“ของสิ่งนี้ต้องมีค่าไม่น้อย”
ณ ถนนที่ไร้ซึ่งผู้คน ถังเหล่ยกำลังออกเดินทางเพียงลำพัง ในมือเขายังถือกริชที่หลินเนี่ยนมอบให้ก่อนออกมา
บนกริชมีอัญมณีฝังเอาไว้สองเม็ด หากไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่ถ้ากระตุ้นพลังงานในอัญมณีสองเม็ดนี้ ก็จะระเบิดพลังสังหารที่ทรงพลังได้
อาวุธเช่นนี้หายากมาก โดยปกติต้องใช้ช่างทำอาวุธโดยเฉพาะ ถึงจะตีอาวุธเช่นนี้ขึ้นมาได้
ไม่รู้ว่าหลินเนี่ยนได้มันมาจากไหน แต่มันจะต้องเป็นของที่ล้ำค่ามากแน่
ถังเหล่ยควงกริชไปมารอบหนึ่ง แล้วเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติสีดำ
แหวนมิติวงนี้เขาก็เก็บมาจากร่างของเยียนหลิงซานที่เขาสังหารไปแล้ว
ในฐานะที่เยียนหลิงซานเป็นยอดฝีมือระดับยอดยุทธ์ อีกทั้งยังมีคนในจักรวรรดิหนุนหลัง แหวนมิติที่ใช้จึงไม่ธรรมดา มิติข้างในมีขนาดหลายเมตร และยังเต็มไปด้วยสมบัติเงินทอง
ดูท่าหลายปีมานี้เยียนหลิงซานจะรวบรวมสมบัติไว้ไม่น้อย
แต่สมบัติเหล่านี้ไม่อยู่ในสายตาถังเหล่ย เขาเดินไปด้วยค้นสิ่งของต่างๆ ในแหวนมิติไปด้วย ดูว่าจะหาของมีค่าอื่นๆ ได้บ้างหรือไม่
“ยาเอกาสองเม็ด แก่นอสูรระดับสามห้าเม็ด ค่ายกลป้องกันระดับสามหนึ่งชุด”
ถังเหล่ยส่ายหัว นอกจากวัตถุดิบไร้ค่าเหล่านั้น สิ่งที่พอจะเข้าตาถังเหล่ยอยู่บ้างก็มีเพียงของเหล่านี้
จะโทษเยียนหลิงซานเรื่องนี้ก็ไม่ได้ สาเหตุหลักเป็นเพราะสายตาของถังเหล่ยสูงส่งเกินไป ความจริงแล้ววัตถุดิบผุพังเหล่านั้นล้วนเป็นของดี นอกจากนี้ตอนที่เยียนหลิงซานใช้วิชากลืนวิญญาณ เขาก็ใช้ยาไปจำนวนมาก ยาที่เหลือในแหวนมิติจึงมีอยู่น้อยนิด
“เอ๊ะ...นี่มันอะไรกัน!?”
ใต้วัตถุดิบกองนั้น ถังเหล่ยคุ้ยเจอกล่องที่ทำจากหินกล่องหนึ่ง
บนกล่องมีฝุ่นเกาะหนาเตอะ ดูท่าเยียนหลิงซานคงจะลืมมันไปนานแล้ว และก็ไม่รู้ว่าถูกเยียนหลิงซานทิ้งเอาไว้ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
เพียงถังเหล่ยครุ่นคิดในใจ กล่องพลันปรากฏขึ้นบนมือของเขา
“สกปรกจริงๆ!”
