รัตติกาลเข้าปกคลุมเมืองเมฆา แสงไฟจากโคมกระดาษตามบ้านเรือนเริ่มดับลง เหลือเพียงแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้อง ความเงียบสงัดเข้าครอบงำ แต่สำหรับ หลินฟาน ค่ำคืนนี้กลับอึกทึกไปด้วยเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน
ภายในห้องพักหรูหราของโรงเตี๊ยมหอเมฆา หลินฟานนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก คิ้วขมวดมุ่นด้วยความเ็ป ในห้วงจิติญญาของเขา 'ตราประทับจักรพรรดิ' ที่เคยหลับใหล บัดนี้กำลังสั่นระริกอย่างรุนแรง มันส่งคลื่นความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้ผืนดินของเมืองนี้
"ความรู้สึกนี้..." หลินฟานลืมตาขึ้น ั์ตาสีดำสนิททอประกายสีทองวูบหนึ่ง "เศษเสี้ยวของ 'ศิลาอาสน์์'... มันอยู่ที่นี่จริงๆ"
ศิลาอาสน์์ คือบัลลังก์คู่บารมีของเขาในชาติก่อน มันถูกสร้างจากหยก์เก้าสีที่รวบรวมพลังปราณบริสุทธิ์ของจักรวาลเอาไว้ เมื่อตอนที่จักรวาลแตกสลายและเขาจุติลงมา บัลลังก์นั้นก็ได้แตกกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ หากเขารวบรวมชิ้นส่วนพวกมันได้... การฟื้นฟูพลังให้กลับสู่ระดับจักรพรรดิก็ไม่ใช่แค่ความฝัน
"ข้าต้องไปดูให้เห็นกับตา" หลินฟานลุกขึ้นจากเตียง เหลือบมองลูกๆ ที่นอนหลับสนิทอยู่มุมห้อง ก่อนจะเปิดหน้าต่างและพุ่งทะยานออกไปในความมืดดุจเงาภูต
...
เขตเมืองเก่า ทิศตะวันตก
หลินฟานลัดเลาะไปตามหลังคาเรือนอย่างคล่องแคล่ว ตามแรงดึงดูดของตราประทับ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าศาลเ้าร้างแห่งหนึ่งที่ดูทรุดโทรมและเต็มไปด้วยเถาวัลย์ปกคลุม บรรยากาศรอบบริเวณนี้เย็นะเืผิดปกติ หมอกจางๆ ลอยปกคลุมพื้นดิน
"อยู่ข้างล่างนั่น..." หลินฟานจ้องมองไปที่บ่อน้ำแห้งขอดหน้าศาลเ้า
แต่ทว่า... เขาไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว
"ใคร?" เสียงหวานแต่เ็าดุจน้ำแข็งดังขึ้นจากเงามืดหลังเสาหิน
หลินฟานชะงัก ร่างกายเกร็งตัวเตรียมพร้อมทันที เขาไม่ััถึงจิตของนางได้เลยจนกระทั่งนางเอ่ยปาก ยอดฝีมือ... ระดับก่อกำเนิดขั้นปลาย? หรืออาจจะถึงขั้นแก่นทองคำ?
หญิงสาวผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากเงามืด นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าบางเบา เผยให้เห็นเพียงดวงตาหงส์ที่งดงามแต่ไร้อารมณ์ ในมือกระชับกระบี่สีเงินยวงที่มีไอเย็นแผ่ออกมาตลอดเวลา นางคือ 'เย่ชิงเสวี่ย' (ตามที่ลูกๆ เคยลิสต์ไว้ว่าเป็เป้าหมายแม่คนที่ 1) เ้าสำนักกระบี่เหมันต์
"ดึกดื่นป่านนี้... พ่อครัวของร้านัทองมาทำอะไรในที่รกร้างเช่นนี้?" เย่ชิงเสวี่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันมหาศาล
หลินฟานปรับสีหน้าให้เป็ปกติ ยิ้มมุมปาก "ข้านอนไม่หลับ เลยออกมาเดินหาวัตถุดิบแปลกๆ... ว่าแต่แม่นางล่ะ มาเดินตากน้ำค้างเล่นรึ?"
