
ตอนที่4 บอดี้การ์ดสาว
รถยนต์
Audi R8 Coupe V10 5.2 FSI Quattro
สีดำวิ่งฝ่าความมืดออกมาจากอาณาจักรของแก็งค์ลูซิเฟอร์ในเวลาดึกสงัด ตามหลังมาด้วยรถยนต์เมอร์ซิเดสเบนซ์สีเดียวกัน คนขับในห้องโดยสารของรถยนต์ออดี้คือฟิโอดอร์ ส่วนในรถยนต์เมอร์ซิเดสเบนซ์ที่ตามมาอารักษ์ขาคืออีวานและอัลบาร์สองคู่หูคู่กัดที่มักจะมีเื่มาถกเถียงกันตลอด หากเวลาทำงานพวกเขาทั้งสองกับทำงานเข้าขากันเป็อย่างดี บอดี้การ์ดทั้งสองเป็เสมือแขนขาให้กับฟิโอดอร์ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ฝ่าความเป็ตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน
“หัวหน้าคะ โรงแรมสีขาวในอเมริกาที่เ้านายใหญ่เอ่ยถึงมันคือแหล่งเซฟตี้โซนของพวกนอกกฎหมายที่ใช้การในหลบซ่อนตัวจากเ้าหน้าที่ของรัฐบาล รวมไปถึงพวกศัตรูฝ่ายตรงข้ามด้วยใช่มั้ยคะ” อัลบาร์พูดกับฟิโอดอร์ผ่านเครื่องมือสื่อสาร หล่อนนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้โดยสารด้านหน้าคู่กับอีวานซึ่งเป็คนขับ
“ใช่! The White Hotel คือโรงแรมที่จัดเป็เซฟตี้โซนของกลุ่มพวกนอกกฎมาย ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริการวมไปถึงอีกหลายประเทศ เ้าของโรงแรมเป็มหาเศรษฐีติดอันโลกคนหนึ่งที่ติดต่อกับพวกมาเฟียทั่วโลก เขาได้ตกลงทำสัญญากับผู้มีอิทธิพลและมาเฟียทั่วโลกกำหนดให้สถานที่แห่งนั้นเป็แหล่งพักพิงสำหรับอาชญากร นักฆ่า และบุคคลอันตรายที่้าความปลอดภัย”
ฟิโอดอร์พูดพลางมองหน้าจอเล็กๆ ที่คอนโซลรถ
“ผมเคยได้ยินว่ามีกฎต้องห้ามในการพกอาวุธและห้ามมีการฆ่าฟันกันในโรงแรม”
อีวานกล่าวเสริม
“แขกทุกคนที่เข้าพักในโรงแรมจะได้รับการการันตีว่าจะปลอดภัย ไม่ว่าศัตรูจะเป็ใครก็ตาม”
“ฉันคิดว่าสถานที่นี้มันเป็แค่เื่เล่าต่อๆ กันมาซะอีกค่ะ ตอนที่ฉันทำงานเป็สายลับให้รัฐบาลอังกฤษก็เคยได้ยินเื่นี้มาเหมือนกัน”
อัลบาร์ยกมือขึ้นกอดอก
“แบบนี้ขอแค่มีเงินก็เข้าไปพักหลบภัยอยู่ในโรงแรมนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครตามไปฆ่าแล้วสิคนที่คิดเื่นี้ขึ้นมาได้ไม่ธรรมดาเลย”
“กฎมีไว้ให้คนปฏิบัติตามก็จริงอัลบาร์ แต่ก็มีบางคนบางกลุ่มที่ชอบแหกกฎ มันเปรียบเสมือนการท้าทาย”
“แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกตามล่าจากองค์กร White Hotel ไม่ใช่เหรอคะหัวหน้า ฉันได้ข่าวว่าพวกนี้มีสมาชิกแฝงตัวอยู่ทั่วโลกแถมยังมีมือสังหารระดับพระกาฬมากมาย แค่คิดแหยมกับคนพวกนี้ก็เท่ากับแหย่ขาลงนรกไปข้างหนึ่งแล้ว”
หญิงสาวหันมองสบตากับอีวาน
“ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ทำไมหัวหน้าใหญ่ถึงต้องให้พวกเราเข้าไปยุ่งกับคนพวกนี้ด้วยหรือเธอว่าไงอัลบาร์”
“ฉันไม่มีความเห็น หัวหน้าฟิโอดอร์ไปไหนฉันก็ไปด้วย… เป็ตายไม่เกี่ยง”
หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มเลิกคิ้วขึ้น
