มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 102.ฝูงผู้ตายที่วิ่งอยู่ในหมอก

    “เรามีแขก”

    คำพูดของมาร์โกทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง

    อาเรนหันกลับมาทันที

    “อะไร?”

    มาร์โกมองเข้าไปในหมอก

    สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน

    “มีบางอย่างกำลังเข้ามา”

    นัทขมวดคิ้ว

    “สัตว์อสูร?”

    “ไม่ใช่”

    มาร์โกตอบ

    “มันเหมือนมนุษย์”

    คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้ใครสบายใจขึ้น

    ตรงกันข้าม

    มันกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงกว่าเดิม

    อาเรนก้าวเข้ามาด้านหน้า

    “คน?”

    “ไม่รู้”

    มาร์โกตอบ

    “แต่ร่างกายของมันผิดปกติ”

    รันมองเข้าไปในหมอก

    มือขยับไปใกล้อาวุธของตัวเอง

    “ห่างแค่ไหน?”

    “ไม่ไกล”

    มาร์โกตอบ

    “กำลังเข้ามา”

    ทุกคนเริ่มขยับ

    ไม่มีใครถามต่อว่ามาร์โกรู้ได้อย่างไร

    อย่างน้อยในเวลานี้

    ไม่มีใครสนใจเรื่องนั้นมากกว่าสิ่งที่กำลังเข้ามา

    อาเรนยกไม้คาถาขึ้น

    ไคขยับมายืนด้านหนึ่ง

    รันเดินไปอีกด้าน

    ส่วนนัท

    มือของเขาแตะไปที่ด้ามขวาน

    มาร์โกยืนอยู่ข้าง ๆ

    สายตาของทั้งสองคนจับจ้องเข้าไปในหมอก

    จากนั้น

    เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

    ครืด...

    เหมือนเสียงบางอย่างลากผ่านพื้นดิน

    นัทหรี่ตา

    หมอกด้านหน้าเริ่มขยับ

    เงาร่างหนึ่ง

    ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

    มันสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง

    แขนข้างหนึ่งห้อยลงผิดรูป

    ผิวหนังซีดคล้ำ

    เต็มไปด้วยบาดแผลเก่า

    บางส่วนของร่างกายเริ่มเน่าเปื่อย

    นัทมองมัน

    หัวใจเต้นช้าลงอย่างประหลาด

    เพราะเขาเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน

    ไม่ใช่ในโลกนี้

    แต่ในภาพยนตร์

    ในเกม

    และเรื่องเล่าจากโลกเดิม

    “ซอมบี้...?”

    คำพูดหลุดออกจากปากของเขาเบา ๆ

    ไคหันมามอง

    “อะไร?”

    นัทยังไม่ทันตอบ

    ร่างนั้น

    ก็เงยหน้าขึ้น

    ดวงตาขุ่นมัวจับจ้องมายังพวกเขา

    ปากของมันค่อย ๆ อ้าออก

    “ฮร่าาาา!”

    แล้วมันก็วิ่ง

    นัทเบิกตากว้าง

    “มันเร็ว!”

    สิ่งมีชีวิตตรงหน้าไม่ได้เดินโซเซ

    ไม่ได้ลากขา

    แต่มันพุ่งตรงเข้ามา

    รวดเร็วจนแทบผิดธรรมชาติ

    อาเรนยกไม้คาถาขึ้นทันที

    “เตรียมรับมือ!”

    เวทมนตร์พุ่งออกไป

    ซัด!

    กระแสน้ำกระแทกเข้ากับร่างของมันเต็มแรง

    ร่างนั้นกระเด็นไปด้านหลัง

    ล้มลงกับพื้น

    แต่เพียงไม่กี่วินาที

    มันก็ขยับอีกครั้ง

    แขนที่ผิดรูปดันพื้น

    ร่างกายค่อย ๆ ลุกขึ้น

    เหมือนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด

    ไคสบถเบา ๆ

    “ยังไม่ตาย?”

    อาเรนจ้องมันเขม็ง

    สายตาของเขาเปลี่ยนไป

    “ทุกคนระวัง!”

    เขาพูดเสียงเข้ม

    “มันไม่ใช่สัตว์อสูร!”

