เฟยิเดินเข้ามาในห้อง สีหน้าเคร่งเครียด
“เช่นนี้เองถึงไม่ว่างเอาชุดมาคืนข้าแต่ว่าเื่นี้จะจริงหรือเท็จข้าต้องรู้ให้ได้”
เฟยิเรียกให้ฮ่าวอู๋ไปจัดการสืบเื่นี้ให้มันไม่ใช่เื่ยากสำหรับฮ่าวอู๋สิ่งแรกที่เขาคิดได้คือต้องได้พบกับซูปี้สาวใช้คนสนิทของลี่เฉี่ยวเป็นางที่จะต้องรู้เื่นี้ดีกว่าใคร และเขาก็ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบกับนาง
“คุณชายไม่ต้องเป็ห่วงข้าจะรีบไปจัดการให้ท่าน”
“อย่ามัวแต่เพลินเื่ตัวเองล่ะ”
“ข้าไม่กล้าแต่ขอนิดหนึ่ง” หลังจากพูดจบเขาดิ่งไปที่จวนตระกูลหลิวทันที
จวนตระกูลหลิว
ลี่เฉี่ยวเรียกหาซูปี้ถามถึงชุดของเฟยิที่ให้เอาไปซัก ซูปี้ อ้ำ ๆอึ้งๆ ตอบแบบติดๆขัดๆ
“คือ.. ขะข้า..กลัวคุณหนูลำบากที่จะเอาไปคืนให้คุณชายหลี่
ก็เลยให้หยวนชิงเอาไปคืนแล้วเ้าค่ะ”
ลี่เฉี่ยวแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“ข้าบอกเ้าเมื่อใดว่าข้าลำบาก เ้าคิดไปเองทั้งนั้น ช่างเถอะ แต่อีกนานกว่าข้าจะได้ออกไปข้างนอก เ้ามีอะไรก็ไปทำ”
“เ้าค่ะ”
สักพักมีบ่าวที่ดูแลหน้าประตูจวนมาหาซูปี้แจ้งว่ามีคนมาพบ ชื่อฮ่าวอู๋นางได้ยินชื่อนี้ก็รีบไปขออนุญาตลี่เฉี่ยว
“เ้าจะออกไปได้อย่างไรเ้าก็ถูกห้ามออกไปข้างนอก” ลี่เฉี่ยวกล่าว
“ก็ไม่ต้องออกแต่ไม่ได้ห้ามให้คนที่รู้จักเข้ามาใช่ไหมเ้าคะ คุณหนูแค่อนุญาตให้เขาเข้ามา นะเ้าคะ”
“ก็จริงของเ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่เ้า คนมีความรักห้ามไปก็เท่านั้น”
“คุณหนู อย่าล้อข้าเล่นเดี๋ยวมาเ้าค่ะ”
ซูปี้มาที่หน้าประตูจวนแจ้งบ่าวที่เฝ้าประตูว่าลี่เฉี่ยวอนุญาตให้ฮ่าวอู๋เข้ามาได้ นางพาฮ่าวอู๋ไปคุยในที่หลบมุม
“ฮ่าวอู๋!เ้ามาได้อย่างไร คิดถึงข้าเหรอ”
ฮ่าวอู๋ อมยิ้ม
“อืม หืม ก็ด้วย”
“ตอนนี้ข้ากับคุณหนูถูกห้ามออกนอกจวน”
“เกิดอะไรขึ้น”
“ข้าอยากรู้เื่ของเ้าก่อน”
“ข้ามีเื่ที่จะถามเ้าเกี่ยวกับคุณหนูของเ้า”
“คุณหนูของข้ามีอะไรเหรอ”
“ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูของเ้าจะหมั้นหมายเป็เื่จริงหรือไม่”
“หมั้นกับใครถ้าคุณหนูของข้าจะหมั้นคนแรกที่รู้ ต้องเป็ข้าสิ”
“นั่นสิ ข้าว่าแล้ว ต้องไม่ใช่เื่จริงทำเอาคุณชายของข้ากังวลใจอยู่ไม่เป็สุข”
“แล้วเ้าไปเอาเื่นี้มาจากไหน”
“ข้าว่าน่าจะเป็นางหยวนชิง ข้าเห็นนางมาที่จวน แต่ข้าไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย ”
“หยวนชิง! ใช่ ต้องเป็นางแน่ ๆ นางรีบจะเอาชุดคุณชายหลี่ไป ข้ายังไม่ทันคิด”
“งั้นนางก็แต่งขึ้นเองงั้นเหรอ”ฮ่าวอู๋ยังสงสัย
“หรือว่า.....”
