นานแค่ไหนไม่ทราบได้ที่เออร์วินไม่ได้ฝันยามนิทรา ด้วยชีวิตที่ผิดแผกจากคนทั่วไปทำให้เขามักจะต้องคอยระแวงและตื่นตัวอยู่เสมอแม้จะได้มาเกิดใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นก็ตาม ทว่าคืนนี้เขากลับฝันเขาฝันเห็นเธอคนนั้นที่เขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ จากนั้นเขาก็ฝันเห็นคนอื่น ๆ ที่เขาได้พบเจอภายนอกศูนย์วิจัยพวกคนเ่าั้ต่างยิ้มให้เขาอย่างเป็มิตร มีเด็กสาวที่ยื่นขนมปังให้เขา มีกลุ่มคนในชุดทหารรับจ้างและคนอื่น ๆ ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไรคนพวกนั้นก็ได้ยินคนเรียกชื่อเขาช้า ๆ
“เออร์...วิน...” เสียงนั้นเย็นะเืและชวนขนหัวลุก “เออร์...วิน...” เสียงนั้นใกล้เข้ามามากกว่าเดิม เหล่าผู้คนที่เด็กชายได้เห็นในความฝันต่างก็ค่อยเลือนหายไปจนความมืดเข้ามาปกคลุม “เออร์...วิน...” เสียงนั้นยังคงเรียกชื่อเขาต่อไป
เด็กชายรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่แสนจะนุ่มนิ่มและเต่งตึงที่ใบหน้าและมือของเขามันเป็ความรู้สึกที่แสนจะดึงดูดและไม่อยากผละจากมัน ก่อนที่จะมีแสงส่องเข้ามาในความมืดนั้น
“อือ...” เออร์วินลืมตาขึ้นช้า ๆ เขาหรี่ตาเพื่อให้ตาของเขาปรับตัวเข้ากับแสงแดดยามเช้า
“เออร์...วิน...” เสียงนั้นยังคงเรียกหาเขาต่อไป น้ำเสียงช่างดูเย็นะเืและคุ้นเคยจนเขาเริ่มหายจากอาการงัวเงียและรู้ถึงสาเหตุของความนุ่มนิ่มเต่งตึงที่เขาััได้ที่หน้าและที่มือเพราะตอนนี้หน้าของเขากำลังซุกอยู่กับสิ่งนั้นอยู่ พอเขาถอยศีรษะออกมาก็พบว่ามันคือหน้าอกคู่งามที่ขนาดไม่ใหญ่เกินและไม่เล็กเกินซึ่งอยู่ภายใต้เสื้อผ้าที่ดูมอมแมม และที่สำคัญมือข้างซ้ายของเขาก็ยังคงบีบอกคู่นั้นอยู่
เด็กชายหน้าแดงทันทีก่อนจะเหลือบมองใบหน้าเ้าของหน้าอกคู่นั้น พบว่าเธอคือเรเวนที่กำลังลืมตาสีม่วงขึ้นมาช้า ๆ เธอมองหน้าเออร์วินแต่ไม่ได้พูดอะไร เออร์วินกลืนน้ำลายลงคอค่อย ๆ ถอนมือออกมาช้า ๆ ขณะที่กำลังกระเถิบเพื่อให้ห่างจากเธอ เสียงที่เย็นะเืและคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังเขาอีกครั้ง
“เออร์...วิน...”
เด็กชายชะงักพร้อมความรู้สึกขนลุกซู่เขาเอี้ยวคอมองไปทางด้านหลัง ก็พบกับลิลิธพี่สาวของเขาที่ขณะนี้กำลังยิ้มแย้มแต่หน้าไม่ยิ้มพร้อมกับมีประกายสายฟ้าเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ รอบตัวเธอ เธอพูดช้า ๆ ว่า
“ตื่น...แล้ว...เหรอ...”