"โกหก" เย่ชิงเสวี่ยตวาดเบาๆ "เ้าตาม 'กลิ่นอาย' นั้นมาเหมือนกับข้า... เ้าเป็ใครกันแน่? คนธรรมดาไม่มีทางััถึงพลังของ 'วัตถุโบราณ' ชิ้นนั้นได้"
"ข้าก็แค่พ่อครัวจริงๆ" หลินฟานยักไหล่ "แต่จมูกข้าไวต่อกลิ่นของดีๆ หน่อยเท่านั้นเอง"
เย่ชิงเสวี่ยหรี่ตาลง "ถ้าเ้าไม่บอกความจริง... ข้าคงต้องบังคับให้เ้าพูด" ชิ้ง! กระบี่เหมันต์ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว ไอเย็นจัดพุ่งเข้าใส่หลินฟานจนขนคิ้วเขาเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ
หลินฟานไม่ได้ขยับหนี แต่เขาปลดปล่อย 'เจตจำนงแห่งไฟ' (ที่ฝึกจากการทำอาหาร) ออกมาต้านทาน ความร้อนปะทะความเย็น เกิดเป็ไอน้ำฟุ้งกระจายไประหว่างทั้งสองคน
"ปราณอัคคี?" เย่ชิงเสวี่ยแปลกใจเล็กน้อย "เ้ามีฝีมือ... แต่น่าเสียดาย ลมปราณของเ้ายังต่ำต้อยนัก"
ครืนนนนน!
ทันใดนั้น พื้นดินก็สั่นะเืเลื่อนลั่น! ไม่ใช่เพราะการต่อสู้ของพวกเขา แต่มาจากบ่อน้ำแห้งนั่น! ลำแสงสีเขียวมรกตพุ่งพวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบ่อ ทะลุผ่านม่านหมอกขึ้นสู่ท้องฟ้า
"ผนึกคลายแล้ว!" หลินฟานอุทาน "แย่ล่ะสิ... มันตื่นแล้ว!"
"อะไรตื่น?" เย่ชิงเสวี่ยถาม
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้นจากปากบ่อ ศิลาขนาดมหึมาพุ่งกระแทกปากบ่อจนแตกกระจาย ร่างของ "อสูรศิลาพิทักษ์" (Stone Guardian Golem) ความสูงกว่า 3 จ้วง (ประมาณ 10 เมตร) ปีนขึ้นมาจากใต้ดิน ร่างกายของมันสร้างจากหินแกรนิตโบราณ สลักอักขระเวทสีเขียวเรืองแสง ดวงตาเป็อัญมณีสีแดงฉาน
นี่คือผู้พิทักษ์ที่หลินฟาน (ในชาติก่อน) เคยสร้างไว้เฝ้าสมบัติชิ้นนี้!
"อสูรศิลาา..." เย่ชิงเสวี่ยหน้าถอดสี "สัตว์อสูรระดับนี้... เทียบเท่าผู้ฝึกยุทธขั้นปฐี! เราสู้มันไม่ได้!"
อสูรศิลายกกำปั้นขนาดั์ขึ้น แล้วทุบลงมาที่จุดที่ทั้งสองยืนอยู่ ตูมมมม! ศาลเ้าร้างพังทลายลงในพริบตา ฝุ่นตลบอบอวล
หลินฟานและเย่ชิงเสวี่ยะโหลบฉากไปคนละทิศทาง "แม่นาง!" หลินฟานะโแข่งกับเสียงถล่ม "จุดอ่อนของมันอยู่ที่ 'อักขระกลางหน้าอก' แต่ิัมันแข็งแกร่งเกินกว่าอาวุธทั่วไปจะเจาะเข้า!"
"แล้วเ้าจะให้ทำยังไง!" เย่ชิงเสวี่ยตวาดกลับ ขณะร่ายรำกระบี่สร้างกำแพงน้ำแข็งป้องกันเศษหิน
"ใช้ความเย็นของเ้า!" หลินฟานสั่งการโดยสัญชาตญาณจักรพรรดิ "แช่แข็งเกราะหินที่หน้าอกมันให้เปราะ แล้วข้าจะใช้ไฟทำลายมันเอง! หลักการเดียวกับ 'การน็อคน้ำแข็งแล้วราดน้ำร้อน'!"
เย่ชิงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่งที่ถูกสั่ง แต่ในสถานการณ์นี้ นางไม่มีทางเลือก "ถ้าวู่วามจนตาย ข้าไม่รับผิดชอบนะ!"