“หรือว่าอะไร”
“วันที่ฝนตกวันที่คุณหนูอยู่กับคุณชายหลี่ จริงๆแล้ววันนั้นนายท่านจะให้คุณหนูเข้าวังเพื่อให้คุณหนูไปหาคู่ แต่พวกเราไม่รู้หรอก ว่านายท่านจะให้ใครมาเป็คู่กับคุณหนู เป็เพราะคุณหนูตั้งใจแต่งตัวเช่นนั้นวันนั้นพวกเราก็เลยไม่ได้เข้าวังกัน แล้วก็โดนสั่งห้ามออกนอกจวน เื่ก็มีอยู่แค่นี้”
ฮ่าวอู๋พยักหน้า
“ข้าเข้าใจแล้วหยวนชิงนางก็เลยแต่งเติมแต้มสีตีไข่ แล้วนางทำเพื่ออะไร... จะยังไง ไม่ว่านางจะทำเพื่ออะไร เ้าควรจับตาดูนางไว้”
“อืม..ได้” ซูปี้พูดอย่างหนักแน่น
“เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะไปรายงานคุณชาย”
“ข้าเองจะไปรายงานคุณหนูเช่นกัน”
หลายวันต่อมา
ราชทูตเดินทางมายังแคว้น ชิงหยาง องค์ชายรองและหลิวอี้เฉิงควบม้า ออกไปต้อนรับด้วยตนเอง พร้อมทหารอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนเข้าเมืององค์ชายรองให้หลิวอี้เฉิงสนทนากับราชทูตเป็การส่วนตัวโดยยื่นข้อเสนอบางอย่าง เพื่อจะทำให้องค์รัชทายาทถูกปลด และให้องค์ชายรองได้เป็องค์รัชทายาทแทนครั้งแรกที่ราชทูตได้ยินเขาใเป็อย่างมาก
“เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้ท่านเป็ฏหรือ”
“องค์ชายรองมีสิทธิ์ได้เป็องค์รัชทายาท ถ้าองค์ชายรองได้เป็รัชทายาทแน่นอนข้าและพระองค์ต้องช่วยให้ท่านได้เป็พระาาแห่งแคว้นเค่อฉิง”
“ท่านอยากให้องค์รัชทายาทถูกปลดแต่จะให้ข้าเป็ผู้กระทำเช่นนั้นความผิดก็เป็ข้าผู้เดียวงั้นหรือ”
“แล้วถ้าข้าสามารถทำให้ท่านกระทำโดยไม่มีความผิดละ อีกอย่างท่านยังจะได้รับความช่วยเหลือจากข้า โอกาสดีเช่นนี้วิ่งเข้าหามีเื่ใดให้ต้องคิดกัน”
ราชทูตเงียบไปพักหนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า
“ท่านมีแผนเช่นไร”
หลิวอี้เฉิงเดินเข้าใกล้ใช้น้ำเสียงที่เบาลง แล้วบอกแผนการอย่างละเอียด ด้วยความโลภทะเยอทะยาน ราชทูตยอมรับข้อเสอนขององค์ชายรอง
หลังจากตกลงกันเรียบร้อยก็เดินทางเข้าวังมายังท้องพระโรง
ราชทูตทำการคารวะองค์รัชทายาทเพราะในขณะนี้ฮ่องเต้ทรงกำลังพระประชวร ทั้งการจัดงานและตัดสินใจทางการเมืองล้วนแล้วแต่เป็องค์รัชทายาทซึ้งได้รับมอบอำนาจนั้น ทั้งหมด
แคว้นเค่อฉิงขึ้นชื่อว่าเป็เมืองที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งยารักษาโรค สมุนไพรชั้นดีแบบฉบับของแคว้น ไพร์เป็สิ่งวิเศษสำหรับแคว้นเขาเป็อย่างมากคนที่จะได้ล้วนแล้วแต่เป็ผู้สูงศักดิ์ ราชทูตนำมาถวายให้กับองค์รัชทายาท และบอกสรรพคุณต่อหน้าขุนนางที่ร่วมอยู่ในงาน
“ไพร์ นี้ช่วยฟื้นฟูอวัยวะภายในร่างกาย ทำให้มีกำลังราวกับย้อนวัยได้ห้าถึงสิบปีเลยทีเดียวพ่ะย่ะค่ะ”
“ช่างน่าทึ่งเสียจริงถ้าท่านพี่ได้ดื่มของดีเช่นนี้ทุกวัน คงจะมีอายุยืนยาวเป็ร้อยปี” องค์ชายรองกล่าว
“คงไม่น่าสนุกหรอกกะมั้งถ้าได้อยู่ถึงอายุปูนนั้นข้าคงจะเหงา ดีเลยเช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะนำไปถวายเสด็จพ่อ”
