สุยอันไม่รู้ความในใจของหลี่ซง เมื่อได้ยินหลี่ซงเรียกชื่อเล่นของตัวเองก็พลันรู้สึกกระอักกระอ่วนพูดงึมงำอยู่สองสามประโยคจึงรวบรวมสติและบอกลาหลี่ซง
หลี่ซงมองตามหลังของสุยอันอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งนางเลี้ยวผ่านูเาจำลองไปทำให้เขามองไม่เห็นนางอีก
หญิงรับใช้าุโที่เฝ้าประตูเล็กมองเขาอย่างสนเท่ห์มองจนเขารู้สึกเคอะเขินแล้วหนีไป
สุยอันกลับถึงที่พักและนับเงินเก็บอีกครา ทว่ายิ่งนับก็ยิ่งหดหู่
วันนี้ที่ฉู่ยี่บอกว่าจะรับนางเป็สาวใช้ในเรือนนับเป็ตัวกระตุ้นอย่างดี ถ้าเขาเป็คนพูด นางไม่มีวันใส่ใจเป็แน่ เพราะในเรือนฝ่ายหลังถือสตรีเป็ใหญ่แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็มีความคิดเช่นนั้นเหมือนกัน นางพอคาดเดาอนาคตของตัวเองได้แล้ว
หลังฮูหยินคนใหม่แต่งเข้าเรือนมา อนาคตของสาวใช้ห้องข้างมีอยู่สองทางเลือกทางหนึ่งคือถูกแต่งตั้งให้เป็อนุ อีกทางคือถูกฮูหยินขับออกไปแต่งงานใหม่
หากถูกแต่งตั้งให้เป็อนุ ไม่เพียงต้องรับฟังคำสั่งแต่ยังมีโอกาสที่จะถูกขายทิ้งตลอดเวลา หากวันใดฮูหยินเกิดรู้สึกขัดหูขัดตาขึ้นก็สามารถขายทิ้งได้ทันทีหากถูกขับออกไปแต่งงานใหม่ ก็ต้องแบกชื่อเสียงที่เคยปรนนิบัติหลับนอนกับเ้านายออกไปด้วยวันข้างหน้าหากมีบุตรคงไม่พ้นต้องถูกผู้อื่นหยามิ่ ไม่ว่าทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น
นางกำลังคิดไม่ตกกับทางเดินในวันข้างหน้า งานที่ต้องทำในมือก็ไม่มีทีท่าจะน้อยลง
เหลียนเซียงให้คนมาเรียกนางไปหา และให้แบบปักลายมาเป็กองพะเนินเทินทึก
"สิ้นปีนี้ คุณชายเก้าต้องเข้าวังพร้อมนายท่าน ฉะนั้นจำเป็ต้องตัดชุดใหม่ทั้งหมดคนในห้องตัดเย็บกำลังตัดชุดใหม่ให้คุณชายคนอื่นๆ งานล้นมือ ฮูหยินจึงเรียกข้าไปพบ และให้แพรพรรณของคุณชายเก้ากลับมาจึงอยากจะให้เอามาวาดแบบไว้ก่อน แล้วค่อยแจกไปทำคนละชุด งานจะได้เสร็จเร็วขึ้น น้องสาวแสนดีข้ารู้ว่าเ้ายุ่ง ทว่างานนี้ต้องใช้ความละเอียดสูง พวกสาวใช้ในเรือนไผ่ขาวมือเท้าห่างทำได้ไม่ดีข้าจึงต้องมารบกวนเ้าเช่นนี้"
เมื่อเหลียนเซียงพูดจบ สุยอันพลันรู้สึกว่าสายตาที่เหลียนเซียงมองมาคมกริบราวใบมีดพักนี้นางมักจะรู้สึกว่าเหลียนเซียงไม่ชอบนาง เดิมทีก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ทว่าเหลียนเซียงริบเงินรางวัลของนางไปจนแล้วจนรอดก็ไม่ให้เสียที หนำซ้ำยังมักจะใช้ให้ทำงานที่ไม่ใช่งานของนาง หากนางยังปล่อยให้เหลียนเซียงทำตามอำเภอใจเช่นนี้ต่อไปในอนาคตคงมีงานที่นางต้องทำไม่จบไม่สิ้นเป็แน่ หากเป็เช่นนี้ต่อไปคงจะไม่ดีนัก และไม่แน่ว่าวันใดอาจจะมีปัญหาใหญ่ตามมาก็เป็ได้
