ฟางหนิงเอ๋อรีบหันหลังกลับ จนเกือบปะทะกับอกกว้าง หัวใจจะเต้นแรงขึ้นมาทันที
“อุ๊ย!! คุณชาย ยังไม่นอนอีกหรือเ้าคะ” นางถามด้วยความใ พลางก้าวถอยออกมา
“ข้าเห็นแสงสว่างจากเทียนในห้องยา แต่ไม่เห็นใคร จึงออกมาดู” ชายหนุ่มจ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบ เขาแอบยืนดูนางสักพักแล้ว นางมองพระจันทร์ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย...คงคิดถึงครอบครัวสินะ...
“เอ่อ...ข้านั่งเขียนตำรา แล้วรู้สึกปวดล้า จึงออกมาเดินเล่นเ้าค่ะ” หัวใจเธอเต้นตึกตัก ไม่กล้าสบตา เหตุใดเธอต้องประหม่าทุกครั้งที่เข้าใกล้คุณชายด้วยนะ
“อย่าหักโหมกับการเขียนตำรามากนัก ข้าไม่ได้ให้เ้าเร่งรีบขนาดนั้น คืนนี้ไปพักผ่อนเสียเถิด อากาศเย็นจัดแล้ว”
เสียงนุ่มทุ้มแสดงความห่วงใย ยิ่งทำให้ฟางหนิงเอ๋อใจเต้นแรง นานเท่าใดแล้ว ที่นางไม่ได้ััความอบอุ่นเช่นนี้ ที่ผ่านมาเจอแต่คนรังเกียจขับไล่ไสส่ง
หวังลู่เอิน มองตามหลังสาวน้อยที่กำลังเดินเข้าบ้าน...เหมือนนางจะมีเื่อึดอัดในใจมากมาย ...
เช้ามืดในวันรุ่งขึ้น ฟางหนิงเอ๋อ เริ่มกิจวัตรดังเช่นเคย หลังจากที่จัดเตรียมอาหารเช้าให้คุณชายเรียบร้อยแล้ว เธอถือไม้กวาดออกมา เตรียมกวาดใบไม้บริเวณลานบ้าน พลันสายตาเห็นเงาตะคุ่มอยู่ที่ประตู
ชายร่างสันทัดเดินออกมาจากเงามืด ตรงมายังฟางหนิงเอ๋อที่ยืนกำไม้กวาดไว้แน่น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเืเปรอะเปื้อนตามตัว สายตาจ้องเขม็งมายังเธอ
“กรี๊ดดดดดด!!!!!” ฟางหนิงเอ๋อ ร้องด้วยความใ พร้อมกับคว้าไม้กวาดฟาดซ้ำ ๆ ไปที่ร่างนั้นเต็มแรง
“โอ๊ย!!! โอ๊ย!!! เ้าเป็ใครกัน!!” ชายปริศนาตะคอกนาง
“เกิดอะไรขึ้น!!” หวังลู่เอินเดินเร่งรีบออกมาดูเหตุการณ์
“มีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้าน...” ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ ป้าซูฉีก็ร้องแทรกขึ้นมา
“คนร้ายที่ไหนกันเล่า!!! นั่นผัวข้าเอง”
หวังลู่เอินยืนถอนใจด้วยความโล่งอก เมื่อครู่ที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของฟางหนิงเอ๋อ หัวใจเขาแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม คิดว่าเกิดเื่ไม่ดีเสียแล้ว
“นั่นคือ จางเจียอี เ้าเรียกเขาว่าลุงจางก็ได้” หวังลู่เอินอธิบาย และแนะนำให้ลุงจางรู้จักกับฟางหนิงเอ๋อ
“ข้าขออภัยลุงจาง ข้าเห็นเืเปรอะไปหมด ข้าก็เลยใ ท่านเจ็บตรงไหนหรือไม่” ฟางหนิงเอ๋อก้มคำนับขอโทษผู้าุโกว่า
“ไม่เจ็บหรอก...เฮ้อ..ข้าขอตัวไปพักก่อนแล้วกัน เอ้า!!...เอาของพวกนี้ไปเก็บด้วย” ลุงจางวางตะกร้าสะพายหลังลงข้างตัว ในตะกร้าเต็มไปด้วยพืชสมุนไพรหลากชนิด แล้วยื่นซากกระต่ายป่าสองสามตัวให้ป้าซูฉี เืที่เห็นเปื้อนเสื้อผ้าก็มาจากกระต่ายป่านี่เอง
“วันนี้เ้าไปช่วยคุณชายที่โรงบำบัดนะ ข้าจะไปจัดการกับพืชสมุนไพรพวกนี้” ป้าซูฉีหันไปสั่งฟางหนิงเอ๋อ
วันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวัน ผู้ป่วยที่มารอการรักษาจากคุณชาย ต้องนั่งตากแดดเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ตอนเอง ฟางหนิงเอ๋อสังเกตเห็นเด็กชายคนหนึ่ง น่าจะประมาณหกขวบเห็นจะได้ ทั้งไอทั้งน้ำมูกไหล นั่งกอดหญิงชราคนหนึ่ง เธอคาดเดาว่าน่าจะเป็ยายของเด็กคนนั้น
ฟางหนิงเอ๋อ เข้าไปในห้องยา นำพืชสมุนไพรสองสามชนิดใส่ในถ้วยชา แล้วยื่นให้เด็กชายคนนั้นดื่ม
“ระหว่างที่รอ เ้าดื่มชานี่ไปด้วยนะ” นางบอกกับเด็กชายคนนั้น แล้วรีบกลับไปนั่งใกล้ ๆ คุณชายตามเดิม
“เ้าหายไปไหนมา เอ้านี่..ไปจัดยาตามนี้มาที” หวังลู่เอินยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้นาง
ฟางหนิงเอ๋อไม่ได้ตอบคำถามนั้น นางเดินกลับไปที่ห้องยา เพื่อจัดยาตามคำสั่งของเขา
“เชิญคนต่อไป” หวังลู่เอินเรียกผู้มารอลำดับถัดไป ซึ่งเป็เด็กชายหกขวบ กับหญิงชรา
“เ้าไม่สบายตรงไหนรึ หรือว่าหลานของเ้าที่ไม่สบาย” หวังลู่เอินถามหญิงชรา
“ข้ารู้สึกปวดเมื่อยตามตัว เหมือนไม่ค่อยจะมีแรง ส่วนหลานข้าก็เป็หวัด ไอจนเจ็บคอ กินข้าวก็ลำบาก” หญิงชราอธิบาย
เด็กชายมองหน้าหวังลู่เอินแล้วพูดแทรก
“แต่ว่า...เมื่อครู่พี่สาวคนสวยเอาชามาให้ข้าดื่ม ข้า รู้สึกโล่งจมูกขึ้นมาทันที”
หวังลู่เอินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย พลางหยิบถ้วยชาข้างตัวเด็กชายขึ้นมาดม...มีกลิ่นสมุนไพรสองสามชนิดในนั้น... นี่นางมีความรู้เื่สมุนไพรพวกนี้ด้วยรึ