    แล้วเสียงคำรามก็ดังขึ้นอีก

    ครั้งนี้

    ไม่ได้มาจากเพียงทิศทางเดียว

    ฮร่าาา!

    ฮร่าาาาา!

    นัทหันไปทางซ้าย

    ร่างหนึ่งวิ่งออกมาจากหมอก

    ด้านขวา

    อีกสองร่าง

    จากด้านหน้า

    อีกหลายร่างกำลังปรากฏขึ้น

    หนึ่ง

    สอง

    ห้า

    สิบ

    และจำนวนยังเพิ่มขึ้น

    นัทกลืนน้ำลาย

    “นี่มัน...”

    มาร์โกพูดขึ้นเบา ๆ

    “ประมาณยี่สิบ”

    ทุกคนหันมองเขาเพียงชั่วครู่

    แต่ไม่มีเวลาให้ถาม

    เพราะในวินาทีต่อมา

    ผีดิบทั้งหมด

    ก็เริ่มวิ่งพร้อมกัน

    “ขบวน!”

    อาเรนตะโกน

    “อย่าให้มันล้อม!”

    ทุกคนขยับทันที

    ไคพุ่งออกไปด้านหน้า

    หมัดทั้งสองกำแน่น

    พลังเวทเริ่มรวมตัว

    เปลวไฟปกคลุมกำปั้นของเขา

    หมัดไฟ!

    ไคก้าวเข้าไปข้างหน้า

    ผีดิบตัวแรกพุ่งเข้าหาเขา

    แต่ไคไม่ถอย

    ตูม!

    หมัดเพลิงพุ่งตรงเข้าที่หน้าอกของมัน

    แรงกระแทกทำให้ร่างผีดิบกระเด็นออกไป

    เปลวไฟลุกไหม้ตามเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง

    แต่—

    มันยังลุกขึ้น

    ไคชะงัก

    “บ้าเอ๊ย!”

    ผีดิบที่กำลังลุกขึ้นยังคงพุ่งเข้ามา

    ไคหลบกรงเล็บของมัน

    ก่อนหมุนตัว

    แล้วชกสวน

    ตูม!

    หมัดเพลิงกระแทกเข้าที่ไหล่

    แขนข้างหนึ่งของมันบิดผิดรูป

    แต่ร่างนั้นยังไม่หยุด

    มันยังวิ่ง

    ยังพุ่ง

    เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “ไค!”

    เสียงของอาเรนดังขึ้น

    “หัว!”

    ไคหันไป

    “อะไรนะ?”

    “ทำลายหัวมัน!”

    อาเรนตะโกน

    สายตาจับจ้องผีดิบตรงหน้า

    “ร่างกายมันไม่สำคัญ!”

    ไคเข้าใจทันที

    เขากำหมัดแน่น

    ผีดิบพุ่งเข้ามาอีกครั้ง

    ครั้งนี้

    ไคก้าวหลบ

    หมัดขวาถูกดึงไปด้านหลัง

    เปลวไฟรวมตัวกันแน่นกว่าเดิม

    แล้ว—

    ตูมมม!

    หมัดกระแทกเข้าที่ศีรษะของผีดิบเต็มแรง

    หัวของมันกระแทกเอียง

    ร่างกายหยุดนิ่ง

    ก่อนจะล้มลง

    ครั้งนี้

    มันไม่ลุกขึ้นมาอีก

    ไคมองศพตรงหน้า

    “เข้าใจแล้ว!”

    “หัว!”

    ไคตะโกน

    “ต้องทำลายหัวมัน!”

    รันพยักหน้าทันที

    อาเรนถอยกลับมารักษาระยะ

    นัทกำลังจะยกขวาน

    แต่ผีดิบอีกหลายตัวกำลังวิ่งเข้ามา

    เร็วเกินไป

    และมากเกินไป

    “นัท!”

    มาร์โกเรียก

    นัทหันไป

    มาร์โกยกมือขึ้น

    สิ่งหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ

    ปืน

    นัทนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที

    ก่อนจะยิ้มออกมา

    “เกือบลืมไปเลย”

    เขาเก็บขวานกลับเข้าไป

    จากนั้น

    มือของเขาก็หยิบปืนออกมาเช่นกัน

    ไคหันกลับมา

    เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือทั้งสองคน

    “นั่นอะไร?”