องค์รัชาทายาทยื่นให้องครักษ์จ้านผิงไว้เพื่อนำไปถวายให้กับฮ่องเต้
ราชทูตกับองค์รัชทายาทตกลงทางการเมืองกันเป็ที่เรียบร้อยทั้งสองฝ่ายต่างพอใจในข้อตกลง เป็พันธมิตรซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน
บุตรชายบุตรสาวของเหล่าขุนนางได้รับอนุญาตให้มาร่วมในงานด้วยทุกคนดื่มด่ำในงานอย่างสนุกสนาน รวมทั้งทหารของแคว้นเค่อฉิงเพลิดเพลินกับนางรำที่งดงามแสดงถึงเอกลักษณ์ของเมืองชิงหยาง ในขณะนั้นองค์ชายรองเหลือบไปเห็นสตรีนางหนึ่งนั่งอยู่โต๊ะท้ายๆตรงด้านหน้าถัดจากโต๊ะกลุ่มขุนนาง
นางดูร่าเริง หน้าตาสดใสโดดเด่นจึงหันไปถามหลิวอี้เฉิง
“แม่นางผู้นั้นเป็ใครกัน”
หลิวอี้เฉิงได้ที ยิ้มกว้างแล้วพูดว่า“นางเป็บุตรสาวคนเดียวของกระหม่อมเอง หลิวลี่เฉี่ยวอายุนางก็ควรที่จะออกจวนได้แล้ว แต่นางยังไม่มีผู้ใดในใจ เฮ้อ กระหม่อมคงต้องรอต่อไป” หลิวอี้เฉิงแสดงสีหน้าท่าทางผิดหวังกับบุตรสาวที่ยังไม่ได้ออกจวนเขาไม่ได้แนะนำลี่เฉี่ยวให้องค์ชายรองรู้จักแบบตรงไปตรงมา เขาเพียงจัดการให้นางดูโดดเด่นและจัดที่นั่งให้องค์ชายรองมองเห็นนางได้ถนัดทำเช่นนี้เพื่อจะได้รู้ว่าองค์ชายรองมีท่าทีอย่างไร เมื่อเห็นลี่เฉี่ยวและจะได้ไม่เป็การเสนอบุตรสาวตนจนออกนอกหน้า
เป็ไปอย่างที่คิด หลิวอี้เฉิงเห็นแววตาองค์ชายรองที่มองลี่เฉี่ยว ราวกับเห็นหยกสะท้อนแสง หลิวอี้เฉิงยิ้มยกมุมปากเล็กน้อยในขณะที่สีฮ่าวหรานก็อยู่ด้วย เหมือนว่าเขาก็เห็นสีหน้าแววตาองค์ชายรองที่มองลี่เฉี่ยวเช่นกันจึงพูดขึ้นขัดจังหวะ
“บุตรสาวของกระหม่อมก็มาเช่นกันอยู่ทางโน้นพ่ะย่ะคะ” เขาชี้ไปทางบุตรสาวตน องค์ชายรองเหลือบตามอง พยักหน้าหนึ่งครั้งเพื่อรับรู้เท่านั้น
บุตรสาวของเหล่าขุนนางส่วนมากก็มาในงานกันแต่ทว่าเฟยิบิดาเขาชวน แต่ก็ไม่ยอมมา จะมาก็แต่บุตรคนโตหลี่ซีห่าวกับภรรยาและญาติผู้น้องของภรรยาซี่ห่าว นางเข้าใจว่า เฟยิน่าจะมาในงานนี้เช่นกัน นางเป็ผู้ที่ขุนนางหลี่จะให้หมั้นหมายกับเฟยิแต่ไม่เป็อย่างที่นางคิดเพราะเฟยิในตอนนี้ไปเดินเที่ยวเล่นกับฮ่าวอู๋
ขณะที่เฟยิกับฮ่าวอู๋เดินเล่นในตลาดอยู่ ๆ ก็มีคนลากรถผ่านหน้าไป มีผ้าที่ปกคลุมสิ่งของบนรถถูกลากด้วยความเร่งรีบ คันแรกเฟยิไม่ได้สนใจเพียงมองตามแล้วรถผ่านไป แต่อีกไม่นาน มีคันที่สองลากผ่านไป เฟยิเอะใจ
“พวกเขาขนส่งสิ่งใดกันและดูเหมือนจะเร่งรีบ”
เฟยิเห็นความผิดปกติ ชวนฮ่าวอู๋แอบติดตามไปดู รถลากถูกลากเข้าป่าไปตามๆ กันถูกรวบรวมไว้หลังเขา มีฉกรรณ์ดูแข็งแรงเดินถืออาวุธเพ่นพ่าน
“หรือนี่จะเป็เสบียงอาหารถูกนำมาไว้เพื่อคนพวกนี้ แล้วพวกเขามาทำอะไรกันที่นี่”
“คุณชายเรากลับกันก่อนไหม ดูไม่ค่อยจะปลอดภัยเลย”
เฟยิหันไปมองสีหน้าไม่พอใจแล้วพูดว่า “เ้าขี้ขลาด”
แต่จู่ ๆ ก็หันหลังเดินกลับหน้าตาเฉย ฮ่าวอู๋มองตามชวนสงสัย
“อ่าวคุณชายไหนบอกข้าขี้ขลาด แล้วท่านจะไปไหน”
“จะเสียงดังให้พวกมันได้ยินรึไงหรือเ้าจะอยู่ต่อก็ตามใจ”
เฟยิเก็บเื่นี้ไว้ไปถามข่าวกับเหอซานต่อ