"ท่านพี่ชมเกินไปแล้ว หากกล่าวถึงฝีมือการปักร้อย ใครเลยจะสู้พี่อวิ๋นเซียงและพี่เหมยเซียงได้แค่ให้ข้าจับเข็มยังจับไม่ถูกเลย งานที่ท่านพี่มอบหมายให้ ข้าไม่เคยคิดเกี่ยงงอน เพียงแต่ต้องถามให้แน่ชัดว่างานพวกนี้ใช้เมื่อไรข้าเป็คนเขลา หากให้วาดข้าวาดได้แน่นอน เพียงแต่อาจจะช้าหน่อย ถ้าเร่งก็จะทำผิดทันทีหากจะให้ข้าวาดพวกนี้ ถ้าไม่ทำงานอย่างอื่นเลย อย่างน้อยต้องใช้เวลาสี่ห้าวัน แต่ว่า่นี้คุณชายเก้าต้องทำการบ้านทั้งวันนี่คือเื่ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ได้ยินว่าแม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังรับสั่งให้เขาตั้งใจทำ..."
เหลียนเซียงเงยหน้าพลางยิ้ม "ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินเื่นี้"
สุยอันตอบ "เื่ราวเป็มาเช่นไรข้าก็ไม่รู้ เพียงแต่วันนั้นที่คุณชายเจ็ดมาพูดคุย ข้าได้ยินว่าคุณชายเก้ารับราชโองการมาเพื่อทำการบ้านท่านพี่ก็รู้ว่า หากคุณชายเก้าตั้งใจขึ้นมา ท่านไม่ชอบให้ใครไปรบกวน ข้าไม่กล้าเข้าไปถามเวลานี้จริงๆ"
เหลียนเซียงหลุบเปลือกตาลง ผ่านไปสักพักถึงเอ่ยขึ้น "ของพวกนี้รีบใช้ เดิมอยากจะรบกวนเวลาเ้าเพียงครึ่งวันเท่านั้น..."
สุยอันถือกระดาษแผ่นนั้นยิ้มขื่นอยู่ในใจ แบบปักลายนี้ไม่เพียงซับซ้อนซ้ำการลงหมึกยังบางเบา หากอยากจะวาดโดยการลอกลาย คงต้องใช้กระดาษคุณภาพดีที่บางเป็พิเศษที่ไม่ทำให้หมึกกระจายตัวเกรงว่าทั้งจวนนี้คงมีแต่คุณชายเจ็ดที่มี หากจะวาดโดยการเทียบสัดส่วน ครึ่งวันวาดได้หนึ่งแผ่นก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
สุยอันยิ้มพลางส่ายศีรษะ "หากเป็ลวดลายที่วาดในยามปกติ ไม่แน่ว่าครึ่งวันอาจจะวาดเสร็จ แต่แบบปักลายนี้ซับซ้อนเกินไปท่านพี่ดูตรงจุดเหล่านี้ แม้จะดูแล้วคล้ายคลึงกัน ทว่าเป็คนละลายกันเลย หากไม่ตั้งใจแล้ววาดผิดถึงเวลานั้นเข้าวังไปคนอื่นดูออก อาจถึงขั้นต้องรับโทษหยามเกียรติใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทก็เป็ได้นะเ้าคะ"
เมื่อได้ยินสุยอันเอ่ยเช่นนี้ เหลียนเซียงก็เริ่มอึกอัก "เช่นนั้นจะทำเยี่ยงไรดี"
วันนั้นคนที่จะเข้าวังใช่มีเพียงคุณชายเก้า ถึงเวลานั้นคนอื่นมีชุดใส่กันหมดมีเพียงคุณชายเก้าที่ไม่มีชุดใส่เช่นนั้นหรือ
