ทันใดนั้น ความทรงจำอันบิดเบี้ยวที่ไม่ใช่ของเขาก็ไหลบ่าเข้ามาดั่งเขื่อนทะลัก
เ้าของร่างนี้มีนามว่า 'อาเฉิน'... ชายวัยกลางคนผู้ล้มเหลว หัวหน้าครอบครัวที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง มีภรรยาสองคน ลูกสาวอีกสองคน อาศัยซุกหัวนอนอยู่ในสลัมท้ายเมือง เขาตรากตรำทำงานหนักจนล้มป่วยและสิ้นใจไปเมื่อครู่นี้... จนกระทั่งดวงจิตของปรมาจารย์กระบี่ผู้เกรียงไกรอย่างเขาตกลงมาสวมรอยแทน
‘บัดซบ...’ กู่เจี้ยนหุนสบถลั่นในใจ ‘ข้าคือปรมาจารย์กระบี่ผู้สะท้านภพจบแดน เหตุใด์จึงส่งข้ามาอยู่ในร่างตาลุงขี้โรคที่มีภรรยาถึงสองคน แต่กลับไม่มีปัญญาเลี้ยงดูพวกนางให้สุขสบายได้!’
เขาลองโคจรกระแสลมปราณตามความเคยชิน ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมา... คือความว่างเปล่า เส้นลมปราณของอาเฉินทั้งตีบตันและเปราะบางยิ่งกว่ากิ่งไม้แห้ง หากดื้อดึงฝืนฝึกปรือวิชาเดิม ร่างกายนี้คงทนรับไม่ไหวจนะเิตายในทันที
"ท่านพี่ฟื้นแล้ว! พี่ิ ท่านพี่ฟื้นแล้ว!" เสี่ยวหลินภรรยารองร้องบอกด้วยความดีใจระคนตื่นเต้น
เจ้ิภรรยาหลวงรีบปาดน้ำตาบนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยดุกึ่งโล่งอก "ตาเฒ่าบ้า! ข้านึกว่าเ้าจะตัดช่องน้อยหนี่ไปสบายคนเดียว ทิ้งข้ากับน้องหญิงและลูก ๆ ไว้ตามมีตามเกิดเสียแล้ว!"
กู่เจี้ยนหุนในร่างอาเฉินทำได้เพียงลอบถอนหายใจยาว ทว่าในขณะที่เขากำลังสิ้นหวังกับสภาพสรีระอันเสื่อมโทรม จู่ ๆ จิติญญาส่วนลึกของเขาก็ััได้ถึงกระแสพลังบางอย่างที่แปลกประหลาด
ขุมพลังสายหนึ่ง... สงบนิ่ง ลึกล้ำ และทรงอานุภาพอย่างน่าอัศจรรย์ มันฝังรากลึกอยู่ในดวงจิติญญาของเขา มิใช่ที่จุดตันเถียนเหมือนผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป
[วิถีกระบี่: ขั้นที่ 1 (ใหญ่) - ระดับ 1 (ย่อย) - ขีดที่ 1 (แยก)]
ความรู้แจ้งสายหนึ่งผุดขึ้นในสมองทันที มันคือมรดกตกทอดจากการรอดชีวิตผ่านทัณฑ์์อันแสนโเี้ วิชาอันลึกล้ำนี้ไม่ต้องฝืนฝึกปรือ ไม่ต้องร่ายรำกระบวนท่า และไม่ต้องทำความเข้าใจสิ่งใด เพียงแค่... รอคอยเวลาเท่านั้น
‘สิบสามขั้นแยกย่อย... จะเลื่อนระดับในทุก ๆ สิบวัน...’
เขาคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ยามนี้เขาอยู่เพียงจุดเริ่มต้นต่ำสุด ซึ่งเทียบเท่ากับ 'ผู้ฝึกยุทธ์ฝึกหัดขั้นต้น' พอที่จะตบแมลงวันหรือหักตะเกียบไม้ได้ แต่ยังไม่เพียงพอจะไปต่อกรกับพวกนักเลงหัวไม้ตามตรอกซอกซอย
ทว่าในอีกสิบวัน... เขาจะเลื่อนเป็ขีดที่สอง อีกหนึ่งร้อยวัน... เขาจะจบขั้นย่อยที่หนึ่ง และหากเขาเพียงแค่นอนหายใจทิ้งไปเรื่อย ๆ พลังวัตรของเขาจะเพิ่มพูนขึ้นจนทัดเทียมจอมยุทธ์ผู้เลื่องชื่อ และก้าวไปสู่การเป็เซียนกระบี่ในท้ายที่สุด!
"ท่านพ่อ ท่านหิวหรือไม่" อาหยวนลูกสาวคนเล็กซึ่งมีร่างกายผอมโซ ยื่นชามข้าวต้มที่มีน้ำเจิ่งนองมากกว่าเมล็ดข้าวมาให้ ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ของนางทำให้จิตใจที่เคยแข็งกร้าวปานเหล็กกล้าของปรมาจารย์กระบี่สั่นไหวเล็กน้อย
กู่เจี้ยนหุนมองดูมือที่สั่นเทาของร่างใหม่ แล้วกวาดสายตามองไปยังครอบครัวยากไร้ที่กำลังรอคอยความหวังจากเขา
‘เอาเถอะ... ในเมื่อ์ไม่เอารายชื่อข้าไปปรโลก แต่กลับให้ข้าต้องมา 'รอเวลา' เพื่อทวงคืนบัลลังก์เทพกระบี่ เช่นนั้นข้าจะใช้่เวลานี้ดูแลเ้าพวกนี้ไปพลาง ๆ ก็แล้วกัน’
เขารับชามข้าวต้มมาดื่มรวดเดียวจนหมดสิ้น จากนั้นจึงเอ่ยปากเป็ครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม... มันช่างสุขุม ลุ่มลึก และเปี่ยมด้วยอำนาจบารมีอย่างที่อาเฉินคนเก่าไม่เคยมีวันเลียนแบบได้
"ข้าไม่เป็ไรแล้ว... อีกสิบวัน... รออีกเพียงสิบวัน ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น"
ภรรยาทั้งสองต่างหันมาสบตากันด้วยความฉงนฉงาย ไม่เข้าใจว่าวาจาของสามีหมายถึงสิ่งใดกันแน่ ทว่าแววตาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและขี้ขลาดตาขาว บัดนี้กลับดูสงบนิ่ง แกร่งกร้าว ดุจดั่งขุนเขาตระหง่านที่ไม่คลอนแคลนต่อสิ่งใดอีกต่อไป