ผ่านไปไม่นานฟูหลิวกลับมาพร้อมห่อยาสองห่อ “เอาห่อยามาให้ข้าเจ้าไปเตรียมถังอาบน้ำใส่น้ำสามส่วนสี่มาสองใบ” ฟูหลิวพลันรีบออกไปตระเตรียมตามสั่งที่ท่านอาจารย์สั่งอย่างคุ้นชินออกไปไม่นานมันยกถังอาบน้ำอยู่เหนือหัวมาสองใบ ถังอาบน้ำที่อยู่เหนือศีรษะน้ำในถังไม่กระเซ็นออกเพียงสักหยดก่อนวางต่อหน้าอาจารย์ “ข้าเอามาแล้วท่านอาจารย์” ท่านอาจารย์ยืนอยู่ระหว่างถังน้ำทั้งสองมันรีบแกะห่อยาทั้งสองห่อ มือซ้ายถือห่อผงสายรุ้งเจ็ดสีมือขวาถือห่อผงฟืนคืนปราณท่านอาจารย์เทผงยาใส่ถังอาบน้ำทั้งสองพลังปราณไหลออกจากฝ่ามือประสานกับน้ำแต่ละถังเกิดน้ำวนขนาดเล็ก
“ฟูหลิวเจ้าเอาเจ้ากงซุนแช่งถังน้ำขวามืออาจารย์แล้วเอาศิษย์น้องเจ้าแช่งถังน้ำด้านซ้าย”ฟูหลิวได้ยินอย่างนั้นมันชะงัดพลันเอ่ยถามอาจารย์ด้วยความลังเล “ท่านอาจารย์…เอาศิษย์น้องแช่งถังน้ำด้านซ้ายถูกต้องแล้วใช่ไหม”ท่านอาจารย์ขมวดคิ้วเป็นปมลึกแฝงไปด้วยความหงุดหงิด “ข้าสั่งอะไรไป…เจ้าแค่ทำตามก็พอ”ฟูหลิวสั่นสะท้านไปทั้งร่างพลันทิ้งความลังเลไปหมดสิ้น มันเร่งรีบนำศิษย์ทั้งสองแช่งถังน้ำตามที่ท่านอาจารย์สั่ง วินาทีที่นำเฟยซุนแช่งน้ำ สายรุ่งแต่ละสีอาบไหลพันตัวศิษย์น้องอย่างหนาแน่นเข้าแทรกซึมสู่ชั้นผิวหนังอย่างช้าๆ ฟูหลิวถึงไม่อาจอดกลั่นความตื่นเต้นที่มันพบเจอกับตาได้“สมกับเป็นยอดยาชั้นเลิศ”
“อาการของเจ้ากงซุนไม่หนักนัก เพียงแค่มันสูญเสียปราณออกจากร่างไปจำนวนมากให้มันแช่งน้ำที่ข้าผสมผงยาไว้ เพียงสามชั่วโมงอาการมันก็น่าดีขึ้น ส่วนศิษย์น้องเจ้านั้นข้าก็ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้เพราะเส้นลมปราณของมันพิสดารยากที่เข้าใจ จากที่ข้าทดลองถ่ายปราณเข้าร่างมันหนึ่งส่วนทว่าร่างกายมันสามารถดูดซับพลังปราณเพิ่มเติมอีกหนึ่งส่วนแม้แต่ข้าก็ยังไม่อาจหาเหตุผลอะไรมาเทียบเคียงได้ ดูท่าการฝึกปรือให้เจ้าเฟยซุนอาจต้องเปลืองทรัพยากรเป็นจำนวนมากโข”ฟูหลิวพยักตอบ รับฟังอย่างตั้งใจ “เป็นเช่นนี้” ฟูหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอย่างนอบน้อมฟูหลิวเดินไปยังถังน้ำของศิษย์น้องที่นั่งแช่งน้ำอยู่ “ศิษย์น้องข้าไม่รู้ว่าข้าจะอิจฉาเจ้าหรือสงสารเจ้าดีกว่ากัน”ฟูหลิวเย้าแหย่ศิษย์น้องอย่างเป็นกันเอง “ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ทั้งสอง ถ้าหากข้าไม่มีพวกท่านค่อยชี้แนะข้าเองก็ได้ฝึกฝนแบบครึ่งๆกลาง ร่างกายข้าที่ท่านอาจารย์แจงให้ฟังข้าก็พึ่งรู้พร้อมพวกท่าน ข้าไม่อาจรู้ตัวเลย” เฟยซุนยกมือประสานคาระท่านอาจารย์และศิษย์พี่ทั้งสองท่านอาจารย์โบกให้อย่างไม่ใส่ใจ
“เก็บคำขอบคุณไว้บอกลี่เซียนเถอะ เพราะหากไม่มีนางขอไว้ละก็…ข้าจะเลาะฟันเจ้าให้หมดปาก”เฟยซุนสั่นสะท้านไปทั้งร่างพลันรีบพยักหน้ารับคำของอาจารย์อย่างรวดเร็วทว่าฟูหลิวและกงซุนแม้จะเคยได้ยินเรื่องเล่าเช่นนี้แต่หารู้เหตุผลที่แท้จริงไม่แววตาทั้งสองเกิดคลื่นละลอกตื่นตระหนกขึ้นเพียงครู่ก่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย สีหน้าของเฟยซุนยามจ้องมองศิษย์พี่กงซุนแฝงไปด้วยความนับถือ“ศิษย์พี่กงซุน เป็นข้าที่ทำท่านต้องลำบากเช่นนี้ ข้าขออภัยท่านด้วย” กงซุนที่นั่งแช่ในถังน้ำพยักหน้าให้ศิษย์น้องเบาๆ“เจ้าไม่ต้องคิดมากเช่นนี้ ข้าไม่เป็นไรถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นศิษย์น้องข้า…เจ้าจำที่ข้าเคยพูดไม่ได้เหรอถึงอย่างไรพวกเราเป็น…พี่น้องกัน…”
สี่ชั่วโมงผ่านไป…
ศิษย์พี่ฟูหลิวนั่งพุดคุยกับกงซุนอยู่เงียบๆ จู่ๆก็มีเสียงเอ่ยขึ้นเบาๆ “เอาละ ครบสี่ชั่วโมงฟูหลิวให้พวกมันขึ้นมาจากถังน้ำได้แล้ว” ศิษย์พี่ศิษย์น้องพร้อมใจกันปีนออกจากถังน้ำทว่าถังน้ำของกงซุนยังอบอวลไปด้วยกลิ่นผงยาฟื้นปราณ ซึ่งต่างกับถังน้ำของศิษย์น้องเฟยซุนน้ำใสราวกับถังน้ำนั้นไม่เคยผ่านผงยาสายรุ้งเจ็ดสีมาแต่อย่างใดฟูหลิวที่สังเกตถังน้ำของศิษย์น้องมันก็ประหลาดใจเพียงเล็กน้อง ทว่าต่างกับท่านอาจารย์ที่นั่งมองอยู่ไม่ไกลก็สามารถเห็นสีน้ำในถังน้ำเฟยซุนอย่างชัดเจน‘เจ้าเด็กคนนี้ มันสามารถดูซับผงยาสายรุ้งเจ็ดสีได้จนหมด เจ้าเด็กนี้มีแต่เรื่องทำให้ข้าประหลาดใจ’ท่านอาจารย์หรี่ตามองเฟยซุนพลันลูบเคราเบาๆก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “วันนี้ข้าให้พวกเจ้ากลับไปพักได้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่” ท่านอาจารย์เอ่ยเสร็จโบกมือไล่อย่างเบื่อหน่าย
เฟยซุนสบัดมือเท้าอย่างช้าๆ แต่มันกลับต้องประหลาดใจกล้ามเนื้อแขนและขามันสลัดความเมื่อยล้าที่เคยมีไปจนหมดสิ้นมันต้องอุทานขึ้นภายในใจ ‘ยอดยา’ “ศิษย์พี่ผงยาสายรุ้งเจ็ดสี มันยอดยาใช่หรือไม่มันสามารถบรรเทาความเมื่อยล้าของข้าได้หายจนหมดสิ้น” เฟยซุนยังคงสบัดเท้าและสบัดมืออยู่“เจ้ารู้ไหม ผงยาสายรุ้งเจ็ดสีนั้น มันไม่เพียงบรรเทาความเมื่อยล้าได้อย่างที่เจ้าเข้าใจ…แต่ผงยามันยังสามารถโรยบนแผลที่ลึกถึงกระดูกสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้นานนับชั่วโมงเลยทีเดียว”เพียงคำพูดเหล่านี้หลุดออกจากปากของศิษย์พี่ฟูหลิว เฟยซุนพลันสะท้านขึ้นอย่างตื่นตระหนก“เหตุใด ท่านอาจารย์ถึงใช้ยอดยาบรรเทาอาการปวดสาหัสเช่นนี้กับข้าได้” เฟยซุนยังคงงุนงงกับความคิดของท่านอาจารย์“นั้นก็เป็นคำถามที่ข้าไม่อาจสามารถทำความเข้าใจได้…แต่เจ้ารู้หรือไม่…ผงยาสายรุ้งเจ็ดสีนี้…ถูกปรุงโดยผู้อาวุโสหลินหลินแห่งหอโอสถมังกรฟ้าครามโดยจะส่งมอบให้ผู้อาวุโสทุกท่าน สามเดือนจ่ายสองห่อ เหตุเพราะสมุนไพรบางตัวที่มีส่วนผสมในท้องตลาดหายากจึงมีราคาที่สูงมาก”ศิษย์ฟูหลิวเอ่ยเสร็จศิษย์พี่ทั้งสองพลันเดินหายจากไป ทิ้งศิษย์น้องผู้นี้ยืนโง่งมไม่ขยับไปไหนอยู่พักใหญ่‘ความคิดของท่านอาจารย์ เฮ้อ…ชั่งเดาใจยากเหลือเกิน’
ภายในมิติลับ ท่านอาจารย์ตงฟางนั่งศิลาหยกสีขาวหลับตาลงลึกถึงชั้นห้วงความคิด‘สมกับเป็นบุตรของจอมโจรที่มีชื่อเสียงระดับจักรวรรดิ์ ภายใต้ร่างกายอันปวกเปียกเช่นนี้กลับซ่อนเส้นลมปราณอันพิสดาร คงต้องขอดูหน่อยว่าเจ้าเด็กคนที่พึ่งเริ่มฝึกปราณไม่ถึงปีจะไปได้ถึงขั้นใดแต่ในระวางนั้นข้าคงต้องหมดทรัพยากรไปกับเจ้าศิษย์คนนี้เป็นจำนวนมากเป็นแน่น’ ภายใต้ห้วงความคิดใบหน้าท่านอาจารย์ขมวดเป็นปมอย่างไม่ทันรู้ตัว…
.
..
…
เพียงแสงแดดแรกยังไม่ทันปรากฏมาดั่งเช่นเมื่อวาน เฟยซุนมารอคอยท่านอาจารย์ตั้งแต่เช้ามืดอีกหนทว่าครานี้เพียงไม่ถึงสามอึดใจท่านอาจารย์เดินออกมาพบใบหน้าศิษย์ที่คุ้นเคย “เมื่อวานเจ้าก็มาตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ก็มาตั้งแต่เช้ามืด เจ้าตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอีกหรืออย่างไร” ท่านอาจารย์เอ่ยขึ้นอย่างเบื่อหน่าย“เมื่อคืนศิษย์ก็นอนไม่หลับเช่นกัน…เพราะศิษย์เริ่มฝึกปราณช้ากว่าคนอื่นศิษย์ไม่มีทั้งพื้นฐานร่างกาย พื้นฐานความรอบรู้และประสบการณ์ใดๆทุกสิ่งที่เข้ามาล้วนเป็นสิ่งใหม่ที่ศิษย์พึ่งเคยรับประสบการณ์” แววตาอันมุ่งมั่นเปล่งประกายอย่างมั่นคง “หึ ดูท่าเจ้ายังมีแรงเหลืออีกเยอะ…ดี ! ถ้ายังเจ้ายังเข็ดสินะงั้นเจ้าเข้าไปในมิติลับที่เดิม….ในนั้นมีแท่งไม้ปราณพฤกษาหนึ่งอัน มันคือแท่งไม้ที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณอันลึกลับเจ้าจงใช้มันซ้อมเตะให้ครบสามพันครั้ง”
“ขอรับท่านอาจารย์” มันเอ่ยเสร็จพลันเดินมุ่งหน้าไปยังมิติลับของท่านอาจารย์ด้วยสีหน้ามุ่งมั่นทว่าวินาทีที่เฟยซุนมุ่งหน้าไปรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นบนใบหน้าท่านอาจารย์ ‘ค่อยดูเถอะหากถ้าเจ้าคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นแล้วจะได้เสียใจ’ ท่านอาจารย์ลอบมองศิษย์ตัวน้อยที่เดินหายไปลับเข้าไปในมิติอันพิสดาร
มิตินั้นถูกปรับเปลี่ยนแตกต่างจากรูปแบบเดิมราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ‘ความรู้ทางด้านมิติ ต่อไปข้าคงต้องหาโอกาสศึกษาไว้บ้าง’ ภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาอุปกรณ์ฝึกแปลกตาปรากฎขึ้นพอสมควรแต่สิ่งสร้างความประหลาดใจที่สุดในที่มิติแห่งนี้กลับเป็นท่อนไม้เก่าๆสีน้ำตาลเข้มสูงสองเมตรที่ตั้งอยู่ใจกลางมิติด้วยภายในใจที่เต็มไปด้วยความสงสัย มันไม่รีรอก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆยืนจดๆจ้องๆอย่างพินิจ‘นี้ใช่แท่งไม้ปราณพฤกษาที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงหรือเปล่า”มันเกาหัวด้วยความงุนงงเพราะมันมองอย่างไรก็แท่งไม้นี้ไม่สามารถใช้ฝึกซ้อมได้มันนำมือลูบเนื้อไม้ช้าๆ ปราณลึกลับค่อยๆปรากฎขึ้นมาจากเนื้อไม้ปรากฏรอยสลักอักษรด้วยฝีมืออย่างปราณีต‘พฤกษาแข็งกล้าดุจศิลาไม่อาจหักหาญด้วยกำลัง’
ไม่อาจตัดสินด้วยตาเปล่าจริงๆ “แม้เป็นเพียงแค่แท่งไม้เก่าๆแต่สามารถกักเก็บปราณได้อย่างน่าอัศจรรย์” เฟยซุนย่อตัวก้มดูแท่งไม้ด้านล่างอย่างละเอียดอีกครั้ง‘ลึกลับ’ ตาสายเฟยซุนควบแน่นละทิ้งสิ่งต่างๆที่คิดในแง่ลบกับแท่งไม้ปราณพฤกษาตรงหน้า“เอาล่ะ ข้าขอลองดูหน่อยจะยากเพียงไหนเชียว”
ย๊ากกก
เฟยซุนคำรามเสียงต่ำก่อนตวัดเท้าอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ‘ปัง’ ปลายเท้ามันรู้สึกเหมือนกระทบกับของแข็งเพียงเสี้ยววินาทีก่อนพลัยสลายความเจ็บปวดจนหมดสิ้น“ทำไมข้ารู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างออกมาจากแท่งไม้เลย” มันเงยหน้ามองแท่งไม้ที่สูงสองเมตรปรากฎอักษรอันเลื่อนลาง‘หนึ่ง’ ศิษย์ทั้งสองข้างมันขมวดคิ้วลึก “แท่งไม้นี้สามารถนับจำนวนครั้งได้ด้วย”มันเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าลิงโลด “แบบนี้สามารถป้องกันการนับผิดพลาดได้อย่างดี” มันไม่รีรอให้เสียเวลามันตวัดเท้าใส่แท่งไม้อีกครั้งทว่าคราวนี้สายตาทั้งสองจับจ้องไปที่แท่งไม้อีกวินาทีที่ปลายเท้ากำลังกระทบแท่งไม้ปล่อยปราณขนาดเล็กออกมาสลายแรงปะทะหายสิ้นอย่างน่าประหลาดใจ“นี้มันเกินความว่าอัศจรรย์แล้ว มันคือของวิเศษชัดๆ” เฟยซุนไม่อาจสกัดกั้นความประหลาดใจไว้ได้ด้านหน้าแท่งไม้ปรากฏอักษรอีกครั้ง ‘สอง’ ด้วยสมองมันกำลังครุ่นคิดเรื่องแท่งไม้มันตวัดเท้าอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ด้วยความประมาท เท้าที่เป็นหลักไม่ทันได้วางเท้าอย่างมั่นคงส่งผลให้ฐานไม่ดีแรงเหวี่ยงลดไปเกือบครึ่ง‘แปะ’ เสียงเดิมที่เคยดังสะท้านมิติทว่าครั้งนี้ดังขึ้นราวกับกำลังตบมือเบาๆเท่านั้น ด้านบนแท่งปราณเดิมมีอักษรคำว่า ‘สอง’ อยู่ด้านบนในคราวนี้กลับไม่ปรากฏตัวอักษรใดๆเลย “อะไรกัน ทำไมมันไม่นับจำนวนครั้งให้ข้า” ทามกลางความสับสนที่ไม่อานจับต้นชนปลายไม่ถูก
ปลายเท้ามันถูกแรงส่งจากพื้นฟาดเข้ากับแท่งไม้อีกครั้งด้านบนปรากฎอักษรที่คุ้นเคย‘หนึ่ง’ อักษรที่ปรากฏบนแท่งไม้นั้น สามารถดึงดูดสติมันให้ลงสู่ห้วงความคิด มันยืนประมวลผลเหตุการณ์ต่างๆอย่างรอบคอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ถึงว่าท่านอาจารย์ไม่เอ่ยวาจาแนะนำแต่อย่างใด ที่แท้ท่านเล็งผลการฝึกไว้ยากถึงเพียงนี้…ข้าต้องเตะแท่งไม้ด้วยความแรงอันสม่ำเสมอถึงสามพันครั้ง”แววตาเฟยซุนเกิดระลอกคลื่นสะท้านแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงมันจ้องมองแท่งไม้อย่างแม่นยำ ปลายเท้าขวาถูกดีดออกจากพื้นฟาดกระทบเข้ากับปราณพิสดารของแท่งไม้ส่งผลให้เท้าขวาที่ถูกแรงสะท้อนดีดส่งกลับมาอย่างนุ่มนวลเท้าขวายังไม่ทันถึงพื้นถูกส่งออกไปยังแท่งไม้นั้นอย่างแม่นยำมันเตะแท่งไม้โดยไม่หยุดพักแม้งแต่น้อยเกิดเสียงดังสนั่นลั่นมิติไม่หยุดไม่หยอน
ปัง ปัง ปัง ปัง…
เสียงปลายเท้ากระทบปราณพิสดารของแท่งไม้ยังคงดังลั่นออกมาเรื่อยๆเป็นเวลานานติดต่อกันเวลาผ่านไปสามชั่วโมงเสียงกระทบก็ยังคงดังออกมาเรื่อยๆ จนจวบถึงชั่วโมงที่สีเสียงเริ่มแผ่วเบาต่างกันช่วงแรกอย่างชัดเจน ภายในมิติเฟยซุนนั่งหอบหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง‘แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก’ สายตาทั้งสองจดจ้องตัวอักษรด้านบนแท่งปราณอย่างโล่งใจ “เฮ้ออ…ในที่สุดก็ครบสามพันครั้งสักที…เพียงแค่ฝึกซ้อมเตะข้าเสียเวลาไปสี่ชั่วโมงกับแท่งปราณอันพิสดารนี้”
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปหลังจากเตะครบสามพันครั้งมันยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิมก่อนจะฝืนกายลุกขึ้นออกจากมิติด้วยความทุลักทุเลมันใช้เวลาไม่กี่อึดใจสามารถมายืนอยู่ใจกลางห้องโถงได้ ท่านอาจารย์ไร้ท่าทีสนใจต่อศิษย์ที่อยู่เบื้องหน้ามันกำลังใช้จมูกสูดดมกลิ่นหอมของน้ำชาอย่างสนใจ“น้ำชาดี กลิ่นเยี่ยม” ท่านอาจารย์กำลังจิบน้ำชาอย่างพิถีพิถันเฟยซุนยังคงจดจ้องท่านอาจารย์ด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เจ้าทำหน้าแบบนี้หมายความว่าอย่างไร”เฟยซุนพลันสะดุ้งอย่างตระหนก “ปะ…เปล่าขอรับ”ท่านอาจารย์ลุกขึ้นยืนลูบเคราอย่างช้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “แท่งไม้ปราณพฤกษาของข้า ใช้งานดีหรือไม่” เฟยซุนลอบมองใบหน้าพลันตอบรับด้วยการยิ้มแบบเจื่อนๆ“แท่งไม้ปราณพฤกษาต้นนี้แม้งดูลึกลับ แต่สามารถใช้งานได้น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง”
สายตาท่านอาจารย์ตวัดมองเฟยซุนอย่างฉับพลัน “เจ้ารู้หรือไม่ศิษย์พี่ทั้งสองของเจ้าก็เคยใช้งานแท่งปราณพฤกษามาแล้ว พวกมันใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้นแต่ตัวเจ้าใช้เวลามากกว่าสองเท่าของพวกมัน” ระดับเสียงค่อยๆถูกไต่ระดับจากนุ่มนวลกลายเป็นตวาดเสียงดังใส่ศิษย์ที่อยู่เบื้องนี้เฟยซุนพลันสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มันยืนก้มหน้านิ่งไม่อาจขยับกายได้ “เจ้าไปนั่งท่องอีกเล่มให้ได้ภายในวันนี้…ช่วงเย็นเมื่อศิษย์พี่พวกเจ้าเข้ามาข้าจะให้พวกมันเป็นคู่ซ้อมเจ้า” มันได้เพียงพยักหน้าตอบรับเบาๆ ไม่กล้าที่เอ่ยคำพูดใดๆออกมา‘ข้าจะดูสิ ว่าเจ้ามีความอดทนมากเพียงใด’ ท่านอาจารย์ตงฟางลูบเคราอันขาวโพลมองศิษย์ตัวน้อยเบื้องหน้าที่มันกำลังสั่นสะท้าน…