“ก็นะ” อีวานไหวไหล่ “ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว”
ฟิโอดอร์พบกับหญิงสาวเมื่อสามปีก่อน บนเรือสำราญขนาดใหญ่ของเ้าพ่อคนหนึ่งในอิตาลี อัลบาร์ถูกจับมาขายเป็ทาสกามให้กับมหาเศรษฐีอาหรับคนหนึ่งบนเรือ หลังหล่อนพลาดท่าให้กับเหยื่อซึ่งเป็ผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งที่หญิงสาวพยายามเข้าไปลอบสังหารบนเรือสำราญลำดังกล่าว จากอดีตสายลับหญิงมือดีของรัฐบาลที่ทำงานพลาดเพียงครั้งเดียว จนถูกลอยแพชีวิตพลิกผันกลายมาเป็นักฆ่ารับจ้างอาชีพ ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากฟิโอดอร์ ราวานนอฟสกี้ ชายแปลกหน้าผู้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือหล่อนเสมือนการได้รับชีวิตใหม่ หลังจากนั้นเป็ต้นมา อัลบาร์ก็ติดตามฟิโอดอร์มาโดยตลอดพร้อมกับทำงานให้ชนิดที่ยอมตายถวายชีวิต
“ฉันว่างานนี้คงสนุกน่าดูเชียวแหละอัลบาร์ ฉันละคันไม้คันมืออยากจะบู๊เต็มแก่ละ”
“เออ นายยังไม่ได้เล่าให้ฉันเลยนะอีวาน เื่ที่ถูกดาวเต้นระบำโป๊ในบาร์หลอกเปลื้องผ้า”
“เฮ้ย! มันใช่เื่ที่จะมาพูดกันตอนนี้มั้ยอัลบาร์ โถ่ หัวหน้าครับ”
อีวานแสร้งทำหัวเสียกลบเกลื่อน จ้องมองหน้าจอที่มีภาพใบหน้าของฟิโอดอร์เหมือนอยากจะขอความช่วยเหลือ
“เื่นี้ฉันจะไม่ยุ่ง”
ชายหนุ่มบอกปัดพร้อมกับอมยิ้ม
“อีวานมีคนตามมา ระวังตัวด้วยนะคะหัวหน้า”
อัลบาร์หยิบอาวุธปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมเมื่อสังเกตเห็นแสงไฟจากรถหลายคันกำลังวิ่งตามหลังมา
เสียงท่อของรถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson นับสิบคันดังกระหึ่มกังวาน ด้วยสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าสนไร้บ้านผู้คนพักอาศัย เปลี่ยว และอันตรายเหมาะสำหรับการลงมือในบางสิ่งบางอย่าง
“ใจเย็นๆ ลดความเร็ว เตรียมตัวให้พร้อมแต่อย่าเพิ่งลงมือจนกว่าฉันจะสั่ง”
ฟิโอดอร์กระตุกยิ้ม เขาเหมือนล่วงรู้ว่าใครที่กำลังเล่นเกมแมวจับหนูกับเขาอยู่ รถยนต์ทั้งสองคันชะลอความเร็วจนกระทั่งรถจักรยานยนต์หัวขบวนขับมาตีคู่กับรถยนต์ของฟิโอดอร์ ชายฉกรรจ์นับสิบคนบนรถจักรยานยนต์ล้วนสวมเสื้อหนังสีดำ ด้านหลังปักเป็รูปปีกนกขนาดสีขาวใหญ่อันเป็สัญลักษณ์ของแก็งค์ลูซิเฟอร์
“ตามมาส่งฉันงั้นเหรอ… วยาเชสลาฟ”
ฟิโอดอร์ลดกระจกลงไปสนทนากับชายที่อยู่หัวขบวน
“Fu…”
วยาเชสลาฟทำปากขมุบขมิบพร้อมกับชูนิ้วกลางให้ ก่อนจะเร่งเครื่องแซงรถของฟิโอดอร์ออกไปพร้อมกับลูกสมุนร่วมขบวน เพียงไม่นานแสงไฟท้ายรถจักรยานยนต์เ่าั้ก็หายไปกับความมืด
“หมอนี่สงสัยจะบ้า”
อัลบาร์บ่นพึมพำ
“ทั้งบ้าและก็อันตรายต่อพวกเราด้วย”
อีวานเก็บปืนในมือเข้าที่
“พอเข้าเมืองแล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อน พรุ่งนี้เจอกัน”
“ค่ะ/ครับหัวหน้า”