ทางด้านกองคาราวานของท่านชายฮะริจญ์ก็เข้ามาถึงเมืองค็อลลาซและเจอด่านทหารที่รักษาการอยู่ไม่ยอมให้ผ่านเข้าเมือง ท่านชายฮะริจญ์ยื่นสารให้ทหารนำไปให้ชีคฟาอิดและขอเข้าพบอย่างเร่งด่วน ทหารได้รับไปแล้วนำไปรายงานให้ชีคบาซิมผู้สำเร็จราชการแทน เพราะฟาอิดไม่อยู่แต่ชีคบาซิมก็ไม่อยู่เช่นกันจึงได้นำไปให้ฮาริสที่เป็องครักษ์ฝ่ายซ้าย
ฮาริสรับสารเอาไว้และไต่ถามทหาร ทหารบอกว่านำสารไปให้ชีคบาซิมซึ่งเป็ผู้สำเร็จราชการแทนแล้วแต่ชีคบาซิมไม่อยู่ สร้างความแปลกใจให้กับฮาริสอยู่ไม่น้อยดังนั้นเขาจึงไปรายงานชีคฮะซีพซึ่งเป็ลุงของฟาอิด ชีคฮะซีพได้ให้เชิญท่านชายฮะริจญ์องค์รัชทายาทแห่งค่อนานเข้าพบ ท่านชายฮะริจญ์แจ้งจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ให้ชีคฮะซีพทราบ
“ค็อลลาซกับฮะฟัดยินดีต้อนรับท่านชายฮะริจญ์ที่ให้เกียรติมาเยือน” ชีคฮะซิพกล่าวต้อนรับอย่างเป็ทางการ
“แต่ท่านชายมาช้าไปนิดเดียว” ชีคฮะซีพกล่าวต่อและเล่าเื่ราวทุกอย่างให้ท่านชายฮะริจญ์ฟัง
ทางด้านชีคฟาอิดเมื่อถูกนำตัวมาถึงสถานที่ๆคนร้าย้าพวกมันก็นำตัวฟาอิดเข้าไปให้เขานั่งลงบนเก้าอี้ ฟาอิดถามถึงน้องสาวของเขาและหญิงอีกคนที่เขา้าแลกเปลี่ยน พวกเขาบอกให้ฟาอิดรอสักครู่ เพราะนายใหญ่ของพวกเขา้าคุยอะไรบางอย่างกับฟาอิด
พวกมันเอาผ้าปิดตาออก เขาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องกระจกคล้ายห้องสืบสวนอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็มีเสียงนึงดังขึ้นมาในห้อง ฟาอิดหันไปมองก็ไม่พบเ้าของเสียง เขาไม่รู้จักไม่คุ้นเคยกับเสียงนี้มาก่อนแต่ดูเหมือนเ้าของเสียงจะรู้จักเขาเป็อย่างดีในน้ำคำ
เสียงปริศนานั้นบอกว่าจุดประสงค์แท้จริงไม่ได้้าเงินค่าไถ่ตัวประกันทั้งสองตามที่บอกไปในตอนแรกแต่้าตัวฟาอิดต่างหาก ถ้าไม่ทำเช่นนี้คนอย่างฟาอิดไม่มีทางมาพบโดยง่ายแน่นอน เสียงปริศนานั้นบีบบังคับให้ฟาอิดลงนามในเอกสารฉบับนึงที่วางอยู่บนโต้ะ ้าแค่ให้เขาเซ็นต์มันลงไปเท่านั้นและตัวเขารวมทั้งตัวประกันทั้งสองจะปลอดภัย
ข้อตกลงที่เสียงปริศนาพูดมาทั้งหมดอยู่อยู่ในเอกสารเบื้องหน้าของเขา เป็ข้อตกลงที่เขาเสียเปรียบทางด้านธุรกิจและอำนาจบางอย่าง อยู่ดีๆเขาคงไม่บ้าลงนามในเอกสารบ้าๆนี่หรอกนะ แต่ที่เขาจำใจจำยอมเพียงเพราะตัวประกันสองคนนั่นซึ่งคนนึงคือน้องสาวสุดที่รักของเขานั่นเอง เขาหยิบปากกาขึ้นมาและกำลังจรดปลายปากกาลงไป
ขณะนั้นเขาก็ได้ยินเสียงการต่อสู้กันเกิดขึ้นจากข้างนอก ฟาอิดชะงักไป ผู้ที่เปิดประตูเข้ามาคือท่านชายฮะริจญ์จากเมืองค่อนานซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับฟาอิดเป็อย่างมาก
“ชีคฟาอิดท่านไม่เป็ไรนะ” ท่านชายฮะริจญ์ถามขึ้น
“ท่านชีคครับมาทางนี้” ฮาติมเข้ามาพร้อมกับเรียกฟาอิดออกไปด้านนอกทั้งหมดเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดวลกันสนั่น ฮาติมยิงป้องกันให้กับฟาอิด
“ฮาติมแล้วน้องหญิงล่ะ แล้วเ้ากับท่านชายฮะริจญ์มาที่นี่ได้ยังไง” ฟาอิดถามขึ้น
“พวกข้ากับท่านชายฮะริจญ์ไปช่วยท่านหญิงเรียบร้อยแล้วครับก่อนจะมาตามมาช่วยท่านชีค ส่วนเื่การมาของท่านชายฮะริจญ์จะเล่าให้ท่านฟังทีหลังครับ ข้ากับฮาริสแอบติดตั้งเครื่องดักฟังไว้ที่ตัวท่านเลยตามมาถูก” ฮาติมพูดได้แค่นั้นก็ต้องยิงสวนกลับทางนั้นต่อ
ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันแต่ยังไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ ท่านชายฮะริจญ์นำฟาอิดหลบออกไปอีกทางโดยมีฮาติมและทหารยิงสกัดป้องกันให้
“ท่านพี่ฟาอิด” เสียงของท่านหญิงฮัลวาดังขึ้นอย่างดีใจในอีกมุมนึง
“น้องหญิงปลอดภัยดีใช่ไหม” ฟาอิดดีใจที่ได้พบน้องสาวแต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้คุยไรกันต่อทางคนร้ายก็ยิง
“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้น ะุถูกยิงเข้าที่บริเวณอกของฟาอิด
“ท่านชีค รับไว้ครับ” เสียงฮาติมร้องขึ้นและโยนปืนไปให้ฟาอิดกระบอกนึง ฟาอิดรับมันไว้อย่างแม่นยำเพราะถูกฝึกมาอย่างดี
“ท่านพี่!” เสียงของท่านหญิงฮัลวาร้องออกมาอย่างใ
ท่านชายฮะริจญ์รีบพาตัวเธอขึ้นม้าและกำลังพาณดาสาวไทยไปด้วยแต่ยังไม่ทันที่ณดาจะขึ้นม้าทางคนร้ายก็ยิงมา ชีคฟาอิดะโคว้าตัวณดาไปหมอบหลบทันและให้ท่านชายฮะริจญ์รีบพาน้องสาวของเขาไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
ท่านชายฮะริจญ์เป็ห่วงณดาแต่เห็นเธออยู่กับฟาอิดแล้วคงจะปลอดภัยจึงรีบควบม้าออกไปอย่างรวดเร็วและหวังว่าฟาอิดคงไม่เป็ไร
“คุณณดาแล้วเจอกันนะครับ” ท่านชายฮะริจญ์ะโออกมา ณดาใเป็อย่างมากนี่เธอมาเจออะไรแบบนี้ นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนชัดๆ เธอกำลังอยู่ท่ามกลางดงะุปืน
“ท่านชีคครับพวกข้าจะยิงสกัดให้รีบไปครับ” ฮาติมะโบอกฟาอิดและให้ทหารอีกสองคนควบม้าตามหลังไป ฟาอิดพาณดาขึ้นม้าแล้วควบออกไปอย่างรวดเร็ว
ม้าของฟาอิดทิ้งห่างจากทหารทั้งสองนายที่หันกลับไปยิงสกัดให้ แต่ฟาอิดถูกยิงเขาเสียเืมากและหมดสติไปบนหลังม้าในเวลาต่อมา สร้างความใให้ณดาเป็อย่างมาก
“ท่านชีคคะ ท่านชีค” ณดาร้องไห้ออกมา
“ท่านชีคอย่าตายนะคะ” ณดาเห็นเืที่ไหลออกมาจากบริเวณหน้าอกหรือไหล่ของฟาอิดเธอไม่แน่ใจ ได้แต่หวังว่าเหล่าทหารของเขาจะตามมาทัน ม้าวิ่งไปเรื่อยๆ เธอมองกลับไปด้านหลังก็ไม่เห็นมีใครตามมา
ฮาติมกับเหล่าทหารควบม้าตามฟาอิดมาทุกคนปลอดภัยดีแต่ทว่าพวกเขาไม่พบม้าของฟาอิดเลย
“เราน่าจะตามท่านชีคมาทันนะแต่ทำไมไม่เจอท่านชีค ไม่พบแม้แต่ร่องรอย” ฮาติมพูดกับเหล่าทหาร ทหารสองคนที่ตามฟาอิดมาก็แจ้งว่าพวกเขาไล่หลังมาติดๆ และหันกลับไปยิงสกัดให้แต่สักพักก็ไม่เจอชีคฟาอิดแล้ว
ทุกคนกลับไปที่พระราชวังเผื่อว่าฟาอิดจะกลับมาแล้ว แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะชีคฟาอิดยังไม่กลับมา ฮาติมจะกลับออกไปตามหาอีกครั้งแต่ฮาริสขออาสาออกไปแทนพร้อมกับกองกำลังพลอีกชุดโดยไปเริ่มต้นตามหาในจุดที่เจอชีคฟาอิดครั้งสุดท้าย
ใกล้จะเย็นย่ำแล้วม้ายังคงวิ่งไปเรื่อยๆ ณดาพยายามให้ม้าหยุดวิ่งเพื่อที่จะรอให้ทหารของเขาตามมาทันแต่เธอก็ไม่เคยขี่ม้ามาก่อนไม่รู้จะใช้วิธีใด จู่ๆม้าตัวนั้นก็มาหยุดอยู่ในที่ๆนึง ณดาพยายามลงจากหลังม้าอย่างยากลำบากด้วยชุดที่กรุยกรายของเธอ เมื่อเธอลงไปได้ก็พยายามพาฟาอิดลงจากม้าด้วยเพราะเธอเริ่มสงสัยแล้วว่าเ้าม้านี้มาถูกทางหรือเปล่าเพราะไม่เห็นมีใครตามมาเลย
"โครม!"ร่างของฟาอิดร่วงลงมาจากหลังม้า ดีที่เป็พื้นทรายคงไม่เจ็บมาก ณดารีบไปดูร่างนั้นจัดแจงท่านอนให้เขา เธอเอาน้ำที่อยู่ในถุงหลังม้าออกมาชุบผ้าผืนนึงเพื่อเช็ดใบหน้าให้ฟาอิดและพยายามปลุกเขาให้ตื่น เธอรู้สึกกลัวมากไม่รู้อยู่ตรงไหนของทะเลทรายและดูเหมือนพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว ณดายกมือขึ้นไหว้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