สุยอันไม่รู้ว่าเหลียนเซียงมีแผนการอะไร นางแหงนมองดูท้องฟ้าก่อนเอ่ยขอตัว "ก่อนออกมาข้าขออนุญาตคุณชายเก้าไว้ จึงไม่กล้าอยู่นาน"
พูดจบก็ค่อยๆ วางแบบปักลายไว้บนโต๊ะด้านข้างของเหลียนเซียง
ทว่าจังหวะที่นางกำลังหมุนตัวเดิน ก็ชนเข้ากับสาวใช้รุ่นเล็กที่ถือชาร้อนอยู่
สุยอันอยากจะหลบ แต่พลันคิดได้ว่าบนโต๊ะเล็กด้านหลังมีแบบปักลายวางอยู่ด้วยความรีบร้อนจึงคว้าเบาะรองนั่งด้านข้างขึ้นมาบังหน้าไว้ ถึงแม้จะบังทัน แต่น้ำชาร้อนมากมือของนางจึงถูกลวกแดงไปหมด
สาวใช้ที่อยู่รอบๆ กรูกันเข้ามาดู เหลียนเซียงดึงสุยอันให้หันกลับมา "ไยเ้าไม่หลบ"
สุยอันมองสาวใช้ที่ถือน้ำชาเมื่อครู่ ที่ขณะนี้ถูกดันออกไปจนอยู่นอกวงล้อมนางรู้ว่านี่คือการปกปิดของบรรดาสาวใช้ในเรือนไผ่ขาว จึงแสยะยิ้มเย็น สายตาจับจ้องไปยังแบบปักลายที่วางอยู่บนโต๊ะ "ข้าบอกแล้วว่าข้ามือห่างเท้าห่าง คราวนี้ท่านพี่คงจะเชื่อแล้ว"
นางไม่สร้างเื่ แต่ไม่ได้แสดงว่าจะกลัวเื่ เพียงแต่รู้สึกว่าเล่ห์เหลี่ยมอุบายพวกนี้ช่างสกปรกนัก
เหลียนเซียงยืนยันที่จะเดินมาส่งนางที่ประตูให้ได้ตอนที่แยกย้ายทั้งสองสามารถมองเห็นความเยือกเย็นในั์ตาของฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน
สุยอันเดินไปข้างหน้าได้หนึ่งก้าว เหลียนเซียงก็หมุนตัวเดินกลับห้องไปทันทีนางหยิบแบบปักลายอีกชุดที่สีเข้มกว่าอันเมื่อครู่ออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะบนแท่นนั่งก่อนเอ่ยกับเหอเซียงอย่างเนิบๆ "เรียกอวิ๋นเซียงกับเหมยเซียงมานี่บอกให้พวกนางเอาแบบไปลอกและตัดชุดให้เรียบร้อย"
เหอเซียงหยิบแบบสีเข้มขึ้นมาและพับแบบสีอ่อนเก็บ "ให้อวิ๋นเซียงลอกลายไปก่อน แล้วค่อยให้เหมยเซียงปักทีหลัง จะได้ไม่เสียเวลามาก"
เหอเซียงออกไปเรียกอวิ๋นเซียงและเหมยเซียง จากนั้นก็กลับมาพูดกับเหลียนเซียง "ท่านพี่มักจะบอกว่านางนิสัยดี ทว่าวันนี้ดูแล้วคนที่นิสัยดีก็โมโหเป็เช่นกัน"
เหลียนเซียงแค่นเสียงขึ้นจมูก "คงเห็นว่าเ้านายยกยอ เลยไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ คนแบบนี้ข้าเห็นมาเยอะแล้วจะกลัวไปทำไม เ้าคอยดูเถิด คนแรกที่ไน่ไนคนใหม่จะจัดการก็คือนาง"
ยังไม่ทันจะเดินถึงห้องหนังสือ มือของสุยอันก็มีตุ่มพองขึ้นหลายตุ่มนางลอบคิดในใจว่า หากสาดโดนหน้าคงได้เสียโฉมเป็แน่
