ตอนที่4
“นิลหนีไปเ้าไม่ใช้คู่ต่อสู้ของมัน” ลุงชางพูดด้วยน้ำเสียงเป็กังวน
“ไม่ต้องเป็ห่วงครับลุงชาง ลุงรีบพาหลินและชาวบ้านที่เหลือหนีไปก่อน ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง” นิลกาฬพูด
‘ยังไงดีละเนี่ยใช้จิตส่วนใหญ่ไปกับการจัดการหมาป่าตัวนั้นไปสะเยอะ เลย เรียกศาตราเทวะออกมาได้แค่ปลอกแขนข้างเดียวเอง แย่แล้วๆ ถึงเ้าตัวนี้จะตัวเล็กกว่าตัวที่หมู่บ้านก็เหอะ ทำไงดีๆ’ นิลกาฬหันมามองทางลุงชางและหลินแต่พบว่าทั้ง2ยังไม่หนีไปอีก
“หลินไปพาลุงชางหนีไปเร็ว”
“จ..จ้า ได้จ้า เดียวข้าจะพาท่านพ่อหนีไปเอง เ้าก็ระวังด้วยนะนิล อย่าตายละ” หลินเป็ห่วง
“ฮ่าๆ ข้าเองก็ไม่ยอมตายง่ายๆหรอก รีบไปเร็วลุงชางาเ็หนักใช้ย่อย”
“จ้า ระวังตัวด้วยนะนิล” หลินพูดด้วยความเป็ห่วง
“อืม”
“เข้ามาๆเ้าหมาน้อย แกเองก็คงไม่รู้สินะว่าแม่ของแกโดนข้าผู้นี้จัดการไปแล้ว” นิลกาฬกวักมือเรียก
หมาป่าทมิฬ มองหน้านิลกาฬด้วยความงงงวย
หลังจากนั้นนิลกาฬก็หยิบหูหมาป่าออกมาจากกระเป๋า ลุงชางและหลินสงสัยเป็อย่างมากว่านิลกาฬหยิบอะไรออกมา เนื่องจากพวกเขานั้นอยู่ด้านหลังของนิลกาฬเลยทำให้ไม่สามารถเห็นหูของหมาป่าได้
หูของหมาป่าที่นิลกาฬหยิบออกมานั้นมันไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก
แต่หมาป่าทมิฬตัวเล็กนี้มันสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเป็ของแม่มัน
วู๊ววววววว
“กรร”
มันขู่ใส่นิลกาฬ ตอนนี้หมาป่าทมิฬโกรธเป็อย่างมาก
“โกรธเป็ด้วยหรือแกนะ ข้าว่าเรามาย้ายสถานที่สู้กันหน่อยดีกว่า”
หลังจากพูดจบนิลกาฬก็วิ่งออกไปอีกด้านนึงของป่าทันที ซึ่งเป็ทางตรงกันข้ามกับที่ลุงชางและหลินหนีไป
หลังจากที่วิ่งมาได้สักพักนิลกาฬก็หยุดลง
“ดูเหมือนว่าแกจะแค้นข้ามากๆเลยสินะ แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าแกเองจะต้องตายตามแม่ของแกไปด้วย”
“กรร”
ทั้งคู่จ้องหน้ากันและเป็ฝ่ายหมาป่าที่เข้ามาโจมตีก่อน มันเข้ามาตะปบนิลกาฬจากทางซ้ายของนิลกาฬแต่นิลกาฬย่อตัวหลบและผลักขาข้างที่ตะปบมาออกไปทำให้หมาป่าเสียการทรงตัว
