เช้าวันรุ่งขึ้น
โทรศัพท์ของหลินเฉินดังขึ้น
เสียงปลายสายเ็า
“ผู้สมัครหมายเลข B-071”
“มาถึงพิกัดที่ส่งให้ภายใน 06.00 น.”
“หากมาช้าแม้แต่นาทีเดียว ถือว่าสละสิทธิ์”
สายถูกตัดทันที
หลินเฉินมองน้องสาวที่ยังหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย
เสียงเครื่องช่วยหายใจดังเป็จังหวะสั้น ๆ
เขาเห็นมือของเธอสั่นเล็กน้อยแม้ในยามหลับ
เหมือนกำลังฝันร้าย
หลินเฉินกำซองเงินแน่น
ในใจเขาไม่ได้คิดถึง “โอกาส”
แต่คิดถึง “ความกลัว”
ถ้าฉันตาย…เธอจะอยู่ยังไง
เขาวางซองเงินก้อนสุดท้ายไว้ข้างหมอน
พร้อมโน้ตสั้น ๆ
“พี่จะกลับมาพร้อมเงินค่ารักษา”
แต่ลึกลงไปในใจ เขาไม่มั่นใจอีกแล้วว่า “กลับมา” จะเป็ไปได้จริงหรือไม่
ชานเมืองเทียนไห่
โกดังร้างขนาดใหญ่
ผู้สมัครกว่าร้อยคนยืนเรียงแถว
อากาศเงียบผิดปกติ
เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
บางคนกำมือแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ
บางคนหลบตา เหมือนพยายามไม่มอง “ความจริง” ตรงหน้า
หลินเฉินคือคนที่ดูธรรมดาที่สุด
แต่ในสายตาเขา…ทุกคนกำลัง “กลัวเหมือนกันหมด”
ชายร่างใหญ่หัวเราะ
“นี่นายมาผิดที่หรือเปล่า”
“ที่นี่ไม่ใช่บริษัทนะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วลาน
แต่หลินเฉินสังเกตเห็นบางอย่าง
มือของชายคนนั้น…สั่นเล็กน้อย
เขาก็กลัวเหมือนกัน
ความจริงข้อนั้นทำให้บรรยากาศยิ่งน่าขนลุกขึ้นไปอีก
ชายสวมหน้ากากอีกาปรากฏตัวบนชั้นสอง
เสียงฝีเท้าของเขาเบาเกินไป
จนเหมือน “ไม่มีตัวตน”
ทุกคนเงียบลงทันที
เขาคือ…
เฟิงเย่
ผู้ก่อตั้ง BLACK RAVEN
เฟิงเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“ที่นี่ไม่มีการสอบสัมภาษณ์”
“ไม่มีคำว่าความยุติธรรม”
“คนอ่อนแอ…”
เขาหยุดเล็กน้อย
เหมือนกำลังให้ทุกคน “รับรู้ความจริง”
“มีเพียงความตาย”
คำว่า “ความตาย” ไม่ได้เป็แค่คำพูด
แต่เหมือนกดทับลงบนอกของทุกคน
ผู้สมัครบางคนกลืนน้ำลาย
บางคนเริ่มหายใจถี่
หลินเฉินรู้สึกได้ชัดเจน
นี่ไม่ใช่การคัดเลือก…แต่มันคือการคัด “คนที่จะรอด”
เสียงปืนดังขึ้น!
ปัง!
ทุกคนสะดุ้งพร้อมกัน
ผู้สมัครคนหนึ่งล้มลงทันที
เขาไม่ได้ร้องทันที
เพียงเบิกตากว้าง เหมือนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
จากนั้นเืจึงค่อย ๆ ไหลออกจากขา
ช้า ๆ
เหมือนเวลาถูกยืดออก
ความเงียบปกคลุมลาน
ไม่มีใครกล้าขยับเข้าไปช่วย
บางคนหันหน้าหนี
บางคนอาเจียนออกมา
ในหัวของพวกเขามีความคิดเดียวกัน
ถ้าฉันเป็คนต่อไปล่ะ?
ถ้าะุเมื่อกี้เล็งมาที่ฉันล่ะ?