    “ทีหลัง!”

    นัทตอบ

    “ตอนนี้หลบก่อน!”

    ผีดิบสามตัวกำลังพุ่งเข้ามา

    นัทยกปืน

    เล็ง

    ลมหายใจหยุดนิ่งชั่วครู่

    ปัง!

    เสียงดังสนั่นขึ้นในป่า

    ผีดิบตัวแรกชะงัก

    หัวของมันกระตุกไปด้านหลัง

    ร่างล้มลงทันที

    ไม่ลุกขึ้น

    นัทเบิกตาเล็กน้อย

    “ได้ผล”

    ผีดิบอีกสองตัวยังวิ่งต่อ

    มาร์โกยกปืนขึ้น

    ปัง!

    ตัวแรกล้มลง

    ปัง!

    ตัวที่สองหยุดชะงัก

    ก่อนทรุดลงกับพื้น

    ไคมองภาพนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ

    “อาวุธอะไรของพวกนาย?”

    “อาวุธจากบ้านเกิด”

    มาร์โกตอบ

    ก่อนยิงอีกนัด

    ปัง!

    เสียงปืนทำให้ผีดิบหลายตัวหันมา

    ทั้งหมดเปลี่ยนทิศทาง

    พุ่งเข้าหานัทและมาร์โก

    “มาแล้ว!”

    นัทพูด

    “เห็นแล้ว!”

    มาร์โกตอบ

    ทั้งสองคนถอยพร้อมกัน

    แต่ไม่ได้ถอยแบบแตกตื่น

    นัทเล็ง

    มาร์โกเล็ง

    ปัง!

    หนึ่งตัวล้ม

    ปัง!

    อีกตัวล้ม

    แต่ผีดิบยังเหลืออีกมาก

    พวกมันไม่ได้หยุด

    แม้ร่างที่อยู่ด้านหน้าจะล้มลง

    ตัวที่อยู่ด้านหลังก็ยังวิ่งข้าม

    พุ่งผ่าน

    และเข้ามาแทนที่ทันที

    เหมือนฝูงสัตว์คลุ้มคลั่ง

    “จำนวนเยอะเกินไป!”

    รันพูดขึ้น

    เขาถอยกลับมา

    ผีดิบอีกหลายตัวกำลังเคลื่อนเข้าหาจากด้านข้าง

    อาเรนยกไม้คาถา

    กระแสน้ำพุ่งออกไป

    แต่ครั้งนี้

    เขาไม่ได้โจมตีตัวเดียว

    ซัดดด!

    น้ำกระแทกพื้นดิน

    ทำให้ผีดิบสามตัวเสียหลักล้มลงพร้อมกัน

    “ตอนนี้!”

    ไคพุ่งเข้าไป

    กำปั้นลุกเป็นไฟ

    ตูม!

    ตัวแรก

    ตูม!

    ตัวที่สอง

    ตูม!

    หัวของตัวที่สามถูกกระแทกอย่างรุนแรง

    แต่การจัดการพวกมันทีละตัว

    ช้าเกินไป

    นัทเริ่มรู้สึกถึงปัญหา

    เสียงปืนมีจำกัด

    กระสุนก็มีจำกัด

    เขายิงอีกนัด

    ปัง!

    ผีดิบล้มลง

    จากนั้นเขาก็เปลี่ยนแม็กกาซีนอย่างรวดเร็ว

    แต่จังหวะนั้นเอง

    ผีดิบตัวหนึ่ง

    พุ่งออกมาจากด้านข้าง

    เร็วเกินไป

    นัทหันกลับไม่ทัน

    “นัท!”

    มาร์โกตะโกน

    นัทก้าวถอย

    กรงเล็บเฉียดผ่านแขนเสื้อ

    ฉึก!

    ผ้าขาดออก

    นัทรีบถอยห่าง

    ผีดิบพุ่งเข้ามาอีกครั้ง

    แต่คราวนี้

    ขวานปรากฏขึ้นในมือเขา

    นัทหมุนตัว

    แรงปราณไหลเข้าสู่แขน

    ฉัวะ!

