ตอนที่ 4 อาหารเช้า (2)
“อาจารย์ หน้า...หน้าท่าน”ฉือม่อหันมองก็เห็นว่าใบหน้าของอาจารย์เปลี่ยนไปแล้วหลินเฉินก้มลงมาพูดกับเขาในระดับสายตา “นี่คือลูกกลอนแปลงโฉมสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ภายนอกได้ เื่พวกนี้ไว้ข้าค่อยบอกเ้าวันหลังตอนนี้เ้าคอยตามติดอยู่ข้างหลังข้าก็พอแล้ว”
สิ่งที่หลินเฉินโยนเข้าปากไปเมื่อครู่ก็คือลูกกลอนแปลงโฉมเพราะหากคนอื่นเห็นว่าผู้าุโหลินเฉินเป็ผู้กระทำเื่ราวต่อจากนี้ละก็คงได้ขายหน้าแย่ ทางที่ดีเลยแปลงโฉมไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
ฉือม่อเดินตามหลินเฉินผ่านบันไดยาวเดินทะลุผู้คนจนกระทั่งมาถึงจุดหมายปลายทาง ก่อนจะเห็นป้ายที่เขียนว่า ‘เหอซือซ่าน’ สามคำแขวนอยู่บนหลังคาสูง สถานที่แห่งนี้ก็เหมือนโรงอาหารที่เขาไปกินข้าวในสมัยเรียนเมื่อก่อนนั่นละ
บนยอดเขาซู่ิ นอกจากหลินเฉินก็แทบจะไม่มีผู้อื่นเลยยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานที่ใหญ่โตอย่างโรงอาหารแบบนี้ตอนนี้ฉือม่อกำลังอยู่ใน่วัยเจริญเติบโต หากกินไม่อิ่มอนาคตร่างกายไม่สูงใหญ่ขึ้นคงแย่แน่ๆ
จากความทรงจำที่เขามีต่อตัวนิยายต้นฉบับบรรดาโรงอาหารของทั้งเจ็ดยอดเขา อาหารการกินของยอดเขาฉางเจี้ยนนั้นดีเลิศที่สุดบนโลกมนุษย์มีหนังสือชื่อ ‘หนังสือภาพอาหารรสเลิศ’ อยู่เล่มหนึ่งในหนังสือนั้นเขียนบันทึกถึงอาหารอันโอชะในแต่ละวันของยอดเขาฉางเจี้ยนประกอบไปด้วยอาหารมื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น รวมถึงอาหารว่างมื้อดึกต่างๆมีครบทุกอย่างไม่ตกหล่น ทั้งยังมีรายละเอียดครบถ้วนดีมาก
ฉะนั้นนี่จึงเป็หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากอยากมาเยี่ยมชมยอดเขาฉางเจี้ยนอยู่ทุกปี
ตอนนี้เป็เวลาอาหารเช้า คนเดินเข้าออกยังไม่ถือว่ามากนักหลินเฉินก้มศีรษะพยายามทำตัวให้กลมกลืน หันหน้าไปพูดกับฉือม่อเบาๆ“ที่นี่คือสถานที่กินอาหารเช้า มา ข้าจะพาเ้าเข้าไป”
เขาเข้าใจความคิดของท่านอาจารย์ในทันทีอาจารย์พาเขามากินข้าวเช้า เขาย่อมดีใจอยู่แล้ว เพียงแต่สถานที่นี้เป็ของผู้อื่นออกจะไม่ค่อยดีหรือไม่
เขาแอบกังวล เกรงว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้น
พอเขาลอบมองสีหน้าอาจารย์แล้วพบว่าอาจารย์ยังคงทำหน้านิ่งขรึมเ็าเช่นยามปกติเพียงแต่ดวงตาคู่สวยนั้นดูเหมือนจะส่องประกายสนุกสนานเสียอย่างนั้น
สนุกสนานงั้นหรือ เขาส่ายศีรษะพยายามลบล้างความคิดไร้สาระของตนทิ้งไปจะเป็ไปได้อย่างไร เขาต้องตาฝาดไปแน่นอน ย่อมต้องเป็แบบนั้นแน่ๆ
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแววตาของหลินเฉินก็หาได้มีความรู้สึกใดๆ ปรากฏสักนิด หลินเฉินเห็นฉือม่อจ้องตัวเองอยู่แบบนั้นก็กะพริบตาเล็กน้อย“มีอะไรหรือ”
ฉือม่อรีบส่ายศีรษะ หลินเฉินเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีกก้าวเท้าเดินเข้าไปในโรงอาหารเหอซือซ่านทันที ฉือม่อเองก็เดินตามหลังเข้าไป
เมื่อเข้าไปแล้ว กลิ่นหอมฉุยก็ลอยมาเตะจมูกแค่ได้กลิ่นก็แทบน้ำลายไหลแล้ว หลินเฉินจึงอดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้น
เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วมองก่อนจะเห็นว่าเป็เสี่ยวหลงเปาไส้มันปูที่เขาชื่นชอบที่สุดตามคาดเขาได้กลิ่นมันปูอันเข้มข้นมาั้แ่ก้าวเข้าประตูแล้ว มันปูแน่นๆ ไส้ล้นน้ำแกงรสชาติเข้มข้น เป็อาหารรสเลิศที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่คิดไม่ถึงเลยว่าพอทะลุมิติเข้ามาแล้วจะยังได้กินอาหารอร่อยแบบนี้เพราะงั้นก็ไม่ถือว่าเขาขาดทุนเท่าไรแล้วละ
“แม่นาง ขอเสี่ยวหลงเปาไส้มันปูให้ข้าสักสองเข่งสิ”หลินเฉินชูนิ้วเรียวยาวสองนิ้ว เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
พอสตรีคนนั้นได้ยินก็รีบยกเสี่ยวหลงเปาไส้มันปูร้อนๆสองเข่งมาให้ทันที พอเงยหน้ามองก็เห็นว่าเป็บุรุษหนุ่มชุดขาวหน้าตาของชายผู้นี้ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็พิเศษ ถึงขนาดพูดได้ว่าหากให้เขาไปรวมตัวอยู่ในกลุ่มฝูงชนก็ไม่มีทางหาเขาพบ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดหน้าตาของคนผู้นี้กลับให้ความรู้สึกเคร่งขรึมน่าเกรงขาม ทุกท่วงท่าทุกการกระทำล้วนเปล่งรัศมีจนมิอาจมองข้ามไปได้
สตรีมีอายุผู้ซึ่งใช้ชีวิตทำงานอยู่ในสำนักเชวี่ยอวิ๋นมาหลายสิบปีต่อให้บำเพ็ญเพียรได้ไม่มาก แต่ก็ถือว่าร่ำเรียนเปิดหูเปิดตามาไม่น้อยนางมองออกั้แ่แรกทันทีว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา อาจเป็เทพเซียนสักคนลงมาสำรวจตรวจตราก็เป็ได้ด้วยเหตุนี้จึงแสดงท่าทีเคารพนับถือยิ่งกว่าเดิม
หลินเฉินรับอาหารมาและไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณแม่นาง”
หญิงมีอายุยิ้มอ่อนโยน เปี่ยมด้วยเมตตา “ท่านเซียนผู้นี้อย่าได้เกรงใจไปเลยเ้าค่ะท่านจะลองชิมนมที่ทางเราเพิ่งทำออกมาใหม่หรือไม่เ้าคะ”
หลินเฉินเหลือบมองฉือม่อที่สูงเท่าเอวเขาแล้วหันมาเอ่ย“เช่นนั้นก็รบกวนท่านด้วย”
หญิงมีอายุยิ้มตาหยี พลางหยิบถ้วยนมด้านข้างส่งให้เขา
เพื่อไม่ให้มีใครสังเกต หลินเฉินจงใจเลือกที่นั่งในซอกหลืบเขาดันถ้วยนมไปตรงหน้าฉือม่อแล้วบอกอีกฝ่าย“ดื่มแล้วตัวโต”
จากนั้นก็วางเข่งเสี่ยวหลงเปาไส้มันปูลงตรงหน้าอีกฝ่าย“อันนี้อร่อย” ตามด้วยหยิบจิ๊กโฉ่วด้านข้างขึ้นมาแล้วก้มหน้ากินอาหารของตัวเองไป
เสี่ยวหลงเปาไส้มันปูรสชาติดีเต็มปากเต็มคำสดใหม่ทั้งยังไม่เลี่ยน กัดลงไปคำหนึ่ง น้ำแกงเข้มข้นก็ทะลักไปทั่วทั้งปากทันทีหลินเฉินกินหมดหนึ่งลูกก็อยากกินเพิ่มอีกเขากินเสี่ยวหลงเปาไส้มันปูทั้งเข่งหมดคนเดียวในพริบตา
หลินเฉินกินหมดอย่างรวดเร็วเห็นแบบนั้นฉือม่อก็แอบแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ยังดันเข่งเสี่ยวหลงเปาในส่วนของตนไปตรงหน้าอีกฝ่าย
หลินเฉินน้ำตารื้น ไม่เสียทีจริงๆที่เป็ลูกศิษย์คนดีของเขา รู้จักแบ่งปันด้วย...แต่เขากินอิ่มแล้วของพวกนี้ให้อีกฝ่ายเก็บไว้กินเถอะ
คิดไม่ถึงเลยว่าฉือม่อที่เพิ่งจะยื่นตะเกียบออกไป จู่ๆก็มีเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าทันใดนั้นคนที่เป็หัวโจกนั่นก็ยกอาหารของฉือม่อไป
เสี่ยวหลงเปาไส้มันปูมีปริมาณที่จำกัดในแต่ละวันพอครบจำนวนแล้วก็ย่อมไม่มีเพิ่มอีกเมื่อครู่ตอนที่พวกเขาไปเอาเสี่ยวหลงเปาไส้มันปูมาเห็นได้ชัดว่าตรงนั้นยังมีเหลืออีกหลายเข่ง ในเมื่อคนเหล่านี้มาเอาไม่ทันเองแล้วจะมาแย่งในส่วนของลูกศิษย์เขาแบบนี้ได้อย่างไรกัน
“ศิษย์น้อง ข้าเห็นเ้ากินไม่หมดให้ศิษย์พี่ผู้นี้ช่วยกินแล้วกันนะ”คนผู้นั้นที่ยกเสี่ยวหลงเปาไส้มันปูของฉือม่อไปเอ่ยขึ้นอย่างไร้ยางอาย
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8