ตอน 9 เจียนตาย
สวีอิ๋นตงเริ่มแคลงใจ...
"ถีหวายถิง เ้าไปสืบเสาะมาให้ข้า ว่าฉงเฉิงเหลียงหายไปไหนกันแน่ตั้งครึ่งค่อนวัน"
ตาเฒ่าสวีอิ๋นตง หลอน สงสัย หวาดระแวงคนใกล้ตัวทุกคน เอาแต่กลัวว่าเฉิงเหลียงนักรบมือดี จะเอาเวลาว่าง แอบเข้าหากองทัพฝั่งศัตรู ยื่นผลประโยชน์ร่วมกัน ร่วมตีเมืองยึดอำนาจในที่สุด อย่างที่ตนเคยทำกับฮ่องเต้ซุยสูอี้เมื่อครั้งหลายปีก่อน
ความคับข้องใจนี้ ทำเอาสวีอิ๋นตงไม่กินไม่ดื่ม ไม่หลับไม่นอน อารมณ์ร้ายฉุนเฉียว สังหารคนเพิ่มเป็เท่าตัว หวังทำให้ตนสำราญใจขึ้นบ้าง
เพียง 2 ชั่วยาม ( 4 ชั่วโมง ) หวายถิงตัวดี คาบข่าวทั้งหมดรายงานต่อสวีอิ๋นตงนายเหนือหัวผู้ยิ่งใหญ่
"นายท่าน ผิดจากที่ท่านคาดคิดไว้เสียหน่อย... เฉิงเหลียงหายเข้าไปในหอผกาพรรณตั้งครึ่งค่อนวัน"
"เหตุเกิดจากแม่นางผู้หนึ่ง ร่ำลือว่าเป็สาวงามที่สุดในนครฉางอานแห่งนี้"
"แม่นางผู้ที่งดงามที่สุดอย่างนั้นหรือ? เหตุใดข้าเป็ถึงนายเหนือหัว ถึงมิมีผู้ใดส่งสาวงามเช่นนางเข้ามาปรนนิบัติข้า"
"หรงอิ่งเจาผู้นี้ บังอาจกล้าแข็งข้อกับข้า"
"ถึงเวลาที่ข้าต้องสอนบทเรียนให้นางรู้ฐานะอันต่ำต้อยของตัวเองเสียหน่อย"
"ข้าจะไปหอผกาพรรณเดี๋ยวนี้!!!"
"ขอรับนายท่าน"
ณ หอผกาพรรณ
วันที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม นกแร้งบินวนรอบหอผกาพรรณ
"ท่านป้า ท่านดูนี่สิ เป็เช่นนี้ จะมีลางร้ายเกิดขึ้นหรือไม่"
"ไม่นะ ไม่จริง นานแล้วที่สวีอิ๋นตงไม่ได้มาที่นี่ หากเขามาเยือนที่ใด...ย่อมนำความตายมาด้วย"
"ฉงอันเล่อ ซ่อนตัวให้ดี หากไม่จำเป็อย่าได้ออกมาเด็ดขาด "
"ทางที่ดี เ้ารีบออกไปทางประตูหลัง ไปหาที่ซ่อนตัวซะ"
"ท่านป้า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ ทำไมข้าต้องหนีด้วย "
"เ้าเป็สตรีผู้งดงามที่สุดในฉางอาน หากสวีอิ๋นตง เห็นเข้า ย่อมนำเ้ากลับตำหนักด้วยแน่"
"ท่านป้าไม่ต้องกังวล หากข้าไม่ยินดีติดตามกลับไปเสียอย่าง ผู้ใดจะบังคับได้"
"เด็กน้อย เ้าไม่เข้าใจ เ้ายังไม่เคยพบเห็นความโเี้ของเขาด้วยตาตัวเอง อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ"
"ไม่มีทาง ข้าไม่ไป ข้าไม่ทิ้งท่านไว้ที่นี่คนเดียวเด็ดขาด"
"หากเ้าดื้อดึงเช่นนี้ ข้าจะถือให้ชะตาของเ้าแล้วแต่วาสนาก็แล้วกัน หลบซ่อนให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าออกมาเด็ดขาด"
"นายท่าน ถึงหอผกาพรรณแล้ว"
"เหตุใด!!! หรงอิ่งเจาไม่มาต้อนรับข้า"
"ไอ๊หย๊า เป็ผู้ใดกัน มาเยือนหอผกาพรรณของข้าเวลานี้"
"ห่ะ...นายท่านเหนือหัว ท่านมาได้อย่างไร ขออภัย หรงอิ่งเจามิทราบมาก่อนว่าท่านจะมาที่นี่ ไม่ได้เตรียมการต้อนรับไว้รอ เป็อิ่งเจาประมาทเอง"
"เอาล่ะ ลุกขึ้นซะ ข้าไม่้ามาเพื่อดูท่าทีลุกลี้ลุกลนของเ้า ได้ยินข่าวคราวว่าที่นี่มีแม่หญิง เป็สาวงามที่สุดในนครฉางอาน"
"เหตุใดเ้าไม่ส่งตัวนางให้ข้า"
"ที่นี่มิมีสตรีเช่นนั้นตามที่ท่านเอ่ยมา จะมีก็เพียงแต่ข้าทาสบริวารเผ่าทุ่งหญ้าที่ข้านำมารับใช้สองสามคนเท่านั้น"
"โกหก!!! โกหกข้าทั้งนั้น !!!"