เออร์วินกลืนน้ำลายลงคออีกรอบขณะที่กำลังจะอธิบายประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างสาวน้อยเรเชลที่เข้ามาบอกว่า
“ท่านพี่ได้เวลาตื่นแล้วค่าวันนี้มาอาบน้ำกับหนูนะคะ หนูอยากให้พี่สระผมให้หนู...” เรเชลพูดยังไม่ทันจบก็ชะงักกับสิ่งที่เห็นบนเตียงเธอมองไปยังหญิงสาวแปลกหน้าที่ตอนนี้กำลังลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ตาสีม่วงของเธอกวาดมองระหว่างลิลิธกับเรเชล ก่อนจะมองไปยังเออร์วินที่ซึ่งยังนอนตะแคงข้างแถมขณะนี้ตื่นเต็มตาแถมยังเหงื่อตกกับสถานการณ์ในห้อง
“เออร์วินพวกเธอเป็ญาติเ้าเหรอ”
ความจริงหลังจากที่ทำการตกลงกับเรเวนแล้วเออร์วินก็ตั้งใจให้เธอเป็สาวใช้ส่วนตัวซึ่งเธอก็ไม่ขัด ความจริงเด็กชายจะให้อยู่ในถ้ำใต้หน้าผาไว้ก่อนก็ได้แล้วค่อยพาเข้าวังภายหลัง แต่เขากลับวางแผนเื่การสร้างกองกำลังส่วนตัวเอาไว้และ้าให้เธอช่วย
เออร์วินที่้าดำเนินการตามแผนให้เร็วที่สุดจึงตัดสินใจพาเธอมานอนในห้องเพราะมั่นใจว่าเขาจะตื่นก่อนแล้วพาเธอไปหาหัวหน้าสาวใช้ลาน่าแม่ของเรเชล แต่ไม่รู้เป็เพราะผีชักนำหรือยังไงวันนี้เขากลับนอนหลับลึกผิดปกติจนตื่นช้ากว่าลิลิธเสียได้
“แหมเรียกชื่อกันด้วยสนิทสนมกันจริงเลยนะ” ลิลิธพูดพร้อมรอยยิ้มที่ตาไม่ได้ยิ้ม เออร์วินที่เห็นว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ตัดสินใจลุกขึ้นมายืนบนเตียงแล้วปั้นรอยยิ้มออกมา
“นี่ทุกคนเพิ่งจะเคยได้พบกันสินะ นี่ลิลิธพี่สาวผมเอง ส่วนนั่นเรเชลน้องสาวผม ลิลิธ เรเชล นี่คือเรเวนคนที่จะมาเป็สาวใช้ส่วนตัวของผม”
แม้ว่าเออร์วินจะอธิบายไปแล้วแต่บรรยากาศในห้องกลับไม่ได้เปลี่ยนไป คราวนี้เป็เรเชลเดินมาหยุดที่ขอบเตียงก่อนจะพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า
“สาวใช้ส่วนตัว? แต่ที่หนูจำได้ท่านพี่ปฏิเสธที่จะมีสาวใช้ส่วนตัวมาตลอดไม่ใช่เหรอคะ”
เออร์วินอึ้งไปทันทีเขาไม่นึกเลยว่าไม่เพียงแต่พี่สาวของเขาแม้แต่น้องสาวก็มีท่าทางไม่พอใจด้วย ส่วนสาเหตุของความไม่พอใจนี้เออร์วินเองก็ยังงงอยู่เหมือนกัน
“นั่นสิเออร์วินพี่ก็จำได้ว่าเคยได้ยินเธอพูดแบบนั้นมาตลอดนี่นาว่าไม่้าสาวใช้ส่วนตัว แต่ถ้าเธอเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาก็บอกพี่ได้นี่ไม่เห็นต้องไปคว้าผู้หญิงไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจากไหนไม่รู้มาเลย” ลิลิธก็พูดต่อด้วยแววตาไร้อารมณ์ทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่ เรเวนที่ได้ฟังก็หรี่ตามองลิลิธก่อนจะพูดออกมาว่า