นิลกาฬต่อยไปที่ใต้ท้องของหมาป่าเต็มแรง
ปู๊ง~ เสียงฆ้องดังกังวาน
แพร๊ง~ แต่ปลอกแขนทองคำของนิลกาฬก็แตกออกเช่นกัน
“ฮ่าๆ ความซวยมาเยือนแล้วของจริง ใช้จิตมากกว่าไปกว่านี้ไม่ไหวแล้ว ถ้าไม่าเ็ก็คงจะใช้ได้นานกว่านี้”
หลังจากที่ใช้จิตไปเป็จำนวนมาก และนิลกาฬก็เสียเืจากที่โดยข่วนไปเป็จำนวนมาก แผลที่ด้านหลังของเขาเืไหลไม่หยุด สติของเขาก็เริ่มเลือนราง
“นี่คงจะถึงเวลาที่ข้าจะต้องตายแล้วสะนิ” หลังจากพูดเสร็จนิลกาฬก็สลบไปทันที
หมาป่าที่โดนต่อยกระเด็นไปนั้น เห็นว่านิลกาฬกำลังล้มลงพื้น ก็พุ่งเข้ามาใส่เขาเต็มที่
‘ให้ตายสิ ข้าอุส่าออกมาจากถ้ำมาได้ แล้วเจอคนที่มีความสามารถสูงขนาดนี้ เพียงพอที่จะฝึกศาสตร์แห่งจักรวาล แต่ไม่ทันไรก็จะมาตายสะงั้น ข้าจะช่วยเ้าสักเล็กก็แล้วกันเ้าหนู การช่วยเ้าในครั้งข้าจะขอค่าตอบแทนจากเ้าที่หลังนะเ้าหนู ข้าขอยืมร่างของเ้าก่อนก็แล้วกัน” นางที่แอบอยู่ในจิตของนิลกาฬก็ได้ควบคุมร่างของนิลกาฬ
หมาป่าที่กำลังพุ่งเข้ามาจะถึงตัวนิลกาฬ และเตรียมที่จะโจมตีแล้วนั้น
ก็โดนต่อยเสยคางทันที ปัง~
ทำให้หมาป่าทมิฬลอยตีลังกาหลังกระแทกพื้นอย่างแรง
“ร่างกายของเ้าหนูน่าสนใจทีเดียว มีความยืดหยุ่นเป็อย่างมากแทมยังมีพลังธาตุที่ล้นหล่าอะไรขนาดนี้ เ้าหนู่นี้อยู่แค่ระดับปุถุชนจริงๆหรอ แต่ดูเหมือนว่าเ้าจะผนึกพลังของตัวเองเอาไว้สินะเ้าหนู ข้าละไม่เข้าใจเ้าจริงๆทำไมเ้าถึงได้อยากหาเื่ตายขนาดนี้ แถมเป็อาคมผนึกที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ผนึกแข็งแกร่งมาก ต่อให้พลังดังเดิมของข้าก็ไม่สามารถปลดผนึกได้ เ้าหนูตัวเ้านั้นมีความลับมากมายจริงๆ แต่ครั้งนี้ข้าจะช่วยเ้าเอง อย่าลืมขอบคุณข้าละ อิอิอิ ข้าจะแสดงทักษะ สสารมืดที่ถูกต้องให้เ้าดูเอง [สสารมืด]”
“[เปลี่ยนรูปร่าง ดาบ บีบอัดอนุภาคขนาดสูง]”
สสารมืดจำนวนมากได้มารวมตัวข้างหน้าของนิลกาฬและได้หลอมรวมกลายมาเป็ดาบ 2 มือขนาดใหญ่ ใบมีดยาว 1.5 เมตร และกว้าง 20 ซม.