"หวายถิง ค้นหาให้ทั่ว นางต้องซ่อนอะไรบางอย่างให้ลับตาข้าแน่"
"นายท่าน หาจนทั่วแล้ว ไม่พบอะไรผิดปกติแม้แต่อย่างเดียว"
"ข้าเชื่อว่า... ที่นี่ต้องมีอะไรแน่ มิเช่นนั้น เขาคงไม่ลดตัวมาที่นี่ถึงครึ่งค่อนวัน"
สวีอิ๋นตงบีบคออิ่งเจาอย่างแรง.... เขาค่อยๆใช้กริชอันแหลมคม เชือดเฉือนใบหน้าของนาง
ความกล้าหาญของอิ่งเจามีไม่น้อย นางไม่ยอมส่งเสียงร้องแม้แต่แอะเดียว เพื่อปกป้องอันเล่อ แม้าแบนใบหน้าแสนทรมาน
"ข้าทรมานเ้าปานนี้ ยังใจแข็งอยู่อีกหรือ "
"ทหาร กระชากอาภรณ์ของนางออกให้หมด "
อาภรณ์สีขาวของนางถูกกระชากฉีกขาด กระทั่งเหลือเพียงร่างเปลือย พวกเขาจับนางตรึงกลางอากาศ ด้วยเชือกเส้นใหญ่ หวดหวนแส้หางม้า ชุบน้ำเกลือฟัดฟาดลงบนแผ่นหลังเนียนๆของนางไม่ยั้งมือ... ครั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ ที่นางจะร้องโหยหวนเป็จังหวะ ทุกครั้งที่แส้กระทบเนื้อหนัง
อันเล่อกล้ำกลืนฝืนทน กัดฟันจนปวดกราม มือทั้งสองกำอาภรณ์แน่น... น้ำตาเอ่อนองอาบใบหน้า เพราะความรู้สึกผิดและสงสาร แม้จะใจแข็งเพียงใด อย่างไรอันเล่อมิอาจมองอิ่งเจาถูกทรมารอย่างทารุณได้อีกต่อไป... อันเล่อตัดสินใจออกมาจากที่ซ่อน
เข้าปกป้องอิ่งเจาอย่างอาจหาญ
สิ่งแรกที่นางทำ คือคว้าอาภรณ์หนึ่งผืนปกคลุมร่างเปลือยให้นาง ค่อยๆประคองนางขึ้น...ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำสามหาวต่อหน้าสวีอิ๋นตง
"หยุดนะ คนอย่างพวกท่านไม่ต่างอะไรกับหมาบ้าข้างถนน ที่ไร้เ้าของ เอาแต่แว้งกัดผู้อื่นไปทั่ว "
อันเล่อชี้หน้าด่ากราดทุกคน อย่างไม่หวั่นเกรง ไม่เพียงพอ นางแย่งไม้แส้นั้นจากมือทหารโฉด หักทำลายเป็ชิ้นๆ"
หวายถิงรู้สึกเสียหน้า ราวกับถูกเเหยียดหยามความสูงส่ง... หวังเข้าทำร้ายร่างกายกำราบนางให้อยู่หมัด
สวีอิ๋นตงไม่ยินยอม ออกคำสั่งห้ามปรามหวายถิงในทันที
แทนทีสวีอิ๋นตงผู้เหี้ยมโหด จะไม่พอใจ เพราะสิ่งที่นางทำ สวีอิ๋นตงสามารถสั่งตัดหัวนางเสียตอนนี้เลยก็ยังได้
ไม่รู้เพราะเหตุใด กริยาอย่างนาง ทำเอาชายโฉดอย่างเขาไปไม่เป็เลยทีเดียว
สวีอิ๋นตง....เดินรอบกายนาง พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ััได้ถึงความหื่นกระหาย
"ไม่คิดเลยว่า ข้าจะเจอสตรีเช่นเ้า นอกจากรูปโฉมงดงามแล้ว จิตใจยังแน่แท้เสียยิ่งกว่าข้า ในใต้หล้านี้ มิมีผู้ใดกล้าต่อกร แม้กระทั่งชี้นิ้วใส่หน้าข้า คนผู้นั้นได้ตายไปจนสิ้น "