“ตายจริงช่างไม่สำเหนียกตัวเองเลยนะว่าเป็แค่เ้าหญิงในเมืองเล็ก ๆ สุดขอบทวีป”
ได้ยินเช่นนั้นลิลิธก็สลายรอยยิ้มทันทีหันจะหันไปมองเรเวนด้วยสายตาเ็าพร้อมกับกระแสไฟฟ้ารอบตัวเธอที่รุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรเวนกลับไม่ใส่ใจท่าทีของลิลิธแถมยังคงพูดต่อไปอย่างไม่กลัวเกรง “แต่จะไม่รู้ก็ไม่แปลกเพราะกบในกะลาน่ะมันไม่รู้ว่าตัวมันเล็กจ้อยขนาดไหนในโลกใบนี้”
พริบตาที่เรเวนกล่าวจบคำกระแสไฟฟ้าก็ห่อหุ้มตัวลิลิธแล้วพุ่งเข้าใส่เรเวนพร้อมกับที่มีอะไรบางอย่างมามัดตัวเออร์วินไว้แล้วดึงเขาไปทางเรเชล การเคลื่อนไหวของลิลิธนั้นรวดเร็วจนเห็นเพียงแค่กระแสไฟฟ้าพุ่งใส่เรเวน
ขณะที่ลิลิธกำลังจะเข้าถึงตัวเรเวนอีกฝ่ายกลับจมลงไปที่พื้นอย่างรวดเร็วจนหมัดที่หุ้มด้วยสายฟ้าของเธอพลาดเป้าไปแบบฉิวเฉียด ลิลิธที่เห็นว่าเป้าหมายของเธอหายไปเธอก็ชะงักก่อนจะรีบหมุนตัวพร้อมตั้งการ์ดรับสันมือของเรเวนจากทางด้านหลังจนตัวเธอปลิวลงไปที่พื้นนอกเตียง
เออร์วินที่เห็นการปะทะฝีมือของพี่สาวตนกับเรเวนถึงกับต้องยืนอึ้ง เกี่ยวกับความสามารถของลิลิธนั้นเขารู้ดียิ่งกว่าใคร เพราะเขาเป็คนออกแบบการฝึกให้เธอเองโดยใช้ความรู้จากโลกเก่าในเื่อิเล็กตรอนในอากาศ หรือเื่การเดินทางของกระแสไฟฟ้า โดยนำมันมาผสานเข้ากับการศึกษาเื่มานาของเขา ทำให้เธอสามารถใช้มานากระตุ้นอิเล็กตรอนในอากาศทำให้เกิดสายฟ้าได้โดยตรง นอกจากเป็การประหยัดเวลาเพราะข้ามขั้นตอนการร่ายคาถาและยังเป็การประหยัดมานาได้อย่างดีเยี่ยม
ทว่าเออร์วินกลับเห็นชัดเจนว่าตอนที่หมัดสายฟ้าของลิลิธกำลังถูกตัวเรเวน ตัวเรเวนกลับหายไปในเงาของเธอเองจากนั้นเงาของเธอก็หายไปในพริบตา ทันทีที่เงาหายไปตัวเรเวนก็พุ่งตัวออกมาจากเงาของลิลิธแล้วสับสันมือที่คอของลิลิธ
แต่สิ่งที่ทำให้เด็กชายอึ้งกลับไม่ใช่เวทที่เธอใช้แต่เป็การที่เธอใช้เวทได้โดยที่ไม่ต้องร่ายคาถา ควรทราบว่าเออร์วินใช้เวลาศึกษาและทดลองมานานนับแต่อ่านออกเขียนได้ จนค้นพบวิธีควบคุมการเคลื่อนไหวของมานาในร่างและได้นำมันมาประยุกต์ใช้ในแบบต่าง ๆ ทั้งย่างก้าวเงาภูตของเขาและการสร้างกระแสไฟฟ้าของลิลิธ