“[ศาตรามืด ชุดเกราะทมิฬ]”
สสารมืดรอบๆตัวบีบอัดกันจนเป็ชุดเกราะคุมทั่วร่างของนิลกาฬทำให้ร่างของนิลกาฬเป็สีดำเงาสะท้อนแสง เหมือนกันศาตราเทวะที่นิลกาฬใช้
หมาป่าลุกขึ้นมาได้ก็โกรธเป็อย่างมากที่นิลกาฬไปต่อยมัน แต่มันหารู้ไม่ว่ามีคนควบคุมร่างของนิลกาฬอยู่ มันพุ่งเข้ามาและใช้กรงเล็บตะปบไปที่นิลกาฬอย่างแรง ด้วยความโมโห
เคร้ง
แต่กรงเล็บของมันหาได้ทำอันตรายต่อชุดเกราะทมิฬ แม้แต่รอยขีดข่วนยังไม่มีเลย
หมาป่าได้โจมตีอย่างต่อเนื่อง ทั้งกัด ข่วน ตบ แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรชุดเกราะได้
“ทั้งหมดของเ้ามีแค่นี้ใช่ไหมเ้าหมาน้อย” นางถาม
หมาป่ารู้ว่ามันไม่สามารถสู้กับนิลกาฬได้ มันเลยหันหลังวิ่งหนีทันที
“จะหนีไปไหนหมาน้อย นี้ขนาดพลังของข้าตอนนี้แค่ระดับกษัตริย์เองนะ เ้ายังไม่สามารถทำอะไรชุดเกราะของข้าได้แสดงว่าเ้านั้นอ่อนแอเป็อย่างมากสินะตอนนี้ งั้นข้าก็จะช่วยสงเคราะห์เ้าเอง” นางพูด
นางควบคุมร่างของนิลกาฬพุ่งตามหลังหมาป่าทมิฬไป และใช้ดาบฟันไปที่หมาป่าเต็มแรง นางฟันั้แ่หางไปยังหัว ดาบที่ฟังลงไปนั้นไม่มีแรงต้านใดๆ ทำให้หมาป่าทมิฬร่างแยกออกเป็ 2 ท่อนตายทันที
“ท่านได้ฆ่ามอนสเตอร์ระดับราชันย์ ราชันย์หมาป่าทมิฬเขี้ยงเงินวัยอ่อนพ ได้รับผลึกิญญา เมื่อท่านดูดซับลูกแก้วสามารถได้รับธาตุหยิน 20-40 แต้ม เนื้อสามารถกินได้”
“ฮ่าๆ~ เ้าหนูแกนิมันโชดดีจริงๆ ฆ่ามอนสเตอร์ระดับราชันย์ไป3ตัว แถมยังได้ผลึกิญญาทั้ง3ตัวอีก ั้แ่ข้าเกิดมายังไม่เคยเห็นใครดวงดีเท่าเ้ามาก่อนเลย ฮ่าๆ~” นางควบคุมร่างของนิลกาฬดูดซับลูกแก้วธาตุหยินทันที
ท่านได้รับธาตุหยิน 1 แต้ม
ท่านได้รับธาตุหยิน 1 แต้ม
…
นนทกดูดซับธาตุหยินให้นิลกาฬ ได้มาทั้งหมด 33 แต้ม ขณะนั้นเองเสียงจากระบบก็แจ้งเตือนมายังในจิตของนิลกาฬ
“ธาตุหยินของท่านเต็มแล้ว จะต้องเลื่อนระดับถึงจะสามารถดูดซับธาตุหยินเพิ่มได้”
“ไหนขอดูพลังของเ้าหน่อยสิเ้าหนู [ตรวจสอบ]”
ชื่อ นิลกาฬ อายุ 12 ปี
ระดับ ปุถุชน อายุขัย 200 ปี
ธาตุไฟ 350(+22)
ธาตุดิน 350(+20)
ธาตุไม้ 350(+30)
ธาตุน้ำ 350(+25)
ธาตุทอง 350(+50)
ธาตุหยิน 350(+100)
ธาตุหยาง 350(+0)
สามารถเลื่อนระดับได้แล้ว
