“โอ้ โห.. หลานรัก อย่าบอกนะว่า คิดถึงปู่ขนาดต้องรีบบึ่งรถมาหา เสียงเบรกดังสนั่นไปทั่วเลย ฮ่า ๆ ไม่ได้เจอกันเสียนาน หลานของปู่ก็ยังหล่อเหลาเหมือนเดิมนะ”
“ท่านปู่..พอรู้ข่าว ผมก็รีบมาเลย ปู่ไม่ได้เป็อะไรใช่ไหมครับ แล้วก็ขอโทษด้วยครับที่ไม่ได้ไปรับ ไม่รู้ว่าท่านจะมาเร็วขนาดนี้” ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ใกล้กับผู้าุโ โค้งให้อย่างเคารพ
“อ้อ! พอได้ข่าวว่า หลานหาผู้หญิงไทยคนนั้นเจอแล้ว ปู่ก็ดีใจจนแทบทนรอไม่ไหว ทานากะบอกหลานหรือ? ว่าปู่เจ็บหนักน่ะ”
“เอ่อ..เปล่าครับท่านปู่ ไม่ใช่อย่างนั้น ผมได้รับข่าวว่ารถเกิดอุบัติเหตุ”
“อ้อ! ใช่แล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะ ปู่ไม่เป็อะไรมาก แค่ในิดหน่อยเท่านั้น” ดูเหมือนว่าผู้สูงอายุ จะยังไม่ได้สังเกต สีหน้าและแววตาของหลานชาย ที่คอยแต่จะเหลือบมองไปที่ห้องพักรับรองแขกอยู่บ่อยครั้ง
“ทานากะบอกว่า..รถคุณปู่ ชนคนหรือครับ?”
“อ้อ!ใช่แล้ว แม่หนูคนนั้น ปู่เห็นว่าอยู่ใกล้บ้านหลานมากกว่าก็เลยพาเธอมานอนที่นี่ แล้วเรียกให้ยูอิจิมาตรวจร่างกายให้เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าไม่มีอะไร เราไม่ได้ชนเธอ แต่เธอเป็ลมหมดสติไปก่อนที่รถจะถึงตัวเธอน่ะ”
“อย่างนั้นหรือครับ ค่อยโล่งใจหน่อย เอ่อ..ที่ปู่ไม่เป็อะไร” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างลืมตัว ไม่แน่ใจตัวเองนักว่า โล่งอกเพราะปู่ของเขาเอง หรือเพราะคนที่อยู่ในห้องนั้นกันแน่ ตอนนี้เองที่ผู้าุโกว่าสังเกตเห็นแววตาของหลานชายที่แสดงความเป็ห่วงเป็ใยคนเจ็บ ที่นอนอยู่ในห้องรับรองนั้น มันยังไงกันแน่นะ เ้าหลานชายคนนี้ หรือว่าเขารู้จักกับแม่หนูคนนั้น แต่ก็ช่างเถอะ เดี๋ยวก็รู้เองว่าอะไรเป็อะไร
“อืมม์..หลานจะไปดูแม่หนูนั่นหน่อยไหม ปู่ได้ให้มิกะดูแลหล่อนแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ” ประโยคที่ปู่ของเขาพูดตามหลังมาทำให้ใบหน้าของชายหนุ่ม แดงคล้ำขึ้นมาจนถึงใบหู ทำเป็ไม่รับรู้เื่ราว ก่อนจะขอตัว แล้วเดินตรงดิ่งไปยังห้องที่อยู่ทางปีกซ้ายของตัวตึก
เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็เจอกับมิกะที่กำลังเก็บอุปกรณ์เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับหญิงสาวร่างเล็กเสร็จเรียบร้อยพอดี ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่งสัญญาณให้หล่อนออกไปก่อน เมื่อลับร่างเมทสาวแล้ว ฮิโรยูกิก็เข้ามานั่งที่ขอบเตียงเล็ก เพื่อเพ่งพิศผู้หญิงรูปร่างผอมบาง ใบหน้าที่แดงคล้ำ คงเพราะพิษไข้ที่กำลังรุมเร้าจนใบหน้าที่เคยขาวใส กลับมีสีแดงมาแทนที่ ชายหนุ่มทอดตามองดวงหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกประหลาด ที่บังเอิญแล่นผ่านเข้ามาในศีรษะ หัวใจของเขาบัดนี้อ่อนยวบลงอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อได้เห็นใบหน้าที่ดูอิดโรย ไร้เรี่ยวแรง รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ ชั่ววินาทีนั้นชายหนุ่มเอื้อมมือเข้าไปใกล้ หมายจะััถึงความนุ่มที่เส้นผมเ่าั้ หากต้องรีบชักมือกลับเมื่อร่างเล็ก ขยับกายเปลี่ยนท่านอนหงายเป็นอนตะแคงไปอีกด้าน ส่วนตัวเขาเองก็เหมือนเพิ่งรู้สึกตัวรีบผลุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีทันใด
“หลานมีอะไรจะพูดกับปู่ไหม?” ร่างสูงพยักหน้าช้า ๆ ก้าวเข้าไปนั่งยังโซฟาตัวใหญ่หนานุ่ม ตรงข้ามกับผู้าุโ ลักษณะท่าทางดูภูมิฐานตามชาติตระกูล
“ผู้หญิงที่อยู่ในห้องนั้น..เป็กุญแจสำคัญ ที่จะทำให้เราสามารถหาตัวคนรักของปู่ได้ครับ..” ฮิโรยูกิ จึงเล่าเื่ราวทุกอย่าง นับั้แ่เจอตัวหล่อนและการนำตัวมาที่ญี่ปุ่น รวมไปถึงการจากไปของหญิงอันเป็ที่รักของท่าน
“อืมม์..เธอ..จากโลกนี้ไปแล้วจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงที่สั่นเครือ ฟังดูแล้วเหมือนไม่อยากเชื่อ แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อย หมดแรงกำลัง ฮิโรยูกิรู้ดีว่าปู่ของเขาคงเสียใจมากเมื่อรู้ว่าเธอจากโลกนี้ไปแล้ว
“แล้ว..แม่หนูนั่นล่ะ หลานจะจัดการกับหล่อนยังไง เธอพาตัวเขามาอย่างถูกกฎหมายใช่ไหม? เธอคงไม่ได้ทำอะไรที่เป็การทำร้ายคนที่ไม่รู้เื่ราวอะไรหรอกนะ” ชายหนุ่มที่มีแต่ความมั่นใจสูง ดูเข้มแข็งทุกวินาทีเมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูทางธุรกิจ รวมทั้งบรรดาลูกน้องคนสนิท แต่กับปู่ที่เขาเคารพรัก กลับอ่อนแอลงอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างสูงสง่าก้มหน้า ไม่กล้าสบตาผู้สูงอายุเท่าใดนัก
“เอาล่ะ..ปู่พอจะเข้าใจแล้ว ได้ยินว่า แม่หนูคนนั้น เป็พยาบาลใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็ให้เธอมาดูแลปู่ก็แล้วกัน เพราะถึงกลับไปเมืองไทย หล่อนก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน สู้อยู่ที่นี่ ปู่จะให้เงินเดือนหล่อนเอง และที่สำคัญปู่อยากตอบแทน ที่แม่หนูคนนั้นดูแลคนที่ปู่รักจนวินาทีสุดท้าย..เธอจะว่ายังไงฮีโร่”
“แล้วแต่ท่านเถอะครับ ต่อไปนี้..ผู้หญิงไทยคนนั้นผมมอบให้ปู่ก็แล้วกัน”
“ฮ่า ๆ อะไรกัน..ฮีโร่ เธอพูดราวกับว่า จำใจยกคนที่เธอรักให้คนอื่นอย่างนั้นล่ะ ฮ่า ๆ”
“อ๊ะ..ไม่ใช่นะครับคุณปู่ เธอไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมทั้งนั้น อย่าเข้าใจผิดสิครับ” คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน อมยิ้มที่มุมปากกับท่าทางของฮิโรยูกิ ระหว่างหลานชายสุดที่รักกับแม่สาวน้อยชาวไทยคนนั้น ต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นละก็.. เ้าหลานชายตัวดีของเขาคงไม่รีบแจ้นกลับมาราวกับพายุอย่างนี้หรอก
