เพื่อขอเข้าเฝ้าองค์เทียนตี้และเทียนโฮ่วเพื่อทูลเรื่องราวทั้งหมด
“ข้าจะไม่ปล่อยให้หลานของข้า ต้องลำบากอีกต่อไปแล้ว”
องค์เทียนตี้และองค์เทียนโฮ่วต่างใจตรงกันทำการแต่งตั้งนาง
เป็นธิดาดอกไม้ เพื่อเป็นคู่หมายขององค์ชายเฟิ่งหวง
องค์รัชทายาทนั่นเอง
ไป่ลู่จิ่วคารวะองค์เทียนตี้และเทียนโฮ่ว
ทั้งสองมองนางด้วยความเอ็นดู
“แววตานางช่างเหมือนสหายของข้ายิ่งนัก”
เทียนตี้กล่าวเบาๆ กับเทียนโฮ่ว
“จมูกและปากของนางก็ช่างเหมือนกับมารดาของนางเหลือเกิน”
เทียนโฮ่วและเทพแห่งมวลดอกไม้ เป็นสหายกันตั้งแต่ครั้งยังวัยเยาว์ ทั้งสองสนิทกันมาก
นางจึงเอ็นดูไป่ลู่จิ่วเป็นพิเศษ เพราะนางเองก็ไม่มีธิดา
และอยากมีธิดามากเหมือนกัน
“ลำดับต่อไปนี้ เป็นการแต่งตั้งองค์รัชทายาท ขอเชิญองค์ชายเฟิ่งหวง
ขึ้นรับอาวุธประจำตัวขององค์รัชทายาท กระบี่เพลิงเมฆา”
ทุกคนต่างยินดีกับองค์รัชทายาท องค์ชายเฟิ่งหวงท่าทางองอาจ
ขณะนี้ได้เก็บผมดูสะอาดตา ชุดที่ขาวสลับกับปีกดิ้นสีทอง
บนไหล่ทั้ง 2 ข้างทำให้ดูสง่างามยิ่งนัก
“ข้าในฐานะองค์รัชทายาท จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อปกป้องเผ่าสวรรค์
จากการรุกรานของเผ่ามาร และข้าขอสละตำแหน่งผู้สืบทอดเผ่าหงส์
ให้กับ องค์หญิงเฟยหย่า ญาติผู้น้องของข้า”
องค์หญิงเฟยหย่า เป็นลูกพี่ลูกน้องของเฟิ่งหวง นางเป็นธิดาของท่านน้าซึ่งเป็นน้องชายของเทียนโฮ่ว เฟิ่งหวงรักนางเหมือนน้องสาวแท้ๆ
ของตนเองจึงสละตำแหน่งผู้สืบทอดเผ่าหงส์ให้กับนาง
เมื่อเฟิ่งหวงรับอาวุธประจำกาย ก็คารวะท่านพ่อและท่านแม่
ก่อนจะไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับไป่ลู่จิ่ว
“ท่านผู้เฒ่า ข้าต้องอยู่ที่นี่หรือเ้าคะ”
ไป่ลู่จิ่วหันมาถามท่านเทพผู้เฒ่าด้วยความสงสัย
“ใช่แล้วศิษย์ข้า ต่อไปเจ้าต้องเชื่อฟังและเคารพองค์เทียนตี้
และเทียนโฮ่วให้มากๆ นะ” นางยิ้มให้ท่านเทพผู้เฒ่าพร้อมรับปาก
“เจ้าค่ะท่านผู้เฒ่า ข้าจะเชื่อฟังอย่างที่ท่านสั่งสอนเจ้าค่ะ” สายตาคู่หนึ่งได้จับจ้องมายังใบหน้าของนาง
เฟิ่งหวงมองนางอย่างเงียบๆ และเริ่มสนใจนาง ใบหน้าสวยของนางนั้น
ดึงดูดสายตาของเฟิ่งหวงตั้งแต่แรกพบ
“วันนี้ขอให้ทุกท่าน ดื่มกินกันจนกว่างานจะเลิก ส่วนข้า
และเทียนโฮ่วขอตัวก่อน”
องค์เทียนตี้และเทียนโฮ่วบอกลาทุกคนในงาน
และเดินมาหาเฟิ่งหวง
“เจ้าไปส่งนางที่ตำหนักกลางหาว แล้วแนะนำสถานที่ให้นางด้วย
อย่าทำให้แม่เป็นห่วง”
เทียนโฮ่วพูดกับบุตรชายก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยน
และเดินออกไปพร้อมองค์เทียนตี้
หลังจากนั้นก็มีการแสดงจากนางในตำหนักสวรรค์ หนึ่งในนักแสดงนำคือ
เทพเสวียนจี นางเป็นบุตรสาวของท่านเทพดวงดาว