"แต่เ้า... เป็เพียงสตรีนางหนึ่ง กลับกล้าทำเช่นนี้ ช่างน่าสนใจเสียจริง"
"ไปเถอะ กลับวังกับข้า ข้าจะมอบทุกอย่างให้เ้า ตราบใดที่เ้าปรนนิบัติข้าเป็อย่างดี เ้าจะได้ทุกอย่างตามที่้า"
"ไม่!!! ข้าไม่ไปเด็ดขาด ข้าไม่ยินยอมเสียอย่าง ไม่ว่าผู้ใดก็พาข้าไปไม่ได้"
เมื่อได้ยินคำปฏิเสธอย่างหนักแน่น ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของสวีอิ๋นตงเปลี่ยนสีแทบไม่ทัน ดวงตาอันเชือดเฉือนเริ่มโฉบเฉี่ยว กราดมองจ้องเขม่งไปที่นาง
มือที่เหี่ยวย่น บีบรัดคออันเล่อขึ้นสูงลอยจากพื้น ตบหน้านางอย่างแรงดัง เพี๊ยะ!!! แก้มอันขาวนวลเป็รอยแดง มุมปากปริแตกเืซิบออกมาเล็กน้อย
"อย่าคิดว่า ข้าชมชอบเ้าเป็พิเศษ แล้วจะจองหองกับข้าจนไม่ไว้หน้าข้า"
"แม้ข้าจะโปรดปรานเ้าเพียงใด เ้าย่อมเป็ดั่งนกน้อยในกำมือของข้า "
"จะบีบเ้าก็ตาย หากข้าคลายเ้าจักรอด"
"เลือกเอาก็แล้วกัน ว่าควรปฏิบัติต่อข้าอย่างไร "
"ทหาร !!! คุมตัวไป"
ณ วังหลวง ตำหนักตือเสี้ยว
*ตำหนักตือเสี้ยว เป็ตำหนักหลวงที่เฉิงเหลียงอยู่ที่นั่น*
"ท่านแม่ทัพๆ ตอนนี้หอผกาพรรณ ถูกถล่มจนราบคาบ"
"ห่ะ ว่าไงนะ เหตุใดอยู่ดีๆ สวีอิ๋นตงถึงไปที่นั่น"
"ข้าได้ยินเหล่าทหารในกองเล่าว่า นายเหนือหัว้าสตรีผู้หนึ่งที่มีรูปโฉมงดงามดั่งนางฟ้านาง์"
"อย่าบอกนะว่า.... สวีอิ๋นตงพานางไป"
"ขออภัยท่านแม่ทัพ ข้าไปช้าเพียงหนึ่งก้าว มิแน่ใจว่านายเหนือหัวพาตัวนางไปหรือไม่"
เฉิงเหลียงกำมือแน่น ตบโต๊ะเสียงดัง ปั่ง!!!
"โถ้โว้ย!!! สวีอิ๋นตง!!! เ้าจะโฉดชั่วไปถึงไหนกัน"
"ไปสืบมาให้ข้า ว่าในวังหลวงแห่งนี้ มีนางกำนัลคนใหม่หรือไม่"
"หากสืบไม่ได้ความมา ข้าจะขับไล่เ้าออกจากตำแหน่งขุนพลฝ่ายขวาซะ!!"
ณ ตำหนักหลวง (ห้องบรรทมของสวีอิ๋นตง)
"พวกเ้า... จับนางไปแต่งองค์ทรงเครื่องให้เพียบพร้อมซะ แล้วส่งตัวนางมาร่วมรักกับข้าที่นี่ คืนนี้ข้าจะให้นางปรนนิบัติข้าทั้งคืน"
"นายท่าน...แล้วแม่นางหรงล่ะ เอาอย่างไรกับนาง"
"เก็บนางไว้ก่อน นางยังถือว่ามีประโยชน์ต่อข้า จะให้นางตายไม่ได้ ครั้งนี้ ข้าเพียง้าสั่งสอนนางให้ราบจำ "
"ขังนางไว้ใต้คุกหลวง จุดที่มืดมนที่สุด อย่าให้เห็นแม้แต่แสงเดือนแสดงตะวัน"
"ฉงอันเล่อ ถูกคุมตัวไป"