เธอนำฟาอิดมานอนไว้ที่ตักของเธอและกำลังเปิดดูแผลของเขาก็ไม่รู้ว่าจะปฐมพยาบาลอย่างไรอะไรก็ไม่มีแต่อย่างน้อยก็ขอดูสักหน่อย ขณะนั้นฟาอิดก็ฟื้นขึ้นมาเขาเริ่มกระดิกตัวและลืมตาขึ้นมา
“ชีคฟาอิด ท่านฟื้นแล้วหรือคะเป็อย่างไรบ้าง” ณดารู้สึกดีใจน้ำตาคลอเบ้าเพราะเธอกำลังรู้สึกกลัว
“เ้าร้องไห้ทำไม” ฟาอิดถามเบาๆ
“ท่านชีค ฉันคิดว่าพวกเรากำลังหลงทางค่ะ ไม่มีใครตามมาเลยนี่ก็จะมืดแล้ว และฉันไม่รู้ว่าท่านชีคจะตื่นขึ้นมาไหม” เธอเอามืออันเรียวเล็กปาดน้ำตา ฟาอิดพยายามลุกขึ้น ณดาช่วยประคองและเอาน้ำมาให้ดื่ม
“ดื่มน้ำก่อนค่ะท่านชีค” ณดาพูดพร้อมกับยื่นน้ำให้ ฟาอิดรับน้ำไปดื่ม ดูเขาจะมีอาการอ่อนเพลียแต่ไม่ยอมแพ้ พระอาทิตย์ตกดินไปแล้วเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าตอนนี้อยู่ทางทิศใดจะเดินทางต่อไปทางไหนแต่เขาก็พยายามคิดหาหนทาง ลองเสี่ยงดูถ้าหากนอนกลางทะเลทรายคืนนี้โดยที่ไม่มีอะไรกำบังหรือห่อหุ้มร่างกายคงหนาวตายแน่ไหนจะพายุทะเลทรายอีก
เขาพาหญิงสาวขึ้นม้าและควบออกไป ณดาไม่กล้าถามอะไรฟาอิดได้แต่เงียบสงบปากสงบคำและสับสนอย่างมากตอนนี้ เธอกำลังอยู่ตรงไหนของโลกใบนี้ “พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยลูกด้วย” หญิงสาวร่ำร้องอยู่ในใจ
แสงไฟเบื้องหน้าทำให้ทั้งคู่รู้สึกใจชื้นขึ้นมา
“ท่านชีคคะ ตรงนั้นมีแสงไฟคงมีคนอยู่แน่นอนค่ะ”หญิงสาวชี้ไปที่นั่น
“เ้าห้ามเรียกข้าว่าท่านชีค เพื่อความปลอดภัย ข้าจะใช้ชื่อว่า ....” เขาครุ่นคิดนิดนึง
“จะให้เรียกท่านว่าอะไรดีคะ” ณดาถามต่อเขาโอบกระชับเอวเธอให้แน่นขึ้นแล้วกระซิบบอก”
“ฮาบี” เขากระซิบที่หูของเธอ
“ค่ะคุณฮาบี” ณดาเรียกชื่อใหม่ที่เขาตั้งขึ้นและรู้สึกประหม่าในกิริยาของเขาเมื่อสักครู่แต่เธอก็ไม่อาจทำอะไรได้
“ส่วนเ้าเป็คนต่างชาติต่างภาษาไม่ต้องพูดอะไร ข้าจะบอกว่าเ้าเป็ใบ้”
“ห๊ะ! เป็ใบ้หรือคะ...อืม...ก็ได้ค่ะ”
“อีกอย่างข้าไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็ชาวบ้านชนพื้นเมืองเผ่าใดเผ่านึงหรือว่า...อาจจะเป็ชุมโจรเราต้องลองเสี่ยงดู”
“อาจจะเป็ชุมโจรหรือคะ?” ณดาเริ่มรู้สึกเป็กังวล แต่ฟาอิดไม่ตอบอะไร เธอรู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยงหากโชคร้ายอาจเจอชุมโจรทะเลทรายแต่ทำไมเธอถึงเชื่อมั่นในตัวเขาและรู้สึกปลอดภัยทั้งที่เขาเองก็ได้รับาเ็ ไม่รู้ว่าจากนี้เธอกับเขาจะเจออะไรบ้างได้แต่ภาวนาในใจ
ฟาอิดควบม้าเข้าไปพอถึงก็พาเธอลงจากหลังม้าเปลี่ยนเป็จูง คนในนั้นรู้ว่ามีผู้มาเยือนเลยออกมาดู ฟาอิดเข้าไปเจรจาเห็นมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายลูกเล็กเด็กแดงไม่น่าจะป็นชุมโจร คงเป็ชนเผ่าพื้นเมือง ณดาฟังไม่รู้เื่ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน ส่วนเธอเวลาคุยกับฟาอิดจะคุยกันเป็ภาอังกฤษ
“หญิงใบ้คนนี้นางเป็เมียของข้าเอง” ฟาอิดบอกพวกเขา พวกเขาก็ใจดีพาทั้งคู่ไปพบหัวหน้าเผ่า ฟาอิดได้เข้าไปในกระโจมทำความเคารพและพูดคุยกับชายคนนึงที่พวกเขาเรียกว่าหัวหน้าเผ่าซึ่งมีนามว่าท่านผู้เฒ่าเคาตัล ซึ่งเป็ชายสูงวัยคนนึงท่าทางดูน่าเกรงขาม
“ท่านผู้เฒ่าครับพวกข้าได้พาชายผู้นี้กับเมียของเขาที่หลงทางมามาพบท่านครับ” ชายหนุ่มคนนึงที่พามากล่าวรายงาน