เดิมที่คิดว่าจะไม่เข้าพวกกับใคร ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนคิดไม่ถึงว่าเื่ดันมาหานางเองเสียได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร วันนี้เหลียนเซียงก็แผลงฤทธิ์ออกมาให้เห็นแล้ว
นางไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด แต่ก็ยอมให้ใครมารังแกไม่ได้เช่นกัน
เมื่อมาถึงเรือนเล็กได้ไม่นาน หลินซ่งหลุนก็มาหาอีก
ฮูหยินหลินออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้และบังเอิญเจอกับอนุหลิ่วแห่งจวนฉู่เมื่อได้ยินว่าคุณชายแปดที่อนุหลิ่วเป็คนให้กำเนิดกำลังออกรบเพื่อสร้างผลงานทางทหารกับแม่ทัพฉู่อยู่จึงบังเกิดความคิดตีสนิทขึ้นมา
"มนุษย์เราไม่ได้เกิดมาพร้อมความยิ่งใหญ่ คุณชายแปดอายุยังน้อยแต่กลับมีความกล้าหาญเช่นนี้เห็นได้ว่าพี่หลิ่วอบรมสั่งสอนได้ดี"
อนุหลิ่วถือผ้าเช็ดหน้าพลางหัวเราะน้อยๆ "ข้าได้สอนเขาที่ไหนกัน คุณชายในจวนของพวกเราเจ็ดแปดขวบเป็ต้องเข้าสนามรบ อนาคตในวันข้างหน้าล้วนขึ้นอยู่กับตนเองทั้งสิ้นในสนามรบปืนดาบไร้ตา หากให้ข้าเลือก ข้าหวังให้เขาสอบผ่านเคอจวี่* เป็ขุนนางใช้ชีวิตเรียบง่ายสงบสุขอยู่ในเมืองหลวงยังจะดีเสียกว่า ข้าจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงเขาทุกวี่ทุกวันเช่นนี้เ้าดูคุณชายเจ็ดสิ สอบได้แค่ตำแหน่งซิ่วไฉ* ผิงจวิ้นหวางก็ปลาบปลื้มยินดีถึงขั้นแต่งตั้งเป็ราชบุตรเขย ทว่าหากพูดกันจริงๆคุณชายเก้าถือว่าโชคดีที่สุด เพราะได้รับการอบรมสั่งสอนจากอาจารย์หลิน ภายภาคหน้า ไม่แน่ว่าจวนของพวกเราอาจจะมีนายท่านที่สอบจวี่เหริน* ได้ก็เป็ได้"
ฮูหยินหลินได้ยินอาจารย์หลินพูดถึงฉู่ยี่มานานแล้วว่าเขาโง่เขลาเบาปัญญาแม้นางจะเห็นว่าฉู่ยี่มีลักษณะเปี่ยมไปด้วยความสามารถ ทว่านางก็ไม่เคลือบแคลงคำพูดของสามีเมื่อได้ยินอนุหลิ่วกล่าวชื่นชมอาจารย์หลิน นางก็ทั้งดีใจและกระอักกระอ่วน
เพราะหากคุณชายเก้าสกุลฉู่สอบไม่ได้แม้แต่ตำแหน่งซิ่วไฉนั่นไม่ถือเป็ความผิดของอาจารย์หลินหรือ
หลินซ่งหลุนรู้ว่ามารดาของตนกำลังคิดอะไรอยู่ จึงเข้ามาช่วยพูดแก้ไขสถานการณ์ให้มารดา "ท่านพ่อของข้าเพิ่งสอนได้ไม่กี่เดือน หากคุณชายเก้าสอบได้จริงนั่นก็แสดงว่าอาจารย์ท่านก่อนๆของคุณชายสอนได้ดี ข้าได้ยินว่าแม้แต่ท่านราชครูเองก็เคยมาสอนคุณชายเช่นกัน"