    คมขวานฟันเข้าที่ศีรษะ

    ร่างผีดิบล้มลง

    และไม่ขยับอีก

    นัทหายใจแรงขึ้น

    “ปืนก็ไม่ได้ใช้ได้ตลอด”

    มาร์โกยิงอีกสองนัด

    ก่อนตอบกลับ

    “งั้นก็สลับ”

    ผีดิบยังคงวิ่งเข้ามา

    จำนวนของมันลดลง

    แต่ยังไม่หมด

    อาเรนเริ่มมองเห็นบางอย่าง

    สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กระจายโจมตี

    พวกมันกำลังรวมตัว

    และวิ่งเข้าหาพวกเขา

    เหมือนมีเป้าหมายเดียว

    “อย่าแยก!”

    อาเรนตะโกน

    “รักษาวง!”

    ทั้งห้าคนถอยเข้ามาใกล้กัน

    ไคอยู่ด้านหน้า

    นัทและมาร์โกอยู่ด้านข้าง

    รันคอยป้องกันช่องว่าง

    ส่วนอาเรนอยู่ตรงกลาง

    ฮร่าาาาา!

    ผีดิบที่เหลือพุ่งเข้ามาพร้อมกัน

    เสียงฝีเท้าหนักกระแทกพื้น

    หมอกถูกแหวกออก

    นัทมองภาพตรงหน้า

    สิบกว่าร่าง

    กำลังวิ่งเข้ามา

    ไม่มีการหยุด

    ไม่มีความกลัว

    ไม่มีการหลบ

    พวกมันต้องการเพียงเข้าถึงตัวพวกเขา

    “มา!”

    ไคคำราม

    เปลวไฟบนกำปั้นลุกขึ้นอีกครั้ง

    นัทกับมาร์โกยกปืนพร้อมกัน

    อาเรนเตรียมเวท

    รันขยับเท้ารับแรง

    และในวินาทีที่ฝูงผีดิบเข้ามาถึง—

    ปัง!

    ปัง!

    ตูม!

    ซัดดด!

    เสียงการต่อสู้ระเบิดขึ้นพร้อมกัน

    ผีดิบตัวแรกถูกยิงล้ม

    ตัวที่สองถูกหมัดไฟกระแทกจนศีรษะเสียรูป

    ตัวที่สามถูกกระแสน้ำผลักออกไป

    แต่ตัวที่สี่

    ตัวที่ห้า

    ตัวที่หก

    ยังคงวิ่งเข้ามา

    นัทถอยหนึ่งก้าว

    ยิง

    ปัง!

    มาร์โกเปลี่ยนเป้าหมายทันที

    ปัง!

    ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า

    ก่อนที่ผีดิบตัวหนึ่งจะพุ่งออกมาจากหมอก

    มาร์โกมักจะหันไปทางนั้นก่อนเสมอ

    ไม่มีใครรู้

    ว่าในความมืด

    มีบางสิ่งกำลังช่วยเขามองเห็น

    ไม่มีใคร

    นอกจากนัท

    นัทเห็น

    เขาไม่ได้ถาม

    เพียงขยับตำแหน่งตามจังหวะของมาร์โก

    ทั้งสองคน

    เริ่มต่อสู้เหมือนเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด

    “ซ้าย”

    มาร์โกพูด

    นัทยิงทันที

    ปัง!

    “ขวา”

    นัทหัน

    มาร์โกยิงสวน

    ปัง!

    ผีดิบล้มลงทีละตัว

    แต่ความตึงเครียดไม่ได้ลดลง

    เพราะเสียงคำราม

    ยังคงดังมาจากในหมอก

    แล้วทุกอย่าง

    ก็เงียบลง

    ผีดิบตัวสุดท้ายล้มลงกับพื้น

    ไม่มีตัวใดขยับอีก

    ไคยืนหอบ

    กำปั้นที่เคยลุกเป็นไฟ

    ค่อย ๆ ดับลง

    รันมองศพที่อยู่รอบตัว

    อาเรนยังคงถือไม้คาถาแน่น

    ไม่มีใครลดอาวุธ

    ทันที

    นัทมองไปรอบตัว

    “หมดแล้วหรือยัง?”