อากาศเริ่มเย็นลงเมื่อตะวันตกดิน ร่างเล็กนอนคุดคู้ มือบางควานหาผ้าห่มมาคลุม หวังพึ่งให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย น้ำรินยกมือขึ้นมาแตะศีรษะ ก่อนจะนิ่วหน้าเพราะรู้สึกปวด ชาหนึบไปหมดทุกส่วน ร่างกายร้อนผะผ่าวเ็ปประหลาด ๆ เหมือนมีเข็มเล่มเล็ก ๆ มาทิ่มแทงเข้าไปในผิวเนื้อให้รู้สึกตะครั่นตะครอ อ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนแทบยืนไม่ไหว
หิว..หิวน้ำเหลือเกิน ร่างบางลุกขึ้นจากที่นอนอย่างเมื่อยล้า พยายามชันตัวลุกขึ้นอย่างยากเย็น กำมือตัวเองแน่นจนเห็นเส้นเืขึ้นเป็แนว ที่ไหน? ..ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกัน ห้องใคร? บ้านใคร? เมื่อลุกลงจากเตียงได้มือเล็กก็ควานหาปลั๊กไฟในห้อง เดาเอาว่าน่าจะอยู่แถว ๆ ประตู เมื่อสายตาเริ่มปรับสภาพให้ชินกับความมืดได้แล้ว ไฟในห้องสว่างจ้าขึ้นมาทันทีที่กดสวิตซ์เปิด ตอนนี้หญิงสาวไม่ได้สนใจแล้วว่าห้องนี้เป็ของใคร รู้แต่ว่าร่างกายกำลัง้าน้ำอย่างมาก
น้ำรินเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า บนร่างกาย บัดนี้มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ นั่นก็คือสายน้ำเกลือ น้ำรินมองหาสิ่งที่กำลัง้าแต่ก็ไม่พบ น้ำดื่มแม้เพียงสักแก้วเดียวก็ไม่มี จึงจำเป็ต้องหิ้วถุงน้ำเกลือ ออกมาอย่างทุลักทุเล เมื่อออกมาจากห้องได้ น้ำรินถึงกับผงะ คุ้นจัง..เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ ห้องโถงกว้างใหญ่มหึมา ตรงกลางลานกว้างมีชุดโซฟาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บันไดโค้งครึ่งวงกลมยาวั้แ่ชั้นแรกจนกระทั่งชั้นสอง ส่วนประกอบภายในตัวบ้านช่างดูหรูหราอลังการ หรือว่า..
ภายในห้องใหญ่โตกว้างขวางนั้น สลัวเพราะม่านหนาหนักบดบังแสงไฟนีออนจากด้านนอก เ้าของห้องไม่ใส่ใจที่จะเปิดให้สว่าง ชายหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางแสงสลัว ๆ ทอดสายตาออกไปยังนอกตัวตึกนิ่ง ร่างสูงเดินไปมาอยู่แต่ในห้องของตัวเองอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน วันนี้เขานอนไม่หลับ พยายามไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เป็อยู่ด้านนอก หล่อนไม่สบาย ป่านนี้จะเป็อย่างไรบ้าง มิกะดูแลเธออย่างดีไหมนะ เอ๊ะ..ทำไมต้องเป็ห่วงหล่อนด้วย ก็แค่..รู้สึกผิดเท่านั้นล่ะ อาจเป็เพราะเขาที่ทำให้หล่อนไม่สบายหนักขนาดนี้ เขาพยายามเฉยไม่อยากรับรู้ว่าผู้หญิงไทยคนนั้นจะเป็เช่นไร หากหลายครั้งที่ร่างสูงคิดจะเดินออกไปดูหล่อนเสียหน่อย
