บทที่ 6 ไม่ต้อนรับ
“พี่สาว…” แม้แต่พูดลู่ชิงเมิ่งยังไม่กล้า
เธอไม่รู้ว่าควรพูดอะไรถึงจะสามารถระงับความโกรธของพี่สาวได้
“ย่าอยากเจอเธอ! รีบพาขอทานนั่นกลับมาเดี๋ยวนี้!” พอพูดจบ อีกฝั่งก็วางสายไปทันที
ลู่ชิงเมิ่งถอนหายใจยาว ตบอกอิ่มของตัวเองเบา ๆ
“เป็คนจากตระกูลลู่เหรอ?” หลัวเซิงถามด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
ลู่ชิงเมิ่งพยักหน้า “ตระกูลลู่โทรมาบอกว่า ย่ารู้แล้วว่าคุณกลับมา เธออยากให้ฉันพาคุณไปพบเธอ”
“พวกเขารู้จักผมด้วยเหรอ?”
หลัวเซิงชะงักไปเล็กน้อย เพราะตอนแรกเขาเป็คนจากไปโดยไม่บอกกล่าว สำหรับคนในตระกูลลู่ หลัวเซิงไม่เคยพบเจอพวกเขาเลย
“ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณในอดีต พวกเขาสืบมาหมดแล้ว แต่หลังจากคุณจากไป ก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย หลายปีมานี้คุณไปอยู่ที่ไหนมา”
ลู่ชิงเมิ่งถามด้วยความสงสัย
“ผมเหรอ ผมอยู่ต่างประเทศมาตลอด ทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีอะไรน่าพูดถึงหรอก” หลัวเซิงเตรียมคำพูดเอาไว้แล้ว เขาเปิดปากตอบอย่างกลบเกลื่อน
หลังจากนั้น ลู่ชิงเมิ่งพาหลัวเซิงไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง เพื่อซื้อของเยี่ยมเยียนและอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ
ตอนออกมา เธอเหมือนนึกอะไรได้ จึงพูดขึ้น
“ถ้าลุงพูดอะไรไม่ดีใส่ อดทนหน่อยนะ อย่าไปใส่ใจพวกเขาเลย”
ลู่ชิงเมิ่งแอบมองปฏิกิริยาของหลัวเซิง เธอกลัวว่าเขาจะรู้สึกไม่สบายใจ จึงรีบเสริมขึ้นทันที
“ยังไงพวกเขาก็เป็ผู้ใหญ่ในครอบครัว ่หลังมานี้ย่าสุขภาพไม่ค่อยดี ทนต่อความโกรธไม่ได้”
หลัวเซิงฟังน้ำเสียงปรึกษาหารือของลู่ชิงเมิ่ง แล้วมองดูลูกสาวในอ้อมแขน สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้า แสดงว่ายอมรับได้
ลู่ชิงเมิ่งถือของขวัญ ส่วนหลัวเซิงอุ้มเสี่ยวซือเหยา ทั้งสามเดินทางมาถึงบ้านหลังใหญ่ของตระกูลลู่
“หลัวเซิง อย่าลืมสิ่งที่เราคุยกันไว้ล่วงหน้านะ ห้ามทะเลาะกันต่อหน้าสาธารณชนเด็ดขาด”
ระหว่างทาง ลู่ชิงเมิ่งพูดกับหลัวเซิงหลายครั้ง สุดท้ายก็ยังคงเตือนด้วยความไม่สบายใจ
“ไม่ต้องห่วง ผมมีขอบเขต จะไม่ทำให้พวกเขาอับอายมากเกินไปหรอก” หลัวเซิงยิ้มเล็กน้อย
ตอนนี้ใต้ร่มเงาต้นไม้ในสวนของบ้านตระกูลลู่ มีโต๊ะจัดเลี้ยงจัดวางอยู่เจ็ดแปดโต๊ะ บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารจากูเาและทะเลที่อุดมสมบูรณ์
“มาถึงกันหรือยัง?”
หลัวเซิงและคนอื่น ๆ เพิ่งจะเข้าประตูมา ก็ได้ยินเสียงผู้ชายวัยกลางคนดังมาจากโต๊ะจัดเลี้ยง
คนผู้นี้คือ ลู่กั๋วฟู่ พี่ชายคนโตของตระกูลลู่ ลุงของลู่ชิงเมิ่ง
“ลุง ฉันมาเยี่ยมย่าค่ะ”
ลู่ชิงเมิ่งรีบพาหลัวเซิงกับเสี่ยวซือเหยาเดินไปข้างหน้า ยื่นของเยี่ยมเยียนและอาหารเสริมที่เลือกอย่างพิถีพิถันจากซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อครู่นี้ให้
“ลุง นี่หลัวเซิงเลือกมาให้ย่าโดยเฉพาะเลยค่ะ” เธอพยายามรักษารอยยิ้มไว้ ราวกับกำลังปกปิดความกังวลในใจ
หลัวเซิงยืนอยู่ด้านหลังของลู่ชิงเมิ่ง เงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ
อาหารและเครื่องดื่มมีความอุดมสมบูรณ์มาก ดูเหมือนว่าตระกูลลู่ยังมีความจริงใจอยู่บ้าง รู้ว่าเขากลับมาแล้ว ยังจัดเตรียมงานเลี้ยงเป็พิเศษ
หากตระกูลลู่ให้เกียรติเช่นนี้จริง ๆ ในใจของเขาคงจะรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ความเป็จริงกลับห่างไกลจากสิ่งที่หลัวเซิงคิดไว้
“วางไว้ข้างนอกก็แล้วกัน”
ลู่กั๋วฟู่สั่งคนใช้ แม้แต่หนังตาก็ไม่ยอมเงยขึ้นมาสักนิด ชี้ไปที่โต๊ะเล็ก ๆ ตรงมุมห้องอย่างไม่ใส่ใจ
คนใช้เข้าใจทันที ก้าวไปข้างหน้ารับของเยี่ยมเยียนที่ลู่ชิงเมิ่งถืออยู่ แล้วโยนไปในมุมที่ไม่มีใครสังเกต
ลู่ชิงเมิ่งไม่ได้รับการตอบรับจากลู่กั๋วฟู่ เธอจึงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างอึดอัด ไม่รู้จะนั่งดีหรือยืนดี
พอเห็นฉากนี้แล้ว หลัวเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
ลู่กั๋วฟู่ผู้นี้มีท่าทีเ็าต่อชิงเมิ่งถึงขนาดนี้เชียวหรือ
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก
ในเมื่อเธอเป็ภรรยาของเขา เขาก็ต้องเอาใจใส่เองอยู่แล้ว
หลัวเซิงคิดอยู่ในใจ ก่อนจะดึงเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังออกมา แล้วพูดกับลู่ชิงเมิ่งอย่างอ่อนโยนว่า “ชิงเมิ่ง ในเมื่อลู่กั๋วฟู่กำลังยุ่งอยู่ งั้นเรามานั่งก่อนดีกว่านะ”
แต่ลู่ชิงเมิ่งกลับใ รีบส่งสัญญาณตาให้หลัวเซิง บอกให้เขาเก็บเก้าอี้กลับที่เดิม
“ทำไม…”
หลัวเซิงยังไม่ทันถามจบ ผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากที่ไหนไม่รู้
“เอ๊ย ๆ! ใครให้เธอเคลื่อนย้ายของตามใจชอบ!?”
ผู้หญิงคนนั้นเดินมาที่ด้านหน้าของหลัวเซิง แล้วคว้าเก้าอี้ในมือของเขาไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเตะเก้าอี้ล้มลงไปด้านข้าง
“เฮ้! เก้าอี้ตัวนี้สกปรกแล้ว รีบไปเปลี่ยนอันใหม่”
พอพูดจบ เธอก็มองไปที่ลู่ชิงเมิ่งด้วยสายตาตำหนิ พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ชิงเมิ่ง ในเมื่อมาแล้ว ก็ไปช่วยคนใช้ทำงานหน่อย ไม่เห็นหรือว่าลุงของเธอยุ่งแค่ไหน? ยังจะยืนขวางทางอยู่ตรงนี้อีก น่ารำคาญสายตา!”
“ใช่แล้ว ขวางมือขวางเท้าจริง ๆ ถ้าฉันเป็เธอนะ ฉันคงไม่กล้ามาหรอก”
“ใช่ ทำเหมือนกับว่าพวกเราจัดงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับพวกเขาอย่างนั้นแหละ น่าหงุดหงิดจริง ๆ!”