พออนุหลิ่วได้ยินหลินซ่งหลุนเอ่ยดังนั้น ก็พลันหัวเราะร่วนนางหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหล "ทั้งจวนก็มีแต่คุณชายเก้าเท่านั้นที่สร้างห้องหนังสือเอาไว้ในจวนเ้าว่าเป็เพราะเหตุใด นั่นเป็เพราะฮูหยินอยากจะกักตัวเขาเอาไว้อย่างไรเล่า เมื่อก่อนคุณชายเปลี่ยนอาจารย์เป็ว่าเล่นจนกระทั่งมาถึงอาจารย์หลินนั่นแล ที่คุณชายเก้ายอมนั่งเรียนอยู่ในห้องหนังสือทุกวันอย่างเป็เื่เป็ราว"
ฮูหยินหลินและหลินซ่งหลุนไม่เคยรู้เื่ที่อนุหลิ่วเล่าให้ฟังนี้มาก่อนเมื่อได้ยินจึงพึงใจไม่น้อย
ฮูหยินหลินได้ทีจึงพูดสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจไว้เนิ่นนานออกมา "พวกข้ามาขอพึ่งพิง ตามหลักแล้วควรไปคารวะฮูหยิน ทว่าพวกข้าไม่รู้จักใครในจวนนี้เลยวันนี้สบโอกาสเห็นว่าอนุเป็คนเปิดเผยจริงใจ จึงอยากให้ท่านแนะนำข้าสักเล็กน้อย" เมื่อพูดจบก็ลุกขึ้นมาคารวะ
อนุหลิ่วรีบลุกขึ้นมาประคอง "ดูท่านพี่พูดเข้า ข้าไม่ได้เห็นท่านเป็คนอื่นคนไกลเลย ลูกๆ แต่ละคนของท่านทั้งเก่งและรูปโฉมงดงามข้ารู้สึกชอบใจนัก"นางดึงมือของหลินซ่งหลุนพลางเอ่ยชม "เด็กสาวรูปโฉมงดงามเช่นนี้ ฮูหยินเห็นแล้วต้องชอบเป็แน่"
อนุหลิ่วเอ่ยพึมพำกับตนเองก่อนเอ่ยต่อว่า "เพียงแต่ปลายปีเช่นนี้ในจวนมีเื่ให้ต้องจัดการดูแลเยอะ ฮูหยินทั้งต้องเตรียมของวันตรุษทั้งต้องเตรียมเื่ที่นายท่านจะยกทัพกลับเมืองหลวง ฮูหยินคงจะหลงลืมเื่ของท่านไปเช่นนี้เถิด พรุ่งนี้ตอนที่ข้าไปคารวะฮูหยินจะช่วยพูดให้"
ฮูหยินหลินดีใจมาก นางนำผ้าแพรราคาสูงลิ่วออกมา ตัดใจมอบให้อนุหลิ่วหนึ่งชิ้น
ฮูหยินหลินปรึกษากับหลินซ่งหลุนเื่จะใส่ชุดและเครื่องประดับอะไรไปพบฮูหยิน
หลินซ่งหลุนเห็นอนุหลิ่วมีเครื่องประดับเพชรพลอยเต็มศีรษะจึงเกิดความอิจฉาในใจ แต่ปากกลับเอ่ยว่า "จากที่ลูกดูพวกเราควรแต่งแบบเรียบง่าย เพราะหนึ่ง ครอบครัวของเราไม่ใช่ตระกูลร่ำรวย สอง วันนั้นลูกเห็นจื่อยวี่แต่งกายงดงามเครื่องประดับเต็มตัวเกรงว่ายามปกติฮูหยินผู้เฒ่าคงเห็นคนแต่งกายเช่นนั้นเยอะแล้ว พวกเราไม่สู้แต่งหน้าตามฉบับสตรีทางใต้และไปคารวะอย่างเรียบง่ายดีกว่า"
ฮูหยินหลินรู้สึกว่าบุตรสาวเอ่ยได้ถูกต้อง จึงเอ่ยเสริมว่า "พวกเราไปทำความรู้จักไว้ก่อน พอน้าของเ้ามาจะได้ไม่ขายหน้า"
วันรุ่งขึ้น มีสาวใช้แปลกหน้ามาบอกพวกนางว่าฮูหยินผู้เฒ่าเรียกพบ
หลินซ่งหลุนยิ้มรับขอบคุณ ทว่าเมื่อกลับถึงห้องก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น "อนุหลิ่วช่วยจัดการธุระสำคัญให้พวกเราเช่นนี้ หากคุณชายแปดกลับมาและบอกว่าจะเรียนหนังสือกับท่านพ่ออีกคนจะทำเช่นไรดีเ้าคะ"
ฮูหยินหลินเอ่ยอย่างสนเท่ห์ "ให้บิดาของเ้าสอนพร้อมกันสองคนไม่ได้หรือ"