ถังเหล่ยเป่าฝุ่นบนกล่อง ลวดลายเลือนรางปรากฏขึ้น กล่องใบนี้ไม่ได้ถูกใส่กุญแจเอาไว้ คุณภาพก็ดูธรรมดา ดูไปแล้วคงไม่ใช่ของดีอะไร
ถังเหล่ยเปิดกล่องออกมา ในนั้นโล่งมาก มีเพียงของสีดำขนาดเท่าฝ่ามืออยู่ใต้กล่อง
ถังเหล่ยหยิบของสีดำมาไว้ในมือ แล้วโยนกล่องทิ้งไป
ของสิ่งนี้คล้ายกับกลีบดอกไม้ชนิดหนึ่ง มันไม่ใช่ทั้งเหล็ก ไม้ หรือหิน แม้จะไม่ได้โดนแสงมาเป็นเวลานาน แต่กลับไม่เสียหายแม้แต่น้อย ผิวภายนอกของมันส่องแสงระยิบระยับอย่างอ่อนโยน ส่วนสัมผัสก็ลื่นมือไม่เลว
ถังเหล่ยพลิกไปมาก็ไม่เห็นความพิเศษอะไร เขาไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มีประโยชน์อันใดกัน จึงเก็บเอาไว้ในแหวนมิติตามเดิม
จากนั้นถังเหล่ยก็กางแผนที่ที่อวิ๋นเมิ่งมอบให้เขาออก บนแผนที่บอกเพียงตำแหน่งคร่าวๆ ของจักรวรรดิสี่ห้าแห่งรอบจักรวรรดิเทียนอวี่กับเมืองหลักไม่กี่แห่ง แต่สำหรับถังเหล่ยแค่นี้ก็เพียงพอ
ถึงแม้ถังเหล่ยชาติที่แล้วจะไม่เคยท่องในจักรวรรดิเหล่านี้ แต่ก็คุ้นเคยกับการแบ่งเขตของจักรวรรดิในโลกตงฮวง สถานที่ที่ถังเหล่ยจะไปในครั้งนี้ก็คือ เขตที่พิเศษที่สุดของทั้งโลกตงฮวง
ภูเขาจู่หุน
ในตำนานเคยกล่าวไว้ว่าโลกทุกใบล้วนเคยเป็นโลกใบเดียวกันมาก่อน แต่ภูเขาจู่หุนคือสถานที่กำเนิดของวิญญาณยุทธ์ทั้งหมด และที่นั่นยังซ่อนความลับสุดยอดของวิญญาณยุทธ์อยู่ด้วย
เคยมีการต่อสู้ครั้งหนึ่งที่ทำให้โลกแตกสลาย ภูเขาจู่หุนก็เช่นกัน มันแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน
ในโลกทุกใบล้วนมีภูเขาจู่หุนแห่งหนึ่ง ในตำนานเล่าว่าผู้ฝึกตนทุกคนสามารถไขข้อสงสัยเกี่ยวกับความลับของวิญญาณยุทธ์ของตนเองได้ที่ภูเขาจู่หุน และในภูเขาก็ยังมีโชควาสนาต่างๆ รอให้เก็บเกี่ยวอยู่ด้วย
โดยสรุปแล้วก็คือ ภูเขาจู่หุนคือแดนศักดิ์สิทธิ์ของผู้ฝึกตนและแดนศักดิ์สิทธิ์ของวิญญาณยุทธ์
แต่ตำนานก็คือตำนาน ความจริงก็คือความจริง
ถังเหล่ยชาติที่เคยเป็นราชันนักปรุงยาระดับหก สถานที่ที่ขึ้นชื่อในโลกตงฮวงเขาล้วนเคยไปมาแล้ว รวมไปถึงภูเขาจู่หุนด้วย
ถ้าให้ถังเหล่ยอธิบายเกี่ยวกับภูเขาจู่หุน คงมีเพียงแค่สองพยางค์เท่านั้น วุ่นวาย!
ภูเขาจู่หุนของโลกตงฮวงตั้งอยู่ตรงเขตแดนของจักรวรรดิซือฉี จักรวรรดิตงหลานและจักรวรรดิต้าเซี่ย
บริเวณรอบภูเขาจู่หุนในระยะหลายพันลี้คือสถานที่แห่งความวุ่นวาย อยู่ที่นี่กฎหมายของทั้งสามจักรวรรดิล้วนไร้ผล ขั้วอำนาจนับไม่ถ้วนต่างมาพัฒนาตนเองที่นี่
การค้ามนุษย์ การลอบสังหาร ตลาดมืด เรื่องสกปรกต่างๆ ก็ล้วนดำเนินการที่นี่
เรียกได้ว่าที่นี่คือสถานที่ที่วุ่นวายที่สุดในโลกตงฮวง
สมัยก่อนถังเหล่ยก็สงสัยมากว่า ทำไมราชันตงถึงยอมให้มีเขตที่วุ่นวายเช่นนี้
แต่ราชันตงบอกกับถังเหล่ยว่า “ที่ใดมีแสง ที่นั่นย่อมมีเงา คิดจะปกครองโลกใบหนึ่ง ไม่เพียงต้องคุ้มครองคนดี ยังต้องดูแลคนชั่วด้วย”