ท่านพ่อเฒ่าได้เชื้อเชิญฟาอิดกับณดานั่งลงจิบน้ำชาของชนเผ่าและสนทนาไต่ถาม โดยมีชายหนุ่มผู้นั้นเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ฟาอิดได้แนะนำตัว
“โอ้ว! นี่เ้าได้รับาเ็รึ” พ่อเฒ่าถามขึ้นเพราะสายตาฝ้าฟางเมื่อมองดูใกล้ๆจึงเห็น ถึงแม้จะแก่ชราแต่พ่อเฒ่าก็มีประสบการณ์มานานในการดูแลชนเผ่าแม้จะไม่ได้ออกไปทำอะไรด้วยตัวเองแต่พ่อเฒ่าก็ได้ให้คำแนะนำปรึกษาคนรุ่นหลังอยู่เสมอ
“ซ่ากีฟ เ้ารีบไปตามหมอมาเร็วเข้า” พ่อเฒ่าออกคำสั่งให้ชายหนุ่มผู้ที่นำพามาไปตามหมอ ฟาอิดรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจท่านผู้เฒ่าเคาตัลและชนเผ่านี้ยิ่งนัก
และระหว่างรอหมอฟาอิดในนามฮาบีชื่อที่เขาตั้งขึ้นมาได้สนทนากับท่านผู้เฒ่ารอและแนะนำหญิงสาวให้รู้จัก
“นี่เมียของข้านางเป็หญิงใบ้ชื่อ นะดา” ณดาชื่อภาษาไทยของเธอตรงกับนาดาหรือนะดาในภาษาอาหรับที่แปลว่าน้ำค้าง ณดาทำความเคารพท่านผู้เฒ่า
ด้วยอาภรณ์ที่หญิงสาวสวมใส่นั้นบ่งบอกฐานะ เมื่อท่านผู้เฒ่าเพ่งมองทำให้ฟาอิดรู้ได้ทันทีว่าท่านผู้เฒ่าต้องสงสัยอย่างแน่นอนเขาจึงต้องแกล้งบอกไปว่า เขาเองเป็คนธรรมดาได้ไปรักกับหญิงสาวซึ่งเป็ธิดาของคหบดีจึงทำผิดจารีตโดยการพาเธอหนีมาเขาไม่สนหรอกว่าจะผิดจะถูกจะเป็ข้อห้ามอะไรเขารู้เพียงว่าจะพาเธอไปให้ไกลแสนไกลแต่ถูกคนของบิดาเธอตามล่าเลยถูกยิง ท่านผู้เฒ่าก็เชื่อตามที่เขาพูด
เมื่อหมอประจำชนเผ่ามาถึงก็ทำการผ่าเอาะุออกและรักษาด้วยยาสมุนไพรโบราณ ฟาอิดหมดสติไปอีกครั้งโดยมีณดาคอยเฝ้าดูแลเขาอยู่อย่างใกล้ชิด เธอง่วงและฟุบหลับไปข้างๆเขากระทั่งรุ่งเช้า ส่วนท่านผู้เฒ่ายกกระโจมหลังนี้ให้ทั้งคู่และไปนอนที่อื่นแทน
ฟาอิดขยับตัวเขายังอ่อนเพลียด้วยพิษาแเขาลืมตาขึ้นมาก็พบหญิงสาวนอนอยู่ข้างๆ
“นะดา” เขาเรียกเธอเบาๆ หญิงสาวงัวเงียตื่นขึ้นและดีใจที่เห็นฟาอิดฟื้นแล้ว เธอมองไปรอบๆ ไม่มีใครอยู่ เลยคุยกับฟาอิดเป็ภาษาอังกฤษ
“ท่าน...เอ่อ... คุณฮาบีตื่นแล้วหรือคะ คุณเป็ไงบ้าง” หญิงสาวระล่ำระลักถามแต่ฟาอิดไม่ตอบอะไรแค่พยักหน้าให้เธอ เขาพยายามลุกขึ้นหญิงสาวจึงช่วยประคอง
“ค่อยๆ ลุกนะคะ ยังเจ็บแผลอยู่ไหม” ณดามองไปที่แผลของเขาอย่างเป็ห่วงเมื่อหันกลับมาก็พบว่าเธออยู่ใกล้ชิดกับเขามากดวงตาคมคู่นั้นจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว เธอปล่อยมือจากร่างของเขาและหลบสายตา พอดีกับท่านผู้เฒ่าได้เข้ามาในกระโจมพร้อมกับหมอและซ่ากีฟ
“เ้าตื่นแล้วหรือฮาบีเป็อย่างไรบ้าง” ท่านผู้เฒ่าไต่ถามขณะที่หมอประจำชนเผ่าก็เข้าไปทำการตรวจดูอาการ
“ดีขึ้นแล้วครับท่านผู้เฒ่า” เขาตอบออกไปท่านผู้เฒ่าพยักหน้าและรอให้หมอตรวจอาการเสร็จแล้วจึงสนทนาต่อ
หมอได้รายงานท่านผู้เฒ่าและจัดยาสมุนไพรต่างๆให้ฟาอิดแล้วกลับออกไป จากนั้นมีหญิงชราคนนึงพร้อมเด็กผู้หญิงประมาณ 10 ขวบ นำอาหารเข้ามาให้ฟาอิดกับณดา ท่านผู้เฒ่าแนะนำให้รู้จักหญิงชราซึ่งเป็แม่ครัวใหญ่ของที่นี่นางชื่อ ซีเนีย และหลานสาวของนางชื่อชะชา ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างใจดี
“เอ่อ ท่านแม่เฒ่าครับข้าอยากจะขอรบกวนสักหน่อย”
“มีอะไรให้ข้าช่วยหรือพ่อหนุ่ม”
“ข้าอยากจะขอเสื้อผ้าเก่าๆของท่านแม่เฒ่าสักชุดให้เมียข้านะครับ” ฟาอิดพูดขึ้นแต่ณดาก็ไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไรกัน
“ออ ได้สิเดี๋ยวข้าจะไปค้นหาเสื้อผ้าสมัยสาวๆให้นะ” แม่เฒ่าพูดยิ้มๆ
“ขอบคุณมากครับท่านแม่เฒ่า” ฟาอิดกล่าวขอบคุณหญิงชรา
“สวยจังเลยค่ะ พี่สาวสวยจัง เสื้อผ้าก็สวยมาก” ชะชาพูดขึ้นพร้อมกับจับมือณดาและััดูอาภรณ์ที่หญิงสาวสวมใส่อยู่ ณดาไม่รู้ว่าเด็กน้อยพูดอะไรเธอทำได้เพียงยิ้มให้เด็กน้อยและหันไปมองฟาอิด
“ตอนนี้ข้ากำลังให้คนสร้างกระโจมให้พวกเ้า คืนนี้คงได้ย้ายไปอยู่” ท่านผู้เฒ่าเคาตัลบอกฟาอิด
“ซีเนียข้าขอฝากดูแลเมียของพ่อหนุ่มคนนี้ด้วยนะ” ท่านพ่อเฒ่ากล่าวขึ้นพร้อมกับออกไปจากกระโจมและปล่อยให้ฟาอิดหรือฮาบีได้พักผ่อน
“ข้ายินดีท่านพ่อเฒ่า” แม่เฒ่าซีเนียน้อมรับคำและพาชะชาออกไป
“พวกเขาพูดอะไรกันบ้างหรือคะ” ณดาถามพร้อมกับนำอาหารขึ้นมาจะป้อนฟาอิดเธอเห็นว่าน้ำซุปมันร้อนจึงเป่าด้วยปากอย่างเคยชินทุกกิริยาท่าทางของเธออยู่ในสายตาของเขา เธอเอาน้ำซุปป้อนเข้าไปที่ปากของฟาอิดแต่เขายังไม่ยอมกินเอาแต่จ้องเธอ
“อ้าปากสิคะ อ้ำ...” หญิงสาวบอกเขาพร้อมกับทำท่าทางเหมือนกำลังป้อนข้าวเด็ก ฟาอิดอ้าปากอย่างว่าง่ายทานอาหารที่เธอตักป้อน
ฟาอิดนึกถึงตอนสมัยเด็กเขาฝึกอาวุธและฝึกขี่ม้าจนได้รับาเ็ แม่นมของเขาพร้อมมารดามาช่วยกันโอ๋ป้อนข้าวป้อนยา ผู้หญิงคนนี้มีอะไรหลายอย่างที่ทำให้เขานึกถึงเื่ราวเก่าๆ
“เ้าก็กินด้วยสิ” ฟาอิดบอกหญิงสาว
“ค่ะ” ณดาตอบสั้นๆ เมื่อเขาทานเสร็จเธอก็ทานอาหารในส่วนของเธอ
“นี่”
“อะไร”
“คุณมองฉันอยู่แบบนี้น่ะฉันทำอะไรไม่ถูกค่ะ” ณดาพูดออกไป
“ไม่มองเ้าแล้วจะมองใครล่ะในนี้ไม่เห็นมีอะไรน่ามอง” เขาว่า ณดารู้สึกขัดใจและประหม่าแต่ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาต่อ เธอจึงทานอาหารไปเงียบๆ แต่ด้วยความไม่คุ้นชินเธอจึงทานได้นิดเดียว
“เ้าทานน้อยจังมิน่าเล่า...”
“มิน่าอะไรคะ?”
“เ้าจึงตัวเล็กไง ผอมมากไปสักหน่อย”
“ก็ใครจะไปเหมือนสาวอาหรับละคะ หุ่นสะบึมเนื้อนมไข่ ดีแล้วละที่ฉันไม่ใช่สเปกคนแถบนี้” ณดาเริ่มต่อปากต่อคำ ฟาอิดขำเธอเบาๆ อืมเขาเข้าใจได้ ผู้หญิงนี่โดนว่าเื่รูปร่างไม่ได้พวกเธอจะไม่ค่อยยอมหรอกไม่วาจะอ้วนหรือผอมหรืออะไรก็ตาม
ณดาทานเสร็จก็นำยาไปให้ฟาอิดเธอวางมันไว้ตรงหน้าพร้อมกับน้ำดื่ม
“ทำไมเ้าไม่ป้อนยาข้าล่ะ”ฟาอิดถามหญิงสาว
“ทานเองค่ะคุณคงจะหายดีแล้วมั๊งถึงมีแรงพูด”เธอตอบไปด้วยน้ำเสียงดูกระเง้ากระงอดนิดนึง
“เ้าไม่พอใจข้างั้นรึ”เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม
“ฉันไม่กล้าไม่พอใจคุณหรอกค่ะ”เธอตอบ
“ข้าแค่แหย่เล่นน่า เ้าก็อย่าโกรธข้าสิ ตะกี้ชะชาชมเ้าด้วยนะ” ฟาอิดเอาใจเธอโดยกล่าวถึงเด็กผู้หญิงที่เป็หลานสาวของแม่เฒ่าซีเนีย
“ชะชาว่ายังไงหรือคะ”
“ชะชาบอกว่า...เ้าสวย” ฟาอิดบอกไปทำเอาณดายิ้มออก ขณะนั้นแม่เฒ่ากับหลานสาวก็เข้ามาในกระโจมอีกพร้อมกับเสื้อผ้าหลายชุด ชะชาวิ่งมาจูงแขนณดา
“มาเถอะพี่สาวคนสวยข้าจะพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า” เด็กน้อยชะชาพูดกับหญิงสาวแต่ทว่าเธอไม่เข้าใจ ฟาอิดส่งสัญญาณมือเรียกเธอมาหาแล้วกระซิบแปลภาษาบอกเธอว่าแม่เฒ่ากับชะชาจะพาเธอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เธอหายไปสักพักใหญ่ๆ ก็กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่เฒ่านำมาให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมากที่ได้อาบน้ำอาบท่า ณดายิ้มขอบคุณทั้งคู่และหอมแก้มเด็กน้อยชะชา