หลินซ่งหลุนส่ายศีรษะ "ไม่ได้เ้าค่ะ แม้คุณชายเก้าสกุลฉู่จะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทว่าเขาเป็ถึงคุณชายที่เกิดจากภรรยาเอกบุตรที่เกิดจากภรรยาเอกจะสูงศักดิ์ที่สุด หากท่านพ่อไปสอนบุตรของอนุต่อ เกรงว่าถึงเวลานั้นคนอื่นคงจะดูแคลนท่านพ่อได้ทว่าหากท่านพ่อสอนบุตรของอนุมาก่อน แล้วถูกบุตรของภรรยาเอกหมายตาทีหลัง ถ้าคนข้างนอกเขาพูดขึ้นมาก็จะพูดได้ว่าท่านพ่อมีความสามารถ ชื่อเสียงก็จะน่าฟังกว่า"
ฮูหยินหลินได้ยินเช่นนั้นความดีใจที่มีในคราแรกพลันมลายหายไปห้าส่วน "เช่นนั้นจะทำเยี่ยงไรดี ถ้าถึงเวลานั้นอนุหลิ่วเอ่ยขึ้นมา ข้าจะตอบไปว่าเช่นไร"
"ท่านแม่มิต้องวิตกไป ดูตามสถานการณ์ไปก่อน ถึงเวลานั้นท่านก็บอกไปว่าฟังคำของท่านพ่อและแม่ทัพฉู่เื่ของบุรุษก็ให้บุรุษจัดการกันไป"
"เช่นนั้นหากแม่ทัพฉู่ให้บิดาเ้าสอนคุณชายแปดเล่า"
หลินซ่งหลุนยิ้มอย่างมั่นใจ "ท่านแม่ลืมท่านน้าไปแล้วหรือ"
ฮูหยินหลินจึงค่อยคลายใจ สองแม่ลูกช่วยกันหาชุดที่ปรึกษากันเอาไว้เมื่อวานออกมาทว่าเมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยก็ไม่เห็นสาวใช้ที่มาเรียกแล้ว
หลินซ่งหลุนโมโหจนกระทืบเท้า ทำได้เพียงเดินไปหาสุยอันที่เรือนห้องหนังสือ
เมื่อสุยอันรู้จุดประสงค์การมาของนาง แม้จะไม่เต็มใจแต่ก็เอ่ยว่า "คุณหนูหลินกรุณารอสักครู่ บ่าวจะไปเรียนคุณชายเก้าให้"
เมื่อหลินซ่งหลุนได้ยินว่าฉู่ยี่อยู่ข้างใน ก็รีบเข้าไปขวางสุยอันเอาไว้ "ข้าไปบอกศิษย์น้องเองดีกว่า" พูดจบก็ทำท่าจะเดินไปห้องหนังสือ
สุยอันพยายามสะกดกลั้นไฟโทสะในใจ "หากคุณหนูหลินจะพบคุณชายเก้า ก็ขอให้กรุณารอสักครู่ ให้บ่าวไปเรียนท่านให้ทราบก่อน"
หลินซ่งหลุนที่รู้ว่าเมื่อครู่ตนเสียกิริยาไป ก็พลันหน้าแดงแล้วเอ่ยว่า "เช่นนั้นรบกวนเ้าเร็วๆ หน่อย ฮูหยินผู้เฒ่ารอพวกข้าอยู่"
*การสอบขุนนางในสมัยโบราณ(เคอจวี่) แบ่งเป็การสอบทั้งหมดสามรอบ โดยสอบเลื่อนทีละระดับขั้น รอบที่หนึ่งเป็การสอบคัดเลือกระดับอำเภอหรือจังหวัดเรียกว่าการสอบถงซื่อ ผู้ที่สอบผ่านจะได้เป็ซิ่วไฉและมีสิทธิ์เข้าสอบในรอบที่สองคือระดับมณฑล ผู้สอบผ่านได้เป็จวี่เหรินและมีสิทธิ์เข้าสอบในรอบที่สาม ซึ่งเป็การสอบรอบสุดท้ายผู้สอบผ่านรอบนี้จะได้รับการขึ้นบัญชีเพื่อรอการเรียกบรรจุเข้ารับราชการ ผู้ที่สอบผ่านได้เป็จิ้นซื่อ
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า