บทที่ 7 การค้าของอันหยาง
เช้านี้ก็เหมือนทุกวัน มีอันหยางมาดูแลออกจากห้องนอนมามีอาหารรออยู่แล้ว ครอบครัวทานข้าวเช้าไปพร้อมกัน อาหารก็ดีขึ้นโดยเฉพาะผักป่าที่ท่านแม่ได้มาจากสะใภ้หลิว อาจเพราะโลกไม่ถูกรบกวนมากเกินไปและถูกวิทยาศาสตร์ควบคุม จึงไม่แปลกที่รสชาติมันจะเป็ไปตามธรรมชาติ
หลังกินข้าวเช้าเสร็จอันหยางก็ชวนอันผิงไปดูสมาชิกใหม่คือเ้าพวกไก่ทั้งหลายตอนนี้เล้าไก่ประกอบไปด้วยไก่ตัวใหญ่สองตัว ไม่นานก็จะมีไข่ไก่กินแล้วท่านแม่เดินตามมาพร้อมไหเอามาวางไว้ข้างเล้าไก่ อันผิงมารู้ว่ามันคืออะไรเมื่ออันหยางเดินไปเปิด มันเป็อาหารไก่ ก็คือพวกธัญพืชหยาบนั่นแหละนี่คงเป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ชาวบ้านไม่ค่อยนิยมเลี้ยงสัตว์เพราะมันต้องใช้อาหารลำพังแค่คนยังจะไม่พอกิน จะมีอะไรเหลือไปเลี้ยงสัตว์อีก
อันผิงทำตามอย่างอันหยาง คือให้อาหารไก่พอจะหยิบกำที่สองท่านแม่ก็ห้ามไว้ว่า ในหนึ่งวันให้ได้คนละหนึ่งกำมือนอกนั้นให้ไปหาหนอนและแมลงมาให้ไก่ ดังนั้นสองพี่น้องจึงเดินหาหนอนบริเวณแปลงผักแต่หาได้ไม่มาก อันหยางจึงจะออกไปหาข้างนอก อันผิงจึงร้องตามไปด้วย
ท่านแม่ครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็อนุญาตแต่ไม่ให้เดินไปไหนไกลนอกจากบริเวณบ้านป้าโจว และไม่เกินบ้านสะใภ้หลิวนี่จึงเป็ครั้งแรกที่อันผิงได้เห็นข้างนอกบริเวณบ้านตัวเองเป็ครั้งแรกบ้านของเธอตั้งอยู่หลังสุดท้าย และเลยบ้านไปเป็ทางขึ้นเขา แต่ก็อยู่ห่างพอสมควรอันหยางพาน้องสาวเดินไปทางบ้านป้าโจวซึ่งล้อมรอบด้วยรั้วไม้ไผ่ระหว่างบ้านอันผิงกับป้าโจวมีพื้นที่ว่างที่ยังไม่ล้อมรั้วอยู่อันหยางจึงพาน้องสาวหาหนอนอยู่แถวนั้น
อันผิงหาบ้างไม่หาบ้าง กำลังมองสำรวจรอบๆพื้นที่นี้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็ที่ดินของใคร แต่ดูจากการถางหญ้าแล้วน่าจะเป็ของท่านป้าโจวบนที่ดินมีต้นพลับที่น่าจะอายุมากแล้ว อยู่สามต้น และต้นแอปเปิลอีกหนึ่งต้นอันผิงคิดในใจว่าในบ้านเธอก็มีต้นพวกนี้อยู่ หลังจากขอพรเื่ดินดูท่าก็คงจะส่งผลให้ต้นพวกนี้ไม่น้อย ไม่นานมันจะต้องออกดอกออกผลแน่เพราะต้นพลับตรงหน้าดูมีชีวิตชีวาขึ้น เดินตามอันหยางไปเรื่อยๆก็พบเข้ากับต้นไม้ที่เป็พุ่มออกลูกเป็สีแดงเป็พวง
ในใจอันผิงนึกไปถึงนิยายที่เคยอ่านมา ที่นางเอกย้อนเวลามาเหมือนกันและได้รับความสามารถความจำเป็เลิศและที่เด็ดสุดคือเืสามารถทำให้พืชผักเจริญเติบโต คุ้นใช่ไหม จำนวนเล่มเยอะมากเธอบากบั่นอ่านจนตาแฉะกันเลยทีเดียว ที่อยู่ๆ นึกถึงไม่ใช่อะไร
นั่นเพราะพุ่มไม้ตรงหน้านี้ต่างหากล่ะ
“นั่นต้นซานจา” อาจเพราะเธอจ้องอยู่นานคนเป็พี่จึงบอกกล่าว
ในหัวของอันผิงเหมือนมีเสียงจุดพุดังขึ้นในหัว อุทานในใจว่ามันใช่จริงๆ ด้วย ในนิยายเื่นั้นบอกว่า นางเอกเอาผลซานจาไปทำเป็ถังหูลู่ขายดิบขายดี มือเล็กจึงเอื้อมไปเก็บ
“แต่มันเปรี้ยวมากเลยนะน้องสาว ลองชิมดู”
แน่นอนเธอรู้ว่ามันเปรี้ยว จึงปฏิเสธคนเป็พี่
“เอาไปทำถังหูลู่เ้าค่ะถังหูลู่”
อันหยางจึงพยักหน้ารับเหมือนจะเข้าใจที่น้องสาวพูด
“น้องสาว นี่ไม่ใช่ถังหูลู่”
อันผิงจึงทำได้แค่ดื้อแพ่ง
“เก็บไปให้ท่านแม่ทำ นะๆ พี่ใหญ่”
อันหยางไม่อยากขัดใจน้อง เขาจึงช่วยน้องสาวเก็บผลใหญ่ๆไปจำนวนเกือบสิบลูก และพากันกลับบ้าน เมื่อเข้ามาในบ้านแล้วอันผิงนั่งเฝ้าผลซานจาอยู่ตรงแคร่หน้าตัวบ้าน ส่วนอันหยางเอาหนอนไปให้ไก่กินและคงจะไปบอกเื่ซานจากับท่านแม่ ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับท่านแม่เนื่องจากวันนี้ไม่ได้พรวนดิน ท่านแม่จึงเพียงแค่ล้างมือเท่านั้นแล้วเดินเข้ามาหาอันผิงที่ทำท่าเหมือนนับผลซานจาอยู่
คงเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจอันผิงที่เพิ่งหายป่วยท่านแม่จึงพาอันผิงเข้าไปในครัว และแน่นอนอันหยางก็ตามไปด้วยไม่นานท่านแม่ก็ตั้งเตาเพื่อเคี่ยวน้ำตาล แล้วให้อันหยางคอยดูจากนั้นจึงนำผลซานจาไปล้าง ในครัวมีไม้ไผ่ที่เหลาไว้อยู่จึงเอามาเสียบเข้ากับผลซานจา เมื่อน้ำตาลได้ที่จึงยกหม้อลงมา แล้วนำไม้ที่เสียบผลซานจาเข้าไปจุ่มในน้ำตาลเคี่ยวนั้น
อันหยางกับอันผิงสองพี่น้องมองดูน้ำตาลที่ค่อยๆ เคลือบผลซานจา จนมันแห้งเป็ผลึกใสหุ้มผลซานจาไว้อันหยางเห็นเช่นนั้น จึงดูตื่นเต้นมาก
“ท่านแม่ น้องสาว เหมือนถังหูลู่จริงๆ ด้วย”
เมื่อมันแห้งได้ที่ ท่านแม่จึงหยิบยื่นให้ทั้งสองคน
อาจเพราะเป็เด็ก ตอนอันผิงกัดกิน เธอรู้สึกว่ามันอร่อยดีรสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน ทั้งที่ความเป็จริงเธอไม่ชอบของอมเปรี้ยวอมหวานสักนิดส่วนอันหยางไม่ต้องพูดถึง
“อร่อยมากท่านแม่ รสชาตินี้เรียกว่าหวานอมเปรี้ยวขอรับ”
อันผิงจึงยื่นไม้ของตัวเองให้ท่านแม่ได้ชิมบ้างท่านแม่รับไปแล้วกัดไปคำนึง และสีหน้าท่านแม่ก็ไม่ต่างจากอันหยางอันผิงจึงยิ้มกว้าง คิดในใจว่า จากนี้ก็หวังว่าท่านแม่อาจจะเอาไปต่อยอดก็ได้
อันหยางกินหมดอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ ข้าจะไปเก็บมาอีก” พอจะหันหลังวิ่งออกไปก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “ท่านแม่ ถ้าเราทำขายล่ะ”
คนที่คิดพูดสิ่งนี้กลับเป็อันหยางเขายังยืนนิ่งรอฟังคำตอบจากท่านแม่
“ถ้าอย่างงั้นหยางเอ๋อร์ก็ลองขายให้เพื่อนๆ เ้าในหมู่บ้านก่อนดีไหมแต่ขายไม้ล่ะ 1 อีแปะพอนะ”
“ทำไมล่ะท่านแม่ ในเมืองขายตั้ง 2 อีแปะ”
“เราไม่ได้เข้าในเมือง อีกอย่าง ซานจากับไม้เสียบเ้าไม่ได้เสียเงินซื้อเสียหน่อย”
เขาพยักหน้า และวิ่งออกจากห้องครัวไป ไม่บอกก็รู้ว่าคงไปเก็บผลซานจา อันผิงเหนื่อยแล้วจึงนั่งอยู่ในห้องครัวรับถังหูลู่ซานจาคืนกลับมาจากท่านแม่ และนั่งเล็มกินไปและมองท่านแม่ที่เคี่ยวน้ำตาลเพิ่มเพื่อทำถังหูลู่ซานจาที่เหลือ
และแล้วถังหูลู่สิบไม้ก็ปรากฏตรงหน้า อันหยางมองอย่างตื่นเต้นพ่อค้าตัวน้อยพร้อมแล้ว ไม่รู้เขาไปหาด้ามไม้กวาดที่เสียแล้วมาจากไหนเขาเช็ดทำความสะอาดด้ามไม้กวาดนั้น แล้วนำถังหูลู่มาปักไว้เลียนแบบพ่อค้าในเมืองที่เข้าไปวันนั้น จากนั้นก็ยิ้มร่าออกจากบ้านไป
ตอนนี้ท่านแม่พาอันผิงมานั่งตรงแคร่หน้าบ้านในมือท่านแม่กำลังปักผ้าอันผิงจึงเดินสำรวจดูต้นไม้ดอกไม้บริเวณหน้าบ้านอาจเป็เพราะผลพวงจากพรที่ขอตอนนี้พวกมันไม่ใกล้ตายอย่างที่ควรจะเป็อีกแล้วเมื่อพิจารณาดูจนเบื่อจึงเดินกลับไปหาท่านแม่ แต่ประตูหน้าบ้านก็เปิดออกพร้อมกับอันหยางโผล่ตัวเข้ามา เมื่อเห็นท่านแม่ เขาก็วิ่งตึงๆ เข้ามาหา
“ท่านแม่ขอรับ ขายหมดแล้วขอรับ” เขาวางด้ามไม้กวาดลงและควักถุงเงินขึ้นมาโชว์ตรงหน้าท่านแม่
“ทั้งหมดเก้าอีแปะขอรับ” พร้อมทั้งยื่นถุงเงินนั้นให้ท่านแม่
“ทำไมได้เก้าอีแปะล่ะ”
“ทีแรกไม่มีใครยอมซื้อ ข้าเลยต้องให้พวกเขาชิมขอรับ”
ท่านแม่ยิ้มกับเหตุผลที่ได้เก้าอีแปะ ส่วนอันผิงคิดว่า พี่ชายข้าช่างมีหัวการค้าเสียจริงท่านแม่ยื่นถุงเงินให้เขา โดยหักออกไปห้าอีแปะ บอกว่าเป็ค่าน้ำตาลอันหยางไม่ได้แย้งอะไร ตอนนี้ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความดีใจ
“ท่านแม่ข้าไปเก็บผลซานจาอีกนะขอรับ”
“ได้ แต่ว่าวันนี้แม่จะไปช่วยสะใภ้หลิวเตรียมดินปลูกผักเ้าต้องดูแลน้องสาวให้ดีด้วย”
“ขอรับท่านแม่”
จากนั้นท่านแม่ ก็เก็บตระกล้าปักผ้าเข้าไปในบ้านและออกมาแบกอุปกรณ์ทำสวนขึ้นหลัง และออกจากบ้านไป ส่วนอันหยางเขาไปเอาตะกร้าออกมาและจูงน้องสาวไปเก็บผลซานจ้าข้างบ้าน เขาเก็บผลสุกจนเกลี้ยงได้มาหนึ่งตะกร้าอันผิงคาดเดาด้วยสายตาว่า น่าจะไม่ต่ำกว่า 30 ไม้
เมื่อกลับเข้ามาในบ้าน เขาก็พาอันผิงไปนั่งล้างผลซานจาแน่นอนว่าอันผิงไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก ทำๆ ป่วนๆไปสักพักก็นั่งมองคนเป็พี่ชายที่ตอนนี้ทำงานอย่างขะมักเขม้นจนเสร็จก็เกือบเที่ยงแล้วอันผิงจึงบ่นว่าหิว อันหยางจึงพาน้องสาวไปนั่งในห้องโถงเขาหยิบไข่ต้มออกมาให้น้องสาวหนึ่งฟอง ของเขาหนึ่งฟอง
จากนั้นก็พาน้องสาวเข้าห้องของเขาเพื่อหัดอ่านหนังสืออันผิงฟังคนเป็พี่ท่องหนังสือ ฟังซ้ำๆ ก็ง่วงนอน จึงปีนเตียงพี่ชายและผล็อยหลับไป
บ่ายแก่ๆ อันผิงจึงตื่นนอน เมื่อขยับตัวลุกขึ้นก็เห็นอันหยางนั่งหลังตรงมาดเคร่งขรึมกำลังคัดลายมืออยู่ดูแล้วน่าเอ็นดูเป็อย่างยิ่ง อันผิงคิดว่าบางทีครอบครัวอันอาจเป็ผู้ดีตกยากหรือไม่ก็มีเหตุให้ออกจากตระกูล หรือตระกูลตกต่ำ แต่ดูแล้วศักดินาทางสังคมน่าจะระดับหนึ่ง ดูจากการเรียนรู้ของอันหยาง และการสั่งสอนของท่านแม่
อันหยางหันมามองที่เตียง เมื่อได้ยินเสียงขยับตัวของอันผิงจึงรู้ว่าน้องสาวตื่นแล้ว เขาลงจากเก้าอี้ ออกจากห้องอันผิงคาดว่าคงไปเตรียมน้ำมาให้เธอล้างหน้า ช่างเป็พี่ชายที่ใส่ใจยิ่ง
เมื่อน้องสาวล้างหน้าเสร็จอันหยางก็พาอันผิงออกมาสูดอากาศที่หน้าบ้าน อันผิงจึงนึกถึงการขอพรของตนขึ้นมาจึงชวนคนเป็พี่เดินไปหลังบ้าน อ้างว่าดูเ้าไก่
“น้องสาวดูได้อย่างเดียวนะ ห้ามให้อาหาร”
“เ้าค่ะ”
อันผิงทำทีเป็เดินวนๆ ดูไก่ที่ถูกขังอยู่ในเล้ามันส่งเสียงร้องเมื่อเห็นคนมา คงนึกว่าจะได้กินอาหารเป็แน่เมื่อเห็นน้องสาวมองจนพอใจ อันหยางก็ให้คนเป็น้องไปนั่งที่แคร่ใต้ต้นหูกวางก่อนส่วนเขาเดินสำรวจแปลงผัก อันผิงจึงใช้จังหวะนี้ขอพรทันที
‘ข้าขอไอเท็มให้มีหยกของแท้สีเขียวอย่างดีเป็ก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเท่าหนึ่งกำมือท่านแม่จำนวน10 ก้อนอยู่ในกล่องเหล็กถูกฝังอยู่ข้างแคร่ลึกประมาณหนึ่ง่แขนของท่านแม่ให้อันหยางหรือข้าอันผิงเป็คนขุดเท่านั้นถึงจะหาเจอ’
เมื่อขอเสร็จแสงสว่างก็วิ่งผ่านมาในหัว ไม่มีการเตือนจากระบบแสดงว่าพรคงจะสัมฤทธิ์ผล ก็แค่รอเวลาในการขุด ซึ่งน่าจะไม่ใช่เร็วๆ นี้ยังไงก็ไม่ต้องกลัวหาย เพราะระบุตัวคนขุดไว้แล้ว
เวลาบ่ายคล้อยแล้ว ท่านแม่ก็กลับมาจากการช่วยสะใภ้หลิวก็เข้าครัวทำอาหาร ชีวิตก็วนลูปเดิมเพิ่มเติมคืออันหยางตั้งตารอพรุ่งนี้กับการค้าเล็กๆน้อยๆ ของเขา