“ขอบคุณมากนะครับท่านแม่เฒ่า” ฟาอิดกล่าวขอบคุณ
“ไม่เป็ไรข้ายินดี้าอะไรก็บอกข้าได้นะ ประเดี๋ยวซ่ากีฟจะพาพวกเ้าไปกระโจมหลังใหม่ ข้ากับชะชาขอตัวก่อนขอให้หายเร็วๆ นะพ่อหนุ่ม” แม่เฒ่าซีเนียกล่าวเสร็จก็ออกไปจากกระโจมพร้อมหลานสาว
“พี่ณดาคนสวยพรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมที่กระโจมหลังใหม่นะ” ชะชาหันกลับมาบอกและยิ้มให้ ณดายิ้มตอบ
เมื่อทั้งคู่ออกไปณดาก็ถามฟาอิดเขาจึงแปลภาษาให้เธอฟัง เธอพยายามเรียนรู้และจดจำคำศัพท์ หลังจากนั้นซ่ากีฟก็เข้ามาพาทั้งคู่ไปยังกระโจมหลังใหม่ หมอประจำชนเผ่าได้เข้ามาดูอาการของเขาอีกเขาทานสมุนไพรตามที่หมอสั่ง เมื่อหมอและซ่ากีฟกลับออกไปแล้วฟาอิดก็บอกกับณดาว่าหมอให้เธอเช็ดตัวให้กับเขา
“ออ หรือคะ” ณดานำผ้ามาชุบน้ำและค่อยๆถอดเสื้อของเขาออกแล้วลงมือเช็ดตัวให้ฟาอิดอย่างเบามือ เธอไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครมาก่อน แล้วนี่เธอต้องเช็ดตัวให้เขาไปทั่วทั้งร่าง เธอรู้สึกประหม่าแต่ก็ต้องทำและไม่กล้าสบตากับเขาตลอดที่เช็ดตัวให้ส่วนฟาอิดกลับจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ
“เสร็จแล้วหรือ” เขาถามเธอขณะนำผ้าไปบิดตาก
“จะให้เช็ดทั้งคืนหรือไงคะ” ณดาสวนกลับเบาๆไม่ค่อยจะพอใจนักเพราะเธอรู้ว่าเขาจ้องมองเธอตลอดเวลาแม้เธอจะไม่เห็นแต่เธอก็รู้สึกได้ ฟาอิดเห็นกิริยาของเธอแล้วแอบขำเบาๆที่ได้แกล้งเธอ จะว่าไปแล้วเขาไม่ได้มีอารมณ์ขำขันแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ
“แล้วนี่คืนนี้จะให้ฉันนอนที่ไหนคะ?” ณดาถามออกไปเพราะเห็นมีแค่เตียงเล็กๆเตียงเดียวและผ้าห่มผืนเดียว
“ก็นอนนี่ไง” ฟาอิดวางฝ่ามือลงบนเตียงที่ปูด้วยผ้าขนสัตว์
“นอนด้วยกันกับคุณนี่หรือคะ?” หญิงสาวถามออกไป
“เมื่อคืนเ้ายังไม่เห็นงอแงเลยแล้วทำไมคืนนี้ถึงงอแงล่ะ”
“เมื่อคืนน่ะมันจำเป็นี่คะคุณหมดสติไปและฉันก็นั่งเฝ้าคุณไม่ได้ตั้งใจจะนอนกับคุณสักหน่อย” ณดาเถียงกลับ
“ทำแบบนี้ไม่ผิดจารีตของพวกคุณหรือคะ” ณดาถาม
“ข้าลืมบอกเ้าไปว่า...ข้าบอกกับพวกเขาว่าเ้าเป็เมียข้า” เขาบอกเธอ
“อะไรนะคะ คุณบอกพวกเขาว่าอะไรนะคะ” ณดาแหว๋ใส่เขาเสียงดัง
“ชู่ว!” ฟาอิดเอามือป้องปาก
“เ้าอย่าเสียงดังไปสินะดา ข้าบอกว่าเ้าเป็ใบ้ อีกอย่างถ้าเ้าออกไปจากกระโจมนี่ข้าก็ไม่รับรับรองความปลอดภัยนะ เ้าอาจจะมีสามีหลายๆคนก็ได้” เขาเอ็ดและขู่เธอเบาๆ หญิงสาวนึกกลัวขึ้นมา
“เ้ามานี่สินะดา” เขาเรียกเธอไปบนเตียงเธอยังคงยืนอิดออดอยู่ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี แต่ในที่สุดก็ยอมทำตาม เธอไปนั่งอยู่อีกด้านนึงของเตียง
“เ้ารีบเข้านอนพักผ่อนเถอะ” เขาบอกเธอแล้วก็ล้มตัวลงนอนเขาไม่ใส่เสื้อแม้อากาศจะเริ่มเย็นไม่รู้ว่าพวกผู้ชายนี่เหมือนกันทุกคนหรือเปล่านะชอบถอดเสื้อนอน
“เ้าไม่ต้องกลัวข้าหรอกข้าาเ็อยู่ข้าคงไม่ทำอะไรเ้าหรอก” เขาพูดให้เธอคลายความกังวลลง หญิงสาวจึงยอมนอนลงข้างๆ เขาดับไฟจากตะเกียงภายในกระโจมมืดมิดเธอค่อยๆปรับสายตาในความมืดทำให้มองเห็นเขาและสิ่งของภายในกระโจมลางๆ เหมือนฟาอิดจะหลับไปแล้วแต่เธอยังไม่หลับยังครุ่นคิดต่างๆนาๆสารพัดได้ยินเสียงฟาอิดละเมอ เธอจึงเอามือไปอังดูที่หน้าผากของเขาว่ามีไข้หรือเปล่า
“ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา หรือว่าเสียเืเยอะเลยอาจจะหนาว” ณดาเอาผ้าห่มมาห่มให้เขาอย่างแ่เบาเขาคว้าตัวเธอไว้หมับ เธอดิ้นเพื่อให้หลุด
