อนๆ ที่ไม่สามารถล้วงความลับจากเด็กมนุษย์ได้
“เนย่าเธอนี่สุดยอดเลยทำให้คนแบบนั้นกลัวได้” รินรินยิ้มจนตาหยี
“ไม่ตลกเลยนะรินริน” เนย่าถอนหายใจ มันไม่ตลกเลยเพราะ ซิมบัสกระจายข่าวเธอออกไปแค่ไหนเธอก็ไม่รู้ กลัวว่าจะรู้ไปถึงหูคนไม่หวังดีกับเธอเข้าแล้วจะพาลทำให้พวกที่อยู่กับเธอตอนนี้ได้รับผลกระทบไปด้วย
“โอเค ๆ ไม่ตลกก็ได้” รินรินว่าพลางหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้กำมะหยีสีกรมท่าที่เรียงแถวหน้ากระดานเท่ากับจำนวนเด็กปีหนึ่ง
ห้องเรียนทางปีกขวาของตึก ภายในห้องสีเปลือกไข่ตามผนังฉลุลวดลายสัตว์ต่างๆ หลายประเภทซึ่งเด็กหญิงจ้องมองรูปเ่าั้ด้วยความสนใจมีสัตว์อยู่สองตัวที่เนย่าเหมือนจะเคยเห็นและหนึ่งตัวนั้นเธอก็เพิ่งเห็นมันเมื่อวานนี้เองที่หอคอย เสือขาวตัวนั้นภายในภาพวาดไม่ใช่แค่เพียงมันจะเป็เพียงเสือธรรมดาที่มีลมพายุและสายฟ้าเป็อาวุธแต่ภาพวาดคล้ายจะอธิบายต่อไปว่าเมื่อพลังของมันเพิ่มพูนร่างกายลักษณะต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปตามพลังที่เพิ่มอีกด้วย
“เนย่า เธอมองอะไรอยู่น่ะอาจารย์อีรอสเข้ามาแล้วนะสนใจหน่อย” เสียงของรินรินทำให้เนย่าละสายตาจากภาพและหันมาสนใจอาจารย์หนุ่มที่ส่งยิ้มละไมมาให้ด้วยความเอ็นดู
แต่เมื่อเหลือบไปมองรีสเขาทำเพียงนอนหลับตาสงบนิ่งแต่หัวคิ้วยุ่งๆ นั่นบ่งบอกว่าเ้าตัวไม่พอใจกับวิชานี้เอาเสียเลย
“อดทนหน่อยนะรีส” เนย่ากระซิบเบา ๆ แล้วเอื้อมมือไปลูบปีกเขาเธอไม่รู้ว่าทั้งสองมีเื่บาดหมางใจอะไรกันแต่อาการรีสแสดงออกว่ามีอารมณ์ขุ่นมัวสุดๆ เมื่อเจออาจารย์อีรอสก็พอจะเดาได้ว่าไม่ถูกกัน กลับไปคงต้องถามเสียหน่อยแล้ว
“สวัสดีนักเรียนที่น่ารักทุกคนฉันขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการหน่อยนะ ฉันชื่ออีรอส เป็อาจารย์สอนวิชาเวทย์ัอย่างที่รู้ๆ กัน ในคาบของฉันพวกเธอไม่ต้องนำไข่ัออกมาโชว์แต่ฉันจะให้พวกเธอนำมันไปเก็บไว้ให้ไกลตัวพวกเธอมากที่สุดแล้วเรามาดูกันซิว่าพวกเธอจะสามารถเรียกไข่ักลับมาหาพวกเธอได้หรือไม่” อีรอสพูดแล้วส่งยิ้มหวานไปรอบห้อง
“แต่อาจารย์ทรอยอาร์บอกว่าอย่าให้ไข่อยู่ห่างกายนี่ครับ” เสียงกวน ๆ ของซิมบัสเอ่ยแทรกขึ้น
“ฮึ ๆ นี่คือการทดสอบถ้าเธอเรียกไข่ัคืนมาไม่ได้ ัของเธอก็จะหายไป จบไหมซิมบัส” นับว่าเวลาอีรอสทำสีหน้าน่ากลัวแบบนี้ก็เรียกความสยองออกมาจากจิตสำนึกของทุกคนได้เหมือนกัน
การสอนของซาร์เรียกับอีรอสมีการเริ่มบทเรียนที่น่าสยองพอกันคือการไม่สาธยายอะไรมากและเริ่มลงมือกันเลยทำเอาทุกคนตั้งตัวไม่ติด
“ถึงขั้นหายไปเลยเหรอคะอาจารย์” เสียงของเด็กหญิงในห้องคนหนึ่งเอ่ยถาม
“ช่าย...ถ้าพวกเธอเรียกไข่ักลับมาไม่ได้ก็อย่าหวังว่าเมื่อเธอกลับไปหาพวกไข่ัจะออกมาให้เ้าของอย่างพวกเธอแตะต้องอีกรู้ไหมว่าทำไม...”