ชายหนุ่มเ้าของห้องเดินกลับมาที่เตียงแล้วทิ้งตัวลงนอน หยิบรีโมทขึ้นมาเปิดทีวี เพื่อผลาญเวลาที่มันช่างวิ่งช้าเหลือเกินในความรู้สึกตอนนี้ เื่เมื่อตอนกลางวันที่ปู่ของเขา้าให้หล่อนมาเป็พยาบาลคอยดูแลท่านวูบหนึ่งเขารู้สึกยินดีขึ้นมาทันทีที่ผู้าุโไม่ได้รังเกียจผู้หญิงไทยคนนั้น ทำไมต้องรู้สึกดีที่จะมีหล่อนอยู่ที่นี่ด้วย แปลกใจตัวเองเหลือเกิน
อาการงุ่นง่านทำให้นอนไม่หลับเสียแล้ว สุดท้ายชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเดินไปที่ประตู ร่างสูงเดินย่ำลงบันไดโค้งครึ่งวงกลมยาวั้แ่ชั้นสองโค้งจนจรดลงมาถึงชั้นหนึ่งอย่างหงุดหงิดในหัวใจ ไม่แน่ใจตัวเองนักว่าเป็เพราะอะไร เดินตรงดิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อหยิบเครื่องดื่มในตู้เย็น เขาหยิบไวน์ขึ้นมาขวดหนึ่งแล้วจัดการเปิดขวดรินใส่แก้ว ก่อนจะยกขึ้นกรอกปากจนเหลือแค่เศษแตะอยู่ก้นแก้ว ภายในเวลาไม่กี่วินาที
เ้าของร่างสูงอยู่ในชุดนอนแพรราคาแพง ที่มีเพียงกางเกงตัวเดียว ถูกคลุมทับด้วยเสื้อคลุมกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ปล่อยชายลากยาวถึงน่อง สาบเสื้อที่เปิดกว้างเผยให้เห็นแผงหน้าอก กว้างขวางบึกบึน กล้ามเนื้อเป็มัด ๆ แสดงให้รู้ว่าเป็คนที่ดูแลตัวเองเป็อย่างดี ชายหนุ่มเดินออกมาที่ระเบียงหลังห้องครัว เพื่อสูดอากาศภายนอก อากาศบริเวณชานเมืองค่อนข้างเย็น เพราะต้นไม้ที่ปลูกเรียงรายกันจนรกครึ้ม แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง จมกับความคิดของตัวเองเพลิน ๆ ในมือประคองแก้วไวน์สีแดงก่ำ บัดนี้สะท้อนล้อกับแสงไฟนีออนด้านนอกส่องกลับมาสีเหมือนทับทิม ทำไมต้องใส่ใจกับผู้หญิงคนนั้นด้วยนะ ทำไมต้องนึกเป็ห่วงเมื่อยามที่หล่อนไม่สบาย ทำไมต้องร้อนใจจนข่มตาหลับลงไม่ได้ เขาถามตัวเองซ้ำ ๆ ซาก ๆ นับเป็ครั้งที่ร้อยได้แล้วกระมัง..
ใน่เวลาที่ชายหนุ่มกำลังจมอยู่กับความคิดอยู่นั้น ก็พลันได้ยินเสียงกุกกักดังอยู่ด้านในห้องครัว ชายหนุ่มพยายามเพ่งสายตาหันกลับไปมอง ร่างสูงเงี่ยหูฟังอยู่เป็ครู่ เสียงยังไม่เงียบทำให้เขาชักเอะใจ จึงตัดสินใจเดินกลับเข้าไปด้านในมืด ๆ ที่ยังไม่ได้เปิดไฟ ไอ้หัวขโมยคนนี้สงสัยว่ามันจะชะตาขาดเสียแล้ว ที่บังอาจบุกเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของเขาในยามวิกาลอย่างนี้ ชายหนุ่มยังไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้านในนั้นเป็ใคร มีอาวุธอะไรบ้างหากทำให้มันรู้ตัวก่อน เขาเองนั่นล่ะที่จะลำบาก ร่างสูงค่อย ๆ ย่างเท้าช้า ๆ อย่างเงียบกริบแลเห็นเป็เงาตะคุ่ม ๆ ค่อย ๆ เคลื่อนกายเข้ามา ดูเหมือนว่าเ้าโจรกระจอกจะไม่ค่อยชินกับความมืดสักเท่าไหร่ เพราะตลอดทางที่เข้ามามันเดินชนโน่นชนนี่ตลอดทาง เมื่อเห็นท่าไม่ดี ชายหนุ่มจึงตรงเข้าไปรวบตัวคนบุกรุกไว้ในวงแขนแกร่งอย่างรวดเร็ว