“เห้ย!! พลังพื้นฐานของเ้าหนูมีมากขนาดนี้เลยหรอ เ้าหนูนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ อายุแค่นี้สามารถมีพลังธาตุทั้ง7ได้มากขนาดนี้เลยหรือ ขนาดข้าที่เป็มอนสเตอร์ขั้นสุดยอดมาก่อนข้ายังพัฒนาได้แค่5ธาตุเอง ยังไม่เคยเจอใครที่มีพลังธาตุมากมายขนาดนี้มาก่อนเลย เท่าที่ข้าดูหมู่บ้านนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แถมลุงของเ้าหนูนี้ก็แค่ระดับกษัตริย์ขั้นท้ายเท่านั้นเอง ไม่น่าจะช่วยหาลูกแก้วธาตุมาให้เ้าหนูได้มากขนาดนี้ เอ่! หรือว่าเ้าไม่ใช่คนจากหมู่บ้าน?” นางสงสัย
หลังจากที่เสียงต่อสู้สงบลง หลินเห็นว่าเหตุการณ์ได้สงบลงแล้ว และไม่ได้ยินเสียงคำรามของหมาป่าทมิฬเลย นางพยายามจะได้ดูว่าเกิดอะไรขึ้น
นางเป็ห่วงนิลกาฬเป็อย่างมาก แต่ก็มีมือมาจับที่แขนของเธอเอาไว้
“หลินหลินลูกจะไปไหน” ลุงชางพูดด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ข้าจะไปดูว่านิลเป็ยังไงบ้าง เสียงการต่อสู้สงบลงแล้ว ข้าเลยอยากจะไปดูว่าเหตุการณ์มันเป็เช่นไร”
“แปบนึงของให้พ่อตรวจดูก่อน” ลุงชางได้หลับตาลงและใช้พลังของเขาตรวจสอบพื้นที่บริเวณรอบๆในรัศมี 2 กม.
ลุงชางสามารถััได้ว่า ทิศทางที่ต่อสู้นั้นได้จบลงแล้ว ลุงชางเห็น นิลกาฬยืนถือดาบขนาดใหญ่อยู่ข้างๆกับศพของหมาป่าทิมฬที่ถูกผ่าออกมาเป็2ซีก ลุงชางใเป็อย่างมาก
“ข..เขาฆ่าหมาป่าทมิฬได้ยังงั้นหรือ”
“ท่านะพ่อ ท่านว่าอะไรนะ”
“เ้านิลสามารถฆ่าหมาป่าทมิฬได้” หลังจากที่ลุงชางพูดจบ
หลินก็รีบวิ่งออกไปทางทิศที่มีการต่อสู้โดนทันที
นางที่ควบคุมร่างของนิลกาฬสามารถััได้ว่ามีคนกำลังตรงมาทางนี้ จึงได้ยกเลิกการควบคุมร่างของนิลกาฬและเข้าไปยังจิตของนิลกาฬเพื่อหลบซ่อนต่อไป
เมื่อหลินวิ่งมาถึงที่ที่เกิดการต่อสู้ก็เห็นว่าบริเวณรอบๆ ดินเป็หลุมกระจุยกระจาย ต้นไม้หักโค้น หลินมองหานิลกาฬอย่างเต็มที่ เมื่อนางหันไปเห็นนิลกาฬนอนสลบอยู่ข้างๆศพของหมาป่าทมิฬ ที่ตัวของนิลกาฬนั้นได้มีชุดเกราะสีดำเงาปกคลุมทั้งร่างของเขาไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
‘เขาลืมยกเลิกทักษะ’ นางพึ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ยกเลิกทักษะ นางจึงได้ยกเลิกทักษะทันที
หลังจากนั้นสักพัก เกราะและดาบ ก็ได้สลายกลายเป็ฝุ่นควันหายไปในอากาศเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลินสงสัยเป็อย่างมาก แต่หลังจากที่ชุดเกราะหายไป ทำให้หลินเห็นาแด้านหลังของนิลกาฬได้
มีเืออกมาเป็จำนวนมาก หลินจึงรีบพานิลกาฬไปรวมกลุ่มกับพ่อและชาวบ้านทันที