คนชั่วต้องการสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยแบบใต้ดินฉันใด เขตวุ่นวายรอบภูเขาจู่หุนก็มีสภาพแวดล้อมฉันนั้น การมีอยู่ของภูเขาจู่หุนไม่เพียงคุกคามความปลอดภัยของโลกตงฮวงเท่านั้น แต่มันก็ทำให้โลกตงฮวงสงบสุขในอีกแง่หนึ่งด้วย
ถังเหล่ยก็เคยไปภูเขาจู่หุนครั้งหนึ่งด้วยความสงสัย ตอนนั้นเขาเป็นระดับราชันยุทธ์แล้ว แต่ราชันตงก็ยังส่งกลุ่มองครักษ์เกราะทองของวังหลวงไปคุ้มครองความปลอดภัย
เพราะราชันตงอ้างเหตุผลว่า “การตั้งอยู่ของภูเขาจู่หุนนั้นยาวนานกว่าระยะเวลาที่เขาปกครองโลกตงฮวง แม้แต่เขาก็มองภูเขาจู่หุนไม่ออกว่า ใต้น้ำขุ่นมัวแห่งนั้น ซ่อนสิ่งใดเอาไว้มากน้อยเพียงใด”
ถังเหล่ยเพียงแค่ท่องไปรอบภูเขาจู่หุนไม่กี่วัน เพราะเขามีองครักษ์เกราะทองอยู่ จึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ถังเหล่ย แต่เขาได้ยินตำนานเกี่ยวกับภูเขาจู่หุนมาก็มากมาย
ภูเขาจู่หุนจะเปิดออกโดยไม่มีเวลาที่แน่นอน หลังจากเปิดแล้วผู้ฝึกตนสามารถเข้าไปในนั้นได้ มีผู้ฝึกตนบางส่วนที่เอาสมบัติต่างๆ มากมายออกมาจากในนั้น
บางครั้งภูเขาจู่หุนก็ปล่อยสมบัติออกมาเองด้วย นี่ก็คือหนึ่งในสาเหตุที่รอบภูเขาจู่หุนรวบรวมคนชั่วเอาไว้มากมาย
ตอนที่ถังเหล่ยออกจากภูเขาจู่หุนของโลกตัวเองไป เขาก็ท่องไปในโลกต่างๆ เพื่อตั้งใจไปดูภูเขาจู่หุนของโลกอื่นเป็นพิเศษ มีภูเขาจู่หุนของโลกบางใบที่อยู่ภายใต้การควบคุมของจักรวรรดิที่สงบสุขอย่างยิ่ง
ถึงอย่างไรถังเหล่ยตอนนั้นก็คือบุตรบุญธรรมของราชันตง และเป็นถึงนักปรุงยาระดับหก ยามเขาไปที่โลกใบไหนก็ได้รับการดูแลอย่างดี
มีเจ้าของโลกแห่งหนึ่งได้บอกกับถังเหล่ยว่า มีครั้งหนึ่งองค์ชายของเขาได้เข้าไปในภูเขาจู่หุน แล้วได้เห็นต้นกำเนิดของวิญญาณยุทธ์ของตัวเองที่นั่น
นี่ก็คือเป้าหมายที่ถังเหล่ยมุ่งหน้าไปภูเขาจู่หุน เขาสงสัยเกี่ยวกับวิญญาณยุทธ์สีทองในร่างกายของเขาเป็นอย่างยิ่ง เขาเคยเห็นรูปร่างของมังกรคชสารแค่ในหนังสือเท่านั้น ส่วนวิญญาณยุทธ์ต้นกำเนิดคืออะไรนั้น ถังเหล่ยก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่เคยเห็นในตำราโบราณเล่มใดด้วย
ดังนั้นถังเหล่ยอยากไปที่ภูเขาจู่หุน เพื่อดูว่าจะสามารถค้นหาความลับวิญญาณยุทธ์ของตนได้หรือไม่ ในช่วงเวลาเช่นนี้พยายามอย่าเปิดเผยวิญญาณยุทธ์ของตัวเองจะดีที่สุด
จากจักรวรรดิเทียนอวี่ไปภูเขาจู่หุน ระหว่างทางต้องผ่านจักรวรรดิซือฉี
พลังของจักรวรรดิซือฉียังไม่เทียบเท่าจักรวรรดิเทียนอวี่ ในโลกตงฮวงนับว่าเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างอ่อนแอ อีกทั้งมักเกิดการต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์ในจักรวรรดิ ทำให้ที่นั่นมีการเปลี่ยนผันราชวงศ์ที่ค่อนข้างถี่
ส่วนราชันตงก็อนุญาตให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้น…