“ใครน่ะ? ฉันถามว่าใคร?!..ถ้าไม่ตอบฉันจะจับแกทุ่มลงกับพื้นเดี๋ยวนี้ล่ะ!” ร่างสูงขยับกายเข้ามาประชิดตัวไอ้โจรกระจอกในความมืดทันทีและล็อกตัวไว้จากทางด้านหลังอย่างง่ายดาย แต่เอ๊ะ! ทำไม? ไอ้โจรกระจอกมันถึงได้ตัวนิ่มนัก แถมขนาดตัวยังเล็กมากด้วย ความนุ่มนิ่มจากเรือนกายหอมกรุ่น ทำให้เขาคาดเดาเอาว่า คงเป็โจรผู้หญิง ชายหนุ่มก้มลงไปพูดจนชิดติดใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงไว้ด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม
น้ำรินสะดุ้งสุดตัว เมื่อร่างทั้งร่างถูกคนตัวใหญ่กอดกระชับ จากทางด้านหลัง แค่ัันี้หญิงสาวก็รับรู้ได้ทันที ว่าเป็ใคร บวกกับน้ำเสียงคุ้นหูที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ไม่เคยลืม
“ฉะ..ฉันเองค่ะ”
“เธอเองหรือ? ..มาทำอะไรในนี้ดึก ๆ ดื่น ๆ” ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย เอี้ยวตัว เอื้อมลำแขนเรียวยาวข้างหนึ่งเพื่อไปเปิดสวิตช์ ไฟที่อยู่ใกล้ ๆ ส่วนลำแขนแข็งแรงอีกข้างกลับยังกอดกระชับร่างแน่งน้อยไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย แสงไฟสว่างจ้าขึ้นทันทีร่างเล็กรีบก้มหน้า หลับตาหลบแสงไฟที่แยงมาจนแสบ จำต้องข่มตาไว้สักพัก เนื่องจากยังไม่ชินกับแสงที่ส่องเข้ามาอย่างรวดเร็วนั้น
“เธอตัวร้อนมากเลยนะ แล้วทำไมถึงออกมาเดินท่อม ๆ อยู่ในนี้ล่ะ? ทำไมไม่นอนพักอยู่แต่ในห้อง” ชายหนุ่มก้มลงมากระซิบติดริมหูหญิงสาว กระชับอ้อมแขนให้คนร่างเล็ก แนบชิดกับร่างของเขามากขึ้น ยังผลให้ร่างหนาัักับความร้อนจากร่างของอีกฝ่ายทันที มืออุ่นหนาใหญ่แข็งแรงวางแปะที่หน้าผาก คล้ายว่าเ้าตัวจะวัดไข้ตามแบบที่แม่เคยทำสมัยยังเป็เด็ก คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ น้ำเสียงห้วนห้าวต่อว่ากลาย ๆ พูดชิดเสี้ยวหน้าบางใสด้านข้าง น้ำเสียงคล้ายหงุดหงิดใจ ชักมือกลับทันที ที่รู้ว่าตัวหล่อนร้อนผะผ่าว พยายามพลิกร่างคนตัวเล็กให้หันมาสบตา
“ว่าไง..เธอเป็ไข้สูงมากเลยนะ เป็พยาบาลประสาอะไร ไม่รู้จักดูแลตัวเองเลย”
“หิว..หิวน้ำ..ขอน้ำกินหน่อย ได้ไหมคะ” น้ำเสียงแหบพร่า ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง ทำท่าจะล้มพับลง ดีที่ร่างสูงยังกระชับร่างเล็กนั้นเข้าหาตัว พยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงมานั่งที่โต๊ะอาหาร ชายหนุ่มรีบไปหยิบแก้วน้ำ กดน้ำร้อนผสมกับน้ำธรรมดา คนให้เข้ากันก่อนที่จะเอาแก้วน้ำมาจ่อที่ริมฝีปากบาง ทันทีที่แก้วน้ำแตะริมฝีปาก คนตัวเล็ก ก็รีบดื่มเข้าไปเสียหลายอึก ราวกับว่าไม่ได้ดื่มน้ำมาเป็เวลาหลายวันติดกัน
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>ฝากติดตามด้วยนะคะ