“ที่นี้ที่ไหนเนี่ย ์ยังงั้นหรอ” นิลกาฬพูดด้วยความสงสัย
“เ้าหนูเ้ายังไม่รู้อีกหรือว่านี้คือที่ไหน” นางพูดด้วยน้ำเสียงชวนล้อเล่น
นิลกาฬได้หันไปทางต้นเสียงก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ใบหน้าของนางนั้นสวยราวกับนางฟ้า ผิวขาวราวกับหยก ผมยาวสีดำเกือบถึงเอวสวมชุดไทยจักรพรรดิสีเขียวมรกต
“ที่นี้คือ์อย่างนั้นหรือท่าน” นิลกาฬถามด้วยความสงสัย
“ที่นี้ไม่ใช้์หรอกโยมหนุ่มน้อย” หลังจากเสียงมีปริศนา ก็ได้ปรากฏแสงสีทองส่องสว่างออกมา
ปรากฏเป็พระพุทธองค์ร่างกายทั้งตัวของพระพุทธองค์เป็สีทองอร่ามส่องแสงจางๆ ได้ปรากฏข้างๆกับนาง
ซึ่งนางเองก็ใเป็อย่างมากเช่นกันเพราะนางคิดว่ามีเพียงนางแค่คนเดียวที่มาอยู่ในจิตของนิลกาฬ
“กราบนมัสการพระคุณเ้า” นิลกาฬก้มลงกราบพระพุทธองค์ทันที
“โยมหนุ่มน้อย เ้าในตอนนี้นั้นยังไม่ตาย กรรมของเ้ายังไม่สิ้นสุด เ้ายังต้องชดใช้กรรมของเ้าอีกมากมาย ที่อาตมามาพบเ้าในครั้งนี้เพื่อจะมาบอกเ้าว่าอาตมาอยากให้เ้าหมั่นนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบและหมั่นทำกรรมดี เพื่อที่สักวันหนึ่งเ้าจะได้ชนะมารในใจของเ้าได้ มารในใจของเข้านั้นแข็งแกร่งเป็อย่างมาก อาตมาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะผนึกไว้ได้นานเท่าไหร่ โยมจะต้องบรรลุธรรมเทวะขั้นที่ 2 เสียก่อนถึงจะพอสามารถต้านมารในใจของเ้าได้”
“ขอรับพระคุณเ้า ข้าจะหมั่นนั่งสมาธิ ทำกรรมดี และจะปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอนของท่าน” นิลกาฬพูดด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่
“ดีมากโยม อาตมาแค่จะมาเตือนเ้าแค่นี้ แล้วอีกอย่างหนึ่งถ้าเ้าจะยอมฝึกวิชาของโยมแม่นางคนนี้ด้วยก็จะดีมาก เพราะวิชาของแม่นางคนนี้จะช่วยให้จิตของเ้านั้นสงบได้ดียิ่งขึ้น อาตมา้ามาบอกเ้าเพียงเท่านี้ อาตมาขอตัวลา” พระพุทธองค์หลังจากพูดเสร็จก็ค่อยๆจางหายไป
“ขอขอบพระคุณ พระคุณเ้าที่ช่วยชี้แนะ” นิลกาฬก้มกราบ 3 ครั้ง
หลังจากพระพุทธองค์หายไปแล้วนั้นนิลกาฬก็ได้หันมาทางนาง
“ไม่ทราบว่าแม่นาง ท่าน้าจะสอนวิชาอะไรให้แกข้าหรือ?”
“เ้าจำข้าไม่ได้หรือ?”
“เราเคยเจอกันมาก่อนด้วยหรอ” นิลกาฬด้วยความสงสัย
“ถึงเราไม่เจอกันโดนตรงแต่ทั้งข้าและเ้า แต่ข้ากับเ้าเคยคุยกันมาก่อนแล้วครั้งนึง” นางบอก
“???”