นางะโลอยตัวขึ้นกลางอากาศ รวบรวมลมปราณทั้งหมดไปที่ปลายกระบี่ "เคล็ดวิชากระบี่เหมันต์: บุปผาน้ำแข็งโปรยปราย!" คลื่นไอเย็นมหาศาลพุ่งเข้าใส่อกของอสูรศิลา น้ำแข็งสีฟ้าเกาะตัวหนาเตอะบนแผ่นหินร้อนระอุ
อสูรศิลาชะงัก การเคลื่อนไหวช้าลงเพราะความเย็น "ตอนนี้แหละ!"
หลินฟานพุ่งตัวเข้าไป ไม่ได้ใช้ตะหลิว แต่เขาหยิบ 'ะเิดินปืน' (ที่จูเกัดแอบประกอบให้) ออกมา 3 ลูก เขาจุดชนวนด้วยปราณอัคคี แล้วปาเข้าไปที่กลางอกที่ถูกแช่แข็งของมันอย่างแม่นยำ
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงะเิดังกึกก้อง ความร้อนจากะเิปะทะกับความเย็นจัดของน้ำแข็ง ทำให้โครงสร้างหินเกิดการขยายตัวและหดตัวอย่างรุนแรงในเสี้ยววินาที เพล้ง! เกราะหินหน้าอกแตกกระจาย เผยให้เห็นแกนกลางที่เป็ลูกแก้วสีเขียว
"ปิดบัญชี!" หลินฟานคว้าตะหลิวเหล็กดำ ทะยานผ่านม่านควัน แทงทะลุเข้าไปทำลายลูกแก้วแกนกลางทันที!
วูบบบ... แสงในตาของอสูรศิลาดับวูบลง ร่างมหึมาค่อยๆ ทรุดลงและแตกสลายกลายเป็กองหินธรรมดา
หลินฟานร่วงลงสู่พื้น หอบหายใจแฮกๆ "เกือบไปแล้ว..."
ท่ามกลางกองซากปรักหักพัง มีวัตถุชิ้นหนึ่งลอยค้างอยู่กลางอากาศ มันคือ 'เศษชิ้นส่วนพนักพิงบัลลังก์' ขนาดเท่าฝ่ามือ ส่องแสงสีเขียวอ่อนๆ พลังงานที่แผ่ออกมาจากมันบริสุทธิ์และอบอุ่น
หลินฟานเดินเข้าไปหามัน แต่เย่ชิงเสวี่ยก้าวเข้ามาขวาง ปลายกระบี่จ่อที่คอหอยเขา "ขอบคุณที่ช่วย... แต่ของสิ่งนี้มีพลังหยินที่เหมาะกับสำนักข้า ข้าขอมัน"
หลินฟานมองหน้านาง แล้วยิ้ม "แม่นาง... ของสิ่งนี้เลือกเ้าของ และดูเหมือนมันจะไม่ได้เลือกท่าน"
เศษศิลานั้นลอยข้ามไหล่เย่ชิงเสวี่ย พุ่งเข้ามาหาหลินฟาน แล้วซึมหายเข้าไปในหน้าอกของเขาทันที! ความรู้สึกอบอุ่นวาบไหลเวียนไปทั่วร่าง จุดชีพจรที่ตีบตันถูกทะลวงเพิ่มอีก 3 จุดในพริบตา!
เย่ชิงเสวี่ยเบิกตากว้าง นางลดกระบี่ลงด้วยความตกตะลึง "วัตถุโบราณ... ยอมรับเ้า? เ้าเป็ใครกันแน่?"
หลินฟานยักไหล่ ปัดฝุ่นที่เสื้อ "ข้าบอกแล้วไง... ข้าก็แค่พ่อครัวที่มีลูกติด 3 คน และมีหนี้สินท่วมหัว"
เขาหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ยืนงงงวยอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง "อ้อ... แม่นางเย่" หลินฟานหันกลับมา "กระบี่ของท่านรวดเร็วดี แต่ 'ใจ' ท่านยังเ็าเกินไป หากท่านรู้จักความอบอุ่นบ้าง เพลงกระบี่ท่านจะไร้เทียมทานกว่านี้... ราตรีสวัสดิ์"
เย่ชิงเสวี่ยกำหมัดแน่น มองแผ่นหลังชายหนุ่มที่เดินหายไปในความมืด หัวใจที่ด้านชาของนาง... จู่ๆ ก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เพราะความสงสัยและความท้าทาย
"หลินฟาน..." นางพึมพำชื่อเขา "ในงานประลอง... ข้าจะไขความลับของเ้าให้ได้"