และท่านเทพจันทรา นางมีใจให้กับเฟิ่งหวงตั้งแต่นางยังเด็ก
และพยายามเข้าใกล้เฟิ่งหวงเสมอ
ในขณะที่แสดงนางส่งสายตาให้เฟิ่งหวงตลอด แต่เฟิ่งหวงไม่เคยสนใจยิ่งไปกว่านั้น วันนี้เฟิ่งหวงกลับหันเห
สายตาไปยังธิดาดอกไม้
จนนางเริ่มอิจฉาไป่ลู่จิ่ว ที่ตนเองไม่เคยได้รับสายตาเช่นนั้นเมื่อแสดงเสร็จนางจึงเดินไปหาเฟิ่งหวง
“ยินดีกับองค์รัชทายาทด้วยเพคะ”
นางเดินมาคารวะและนั่งลงข้างๆ เฟิ่งหวง
“ขอบใจเ้า แต่ข้านั่งตรงนี้คนเดียวได้”
เฟิ่งหวงไม่รอช้ารีบพูดก่อนที่นางจะได้ใจไปกว่านี้
“เพคะ งั้นข้าขอตัวก่อนเพคะ”
นางคารวะและเดินออกไป สายตามองมายังไป่ลู่จิ่วด้วยสายตามาดร้ายดนตรียังคงดำเนินต่อไป ท่านเทพผู้เฒ่าจึงขอตัวกลับก่อน
“ข้าต้องกลับแล้วศิษย์ข้า เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะเสี่ยวไป่”
ไป่ลู่จิ่วมองที่ท่านเทพผู้เฒ่าด้วยสายตาอาวรณ์
“ท่านผู้เฒ่า แล้วข้าจะอยู่กับใครหละเ้าคะ”
นางพูดเชิงตัดพ้อ
“เจ้ามีตำหนักสวรรค์คอยดูแล และเจ้าก็มีตำหนักเป็นของตนเอง
เจ้ามีสัตว์ภูตคอยติดตาม และเจ้ามีบ่าวรับใช้อีก 30 คนเจ้าคิดว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่ตัวคนเดียว
หรืออย่างไรเด็กน้อย”
ท่านเทพผู้เฒ่าพูดปลอบนางให้คลายความกังวล
“แล้วถ้าข้าคิดถึงท่านหละ ข้าจะไปเจอท่านได้ที่ไหน”
นางถามด้วยความอยากรู้
“หากเจ้าคิดถึงข้า ให้เจ้าหยิบดอกโบตั๋น 1 ดอก แล้วเรียกชื่อข้า
ข้าจะปรากฏตัวต่อหน้าเจ้า”
ท่านเทพผู้เฒ่าเป็นห่วงนางจะเหงา เลยบอกนางไปอย่างนั้น
เพื่อให้นางสบายใจ
“เ้าค่ะท่านผู้เฒ่า ให้ข้าไปส่งท่านนะเ้าคะ”
นางยังคงดึงดันจะไปส่งให้ได้
“ไม่รบกวนเ้าหรอกศิษย์ข้า ข้าไปก่อน”
แล้วท่านเทพผู้เฒ่าก็หายตัวไป
“เ้าผีเสื้อร้อยรุ้ง ข้าว่าเรากลับตำหนักกันดีกว่า”
ว่าแล้วนางก็ถือกรงทองของผีเสื้อร้อยรุ้งขึ้น
และกำลังจะเดิน
“ช้าก่อน เ้าจะไปไหน”
เฟิ่งหวงเอ่ยถามไป่ลู่จิ่ว ด้วยสีหน้า
และท่าทางประหลาดใจ
“ข้าจะกลับตำหนักกลางหาวเพคะ
องค์รัชทายาท”
นางตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของนาง
ช่างสดใสเป็ประกายยิ่งนัก
“เจ้าบอกจะกลับตำหนัก เจ้ารู้หรือไม่ ว่าตำหนักกลางหาวไปทางไหน”
เฟิ่งหวงพูดแกมหยอกเย้านาง เพราะรู้ดีว่านางเพิ่งจะมาแดนสวรรค์เป็นครั้งแรก
จะไปตำหนักกลางหาวถูกทางได้อย่างไร
“ข้าไม่รู้เพคะ ข้าว่า...”
นางกำลังจะเอ่ยต่อว่าจะไปถามองครักษ์ด้านนอก
แต่เฟิ่งหวงพูดแทรกขึ้นมาว่า
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่รับสั่งให้ข้าไปส่งเ้า
ที่ตำหนักกลางหาว”
“แต่ข้า...”
นางกำลังจะเอ่ยต่อ
“งั้นเราไปกันเถอะ”
เฟิ่งหวงตัดบทสนทนา และจับที่ข้อมือของนางพร้อมหายตัว
มายังหน้าตำหนักกลางหาว