เฟิงเย่พูดเรียบ ๆ
“ะุจริง”
“สนามรบไม่เคยใช้ะุปลอม”
คำพูดนั้นทำให้บางคนเริ่ม “เข้าใจ” อย่างช้า ๆ
และยิ่งเข้าใจ…ยิ่งกลัว
เฟิงเย่โยนกระเป๋าเป้ให้ทุกคน
เสียงกระแทกพื้นดังหนัก
เหมือนเป็ “โลงศพขนาดเล็ก” ที่ทุกคนต้องแบก
“หนักยี่สิบกิโลกรัม”
“วิ่งยี่สิบกิโลเมตร”
“ใครเข้าเส้นชัยช้ากว่ากำหนด…”
เขาหยุด
“กลับบ้าน”
แต่ไม่มีใครรู้ว่า “กลับบ้าน” หมายถึงยังมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่
การแข่งขันเริ่มขึ้น
ผู้สมัครหลายคนพุ่งนำ
แต่ในสายตาหลินเฉิน เขาเห็นอย่างอื่น
เขาเห็น “ความตื่นตระหนก”
ไม่ใช่ความแข็งแกร่ง
แต่เป็การหนีจากความกลัว
หลินเฉินเลือกวิ่งด้วยจังหวะสม่ำเสมอ
เขาไม่เร่ง
ไม่ฝืน
แต่ในหัวเขาเต็มไปด้วยเสียงความคิดของคนรอบข้าง
ฉันไม่อยากตาย…
ทำไมต้องมาอยู่ที่นี่…
ถ้าล้มตอนนี้จะเป็ยังไง…
เสียงเ่าั้เหมือนค่อย ๆ กัดกินพลังของทุกคน
ไม่นาน…
คนที่ออกตัวแรงเริ่มหมดแรงทีละคน
บางคนล้มลงแล้วไม่ลุก
บางคนยังพยายามคลานต่อ ทั้งที่สายตาเริ่มพร่า
หลินเฉินค่อย ๆ แซงขึ้นมา
แต่เขาไม่ได้รู้สึก “ชนะ”
เขารู้สึกเพียงว่า
ทุกคนกำลังถูกบีบให้แตกสลายทีละคน
ก่อนถึงเส้นชัย
ผู้สมัครคนหนึ่งลื่นตกหน้าผาเตี้ย ๆ
เสียงร้องดังลั่น
แต่เสียงนั้นเหมือนถูกกลืนหายไปในลม
ไม่มีใครหยุด
ไม่มีใครแม้แต่หันกลับไปมองนานเกินหนึ่งวินาที
หลินเฉินหยุด
ในหัวเขามีเสียงะโสองด้าน
อย่าหยุด…นายจะตายเหมือนกัน
แต่ถ้าไม่ช่วย…นายจะยังเป็คนอยู่ไหม
เขาใช้เชือกดึงชายคนนั้นขึ้นมา
มือของอีกฝ่ายเย็นเฉียบ
เหมือนคนที่เริ่มยอมรับความตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ชายคนนั้นหอบหนัก
น้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว
“ทำไมนายช่วยฉัน…”
หลินเฉินตอบช้า ๆ
“เพราะถ้าเป็ฉัน…ก็อยากมีคนยื่นมือให้เหมือนกัน”
แต่ในใจเขาแอบคิด
ในที่แบบนี้…การช่วยคนอื่น อาจเป็ความผิดพลาดก็ได้
เฟิงเย่มองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกล้องส่องทางไกล
ลูกน้องถาม
“เขาเสียเวลาเพราะช่วยคนอื่น”
เฟิงเย่เงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูดเบา ๆ
“ไม่…”
“เขาแค่ยังไม่พัง”
“คนที่ยังไม่พัง…อันตรายกว่าคนที่ยอมแพ้แล้ว”
ผลการทดสอบ
ผู้สมัคร 128 คน
ผ่านเพียง 32 คน
แต่สิ่งที่หนักกว่าตัวเลขคือ
“สายตาของคนที่รอด”
พวกเขาไม่ได้ดีใจ
พวกเขาแค่…ยังไม่ตาย
หลินเฉินติดอันดับ 11
แต่เขารู้สึกเหมือนตัวเอง “โชคดีที่ยังไม่ถูกเลือกให้ตาย”
ตกกลางคืน
ทุกคนถูกพาเข้าห้องประชุม
ไม่มีใครพูด
ไม่มีใครกล้ามองหน้ากันนานเกินไป
เพราะทุกคนเริ่มเห็น “ความตาย” ในสายตาของกันและกัน
บนจอภาพปรากฏแผนที่ประเทศที่กำลังเกิดากลางเมือง
ภาพะเิ ควัน และศพถูกฉายสลับกัน
บางคนเริ่มหายใจไม่ออก
บางคนกำหมัดจนตัวสั่น
เฟิงเย่พูดเพียงประโยคเดียว
“พรุ่งนี้”
“พวกนายจะลงสนามรบจริง”
ทั้งห้องตกตะลึง
ผู้สมัครคนหนึ่งลุกขึ้นทันที
เสียงเขาสั่น
“เดี๋ยวนะ! พวกเรายังไม่ได้ฝึก—”
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น
ะุเฉียดใบหูของเขา
เขาทรุดลงกับพื้นทันที
ไม่ใช่เพราะโดนยิง
แต่เพราะ “ความกลัว” ที่ทำให้ร่างกายหยุดทำงาน
เฟิงเย่ลดปืนลงช้า ๆ
“สนามรบ…”
“ไม่เคยรอให้ใครพร้อม”
ความเงียบครั้งนี้หนักกว่าครั้งไหน ๆ
เพราะทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า
พรุ่งนี้…อาจไม่มีใครกลับมา
กลางดึก
หลินเฉินนั่งทำความสะอาดปืนที่เพิ่งได้รับ
มือเขานิ่งกว่าที่ควรจะเป็
แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยเสียงของคนที่ล้มลงวันนี้
เขาหยิบรูปถ่ายของหลินเสวี่ยขึ้นมาดู
มือของเขากำแน่นจนสั่นเล็กน้อย
“ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร…”
“พี่จะกลับไปหาเธอ”
แต่ในความเงียบ
คำถามหนึ่งค่อย ๆ ผุดขึ้นในใจเขา
ถ้าฉันกลายเป็คนที่ต้องฆ่าเพื่ออยู่รอด…ฉันยังจะเป็พี่ชายคนเดิมอยู่ไหม
ทันใดนั้น เสียงไซเรนเตือนภัยก็ดังขึ้นทั่วค่าย
“แจ้งเตือน! ฐานปฏิบัติการถูกโจมตี!”
เฟิงเย่ะโผ่านลำโพง
“ผู้สมัครทุกคน หยิบอาวุธ!”
“บททดสอบแรก…เริ่มแล้ว!”