ซึ่งเทคนิคการควบคุมการไหลของมานานี้เป็สิ่งที่เขาไม่เคยเห็นใครทำได้มาก่อนทั้งในเมืองนี้และเมืองอื่นที่เขาไปทำการล่าค่าหัว และคิดว่านี่คือไพ่ใบหนึ่งที่เขามี แต่ตอนนี้เขากลับเห็นหญิงสาวคนหนึ่งทำได้ เด็กชายถึงกับคิดไปคิดมาในใจก่อนจะสรุปได้อย่างหนึ่ง ‘เวทประจำตระกูล’
ส่วนลิลิธตอนนี้ก็ตระหนกเกี่ยวกับการใช้เวทโดยไม่ร่ายคาถาของอีกฝ่าย ซึ่งลิลิธมองออกแต่แรกว่าแม้ว่าเรเวนจะไม่ได้ร่ายคาถาเหมือนเธอแต่การใช้เวทของเรเวนต่างจากเธอจึงสรุปได้ว่านี่คือเวทประจำตระกูล และนำไปสู่คำถามหนึ่งในใจลิลิธ
‘ผู้หญิงคนนี้เป็ใครกัน’
เวทประจำตระกูลเป็สิ่งที่สืบทอดทางสายเื เกี่ยวกับที่มาของเวทประจำตระกูลนั้นเป็สิ่งที่ยังไม่มีใครไขได้ แต่ที่รู้ก็คือตระกูลที่มีเวทประจำตระกูลได้จะต้องเป็ตระกูลที่มีความเป็มาไม่ธรรมดา ทำให้ลิลิธสงสัยในความเป็มาของอีกฝ่ายขึ้นมา
ขณะที่ลิลิธกำลังสงสัยในความเป็มาของเรเวนตัวเรเวนเองก็สงสัยในตัวลิลิธเช่นกัน เพราะเรเวนก็หลงคิดไปว่าการที่ลิลิธใช้เวทได้โดยไม่ต้องร่ายนั้นเป็เวทประจำตระกูลเช่นเดียวกับเธอ ทำเอาเธอสงสัยว่าทำไมพวกราชวงศ์ของเมืองเล็ก ๆ ที่สุดขอบทวีปอาร์เคนัสถึงมีเวทประจำตระกูลได้
และที่ทำให้เรเวนใไม่แพ้กันก็คือตอนที่เรเวนไปโผล่ที่ด้านหลังลิลิธแล้วฟาดสันมือไปที่ท้ายทอยจนลิลิธต้องหันกลับมาตั้งการ์ด เดิมเธอคิดว่าจังหวะนั้นลิลิธไม่ควรไหวตัวทันด้วยซ้ำ และที่สำคัญคือผลการปะทะเมื่อกี้กลับทำให้แขนของเธอยังคงชาอยู่แต่เธอก็ยังคงไม่แสดงอาการแต่อย่างใด
ที่เรเวนไม่รู้ก็คือนอกจากเออร์วินจะสอนการควบคุมมานาในร่างและยังสอนให้เธอใช้มานาเพียงน้อยนิดในการกระตุ้นอิเล็กตรอนในอากาศเพื่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าแล้ว เขายังสอนให้เธอรู้จักพื้นฐานชีวภาพของมนุษย์ว่าทุกคนล้วนมีกระแสไฟฟ้าในร่างกาย ทันทีที่เรเวนไปโผล่ที่ด้านหลังเธอลิลิธก็ััได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่อยู่ในตัวเรเวนและหันไปรับมือได้ทันท่วงที
เรเชลตอนนี้กำลังเหยียดแขนไปข้างหน้าพร้อมกางฝ่ามือ ด้านขวามือของเธอตอนนี้มีวงแหวนเวทโผล่ขึ้นกลางอากาศ โดยที่มีแขนั์ที่ทำมาจากดินเหนียวโผล่ออกมาจากวงแหวนเวทมากำตัวเออร์วินไว้ทำให้รู้ว่าเป็เธอนั่นเองที่ดึงเขาออกมา เออร์วินที่ไม่รู้จะทำยังไงเพื่อหยุดยั้งสถานการณ์ตรงหน้าก็มองหาเรเชลเพื่อขอความช่วยเหลือจึงสังเกตเห็นมือดินเหนียวที่กำตัวเขาอยู่แล้วถามเรเชล
“นี่เรเชลเวทธาตุดินของเธอพัฒนาไปถึงขั้นนี้แล้วเหรอยอดเลยนะ”
เรเชลที่ถูกชมก็หน้าแดงมือไม้ปั่นป่วนเป็พัลวัน
“มะมะไม่ถึงขั้นนั้นหรอกค่ะหนูน่ะยังต้องฝึกอีกเยอะ”
เรเชลกล่าวถ่อมตัวแต่เพราะเธอคลายท่าเหยียดแขนทำให้วงแหวนเวทด้านขวาสลายหายไป และเมื่อวงแหวนเวทมนตร์สลายหายไปแขนดินเหนียวก็สลายหายไปด้วย เออร์วินวางมือบนศีรษะของเรเชลแล้วกล่าวชมเธอ
“ไม่หรอกเรเชลน่ะเก่งมากเลยนะ”
ฝ่ายสาวน้อยที่ถูกชมก็หน้าแดงยิ่งกว่าเก่าพร้อมกับที่ใจเต้นไม่เป็จังหวะ ลิลิธที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับเรเวนก็เหลือบมองไปทางประตูห้อง ภาพที่เธอเห็นทำให้เธอกัดฟันและพูดลอดไรฟันออกมาว่า
“ยัยแมวขโมย”
จบคำสายฟ้าก็คลุมตัวเธอแล้วพุ่งเข้าใส่เรเชลทันที เออร์วินที่เห็นดังนั้นก็ใแต่ก็ไม่มีเวลาให้เขาร้องเดี๋ยวเพราะลิลิธเร็วมาก ฝ่ายเรเชลกลับหันฝ่ามือไปที่พื้นวงแหวนเวทก็ปรากฏบนพื้นพร้อมกับมีกำแพงหินโผล่ออกมาจากวงแหวนเวทสกัดกั้นการโจมตีของลิลิธได้อย่างทันที ลิลิธพุ่งเข้าใส่กำแพงหินจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมีเศษหินแตกกระจายไปทั่วห้อง
ลิลิธกระเด็นกลับมาแล้วหมุนตัวลงพื้นอย่างสง่างาม เธอมองไปที่กำแพงหินที่เธอปะทะเมื่อครู่พบว่าตัวกำแพงหินได้รับความเสียหายจนยับเยินแต่ตัวกำแพงกลับยังคงอยู่ เสียงหัวเราะเรเชลดังมาจากอีกฝั่งของกำแพง
“คิกคิก ท่านพี่ลิลิธหนูนึกว่าท่านพี่จะเก่งกว่านี้อีกนะคะเนี่ย นี่หนูคาดหวังมากไปรึเปล่าน้า”
จบคำกำแพงหินก็หายไปเผยให้เรเชลยืนคู่กับเออร์วิน ใบหน้าของเรเชลนั้นกลับแสดงออกอย่างท้าทายส่วนเออร์วินกลับมีสีหน้างุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้าเขาพยายามพูดกล่อมทั้งสองคน
“เอ่อ... นี่ทั้งสองใจเย็น...” เออร์วินยังพูดไม่ทันจบ เรเชลก็พูดออกมา
“ท่านพี่ลิลิธหนูหวังว่าท่านพี่คงไม่ได้มีดีเพียงแค่นี้หรอกมั้งคะ เพราะถ้าเป็เช่นนั้นขึ้นมาหน้าที่ปกป้องดูแลท่านพี่เออร์วินหนูคงต้องรับเองอย่างช่วยไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้นลิลิธก็กัดฟันกรอดประจุไฟฟ้าปรากฏขึ้นบนอากาศสามจุดรอบตัวเธอ ประจุทั้งสามมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็หอกสายฟ้าที่มีขนาดยาวสองเมตร พร้อมกับเร่งประจุไฟฟ้าที่ห่อหุ้มตัวเธอให้รุนแรงยิ่งขึ้น เธอมองไปที่เรเชลด้วยสายตาเ็าก่อนจะพูดว่า
“ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาฉันจะใจดีกับเธอมากเกินไปนะเรเชล”
ฝ่ายลิลิธก็ไม่ยอมน้อยหน้าเธอทำท่าพนมมือที่บริเวณอกแล้วหลับตา ตัวเรเชลตอนนี้ดูสงบอย่างไม่น่าเชื่อวงแหวนเวทมนตร์สองวงปรากฏขึ้นที่กลางซ้ายขวาแสงจากวงแหวนเวทส่องประกายกระทบใบหน้าเธอ แขนหินขนาดใหญ่สองข้างโผล่ออกมาจากวงแหวนเวททำท่าพนมมือเช่นเดียวกับที่เธอทำอยู่ เรเชลลืมตาขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะคลายท่าพนมมือแล้วเปลี่ยนเป็ท่าตั้งการ์ด แขนหินั์ทั้งสองก็ขยับเช่นเดียวกับแขนของเธอ
เห็นสถานการณ์เริ่มดูรุนแรงขึ้นก่อนที่จะเกิดการปะทะระหว่างพี่น้องของเขาเออร์วินจึงรีบเข้าไปยืนขวางหน้าทั้งสองคน เขาะโ
“ทั้งสองคนใจเย็นก่อนมีอะไรค่อย ๆ พูดค่อยจารากัน”
ทันทีที่เออร์วินเข้ามาขวางทั้งสองคนที่เตรียมปะทะกันก็หยุดชะงัก เรเชลก็สลายวงแหวนเวททั้งสองทำให้แขนหินสลายหายไปก่อนจะเข้ามากอดเออร์วินซุกหน้ากับแผ่นหลังของเขาแล้วทำเสียงร้องกระซิกจนเหมือนกำลังจะร้องไห้
“ท่านพี่เออร์วินหนูกลัวมากเลยค่ะหนูไม่อยากทำเลยนะคะ แต่ว่าท่านพี่ลิลิธน่ากลัวมากเลยหนูไม่มีทางเลือก”
“เอ่อ...นี่”
เออร์วินพูดไม่ออกเกี่ยวกับท่าทีที่เปลี่ยนไปมาของน้องสาวต่างมารดาคนนี้ ลิลิธที่เห็นดังนั้นจึงต้องร้อง “ชิ” แล้วสลายหอกสายฟ้าแล้วคลายการห่อหุ้มตัวเธอด้วยกระแสไฟฟ้า เธอมองไปพบว่าเรเชลยังคงกอดน้องชายเธอโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยง่าย ๆ แถมเธอยังแอบโผล่หน้าออกมาแลบลิ้นใส่ลิลิธโดยไม่ให้เออร์วินรู้อีกต่างหาก
“ยัยเด็กนี่” ลิลิธกัดฟันพูดลอดไรฟันก่อนจะเดินไปหาเออร์วิน ถามน้องชายเธอว่า
“จะกอดกันอีกนานไหม”
“เอ่อ...” เออร์วินเหลียวมองเรเชลไม่รู้จะพูดอะไร เรเชลซุกหน้ากับแผ่นหลังเขาแล้วร้องออกมาโดยไม่เงยหน้า
“ท่านพี่คะหนูกลัว”
ได้ยินดังนั้นเออร์วินก็ไปไม่ถูกเพราะเขาหาทางเชื่อมเด็กผู้หญิงที่บอกว่ากลัวคนนี้กับเด็กผู้หญิงที่เพิ่งใช้เวทมนตร์เรียกแขนหินออกมาเมื่อครู่ไม่ได้เลยสักนิด
เรเวนที่ตอนนี้ยังคงยืนอยู่บนเตียงมองความสัมพันธ์ที่ชุลมุนของทั้งสามคนโดยมีเด็กชายเป็ศูนย์กลางด้วยสายตาที่เ็าที่ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรในใจ
“ครอบครัวงั้นเหรอ” เธอพึมพำออกมาก่อนจะมองไปที่เด็กชายที่ยืนระหว่างกลางกับพี่สาวและน้องสาวของเขา แม้ว่าจะไม่มีใครบอกเธอเื่ความสัมพันธ์ของพวกเขาแต่จากสีของั์ตาคำเรียกขานเธอก็พอเดาได้ราง ๆ แม้ว่าเธอจะไม่มีพี่น้องเพราะเป็ลูกสาวคนเดียวแต่ก็พอมองออกว่าทั้งสองคนนั้นให้ความสำคัญกับเด็กผู้ชายคนนั้นขนาดไหน