“โอ๊ย!” เสียงเขาเหมือนจะเจ็บแผล ณดาจึงหยุดดิ้นเอามือค่อยๆไปลูบที่แผลของเขาเบาๆ
“ขอโทษค่ะท่านชีคเจ็บมั๊ยคะสงสัยจะละเมอ” ณดาพูดพร้อมกับความรู้สึกง่วงที่เข้ามาครอบงำและอากาศก็หนาวเหน็บในค่ำคืนนี้เธอเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้
รุ่งเช้าณดางัวเงียตื่นขึ้นมาเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ใกล้ชิดกับฟาอิดมากรู้สึกเหมือนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดต้นคอเธออยู่ แขนของเขาโอบร่างของเธอเอาไว้ นี่เธออยู่ในอ้อมกอดของเขาหรือ ตายจริง! แต่เธอก็ไม่กล้าขยับตัวแรง ค่อยๆเอามือของเขาออก
“ตื่นแล้วหรือ” เขาถามเธอเบาๆ
“ท่านชีค เอ่อ คุณฮาบี” ณดารู้สึกใ เมื่อเขาตื่นแล้วเธอก็รีบลุกขึ้นและไม่กล้ามองหน้าเขา
“คุณลุกไหวไหมคะ” เธอถามแก้เขินระคนห่วงใย ฟาอิดค่อยๆลุกขึ้นณดารีบเข้าไปประคอง
“ท่านชีคค่อยๆลุกค่ะ”
“ขอบใจเ้ามากนะ นะดา”
ขณะนั้นหมอประจำชนเผ่ากับซ่ากีฟก็ได้เข้ามาตรวจดูอาการของฟาอิดและบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้วแผลไม่ติดเชื้อพักฟื้นอีกสักหน่อยก็คงแข็งแรงขึ้น
“ขอบคุณท่านหมอมากนะครับ แต่ข้าคงอยู่ที่นี่นานนักไม่ได้ ข้าต้องพาเมียข้าไปแล้วข้าไม่อยากให้พวกท่านเดือดร้อนหากบิดาของนางตามมาทัน” ฟาอิดกล่าวและขอพบท่านผู้เฒ่าซึ่งเป็หัวหน้าเผ่าเพื่อร่ำลา แต่พอท่านผู้เฒ่ารู้ก็รีบมาพบและคัดค้าน
“เ้าอย่าพึ่งไปเลยพ่อหนุ่มรอให้หายดีก่อนเถิด ถ้าหากมีคนแปลกหน้ามาถามหาพวกเ้าสองผัวเมีย ข้าจะบอกว่าไม่เคยเจอพวกเ้าข้าจะประชุมชนเผ่าให้รับรู้โดยทั่วกันเ้าอย่าได้กังวล” เมื่อพ่อเฒ่ายืนยันเช่นนี้ฟาอิดจึงอยู่ที่ชนเผ่านี้ต่ออีกระยะนึง
แม่เฒ่าซีเนียกับชะชาคอยเอาอาหารมาให้ตามเวลา ชะชาพาหญิงสาวออกไปเดินเล่นดูวิถีชีวิตของชาวชนเผ่า เธอช่วยงานเท่าที่ทำได้เช่นช่วยตากสมุนไพรเพื่อนำมาเป็ชาชงในแบบฉบับของชนเผ่าช่วยปั้นแป้งต่างๆ
เธอกับฟาอิดอยู่ที่นี่มาได้หลายวันแล้ว และทุกค่ำคืนเธอก็อยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขาจนรุ่งเช้าเธอไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้ และเธอไม่รู้ว่าจะหนีเขาไปไหนในเมื่อต้องนอนร่วมเตียงกับเขาเลยเหมือนเธอต้องจำยอมทั้งที่ไม่เต็มใจ อีกอย่างเขาก็เป็ถึงท่านชีคและาเ็อยู่เธอเองก็ต้องดูแลเขา ยามนี้หากไม่มีเขาเธออาจตกที่นั่งลำบากไปมากกว่านี้ก็ได้และอาจหลงทางอยู่ท่ามกลางทะเลทรายไปจนถึงเมื่อไรไม่อาจรู้ อย่างน้อยเขาก็คงหาทางพาเธอกลับไปถึงวังแล้วค่อยหาทางกลับบ้าน
“นะดา เ้ายังไม่ง่วงรึ” ฟาอิดถามขณะที่เขาเอนตัวลงนอนในคืนนึง
“ยังค่ะ ฉันยังไม่ง่วง คุณนอนก่อนเถิดค่ะ” ณดาบอกฟาอิดขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้และหันหลังให้เขา
“เ้ากำลังคิดอะไรอยู่” เขาถาม
“ฉันอยากกลับบ้านค่ะ” ณดาปาดน้ำตา ฟาอิดลุกขึ้นและเดินมาหาเธอเขาเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“ข้าหายดีแล้ว พรุ่งนี้เราจะเดินทางออกจากที่นี่กัน” ฟาอิดบอกกับเธอ
“ท่านหายดีแล้วจริงๆ หรือคะ” ณดารู้สึกดีใจเธอจะได้เดินทางต่อแล้ว
“จริงสิ รีบเข้านอนกันเถอะ” เขาชวน
“ท่านชีค เอ่อ คุณฮาบีไปนอนก่อนเถิดค่ะ ฉันยังไม่ง่วง” เธอปัด ถ้าเขาหลับไปก่อนก็จะได้ไม่ต้องกอดเธอ และเขาก็หายดีแล้วไม่จำเป็ที่เธอจะยอมเขาอีกที่ผ่านมาเห็นว่ายังาเ็และร่างกาย้าความอบอุ่นเพราะกลางคืนนั้นหนาวเหน็บมากแต่คืนนี้เธอจะไม่ยอมเขาอีกแล้ว ถ้าเขายังไม่นอนนะเธอจะนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคืนคอยดูสิเธอคิดในใจ
ฟาอิดอุ้มร่างของหญิงสาวที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะไปวางลงบนเตียง เธอหลับลึกจนไม่รู้สึกตัวว่าร่างของเธอถูกอุ้มไปนอน เธอคงจะเหนื่อยกับการใช้ความคิดและร้องไห้เงียบๆนั่นเอง ฟาอิดมองคนตัวเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงและค่อยๆดึงห่มผ้าขึ้นมาคลุมร่างให้เธอ ทว่าเธอขยับตัวพลิกมากอดเขาและเขาก็กอดตอบเธอ
หญิงสาวซุกร่างเล็กกับอกอุ่นๆของชีคฟาอิดในค่ำคืนอันหนาวเหน็บนี้อีกคืนโดยที่เธอไม่รู้ตัว
รุ่งเช้าณดาก็ต้องใที่เห็นตัวเองมานอนซบอกฟาอิดอยู่บนเตียงและยังกอดเขาไว้แน่นก็เธอจำได้ว่าเธอนั่งเล่นอยู่บนเก้าอี้นี่นาแล้วมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เธอรีบขยับตัวออกให้ห่างจากเขาแต่เขากลับกอดเธอไว้แน่น
“ท่านชีคปล่อยค่ะ เอ่อ คุณฮาบีปล่อยฉันคะ คุณกอดฉันอีกแล้วนะคะ” ณดาขึ้นเสียง
“เ้าต่างหากที่กอดข้าก่อน ข้าเลยกอดตอบ” เขายียวน
“ฉันมานอนที่นี่ได้ยังไงคะ”
“เ้าคงละเมอเดินมากระมัง” เขายิ้มอย่างร้ายกาจ
“อีตาชีคนี่หายเจ็บแล้วร้ายนะ” ณดาคิดในใจ
“เมื่อคืนหนาวมั๊ยมีพายุเข้า ข้าเห็นเ้าละเมอและกอดข้าแน่นเลยทำยังกับข้าเป็หมอนข้างแน่ะ” เขายังพูดต่อ ณดารู้สึกอายถ้าสิ่งที่เขาพูดเป็ความจริงนี่เธอกอดเขาก่อนหรอกหรือ บ้าจริง
ฟาอิดชวนณดาไปพบท่านผู่เฒ่าเคาตัลเพื่อร่ำลา ท่านผู้เฒ่าไต่ถามให้แน่ใจว่าสามารถเดินทางต่อได้จึงอนุญาต ท่านผู้เฒ่าได้เล่าให้ฟาอิดฟังว่า ชนเผ่าถูกรุกรานจากกองกำลังทหารจากในวังและตั้งข้อหาว่าเป็ชุมโจร ชาวชนเผ่านี้จึงไม่ค่อยพอใจนัก นอกจากนี้แล้วยังเล่าอะไรให้ฟาอิดฟังหลายอย่าง ฟาอิดแย้งในใจนี่ฝีมือใครกันเขาต้องรู้ให้ได้ที่ทำการทุกอย่างในนามของชีคแห่งค็อลลาซโดยที่เขาไม่เคยสั่งการ เขาบอกกับท่านผู้เฒ่าว่าถ้าหากเขาถึงที่หมายอย่างปลอดภัยสักวันเขาจะกลับมาเยี่ยม และได้สอบถามจนรู้พอสมควรว่าที่นี่ขาดแคลนอะไร
“ขอให้พระเ้าคุ้มครองเ้ากับเมียของเ้าด้วยนะ” ท่านพ่อเฒ่าอวยพร
“พี่คนสวยแล้วกลับมาหาชะชาด้วยนะ” เด็กผู้หญิงตัวน้อยพูดกับณดาซึ่งเธออยู่ที่นี่มาหลายวันได้เรียนรู้ภาษาไปด้วยและให้ฟาอิดแปลให้ฟังจึงเข้าใจในสิ่งที่พูด ณดากุมมือและหอมแก้มเด็กน้อยเป็การร่ำลา
“ขอให้นางมีลูกให้เ้าเร็วๆ นะ” แม่เฒ่าซีเนียพูดกับฟาอิดและสวมกอดณดาตามประเพณีของชาวชนเผ่า
ฟาอิดได้ร่ำลาทุกคนและเขาให้สัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาตอบแทนที่พวกเขาช่วยชีวิตเขาเอาไว้และจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็ผู้แอบอ้างนามของเขาไปข่มเหงรังแกชาวชนเผ่าต่างๆ สร้างความเข้าใจผิดให้พวกเขาเกลียดชังชีคผู้ปกครองค็อลลาซเช่นเขา เขารู้สึกขอบคุณเหตุการณ์ครั้งนี้แม้ว่าจะเสี่ยงด้วยชีวิตแต่ก็คุ้มที่เขาได้รู้อะไรมากขึ้นจากคำบอกเล่าของท่านผู้เฒ่าเคาตัล
ฟาอิดอุ้มหญิงสาวขึ้นหลังม้าและเขาก็ขึ้นไปนั่งข้างหลังเธอมือนึงโอบเอวของเธอเอาไว้แน่นและอีกมือนึงก็ควบม้าวิ่งทะยานออกไป
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะและฝากติดตามนามปากกานักเขียน
โดย นาลินญา วธ.