“ไอ้ชาวนาครั้งต่อไปที่พวกข้ามา ก็จงเตรียมเงินภาษีที่ดินไว้ด้วย!”
เด็กหนุ่มรวบรวมความกล้า “แต่…แต่ว่ารอบที่แล้วก็พึ่งจ่าย”
ผลัวะ
เด็กหนุ่มพูดไม่ทันจบ ทหารนายนั้นก็เตะหน้าเขาอย่างแรง ทำให้ฟันหักไปหลายซี่
“ยังจะพูดพล่ามอีกภาษีรอบหน้าหลังจากนี้อีกสามวันถ้าไม่มีแกก็ไปนอนในหลุ่มกับพ่อแม่แกเถอะ” ทหารถุยน้ำลายและหมุนตัวเดินออกไปเก็บภาษีครอบครัวอื่นต่อ
เด็กหนุ่มกำหมัดแน่น ไม่ใช้เพราะกลัว แต่เป็เพราะแค้น
เด็กน้อยมองไปรอบบ้านที่แทบไม่เหลืออะไร เพราะเขาขายเอาเงินไปหมดแล้ว บ้านที่เขาอยู่อาศัย บัดนี้เหลือเพียงอ่างล้างเท้าใบเก่า คงต้องเอามันไปใช้ในการขอทานเสียแล้ว
เขามีนามว่าซูผิงอัน อายุสิบสี่ปี อาศัยอยู่หมูบ้านสือชุน เป็ครอบครัวชาวนาทั่วไป
แม้ว่าครอบครัวเขาจักยากจนแต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ต้องไปขอทานเพื่อจ่ายภาษีแต่ก่อนพวกเขาพออยู่ได้แต่ทว่าเกิดาจึงต้องเพิ่มภาษี มารดาของเขาเหนื่อตายจากงานหนัก ส่วนบิดาตายเพราะถูกเสือร้ายบนูเาจับกินระหว่างเข้าป่าไปล่าสัตว์
บัดนี้ครอบครัวนี้เหลือเพียงเด็กหนุ่มเพียงคนเดียว ทว่าทหารเหล่านี้ยังคงไม่ปล่อยเด็กสิบสี่เช่นเขาไป
หยาดน้ำตาค่อยๆ หยาดไหลลงมา ยังสองแก้มที่บุ๋มลึก ท่านพ่อทำไมการที่ข้าจะต้องเข้มแข็งถึงได้ยากถึงเพียงนี้ ท่านแม่การที่ท่าน้าให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปทำไมมันถึงได้ทรมาณขนาดนี้…
เขาเหนื่อยล้าและอยากจากโลกนี้ไป แต่เป็คำสั่งเสียของมารดาที่บอกให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เขาอยู่ไปเพื่ออะไร? เขาไม่รู้ว่าการมีชีวิตอยู่มีความหมายอย่างไร หากจะให้มีเป้าหมายก็คงเป็การฆ่าทหารทีคอยกดขี่ข่มเหงชาวบ้าน
แต่เขาเป็แค่เด็กสิบสี่ปีผอมๆ แถมได้ยินมาว่าทหารมีบางคนฝึกพลังเซียนอยู่ด้วย เขาก็ได้แต่ยิ้มเยาะตัวเอง ชั่งฝันใหญ่โตจริงๆ
เขาดันตัวเองพร้อมหยิบอ่างขึ้นมาจะไปขอทาน แม้เขาจะไม่อยากทำก็ตาม แต่พลันมีเสียงเรียกจากนอกบ้าน
“พี่ซูผิงอัน!” หญิงสาวตัวน้อยวัยแปดขวบแก้มหน้าหยิก วิ่งเข้ามาและวางบางสิ่งลงในหม้อเก่าๆ ของเขา เสร็จภารกิจ ก็รีบวิ่งหนีไปเขาไม่มีเวลาพูดอะไรด้วยซ้ำ
ซูผิงอันก้มมอง เห็นเพียงเงิน 2 เหรียญทองแดง เขาอดยิ้มไม่ได้ แต่เขาต้องเอาเงินนี้ไปคืนไม่งั้น ลุงเจียงคงตีก้นไป๋ซีจนแดงแน่เลย
เด็กสาวคนนั้นมีชื่อว่า เจียงไป๋ซี เธออยู่หมู่บ้านเดียวกันกับซูผิงอันครอบครัวนางขายอาหารจึงพอมีเงินอยู่บ้าง แต่เมื่อเกิดา ครอบครัวนางเอง ก็ยังลำบาก ซูผิงอันจึงจะขอรับไว้แค่น้ำใจ
เมื่อเขาเดินทางมาถึงก็เห็นเจียงไป๋ซี กำลังวิ่งหนีจากไม้เรียวอยู่พ่อของนางบ่นขึ้น
“เธอใช้ไหมที่ขโมยเงินไปรู้ไหมมันไม่ดีเธอเอามันไปทำอะไร” ลุงเจียงบนปากเปียก แม้จะทำท่าเหมือนตี แต่ก็ตีไม่เคยโดนลูกสาวตัวเองเลย
ไป๋ซี เหมือนมองเห็นพระผู้ช่วย รีบมุดหางตัวเองมาหลบหลังซูผิงอันทำตัวน่าสงสาร ลุงเจียงเห็นเป็ซูผิงอันก็ขมวดคิ้ว ซูผิงอันดูไป๋ซีทำตัวน่าสงสารที่ต้นขาเขาก็กระแอมเล็กน้อย
“ลุงเจียงไป๋ซีแค่ฝากเงินไว้กับข้าเฉยๆ” เขาพูดไม่ทันจบดีลุงเจียงก็เค้นเสียงในลำคอ หึ และกล่าวขึ้น
“เป็แค่เด็กน้อยทั้งคู่จะมาหลอกผู้ใหญ่คิดได้ไง” ลุงเจียงเยาะเย้ย
“ไม่จำเป็ที่ข้าต้องแต่งเื่เพราะยังไงก็หลอกท่านไม่ได้อยู่แล้ว”
ซูผิงอันกล่าวอย่างนอบน้อม
“เหอะแค่นั้นไม่พอจ่ายภาษีด้วยซ้ำ” พูดเสร็จลุงเจียงก็โยนถุงเงินมาให้
“เอาไปซื้อของและเสื้อผ้าในเมืองใหม่เถอะข้าเห็นแล้วสงสาร” ลุงเจียงเดินหนีไป ซูผิงอันนิ่งอยู่อย่างนั้น ครอบครัวของลุงเจียงเองก็ลำบากเงินนี้ไม่ใช้น้อยๆ เขาอยากคืนเงินนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร เจียงไป๋ซีเห็นว่าบิดาเดินไปไกล พลันถอนหายใจเบาๆ
“พี่ซูผิงเหออย่าลืมซื้อถังหูลู่มาให้ข้าด้วยละ” ไป๋ซีเชิดอกแบนๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจ ไม่รับรู้ถึงความลำบากของบิดาเลยแม้แต่น้อย
ซูผิงเหอหยิกแก้มขาวๆ ของนางด้วยรอยยิ้ม บางทีการมีชีวิตก็มีบางสิ่งให้สุขใจเสมอ