“ทำไมคะ” เด็กคนเดิมถามอีก
“ก็ขนาดพวกเธอเป็ผู้ฟูมฟักแท้ ๆยังเรียกไข่ัที่ตัวเองเป็ผู้ฟูมฟักกลับมาไม่ได้แล้วเธอคิดเหรอว่าถ้าพวกเขาฟักออกมาจะเชื่อฟังพวกเธอได้อย่างสนิทใจสู้พวกเขาไปหานายใหม่ไม่ดีกว่ารึไงล่ะ”นับว่าเป็คำพูดที่กดดันนักเรียนทุกคนมาก ถ้าทำไม่ได้ล่ะก็มีหวังต้องกลับไปโลกที่ตัวเองจากมาอย่างแน่นอน
“เอาล่ะเริ่มกันเลยนะ ก่อนอื่นคิดไว้ในหัวกันรึยังว่าจะนำไข่ของพวกเธอไปซ่อนไว้ที่ไหน ถ้าคิดแล้วไปได้แล้วกลับมาภายในห้านาที” ให้ตายเถอะ ซ่อนให้ไกลแต่ต้องกลับมาภายในห้านาที ‘แกล้งกันรึเปล่านี่'
เมื่อสิ้นคำสั่งเกิดความชุลมุนกันเล็กน้อยเมื่อทุกคนต้องหาที่ซ่อนไข่ัของตนแต่ทุกคนก็กลับมาภายในเวลาที่กำหนดด้วยสีหน้าวิตกกังวลเพราะเกรงว่าจะไม่ได้ไข่ัของตนคืนมาอีกแล้วถ้าทำไม่สำเร็จ
“เอาล่ะนี่คือบทเริ่มต้นของการใช้เวทมนตร์จากั หลับตาลงแล้วตั้งจิตให้มั่นแล้วดึงพลังจากจิตใต้สำนึกออกมาความนึกคิดที่แรงกล้าดึงมันออกมาแล้วเรียกหาสิ่งที่พวกเธอ้า” ภายในห้องเรียนของอีรอสทุกอย่างเงียบสงบเงียบแม้แต่เสียงเข็มร่วงลงพื้นก็ยังได้ยิน
นักเรียนทุกคนตั้งสมาธิแน่วแน่เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายนาทีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นยังไม่มีใครสามารถเรียกไข่ัของตนกลับมาได้
“ลองนึกถึงสิ่งที่พวกเธอ้าที่สุดสิว่าพวกเธอยากได้อะไร” เสียงของอีรอสบอกเป็ระยะ ๆ ถึงสิ่งที่เด็ก ๆ้า ในขณะที่หลาย ๆ คนคิดถึงแต่เื่ไข่ัคือสิ่งที่อยากได้ที่สุดแต่เด็กหญิงกลับคิดแตกต่าง เนย่าไม่ได้อยากได้ไข่ั ไม่ได้อยากเก่งกาจเหนือใครๆ แต่ที่เธอ้าคือความรักและความไว้ใจจากคนรอบตัวเธอต่างหาก
‘ความรักความไว้ใจ และเชื่อมั่น’ สิ้นสิ่งที่เนย่านึกขึ้นได้ในหัวไข่ัก็ปรากฏตรงหน้าเธอ
“โอ้ว!! สาวน้อยเธอเก่งจริง ๆขอปรบมือให้เธอสามารถทำให้ไข่ัยอมมอบพลังเวทย์ให้เป็คนแรกเลยนะเนี่ย” อีรอสปรบมือยินดีกับเนย่าที่เธอสามารถทำได้ก่อนใคร
“หมายความว่ายังไงคะอาจารย์นี่พวกเราก็กำลังใช้เวทมนตร์เรียกไข่กลับมาอยู่ไม่ใช่เหรอคะ” ลาร์เฟียเอ่ยถามแล้วชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ
“งั้นรึ! ฉันคงจะพูดอะไรทำให้เธอเข้าใจผิดไปน่ะนะบทเริ่มต้นของการใช้เวทมนตร์ัที่ฉันหมายถึงนั่นก็คือการทำให้ไข่ัยอมมอบพลังเวทย์ให้ยังไงล่ะและเนย่าก็ทำได้ดีซะด้วย แสดงว่าเธอกับไข่ัเข้ากันได้ดีมากเลยนะ ฮึ ๆ” อีรอสว่าแล้วแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“หนูไม่เห็นว่ายายนี่จะทำอะไรแตกต่างไปจากพวกเราเลยนะคะ” ลาร์เฟียแย้งอีก
“ไหนเธอลองบอกซิเนย่าว่าในขณะที่เพื่อน ๆของเธอคิดเพียงอย่างเดียวว่าสิ่งที่อยากได้ที่สุดในตอนนี้คือไข่ักลับมาเธอคิดอยากจะได้อะไร” อีรอสหันไปถามเด็กหญิงที่มีสีหน้างงงวยอย่างเห็นได้ชัด
“หนูอยากได้ความรัก และก็ความไว้ใจ” เธอพูดมันออกไปแล้ว ความ้าที่แท้จริงของเธอแต่ดูเหมือนเนย่าจะได้รับสายตาสมเพชจากเพื่อน ๆ กลับมาแทน
แม้แต่รีสเองเขายังอุตส่าห์เปิดตาข้างนึงมองเธอด้วยความฉงนก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งเพราะไม่อยากเห็นหน้าอีรอส
“นี่แหละคือสิ่งที่เนย่าคิดแตกต่างเพราะไข่ัจะมอบพลังเวทย์ให้พวกเธอก็ต่อเมื่อพวกเธอบอกความปรารถนาที่แท้จริงแก่พวกเขาเท่านั้นทีนี้พอจะเข้าใจกันแล้วใช่ไหม ว่าทำไมเนย่าถึงทำได้”อีรอสว่าพลางโปรยยิ้มหล่อบาดใจไปทั่วห้อง
“ถ้าอาจารย์บอกั้แ่แรกก็น่าจะจบไปแล้วนี่คะ” ลาร์เฟียทำเสียงจึ๊กจั๊กเพราะคิดว่าเื่ง่าย ๆแค่นี้อีรอสไม่น่าจะเอามาชื่นชมเด็กมนุษย์เสียมากมายขนาดนั้น
“ฮึ! งั้นเธอก็คงยอมรับแล้วล่ะสิว่าเธอไม่คู่ควรกับไข่ัของเธอเอาเสียเลย” อีรอสตอบพลางแย้มยิ้มจนตาสวย ๆ ของเขาเล็กหยีภายใต้รอยยิ้มที่แสนใจดีกลับซ่อนคมมีดไว้ในคำพูดได้อย่างร้ายกาจ ลาร์เฟียจึงทำได้เพียงแต่ชักสีหน้าด้วยความโกรธแต่ก็ไม่สามารถตอบโต้อะไรอีรอสได้
“เอาล่ะบอกความปรารถนาที่แท้จริงให้กับไข่ัพวกเธอรับรู้แล้วไข่ัจะมอบพลังให้พวกเธอเองส่วนเธอเนย่า นี่คือรางวัลสำหรับคนเก่ง” อีรอสส่งขวดแก้วใบเล็กที่ภายในบรรจุน้ำยาสีชมพูอมม่วงไว้ภายใน
“อะไรเหรอคะอาจารย์” เนย่ารับมันมาแล้วจ้องมองมันอย่างสนใจสีของมันสวยน่ากินมาก
“ยาแก้พิษน่ะ สกัดมาจากขนปีกของพวกวูฟวิงค์แก้ได้สารพัดพิษเชียวล่ะเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินนะ แต่ข้อควรระวังก็คือถ้าเธอไม่ได้ถูกพิษแต่เผลอกินเข้าไปล่ะก็ มันจะกลายเป็ยาพิษเสียเอง จำไว้นะ” อีรอสกระซิบบอกเนย่าเพียงเท่านั้นก่อนจะผละออกไปทิ้งกระแสความไม่พอใจให้อบอวลอยู่ภายในห้องเรียนที่เด็กมุนษย์บังอาจได้รางวัลก่อนใคร
“เอาล่ะอิจฉากันมาพอแล้วเรียกไข่ัของพวกเธอกลับมาสิแล้วเรามาเริ่มเวทมนตร์ัของจริงกัน” อีรอสดูเหมือนจะจับกระแสริษยาในสายตาของพวกเด็กๆ ได้จึงเอ่ยเสียงดังเป็การปรามไปในตัว