    มาร์โกนิ่งไป

    เขาหลับตาเพียงครู่เดียว

    ก่อนตอบ

    “ที่อยู่ใกล้ ๆ ...หมดแล้ว”

    คำตอบนั้น

    ไม่ได้ทำให้นัทสบายใจขึ้น

    “ที่อยู่ใกล้ ๆ?”

    มาร์โกไม่ตอบทันที

    อาเรนหันมามองเขา

    “หมายความว่าไง?”

    มาร์โกมองลึกเข้าไปในหมอก

    จากนั้นพูดช้า ๆ

    “ยังมีร่องรอยอยู่”

    ทุกคนเงียบลง

    “กี่ตัว?”

    ไคถาม

    มาร์โกส่ายหน้า

    “ไม่รู้”

    นัทมองเข้าไปในความมืด

    เสียงปืน

    เสียงเวทมนตร์

    และเสียงการต่อสู้เมื่อครู่

    ดังพอที่จะทำให้สิ่งอื่นรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน

    ถ้าผีดิบเหล่านี้

    ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด

    นั่นก็หมายความว่า

    พวกเขาอาจเพิ่งประกาศตำแหน่งของตัวเอง

    ให้กับบางสิ่ง

    ที่อยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่สำรวจแห่งนี้

    อาเรนก้มมองศพผีดิบ

    เขาไม่ได้แสดงความโล่งใจ

    ตรงกันข้าม

    สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกว่าเดิม

    “เก็บของ”

    ทุกคนหันไปมอง

    “เราจะย้าย?”

    รันถาม

    อาเรนพยักหน้า

    “ที่นี่ไม่ใช่จุดพักอีกแล้ว”

    เขามองศพทั้งหมด

    “และตอนนี้เรารู้แล้ว”

    สายตาของทุกคนมองไปยังเขา

    อาเรนพูดต่อ

    “ข้อมูลของกิลด์เกี่ยวกับพื้นที่นี้...”

    เขาหยุดไปชั่วครู่

    ก่อนพูดคำต่อไป

    “อาจไม่สมบูรณ์”

    หมอกยังคงปกคลุมอยู่รอบตัว

    ยี่สิบศพ

    นอนกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

    แต่ไม่มีใครรู้ว่า

    พวกมันมาจากไหน

    ไม่มีใครรู้ว่า

    อะไรทำให้มนุษย์กลายเป็นเช่นนั้น

    และไม่มีใครรู้ว่า

    ลึกเข้าไปภายในพื้นที่แห่งนี้

    ยังมีอะไรอยู่

    นัทกำปืนในมือแน่น

    มาร์โกมองเข้าไปในหมอก

    ร่างเงาของเขา

    เคลื่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง

    ในความมืด

    โดยไม่มีใครรู้

    นอกจากชายหนุ่มอีกคน

    ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

    คืนนี้

    พวกเขาไม่ได้เพียงพบผู้ตายที่เดินได้

    แต่พวกเขาได้พบสิ่งหนึ่ง

    ที่ไม่ควรมีอยู่ในพื้นที่สำรวจ

    และนั่นหมายความว่า

    ภารกิจครั้งนี้

    อาจอันตรายกว่าที่กิลด์ประเมินไว้มาก

    หมอกยังคงเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ

    กลืนร่องรอยการต่อสู้

    กลืนศพ

    กลืนต้นไม้

    และค่อย ๆ กลืนแสงสลัวรอบตัวพวกเขา

    จากนั้น

    ลึกเข้าไปในความมืด

    ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น

    ไม่ใช่เสียงคำราม

    ไม่ใช่เสียงฝีเท้า

    แต่เป็นเสียง

    กึก...

    เหมือนบางสิ่ง

    กำลังเคลื่อนตัวอยู่ใต้พื้นดิน

    นัทกับมาร์โกหันมองหน้ากัน

    ส่วนอาเรน

    กำไม้คาถาแน่นขึ้น

    “ไป”

    คำพูดสั้น ๆ ดังขึ้น

    และทั้งห้าคน

    ก็เริ่มเคลื่อนออกจากพื้นที่เดิม

    ทิ้งศพของผีดิบทั้งยี่สิบตัวไว้เบื้องหลัง

    โดยไม่มีใครรู้ว่า

    สิ่งที่พวกเขาเพิ่งสังหารไป

    เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพื้นที่แห่งนี้เท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน