เมื่อผลักประตูเข้าไปเบ็กกี้ก็รู้ได้เลยว่ามีปัญหาเพิ่มขึ้นอีกแน่ เพราะภาพที่โพนี่ยืนกอดอกอยู่หน้าราวแขวนเสื้อผ้ากับบรรดาถาดเครื่องประดับวางระเนระนาดที่เหมือนเพิ่งถูกลูกแมวตัวน้อยรื้อค้นกระจุยกระจาย กับสีหน้านิ่งเฉยของโพนี่คล้ายพยายามสะกดอารมณ์ไม่ให้ะเิออกมา ผู้จัดการสาวรีบเดินเข้าหาทีมคอสตูมกับสไตลิสที่ยืนทำตัวลีบเหลือสองนิ้วอยู่อีกฟากนึงในห้องทันที
“คุณโพนี่บอกว่าเครื่องประดับเซ็ทสี่ไม่ตรงกับที่บรีฟไว้ค่ะ” ใบหน้าซีดเผือดของคอสตูมคนเก่งบ่งบอกได้ว่าคงโดนโพนี่พ่นไฟใส่มาแล้วไม่ต่ำกว่าสองรอบ
แต่จะให้เป็ความผิดในความเป๊ะของโพนี่ก็ไม่ได้ในเมื่อตกลงกันไว้อย่างแต่สิ่งที่ได้กลับเป็อีกอย่าง “แล้วทำไมถึงได้ไม่ตรงตามที่บอกล่ะ” เบ็กกี้หยิบเครื่องประดับขึ้นมาดูทีละชิ้น “เดี๋ยวนะ นี่มันงานตลาดขายส่งชัดๆเลยนี่ งบที่พี่ขอไปคือสำหรับแบรนด์โปรดของโพนี่เค้านะ”
“ค..คือ..น่าจะมีอะไรเข้าใจผิดนะคะพี่เบ็กกี้ งบที่มาถึงพวกหนูมันได้แค่นี้จริงๆอ่ะค่ะ”
เบ็กกี้จ้องทีมเสื้อผ้าไล่ไปทีละคน “มันจะผิดได้ยังไงในเมื่อพี่ก็แชร์ต่อจากที่โพนี่ส่งมาให้เลยนะ แล้วทางทีมก็อนุมัติงบที่ขอไปแล้วด้วย” เธอเลื่อนปลดล็อคหน้าจอไอแพดพยายามไล่หากลุ่มไลน์ที่เคยคุยกันไว้ แต่แถบพลังงานดันขึ้นเตือนสีแดงครั้งสุดท้ายอุปกรณ์เหลือพลังงานไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ กว่าเธอจะหาเจอเครื่องก็ปิดการทำงานลงไปแล้ว
“ช่างมันก่อนเถอะพี่เบ็กกี้” โพนี่ส่งเสียงขึ้นแทรก “รีบหาทางแก้กันก่อนดีกว่า เหลือไม่ถึงสองชั่วโมงคอนเสิร์ตต้องเริ่มแล้วนะ” เธอหยิบบัตรเครดิตจากกระเป๋าสตางค์ยื่นให้ผู้จัดการ “เอาบัตรโพนี่ไปซื้อของมาก่อน ส่วนเื่ใครบรีฟงานผิดค่อยมาเคลียร์หลังจบคอนเสิร์ตละกันค่ะ” สิ่งของจิปาถะที่วางระเกะระกะบนโต๊ะกระจกข้างโซฟาทั้งหมากฝรั่ง กระดาษทิชชู่เปียกและกล่องหูฟังบลูทูธถูกโกยเข้ากระเป๋าสะพายของเบ็กกี้เพื่อเตรียมตัวออกไปผจญภัยพร้อมเ้านายของมัน
“พี่เบ็กกี้เอาไอแพดของโพนี่ไปด้วยสิ ของพี่แบตหมดไม่ใช่หรอ เดี๋ยวก็ซื้อมาผิดอีกพอดี” เธอรับไอแพดจากมือโพนี่แล้วรีบวิ่งออกไป เหลือเพียงศิลปินสาวกับเหล่าคอสตูมในห้องพัก
โพนี่ยังคงทำตัวเป็ทองไม่รู้ร้อน ไม่สนใจว่าจะมีคนเข้ามาดูเธอกี่คน ไม่ใส่ใจว่าเบ็กกี้จะกลับมาทันโชว์สุดท้ายไหม สิ่งเดียวที่เธอตั้งใจจดจ่อคือลำดับการโชว์และสคริปที่ต้องพูดบนเวที เพราะถึงเธอจะมีภาพลักษณ์ที่เป็สาวมั่นเกินร้อย พูดจาขวานผ่าซากไม่แคร์ใครหน้าไหนและติดจะเอาแต่ใจตัวเองหนักอยู่สักหน่อย แต่ความจริงเธอแอบซ่อนสาวน้อยขี้อายและแสนประหม่าอยู่ภายใต้ฉากหน้าเ่าั้
เพื่อความฝัน เพื่อเสียงดนตรีที่เธอรัก เพื่อให้ได้มาอยู่ในจุดนี้โพนี่จำเป็ต้องสร้างหน้าฉากที่ดูแข็งกร้าวขึ้นมา ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ปิดบังตัวตนด้านอ่อนแอแต่มันยังเป็ประโยชน์ในการทำงานและเพื่อรับมือกับความเห็นชั่วร้ายจากคนบางกลุ่มอีกด้วย เกราะหน้าที่อาจทำให้คนอื่นเอือมระอาในความเื่มากจุกจิก ชอบความสมบูรณ์แบบและเข้มงวดกับงานตัวเองจนดูมากเกินไป ก็เพราะนี่เป็เครื่องยึดเหนี่ยวสิ่งเดียวที่โพนี่มี งานเพียงอย่างเดียวที่เธอทุ่มเทไปทั้งชีวิต ความตั้งใจที่ใส่ลงไปมากกว่าคนอื่นหลายเท่า เธอจึงพยายามรักษาคุณภาพงานของตัวเองและพัฒนาผลงาน พัฒนาความสามารถตัวเองและทีมงานให้ล้ำสมัยและน่าสนใจอยู่เสมอ
แม้บางทีจะขัดกับตัวตนข้างในที่ไร้ความมั่นใจ ลังเลและเปราะบางอยู่บ้างก็เถอะ
“อีกยี่สิบนาทีแสตนบายข้างเวทีได้เลยนะคะคุณโพนี่” ทีมงานเข้ามาแจ้งให้นักร้องสาวเตรียมตัวในห้องพักแต่เธอเลือกเดินตามทีมงานเข้าไปรอในฮอลล์แทน
ตรงด้านข้างเวที โพนี่เห็นทีมPRและเหล่าทีมสเตจยืนพูดคุยหัวเราะเล่นกันเสียงดัง ถึงจะจับใจความที่คุยกันไม่ได้แต่ก็พอรู้ได้อย่างหนึ่งว่ามีความผ่อนคลายอยู่ในมวลอารมณ์นั้น ถ้าให้เธอเดาพวกเขาคงจะโล่งใจเพราะผู้ชมกลุ่มใหญ่เดินทางมาถึงงานหลังพายุฝนพัดผ่านไป
“เป็ไงบ้างโพนี่ ตื่นเต้นมั้ย” คุณอัศวินหนุ่มวัยสี่สิบกลาง ผู้บริหารระดับสูงของค่ายเดินเข้ามาทัก