ทุกคนในตระกูลลู่ต่างจ้องมองไปที่ลู่ชิงเมิ่ง และเริ่มต่อว่าเธออย่างตรงไปตรงมาคนละประโยคสองประโยค
ลู่กั๋วฟู่ได้ยินเสียงจากทางนี้ จึงหันกลับมา
เขาไม่ได้สนใจลู่ชิงเมิ่ง แต่กลับพูดกับหลัวเซิงอย่างเ็า
“หลัวเซิง ได้ยินว่าเมื่อวานนี้ทันทีที่นายกลับมา ก็ทำร้ายคนใช้ของตระกูลลู่จนาเ็เลยเหรอ?”
ลู่กั๋วฟู่เปิดปากถามอย่างจงใจ ทำให้บรรยากาศในสถานที่นั้นเงียบลงในทันที ทุกคนมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามตรง ๆ ของลู่กั๋วฟู่ หลัวเซิงก็อ้าปากจะถามเกี่ยวกับเื่ที่เสี่ยวซือเหยาถูกรังแก
แต่ลู่ชิงเมิ่งรีบดึงแขนหลัวเซิงไว้ด้านหลัง พลางส่ายหน้าใส่เขา
เธอเริ่มอธิบายแทนหลัวเซิงอย่างยากลำบาก “เมื่อวานตอนที่หลัวเซิงกลับมาเห็นเหยาเหยาถูกรังแก เลยเอ่อ…”
ได้ยินถึงตรงนี้ หลัวเซิงอยากจะก้าวออกมาถามลุงใหญ่ของตระกูลลู่ เพราะยังไงลูกสาวของเขาก็เป็คนของตระกูลลู่
“ไม่มีชะตาเป็เ้าหญิง แต่กลับเป็โรคเ้าหญิง!” ลู่กั๋วฟู่จ้องมองเสี่ยวซือเหยาในอ้อมกอดของหลัวเซิง
เขายกมือใหญ่ทุบโต๊ะอย่างหนัก พูดเสียงเ็า “คนใช้ได้อธิบายสาเหตุแล้ว ทั้งหมดเป็ความผิดของเด็กแสบนั่น ค่ารักษาพยาบาล ให้บ้านพวกเธอจ่าย!”
ได้ยินดังนั้น ในใจของหลัวเซิงก็โมโหขึ้นมาทันที
ยังไงเสี่ยวซือเหยาก็เป็เหลนของตระกูลลู่ ทำไมถึงด้อยกว่าคนใช้ที่ทำงานรับจ้าง?
ลู่กั๋วฟู่ยอมเชื่อคำพูดของคนใช้ ไม่ยอมเชื่อคำแก้ตัวของหลานสาวแท้ ๆ
สถานการณ์ของลู่ชิงเมิ่งในตระกูลลู่ แย่ถึงขนาดนี้เชียวหรือ!
หลัวเซิงปวดใจราวกับถูกมีดบาด แต่ในเมื่อเขากลับมาแล้ว เขาจะต้องแก้แค้นให้ภรรยากับลูกสาว
หากคนในตระกูลลู่ไม่รู้จักกาลเทศะ เขาก็ไม่รังเกียจที่จะรวบรวมกองทหารม้าห้าร้อยนายบุกถล่มตระกูลลู่โดยตรง!
ลู่ชิงเมิ่งที่อยู่ข้าง ๆ เห็นหลัวเซิงอารมณ์ไม่ดี จึงรีบดึงเขาทันที “ลุงคะ หลัวเซิงรู้ผิดแล้ว ต่อไปฉันจะให้เหยาเหยาขอโทษคนใช้คนนั้น”
“อืม ในเมื่อเป็เช่นนี้ พวกเธอก็ขอโทษ แล้วจ่ายเงินอีกหนึ่งแสนเพื่อปลอบใจคนใช้คนนั้นหน่อย เื่นี้ก็ถือว่าจบกันนะ”
ลู่กั๋วฟู่เห็นลู่ชิงเมิ่งอ่อนข้อ ก็พยักหน้าอย่างพอใจ
หนึ่งแสน!
ลู่ชิงเมิ่งอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา นี่มันเงินตั้งหนึ่งแสนเลยนะ ตอนนี้บ้านก็ยิ่งเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก
“เหยาเหยาไม่ได้ผิด เป็เธอที่ทำชามที่พ่อให้เหยาเหยาแตก!” พอเสี่ยวซือเหยาได้ยินว่าตัวเองต้องขอโทษคนเลวนั่น ก็รู้สึกไม่เต็มใจขึ้นมาทันที